รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓

ธวัช บวรวนิชยกูร หารือเรื่องเงินกู้จากธนาคารโลกและธนาคารพัฒนาเอเชีย โดยวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยที่สูงนี้ และถามว่าสามารถหาซอร์สอื่นได้หรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

นายธวัช บวรวนิชยกูร สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธวัช บวรวนิชยกูร สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ต่อเรื่องเกี่ยวกับกรอบเจรจาเงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน จากธนาคารโลกและธนาคารพัฒนาเอเชีย ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาเงินกู้จากธนาคารโลก และธนาคารพัฒนาเอเชียแล้วตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เรื่องนี้วิปวุฒิสภาได้เชิญ กระทรวงการคลังมาเพื่อชี้แจงให้วิปวุฒิสภาได้รับทราบถึงวัตถุประสงค์ในการที่จะกู้เงิน ก้อนดังกล่าวนะครับ ซึ่งผมก็แปลกใจมากว่าท่านได้กล่าวถึงว่า วัตถุประสงค์เพื่อการฟื้นฟู เศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งจํานวนเงินที่จะกู้ดังกล่าวถือว่าเป็น เงินนอกงบประมาณ และการใช้จ่ายให้เป็นไปตามดุลยพินิจของรัฐบาล ท่านประธานครับ ในส่วนนี้ผมรู้สึกเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง กระผมแอบดีใจลึก ๆ ตั้งแต่ที่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านได้กล่าวว่าท่านสามารถเก็บเงินได้มากขึ้น จนท่านไม่มีความจําเป็นที่จะต้องใช้ พ.ร.บ. เงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทอีกต่อไป เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องซึ่งผมเชื่อว่าสมาชิก รัฐสภาเราทุกคนรู้สึกไม่สบายใจว่าทําไมเราจึงจะต้องไปใช้เงินนอกระบบงบประมาณ เพราะว่าการที่เราจะพิจารณาตามระบบงบประมาณมันจะมีหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ซึ่งมันจะมี ความแน่ใจและโอเค (OK) ว่าสิ่งต่าง ๆ นั้นโปร่งใส ถูกต้องและเป็นธรรม แล้วก็สามารถ กระจายการใช้งบประมาณออกไปได้อย่างกว้างขวาง แต่การใช้เงินนอกงบประมาณ เป็นไปตามดุลยพินิจของรัฐบาล ตรงนี้น่ากลัว เป็นสิ่งที่ผมเคยได้อภิปรายมาโดยตลอด และตอนนี้เราก็ได้ยินมาอย่างหนาหูมาโดยตลอดเหมือนกัน โดยเฉพาะโครงการไทยเข้มแข็ง ผมเห็นใจครับ และผมเชื่อว่าเราทุกคนเห็นความจําเป็น ณ ตอนนั้นที่ว่าจะต้องมีการกู้เงิน โดยการที่รัฐบาลจะต้องรีบอนุมัติงบออกไป แต่เราก็ได้เห็น เราก็ได้ยิน ได้รับทราบจาก ทุก ๆ ฝ่ายมาเหมือนกันว่ามันเกิดการรั่วไหลในส่วนนั้น การรั่วไหลเยอะมากเลยทีเดียว ทุกฝ่ายรู้หมดว่ามันมีการที่จะให้โครงการออกมานี่จะต้องมีเสียเบี้ยบ้ายรายทางอย่างไร ผมเชื่อว่าพ่อค้าหรือแม้แต่ข้าราชการทุกกระทรวงเขารับรู้รับทราบ เพียงแต่ว่าเราไม่สามารถ ที่จะหาใบเสร็จได้ แต่เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้มันกระจายไปกว้างขวางเป็นที่รับรู้รับทราบ แต่วันนี้ เราก็จะมาใช้วิธีการดังกล่าวเหมือนเดิมที่จะมากู้เป็นลักษณะของเงินกู้นอกงบประมาณ โดยไม่ผ่านกระบวนการงบประมาณอีกเช่นเคย ซึ่งขณะนี้เราก็เตรียมที่จะเข้าสู่การพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณแล้ว ผมอยากจะถามท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่า มีความจําเป็นอย่างไรทําไมท่านไม่นําเงินกู้ส่วนนี้เข้าไปสู่กระบวนการงบประมาณ เหตุใดจึงต้องมาใช้เงินกู้นอกงบประมาณดังที่ท่านได้ขออนุมัติมาเพื่อที่จะไปเจรจา ในการกู้เงินนี้ ความจําเป็นเป็นอย่างไร นั่นข้อที่ ๑

