สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล พูดเรื่องการกู้เงิน 40,000 ล้านบาท โดยวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงบประมาณของรัฐบาลและอภิปรายเกี่ยวกับการกู้เงินนี้
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ที่จริงแล้วการกู้เงินนี่มันเป็นสิ่งที่ สําคัญที่รัฐสภาจะต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ อย่างการกู้เงินไจก้าที่เมื่อกี้ได้ผ่านไป ในระเบียบวาระที่ ๔.๕ หลาย ๆ ประเด็นมีความผิดพลาดที่รัฐมนตรีตอบ แต่สภาแห่งนี้ กลับปิดโอกาสที่จะให้มีการซักถามเพื่อบันทึกไว้เป็นหลักฐาน เพื่อเป็นข้อมูลถึงอนุชนรุ่นหลัง ว่ารัฐบาลชุดนี้ได้กู้เงินเท่าไร จะสร้างความเสียหายหรือไม่ อย่างไร มีการทุจริต ไม่โปร่งใสอย่างไร แต่ไม่เป็นไรครับ ในเมื่อรัฐสภาไม่ได้ให้ความสําคัญถึงขนาดต้องตัด การอภิปรายให้เหลือน้อยคน วันนี้ขณะนี้ระเบียบวาระที่ ๔.๖ เราจะกู้เงินทั้งหมดร่วม ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็นเงินไทยทั้ง ๒ โครงการ ไม่พูดภาษาฝรั่งนะครับ โครงการแรก ๓๓,๐๐๐ ล้านบาท อีกโครงการหนึ่งก็ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เยอะยิ่งกว่าระเบียบวาระที่ ๔.๕ รถไฟฟ้ำสายสีม่วงเพราะเมื่อกี้กู้ ๘,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมจะถาม ท่านประธานว่าสภาแห่งนี้จะให้อภิปรายกันนานไหม หรือจะเอาแค่พูดไม่กี่คนแล้วก็จบ แล้วรัฐมนตรีก็ตอบสั้น ๆ แล้วก็ไปสะกิดให้พรรคร่วมรัฐบาลยกมือเสนอปิดอภิปรายจะเอา อย่างนั้นไหมครับ ถามท่านรัฐมนตรี ท่านแอบไปพูดกับพรรคร่วมของท่านหรือไม่ เพราะว่า การจะอภิปรายเงินก้อนนี้มันสําคัญอย่างยิ่งท่านประธาน เพราะอะไร เพราะเหตุผลครับ ท่านประธาน รัฐบาลชุดนี้นี่ผมจะต้องเท้าความให้ท่านประธานได้เห็นตัวเลขในมือผม ผมจะขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานฟังเล็กน้อยครับ งบประมาณรายจ่ายปี ๒๕๕๒ ตั้งไว้ ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท คาดการณ์การจัดเก็บรายได้ ๑,๕๓๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่พอเกิด วิกฤติเศรษฐกิจ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บอกว่าปี ๒๕๕๒ วิกฤติไครซิส แฮมเบอร์เกอร์ (Crisis Hamburger) จะเก็บได้น้อย บางวันก็บอกว่าจะเก็บ พลาดไปถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บางวันก็บอกว่าเก็บพลาดไป ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในที่สุดคาดการณ์ว่าจะจัดเก็บได้ ๑,๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จากที่ประมาณการไว้ ๑,๕๓๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่สิ่งที่เกิดขึ้นครับท่านประธานเอาเข้าจริง ๆ ไครซิส (Crisis) สลายไปได้รวดเร็ว แต่รัฐบาลชุดนี้ออกพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทกู้ไปเรียบร้อย แต่การคาดการณ์ตัวเลขจัดเก็บนั้นมันผิดพลาด ปรากฏว่าพอปลายปีงบประมาณ ๒๕๕๒ เก็บได้ครับ เก็บได้พลาดเป้ำไปแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท รายได้ก็มีเพิ่มมากขึ้น แต่จากการที่คาดการณ์ผิดในปี ๒๕๕๒ ก็ทําให้ตั้งงบประมาณปี ๒๕๕๓ ผิดไปอีก ปี ๒๕๕๓ คือปีนี้ตั้งรายจ่ายไว้ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รายได้ตั้งเป้ำไว้ ๑,๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่วันนี้พอเอาเข้าจริง ๆ จัดเก็บคาดการณ์ ณ วันนี้ จัดเก็บได้ ๑,๕๒๒,๐๐๐ ล้านบาท เกินเป้ำ ๑๗๒,๐๐๐ ล้านบาท นี่ยังไม่รวมเงินที่ไปยึดจากนายกรัฐมนตรีทักษิณมาอีก ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ เห็นไหมครับนอกจากจัดเก็บได้เกินเป้ำที่คาดการณ์ผิดพลาด ก็ยังมีเงินที่ไปยึดมาจากนายกรัฐมนตรีทักษิณที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง พูดตลอดเวลาอีก ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เท่ากับว่าเกินเป้ำอยู่ ๒๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เลยกลับมาว่าทําไมต้องไปกู้เงินก้อนนี้ ไม่จําเป็นแล้วจะไปกู้ทําไม เงินก้อนนี้กู้มา ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ในเมื่อจัดเก็บได้เกินเป้ำทําไมไม่เอาเงินก้อนนี้มาใช้ วันนี้ท่านประธาน ทราบไหมครับว่างบประมาณแผ่นดินในแต่ละปีทุกรัฐบาล นับตั้งแต่รัฐบาลชวน ๒ เราต้องใช้หนี้กองทุนฟื้นฟูเกษตรกร ใช้หนี้ดอกเบี้ยทุกปี ปีละ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําไม รัฐบาลไม่เอาเงินที่เก็บได้เกินมาใช้หนี้กองทุนฟื้นฟู อย่างน้อยเราประหยัดดอกเบี้ย ผมไม่เข้าใจว่ารัฐมนตรีที่นั่งอยู่ข้างบนบริหารงานเป็นหรือไม่ คาดการณ์ตัวเลขจัดเก็บผิด มาตลอด ๒ ปีซ้อน แบบนี้ต้องพิจารณาตัวเอง แล้วมาทําบอกว่าจะกู้ กู้เป็นภาษาฝรั่ง กู้ ๑,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐจากธนาคารโลก กู้จากธนาคารพัฒนาเอเชีย ๓๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ เงินมหาศาล อยากจะให้รัฐมนตรีลองตอบให้ชัดเจนว่า การคาดการณ์ตัวเลขจัดเก็บภาษีของท่านผิดพลาด รายได้เข้าประเทศผิดพลาด เพราะฉะนั้น พ.ร.บ. การบริหารหนี้สาธารณะที่อนุญาตให้รัฐบาลกู้ทั้งในประเทศ และต่างประเทศมันกระทบกระเทือนหมด ตัวเลขผิดหมด ผมไม่ได้จบเศรษฐศาสตร์ ผมไม่ได้จบการเงิน การคลัง แต่ผมคิดเลขเป็นและคิดเลขได้ละเอียด ท่านรัฐมนตรี ต้องตอบให้สภาแห่งนี้ได้รับทราบ ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบด้วยว่าท่านโม้ ท่านพูด อย่างในมือผมหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับล่าสุด คลังเร่งรื้อใหญ่ไทยเข้มแข็ง แล้วก็โม้ไว้ ในนี้ว่าจัดเก็บภาษีในปี ๒๕๕๓ ได้เกินเป้ำ ๑๗๒,๐๐๐ ล้านบาท บวกกับนายกรัฐมนตรี ทักษิณอีก ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ไปยึดเขามาเป็น ๒๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วจะไปกู้ อีกทําไม ทําไมไม่รู้จักประหยัด เอาเงินไปช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร วันนี้มังคุดและเงาะ ล้นตลาด ๗ กิโลกรัม ๑๐๐ บาท ทําไมกระทรวงการคลังไม่คิดที่จะเอามังคุดไปขายให้ ประเทศญี่ปุ่น ไปขายประเทศจีน ล้นตลาดเต็มไปหมด ทําไมไม่คิดจะทํา หาเงินง่าย ๆ คิดไม่เป็น มีแต่จะกู้เงินอย่างเดียวครับท่านประธาน ไม่อายบ้างหรือครับท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แล้วเดี๋ยวท่านบอกเพื่อนท่านนะอย่ามาปิดอภิปราย ท่านตอบผม แล้วผมจะได้ลุกขึ้นซักถามสิ่งที่มันเป็นประโยชน์ต่อบ้านต่อเมืองต่อพี่น้องประชาชน รู้สึกอายบ้างสิครับ และท่านประธานด้วย ผมประท้วงเพื่อผลประโยชน์ของพี่น้อง ประชาชน ไม่ได้ประท้วงเพื่อประโยชน์ของผมเอง ต้องการคําชี้แจงที่ชัดเจนเรื่องเงิน เรื่องทองมันไม่เข้าใครออกใคร ท่านประธานรู้ไหมครับ มันตกใส่อ้ายนั่น อ้ายนั่นก็อ้า ตกใส่หญ้า หญ้าก็ตาย ฝากไว้ครับท่านประธาน เงินทองไม่เข้าใครออกใคร ขอบคุณครับ