รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓

เจริญ จรรย์โกมล หารือเรื่องการขายน้ำตาลต่างประเทศที่ถูกนำมาขายในประเทศ และเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบเรื่องนี้ นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับเศรษฐกิจของประเทศ โดยเรียกร้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายได้ของรัฐบาล รวมถึงงบเอสพี 2 หรือ "ไทยเข้มแข็ง" และผลการดำเนินงานของรายได้รัฐบาลในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2553 และช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2553

นายเจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ

ท่านไม่ตอบ ก็หมายความว่าท่านก็ไม่ตั้ง อันนี้ผมก็จะถามท่านละคราวนี้ ผมสงสัยเหลือเกินว่า ตามเอกสารนี่นะครับ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ช่วยกรุณาเอาเอกสารนี้ส่งให้ท่านประธานดู หน้า ๔ เขาบอกว่า ส่งเสริมความเข้มแข็งในการกํากับและเพิ่มความคุ้มครองให้กับนักลงทุน ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านบอกดําเนินการแล้ว แต่ไม่รู้ละท่านจะเอาเงินนี้ไปกู้ ท่านประธานรู้เรื่องไหมครับ วันนี้นักลงทุนเขามาบ่นกับผมเหลือเกิน มาร้องเรียนกับ คณะกรรมาธิการของผมในขณะนี้ เขาบอกว่าพอเห็นเอกสารนี้เขาก็เลยถามว่า เอ๊ะ ท่านจะไปปรับแผนในเรื่องของกลยุทธ์ ปรับแผนการดําเนินงานและกลยุทธ์ระยะกลาง ตามระยะเวลาที่ท่านกําหนดเป็นการส่งเสริมเขานี่ เขาสงสัยอย่างนี้ครับ เขาบอกว่า นักลงทุนทั้งหลายมาร้องเรียนบอกว่าขณะนี้โดยเฉพาะกระทรวงอุตสาหกรรม เขาบอกว่า นํ้าตาลเขาต้องส่งไปขายที่ตลาดต่างประเทศ ตลาดนิวยอร์ก เบอร์ ๕ นี่ต่างประเทศ ไปเคาะราคากันซื้อขาย ซื้อขายกันเสร็จแล้วก็มีโควตาซื้อขายนํ้าตาลดิบโควตา ข ที่ต่างประเทศนี่ แล้วโควตา ค ก็ส่งไปขายต่างประเทศ ปรากฏว่าวันนี้อะไรเกิดขึ้นก็ไม่รู้ สําหรับประเทศไทย ผมก็ไม่รู้ วันดีคืนดีเขาบอกว่ารัฐบาลได้บังคับให้คณะกรรมการอ้อย และนํ้าตาลทราย ซึ่งเรียกว่า กอน. นี่ บังคับให้เอานํ้าตาลต่างประเทศ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กระสอบ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กระสอบก็คือ ๑๐๐ ล้านกิโลกรัมมาขายในประเทศ อ้างว่านํ้าตาลไม่พอขาย ทั้งที่เขาบอกเขาจะไปขายต่างประเทศแล้วเขาทําสัญญาล่วงหน้าไปแล้วก็ปรากฏว่าอะไรครับ ๑๐๐ ล้านกิโลกรัมมาขายในประเทศนี่ใครขายครับ ให้กระทรวงพาณิชย์เป็นคนจัดสรร กระทรวงพาณิชย์คือใคร ก็คือ ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ปรากฏว่ายี่ปั๊ว ซาปั๊ว คือเจ้าของเดียวกัน เอานํ้าตาล ๑๐๐ ล้านกิโลกรัมนี่ไป ท่านประธานรู้หรือเปล่าหึ่งกันเลย ยังไม่ทําอะไรเลย แบ่งกันแล้วกิโลกรัมละ ๓ บาท ๓๐๐ ล้านบาทไม่รู้หล่นไปที่ใคร เห็นไหมครับ นี่แข่งขัน อย่างไร เขาบอกว่านํ้าตาลนี้เขาขายไป ต่างประเทศแล้วแล้วดึงออกมา เขาบอกว่าวันนี้ เขาต้องขาดทุน เขามีสัญญาผูกพันไปต่างประเทศแล้ว แล้วนี่รายการนี้ท่านเอาเงินมาแล้ว ไปส่งเสริมมันจะเข้มแข็งได้อย่างไร เห็นไหมครับ ผมจึงเรียนท่านประธาน อันนี้ที่ผม ยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นเป็นรูปธรรม วันนี้เงิน ๓๐๐ ล้านบาท เดี๋ยวนี้ท่านประธาน รู้หรือเปล่าครับ โรงงานนํ้าตาลมาบ่นให้ฟังว่าไม่อยากเอานํ้าตาลนี้ออกไปเพราะว่าเขามี การผูกพันต่างประเทศแล้ว เขาจะต้องถูกปรับอีกเท่าไร ไหนบอกว่าเข้มแข็ง ไหนบอกว่า ส่งเสริมแล้วมันจะทําให้ธุรกิจของเอกชน ทําให้การพัฒนาในเรื่องเศรษฐกิจมันดี เงินไม่ได้ ต้องมาแข่งขันภายในประเทศ อันนี้คือปัญหาหนึ่งผมจึงถามท่านรัฐมนตรีว่า เอ๊ะ ท่านบอกว่า ส่งเสริมนี่ท่านส่งเสริมแบบไหน

