โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตอบคำถามเกี่ยวกับโครงการรถไฟฟ้า สายสีม่วง โดยอธิบายว่าโครงการนี้ได้เริ่มดำเนินการในสมัยรัฐบาลก่อนหน้า โดยมีกรอบวงเงิน 32,465 ล้านบาท และได้ขยายวงเงินเป็น 36,055 ล้านบาท ในปี 2551 โดยใช้สูตรคำนวณราคาต่อหน่วย แต่ไม่เหมาะสม และมีการเพิ่มคุณสมบัติของผู้ที่จะรับเหมา ทำให้เกิดการตรวจสอบจากป.ป.ช. และพบว่ามีการขายเอกสารการประกวดราคาและขยายกรอบวงเงินเกิดขึ้นก่อนรัฐบาลชุดนี้จะมาบริหารประเทศ และมีการเปิดซองประกวดราคาในเดือนธันวาคม 2551 โดยมีราคาทั้งหมด 38,000 ล้านบาท แต่ลดลงเหลือ 32,000 ล้านบาท หลังจากการเจรจา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ตัดสิน
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะขอตอบข้อซักถามของท่านสมาชิกรัฐสภาในกรอบเงินกู้รถไฟฟ้ำสายสีม่วง ผมกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาอย่างนี้นะครับว่า รถไฟฟ้ำสายสีม่วงนี่ได้เริ่มดําเนินการ เป็นจริงจัง มติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี ๒๕๕๐ โดยอนุมัติกรอบวงเงินไว้ ๓๒,๔๖๕ ล้านบาท และในปี ๒๕๕๑ ก็มีการเจรจาและไปกู้เงินกับไจก้าในรัฐบาลชุดนั้น ซึ่งได้แหล่งเงินกู้แล้ว ส่วนปี ๒๕๕๐ นี่ยังไม่มีแหล่งเงินกู้ ปี ๒๕๕๑ ในวันที่ ๓๑ มีนาคมนี่ได้แหล่งเงินกู้คือไจก้า ก็ไปเซ็นสัญญาเงินกู้ครั้งนั้น ในการที่เซ็นสัญญาเงินกู้ครั้งนั้นในรัฐบาลชุดนั้นก็รู้ว่า การกู้กับเจบิกหรือไจก้าในขณะนี้ไม่ต้องเสียแวท แต่เขาก็ไปเซ็นมีแวทอยู่ และในเดือน เมษายน ๒๕๕๑ นี่ได้มีการขายเอกสารการประกวดราคา ซึ่งก่อนที่ผมจะมาดํารงตําแหน่ง และต่อมาในวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ ได้มีการขยายวงเงินในรัฐบาลชุดก่อนนั้น ก่อนที่ผมจะเข้ามา ซึ่งขยายกรอบวงเงินเป็น ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท ซึ่งในการขยาย กรอบวงเงินครั้งนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดพลาด ด้วยเหตุว่าการขยายกรอบวงเงินครั้งนั้น โดยการใช้สูตรเอาค่าเคกับอัตราเงินเฟ้ อนี้ไปคูณ ซึ่งจริง ๆ การคํานวณค่าก่อสร้างแล้วนี่ จะต้องใช้วิธีคํานวณเป็นราคาต่อหน่วยหรือยูนิต คอสท์ (Unit cost) ที่ว่า ฉะนั้นในการขยาย กรอบวงเงินครั้งนั้นก็มีการไปเพิ่ม ซึ่งในการขายเอกสารแล้วนี่ แล้วก็ไปขยายกรอบวงเงิน แล้วไปเพิ่มคุณสมบัติของผู้ที่จะมารับเหมา จึงเป็นเหตุให้มีการร้ อง ขณะนี้ ป.ป.ช. ก็ได้รับเรื่องและตรวจสอบกันอยู่ และต่อมาในเดือนสิงหาคม ๒๕๕๑ ก็มีการยื่นซอง ประกวดราคา ซึ่งขณะนั้นผมเองก็ยังไม่ได้รับตําแหน่งเป็นรัฐมนตรีหรือรัฐบาลชุดนี้ก็ยัง ไม่ได้เข้ามาบริหารประเทศ ที่ผมกราบเรียนอย่างนี้จะได้แก้ข้อกล่าวหาว่าบริษัทต่าง ๆ ที่ท่านเอ่ยถึงเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะว่าบริษัทเหล่านั้นยื่นก่อนที่รัฐบาลชุดนี้ได้มา บริหารประเทศ ฉะนั้นนี่คือข้อที่ผมกราบเรียนต่อท่านประธานไปยังท่านสมาชิกนะครับว่า การยื่นซอง