นฤมล ศิริวัฒน์ ระบุว่าภาษีสรรพสามิตน้ำมันสร้างรายได้ใหญ่ของรัฐบาลแต่ไม่มีการใช้น้ำมันอย่างประหยัด นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการกู้เงิน 42,900 ล้านบาท และเรียกร้องให้รัฐบาลอธิบายชัดเจนเรื่องความโปร่งใสและผลประโยชน์ทับซ้อน
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน นางนฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดอุตรดิตถ์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ ท่านประธานคะ เมื่อ ๒-๓ วันที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภาได้เชิญ เจ้าหน้าที่จาก สบน. คือสํานักบริหารหนี้สาธารณะมาชี้แจงเรื่องราวเกี่ยวกับโครงการเงินกู้ ทั้ง ๓ ประเภทนี้นะคะ ทั้งจากประเทศญี่ปุ่ น แล้วก็เงินกู้จากเวิลด์ แบงก์และเอดีบีนะคะ ข้อมูลที่มีมานั้นมันพิจารณาไม่ได้เลยค่ะ คือมีมาประมาณ ๒ ย่อหน้าแล้ว อันดับแรกเลย ก็คือบอกว่าขอกู้มาจากเวิลด์ แบงก์ ๑,๐๐๐ ล้านเหรียญ แล้วก็จากเอดีบี ๓๐๐ ล้านเหรียญ ซึ่งถ้าตีเป็นเงินไทยที่อัตราแลกเปลี่ยน ๑ เหรียญสหรัฐที่ ๓๓ บาทตรง ๆ เลยนี่นะคะ มันก็อยู่ที่ ๔๒,๙๐๐ ล้านบาทไทย เมื่อสักครู่นี้เองแหละค่ะ ถ้าว่าจริง ๆ แล้วประมาณแล้ว ก็คือไม่เกินชั่วโมงครึ่งนี่นะคะ เราได้อนุมัติให้รัฐบาลได้ให้ความเห็นชอบให้ไปกู้เงินจาก ประเทศญี่ปุ่น จากไจก้าประมาณแล้ว ๘,๐๐๐ ล้านบาท ใน ๒ โครงการที่ทราบดีว่าคือ โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่นํ้าเจ้าพระยาบริเวณถนนนนทบุรี ๑ แล้วก็โครงการ รถไฟฟ้ำสายสีม่วง (บางใหญ่-บางซื่อ) ระยะที่ ๒ ดิฉันหนักใจค่ะ หนักใจมากกว่าการกู้ ครั้งนี้ก็เป็นภาระ ถามว่าถ้าอัตราการกู้ถ้าเทียบเป็นหนี้สาธารณะขณะนี้ท่านก็คงตอบเรา เหมือนทุกครั้งที่ตอบว่ามันไม่เป็นไรหรอก เรายังทําได้อยู่ ดิฉันถามว่ารายได้ส่วนใหญ่ ของประเทศไทยที่มานั้นก็มักจะมาจาก ๑. การท่องเที่ยว ๒. การส่งออก ๓. การเก็บภาษี ต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงภาษีสรรพสามิตด้วยนะคะ แล้วถ้ามองลึกลงไปอีก ท่านประธานที่เคารพ ภาษีสรรพสามิตนี่คือภาษีที่เก็บจากประชาชนคนไทย และส่วนใหญ่ก็เป็นภาษีที่เก็บจาก ภาษีนํ้ามัน ดิฉันสังเกตมาโดยตลอดเกือบ ๒ ปีนี้ค่ะว่าไม่ค่อยเคยเห็นมาตรการของรัฐบาล ชุดนี้ให้ประชาชนได้มีการประหยัด ใช้นํ้ามันอย่างประหยัดเท่าที่เคยเห็นเท่าที่เคยผ่านมา ในอดีตเพราะอะไรคะ เพราะดิฉันคิดว่ามันเป็นแหล่งเงินรายได้ใหญ่แหล่งหนึ่งของรัฐบาล แต่มันได้มาด้วยความยากลําบากของประชาชนนะคะ เพราะเราทราบกันดีค่ะว่านํ้ามัน เป็นปัจจัยพื้นฐานในการผลิต ในการมีชีวิตอยู่ กระทบไปทุกภาคส่วนของสังคมไทย แม้กระทั่งชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ที่ต้องใช้นํ้ามันในการที่จะเติมเครื่อง แม้จะบอกว่าวันละ ๓๐ บาท ๕๐ บาท ๑๐๐ บาท แต่นั่นก็คือต้นทุนของเขา ภาษีนํ้ามันนี่เท่าที่ดิฉันทราบจะ เป็นภาษีแหล่งสุดท้ายเลยค่ะที่รัฐบาลในประเทศต่าง ๆ เขาจะเอาออกมาใช้จากประชาชน เพราะเขารู้ว่ามันลําบากมาก วันนี้ดิฉันกราบเรียนท่านค่ะ ประชาชนอยู่ยากจริง ๆ นะคะ ค่าครองชีพสูงเหลือเกิน ไม่นับถึงความทุกข์ทรมานใจ ในเรื่องของความไม่สงบสุขทางการเมืองของเรา ท่านคะ ๒ วันที่แล้วดิฉันไปตลาดค่ะ มะเขือก็กิโลกรัมละ ๔๐ บาท แตงกวาก็ ๔๐ บาท ถั่วฝักยาวก็จะเกือบร้อยบาทเข้าไปแล้ว มะระ ๕๐ บาท ดิฉันคิดว่ามันยากค่ะ แล้วเรายังบอกว่าเราจะเอาภาระที่เก็บจากภาษี สรรพสามิตเหล่านี้ให้อยู่กับประชาชนแล้วเป็นรายได้ของรัฐบาล ส่วนใหญ่ในขณะนี้ที่บอกว่า เก็บรายได้แล้วก็ภาษีเข้าเป้ำ ถ้าท่านชี้แจงให้เราฟังได้ชัดเจนว่ารายได้ที่บอกว่าเข้าเป้ำ หรือเกือบจะเข้าเป้ำนั้นมันมาจากความสามารถจริง ๆ ในการหาเงินของรัฐบาล ดิฉันก็คงจะ ไม่ลําบากใจแต่มั่นใจค่ะว่าส่วนใหญ่ของภาษีรายได้ที่เก็บได้นั้นเป็นภาษีที่มาจากภาษี สรรพสามิตนํ้ามัน เพราะฉะนั้นเรากังวลใจนี่คือประเด็นแรก ภาระทั้งหมดก็คืออยู่กับ ประชาชนไม่ว่าจะทางตรง ทางอ้อม
ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของความโปร่งใส วุฒิสภาของเรานี้ดิฉันเชื่อมั่นเลยค่ะ ว่าพยายามที่จะให้ความเป็นกลางแล้วก็ให้การสนับสนุนรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวดิฉันเอง ตรงไหนตรง ตรงไหนทําได้ดิฉันก็สนับสนุน อันไหนที่เห็นว่าไม่ควรสนับสนุนเพราะยังมี ข้อสงสัยคิดว่ามันจะไม่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง ดิฉันก็จะต้องบอกกันตรง ๆ อย่างร่างนี้ ที่จะขอให้เราให้ความเห็นชอบไปกู้เงินอีก ๔๒,๙๐๐ ล้านบาทบวกกับดอกเบี้ยอีกส่วนหนึ่ง ภาระอีกตั้งนานสําหรับประชาชนคนไทย ท่านบอกว่าถ้าทําเอาไปใช้แล้วผิดวัตถุประสงค์ รัฐบาลจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ดิฉันเรียนถามท่านค่ะว่ารัฐบาลไหนจะรับผิดชอบคะ รัฐบาลคือใครคะ ประชาชนนั่นแหละค่ะคือจะต้องเป็นผู้ที่รับ ดิฉันบอกว่ารับกรรม วันนี้บอกว่า จะขอให้เราให้ความเห็นชอบในกรอบเงินกู้ของเวิลด์ แบงก์ ๑,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ในกรอบ เงินกู้ของเอดีบีหรือธนาคารพัฒนาเอเชียอีก ๓๐๐ ล้านเหรียญ ขอเปล่า ๆ อย่างนี้ ถ้าพูด แบบสมาชิกฝ่ายค้านก็จะพูดแรงได้ว่าให้เราเซ็นเช็คแล้วก็เป็นแบลงค์ เช็ค (Blank cheque) ไป แต่ดิฉันไม่ใช่ค่ะ ดิฉันเป็นสมาชิกวุฒิสภา ดิฉันอยากใช้เหตุและผล อยากให้ท่านชี้แจง ด้วยเหตุและผลให้ชัดเจนและเราถึงจะสบายใจค่ะ เราอยากเห็นรัฐบาลเดินได้ เราอยาก เห็นคนไทยไม่มีทุกข์ รัฐบาลมั่นคงคนไทยก็ไม่มีทุกข์ เพราะรัฐบาลจะสามารถดูแลให้ประชาชน มีความสุข มีความสงบได้ เมื่อสักประมาณ ๒ สัปดาห์ที่แล้วรัฐบาลออกข่าวว่า จะไม่ต้องกู้แล้วละค่ะ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่มาจาก พ.ร.