อันที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน แล้วก็ท่านรัฐมนตรี เราไปกู้เงินเขามาเพื่อเอามาฟื้นฟูเศรษฐกิจก็ดี หรือพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานก็ดี อย่างที่ผมได้เรียนตั้งแต่ต้นนี่ เราเอาตัวเลขอย่างตรงไปตรงมา เราไม่ได้พูด อย่างมีอคตินะครับ ผมก็ได้เรียกเอกสารขอให้ทางสภาผู้แทนราษฎรก็ดี ทางส่วน กระทรวงการคลังก็ดีเอามาดูหน่อยสิ คือผมไม่ได้เชื่อทั้งหมดหรอก วันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังบอกเศรษฐกิจดีเราเก็บภาษีได้เยอะ หลายท่านก็บอกว่าเศรษฐกิจดี เก็บภาษีได้มาก บอกว่ารายได้จีดีพีของประเทศเพิ่มขึ้น ผมก็ฟังแต่ผมไม่ได้เชื่อ ในฐานะ ผมเป็นสมาชิกรัฐสภานี่ผมก็เลยได้เรียกข้อมูลเอกสารมาดูนะครับ จึงปรากฏอย่างนี้ครับ ท่านประธาน ตรงไปตรงมาครับ เขาบอกว่ารายได้ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๓ รัฐบาล จัดเก็บรายได้สุทธิ ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท สูงกว่าปีที่ผ่านมาอีกเท่าไรครับ ๑๙,๔๕๔ ล้านบาท ก็แสดงว่าอย่างที่ท่านพูดมันก็เป็นไปได้ ตรงไปตรงมาไม่ได้ใส่ร้ายใคร แล้วขึ้นอีกประมาณ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ อันนี้เขาเทียบนะครับ เป็นผลจากการเก็บภาษี แล้วพอเรามาดูอีก เราก็ให้ ความเป็นธรรม แล้วอย่างนี้เรามาดูช่วง ๕ เดือนแรกตั้งแต่ปีงบประมาณ ตั้งแต่เดือน ตุลาคมจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๓ รัฐบาลเก็บรายได้สุทธิ ๕๕๘,๗๙๔ ล้านบาท สูงกว่าในคราวที่แล้วอีก ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เห็นไหมครับ อันนี้ตรงไปตรงมา เป็นตัวเลขที่ตรงไปตรงมาซึ่งผมได้ดูจากเอกสารแล้ว แล้วต่อมา ท่านประธานครับ ที่สําคัญก็คือว่าใน ๒ รายการนี้มันจะมาเกี่ยวข้องกับงบเอสพี ๒ (SP2) ซึ่งเราเรียกว่า ไทยเข้มแข็ง ท่านก็ได้เบิกจ่ายไปพอสมควรนั่นแหละ หมายความว่าจะหมดใช่ไหมครับ ท่านประธาน คือผมว่าเราอภิปรายอย่างเอาเหตุผลมาหักล้างกันแล้วนี่ไม่ได้เสียสมาธิ กระมังท่านประธาน