การขายซอง การขยายกรอบวงเงิน เกิดขึ้นก่อนรัฐบาลชุดนี้จะมาบริหาร ประเทศ หลังจากที่ผมมาบริหารประเทศในวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๑ ปรากฏว่ามี การเปิดซองประกวดราคา ในการเปิดซองประกวดราคา ๓ สัญญาครั้งนั้น ผมก็กราบเรียนว่า ในการเปิดซองประกวดราคา สัญญาที่ ๑ นี่เขายื่นซองประกวดราคา ๑๓,๔๑๕ ล้านบาท สัญญาที่ ๒ ๑๒,๖๐๒ ล้านบาท สัญญาที่ ๓ ๕,๙๖๒ ล้านบาท การประกวดราคาซึ่งบน ข้อตกลงของไจก้านี่เขาตกลงจะไม่มีการต่อรองราคาแต่ให้เจรจา เขาก็เจรจากันตามลําดับ ผมกราบเรียนว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมีฐานะกํากับ รฟม. เท่านั้น ส่วนการที่จะ ยื่นซองหรือการอนุมัติเป็นหน้าที่ของบอร์ด (Board) รฟม. ดําเนินการ หลังจากที่เขาเจรจากัน ไม่รู้กี่ครั้ง จนมีการนําไปสู่การตั้งคณะกรรมการซึ่งเป็นคนนอกมาตรวจสอบราคา คณะกรรมการคนนอกก็เป็นทั้งคนนอกกระทรวงและเป็นคนกระทรวงอื่น เป็นตัวแทนจาก สํานักงบประมาณ เป็นตัวแทนจากกระทรวงการคลัง เป็นอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เท่าที่ผมจําได้ ผมก็ตรวจสอบว่ามีการตรวจสอบราคาที่เป็นราคาจริงยื่นมาที่ผม ปรากฏว่าสัญญาที่ยื่นมาที่ผมราคารวมทั้งหมดที่เขายื่น ๓๘,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อมีการเจรจามา จนมาได้ราคารวมทั้งหมดนี่ ๓๒,๐๐๐ ล้านบาท ก็ลดลง ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นหน้าที่ ของรัฐมนตรีที่จะต้องตัดสินใจว่าจะทําอย่างไร ผมเองก็ตัดสินใจบนอํานาจหน้าที่ที่ผมมีอยู่ เพราะขณะนั้นเอามาให้ผมเห็นชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไม่มีหน้าที่เห็นชอบ ผมก็นําเรื่องนี้รายงานต่อ ครม. ให้ทราบ เหตุที่ต้องรายงานให้ ครม. ทราบเพราะมีการปรับ กรอบวงเงิน ในที่ผมรายงาน ครม. ให้ทราบมีชัดเจน รายงานทุกอย่าง รายงานแม้แต่ที่ท่าน บอกว่าแวทคือกรอบวงเงินทั้งหมดไม่เกินกรอบวงเงิน ๖๓,๐๕๕ ล้านบาท แล้วก็มีการปรับ กรอบวงเงินในสัญญาที่ ๖ ที่ปรับกรอบวงเงินจาก ๔,๖๗๗ ล้านบาท มาเป็น ๓,๖๓๘ ล้านบาท ฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาไปยังท่านสมาชิกที่สงสัยว่าทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น ข้อกล่าวหาที่บอกว่าผลประโยชน์ทับซ้อนเองก็ตาม หรือการทําเกินกรอบวงเงินที่ใช้ นําไปสู่ ความไม่โปร่งใส วันนี้การตรวจสอบสัญญานี้ได้ถูกตรวจสอบทั้งคนนอกซึ่งมีตัวแทนต่าง ๆ ไม่ว่าเป็นอัยการอย่างที่ผมกราบเรียนแล้ว ผมก็มีหน้าที่ตัดสินใจนําเรื่องนี้รายงานให้ ครม. ทราบ วันนี้ผมกราบเรียนว่าถ้ารัฐบาลไม่ได้เดินหน้าต่อสัญญานี้การยกเลิกที่จะยกเลิก สัญญากับไจก้าได้นี่มันต้องอยู่หลายเงื่อนไข ไม่ใช่อยู่ดี ๆ แล้วมันยกเลิกได้ ฉะนั้นผม ก็เรียนว่า การตรวจสอบครั้งนี้เป็นไปอย่างตรงไปตรงมาในหน้าที่ที่ผมกระทําอยู่และเป็น ประโยชน์ต่อประเทศชาติ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่รัฐบาลได้ตัดสินใจดําเนินการ ไปถูกต้องทุกประการ ขอบคุณครับ