ข้อที่ ๒ คือจํานวนเงินกู้ที่กู้จากธนาคารโลก จํานวน ๑,๐๐๐ ล้านเหรียญ หรือคิดเป็นเงินประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าดูจากอัตราดอกเบี้ยที่ท่านได้ส่งเอกสาร มาให้เราก็คือใช้อัตราดอกเบี้ยลอยตัวเงินกู้สกุลเงินสหรัฐ ซึ่งมีวิธีการคํานวณตามอัตรา ต้นทุนการกู้เงินของธนาคารโลก บวกค่าธรรมเนียมและส่วนต่าง ซึ่งธนาคารโลกจะปรับ อัตราดอกเบี้ยทุก ๖ เดือน ในวงเล็บกล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสกุลเงินดอลลาร์ ระยะเงินกู้เฉลี่ย ๑๔ ปี ณ วันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓ อยู่ที่ร้อยละ ๓.๖๓ สูงนะครับ ถ้าหากว่าอัตราเงินกู้ซึ่งตอนนี้ที่เป็นอยู่อยู่ที่ร้อยละ ๓.๖๓ เราไปกู้มา ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในอัตรา ๓.๖๓ เปอร์เซ็นต์นี่ ในขณะที่เรากู้จากไจก้าในโครงการต่าง ๆ ซึ่งเราเองเราได้ พิจารณามาก่อนหน้านี้นี่อยู่ที่ ๐.๙๕ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๑.๔ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผมอยากทราบว่า ทําไมเรามีความจําเป็นขนาดไหนที่เราจะต้องไปกู้ด้วยอัตราดอกเบี้ยสูงขนาดนี้แล้วก็ออกมา ในลักษณะกู้นอกงบประมาณด้วย แล้วในส่วนที่กู้จากธนาคารพัฒนาเอเชีย อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสําหรับธนาคารพัฒนาเอเชีย ของเงินกู้สหรัฐอเมริกา ซึ่งวิธีคํานวณตามอัตราต้นทุนการกู้เงินของเอดีบี บวกส่วนต่าง และอัตราส่วนลดซึ่งเอดีบีจะปรับอัตราดอกเบี้ยทุก ๖ เดือนก็คือไลบอร์ บวก ๐.๒ ลบ ๐.๒๘ อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสกุลเงินดอลลาร์ระยะกู้เฉลี่ย ๙ ปี ณ วันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓ อยู่ที่ร้อยละ ๓ ก็สูงเช่นกัน ซึ่งเราเองเรากู้มากกว่านั้น ระยะเวลาชําระเงินกู้ ยาวกว่านั้นอีกคือ ๑๕ ปี ในขณะที่ ๙ ปีอยู่ที่ ๓ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนั่นหมายความว่า ๑๕ ปี อาจจะสูงกว่านั้นอีก อัตราดอกเบี้ยอาจจะสูงกว่านั้นอีก เพราะฉะนั้นแล้วคําถามผมก็คือ ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงขนาดนี้เราน่าจะมีซอร์ส (Source) อื่นหรือไม่ที่จะสามารถที่จะได้ ดอกเบี้ยที่ถูกกว่านี้ และจะสามารถเรียกเข้าตามระบบงบประมาณได้หรือไม่ เพื่อที่จะ ไม่เป็นการไปยํ้ารอยในสิ่งที่เราเคยทําผิดพลาดมาแล้ว โดยการอนุมัติตามลักษณะของ โครงการไทยเข้มแข็งซึ่งมีจุดรั่วไหลอยู่มากมายซึ่งทุกคนก็เป็นที่ทราบกัน ก็ขอถาม ๒ ข้อนี้ ต่อท่านผ่านท่านประธานรัฐสภาด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