บ. นั่นแหละค่ะ ดีใจจริง ๆ นะคะ ดีใจว่า เออไม่มีภาระหนี้ให้กับประชาชน ลูกหลานเรามากขึ้นอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วบอกว่ามาเอาตรงนี้ประมาณ ๔๒,๐๐๐ ล้านบาทบวกกับ ๘,๐๐๐ ล้านบาทก็คือ ได้เอาอีก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มันก็คิดว่าไม่ใช่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องความโปร่งใส ที่เรากังวล ในเรื่องที่ ๒ ก็คือในเรื่องของเวลา เวลานี้รัฐบาลบอกว่าจะมีการยุบสภา ประมาณแล้วก็คือปลายเดือนกันยายน จะมีการเลือกตั้งใหม่วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ดิฉันนี่แหละค่ะดีใจจนออกนอกหน้า ชาวบ้านชาวเมืองเขานินทาว่าทําอย่างกับจะไป เลือกตั้งเอง ที่ตั้งใจจะมาอภิปรายวันนั้นก็ไม่อภิปรายเลย ดิฉันก็บอกว่าดีใจจริง ๆ ค่ะ ที่ว่าเราจะมีทางออกมีแสงสว่างแล้ว แต่ดิฉันก็มาเจออันนี้อีกมันก็รู้สึกว่ามันจะไม่ใช่ ท่านจะเลือกตั้งอยู่แล้วอีกไม่นานนี้และท่านจะทําโครงการที่ไม่มีเนื้อโครงการออกมา คนเขาก็ครหาท่านได้ค่ะในเรื่องความชอบธรรม จะเชื่อได้อย่างไรคะว่าท่านจะไม่เอาเงิน ตรงนี้ไปทําโครงการต่าง ๆ ซึ่งมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับทางการเมือง ดิฉันขออนุญาตค่ะ ขอให้ความชัดเจนตรงนี้ การขอความมั่นใจ การให้ความมั่นใจของรัฐบาลต่อสภาของเรา ก็เกิดปัญหามาให้เห็นอยู่เนือง ๆ ครั้งนี้ท่านต้องอธิบายชัดเจนยิ่ง ๆ ขึ้นว่า ผลประโยชน์ ทับซ้อนไม่มี ความโปร่งใสความเป็นธรรมต้องมี ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง หรือมิใช่เพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เมื่อสัปดาห์ที่แล้วซีจีไอเอฟ (CGIF) เครดิต การันตี แอนด์ อินเวสท์เมนท์ ฟาซิลิตี้ (Credit Guarantee and Investment Facility) ก็อนุญาต ก็ให้ความเห็นชอบไปแล้ว ภาคเอกชนก็จะมีเครื่องมือในการที่จะไปดําเนินการ ดอกเบี้ยก็จะลดลง ต้นทุนก็ตํ่า มีสภาพคล่องสูงขึ้น กู้ง่ายขึ้น มาตรการริเริ่มจังหวัดเชียงใหม่ ก็จะเอาเงินไป รวมเป็นพูล (Pool) ไว้สําหรับอาเซียน+๓ ประเทศนะคะ คือประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลี เอาเงินไปรวมกันไว้เพราะว่าเมื่อมีเหตุการณ์ทางการเงิน ที่มันผันผวนโดยง่ายเพราะว่าโลกาภิวัตน์ของเราก็จะมีเงินที่จะหยิบฉวยใช้ได้ เราก็ให้ เครื่องมือรัฐบาลไปมากพอสมควรทีเดียวค่ะ การที่เราจะมาขอให้มีการให้ความเห็นชอบ เป็นครั้ง ๆ ครั้ง ๆ ถ้าพูดภาษาชาวบ้านก็คือแบบกะปริบกะปรอยอย่างนี้นะคะ ทําเป็น แบบทีละครั้ง ทีละครั้ง ทีละครั้ง แล้วมันไม่ต่อเห็นภาพ เราก็รู้สึกจะลําบากใจค่ะ อย่างไร ก็ขออนุญาตให้รัฐบาลโดยท่านประธานผ่านถึงท่านรัฐมนตรีที่กรุณานั่งฟังนี่ได้ให้ ความกระจ่างกับพวกเราด้วย ให้เวลาได้ไหม สําหรับอันนี้ยังไม่ต้องให้เราให้ความเห็นชอบ ขอกรอบ ขอรายละเอียดสักหน่อย ดิฉันคิดว่าสมาชิกวุฒิสภาจะสบายใจยิ่ง ๆ ขึ้นค่ะ ดิฉันก็พูดในฐานะเป็นตัวแทนของหลายคนทีเดียวนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