สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล หารือเรื่องการกู้เงินจากญี่ปุ่นเพื่อสร้างรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนสายสีม่วง และเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงความชัดเจนเกี่ยวกับการกู้เงิน และการเบิกจ่ายค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กรณีที่เรากําลังศึกษานี้เป็นการร่างหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วย ความร่วมมือทางการเงินระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ่น แล้วก็พิจารณาร่างสัญญา เงินกู้และร่างสัญญาคํ้าประกันเงินกู้ ผมอยากจะให้พี่น้องประชาชนที่เป็นเจ้าของเงิน ที่จะต้องแบกรับภาระหนี้ที่รัฐบาลนี้ไปกู้เงินได้รับทราบโดยทั่วกัน เนื่องจากการกู้เงินครั้งนี้ ต้องบอกตามตรงว่ารัฐบาลค่อนข้างที่จะไม่ได้มีความชัดเจนเลย พูดง่าย ๆ ว่า มั่วพอสมควร เอกสารต่าง ๆ ที่นําเสนอให้สมาชิกรัฐสภาไม่ได้มีความพร้อมครับ แม้กระทั่งเอกสารทางวิชาการอันนี้ที่สภาได้จัดทําแล้วแจกให้สมาชิกก็มั่ว ผมถึงสงสารประเทศไทย เพราะว่ากว่าจะอ่านและเข้าใจเรื่องเหล่านี้ต้องติดตามเรื่อง มาโดยตลอด แม้กระทั่งเพื่อนสมาชิกที่อยู่ในรัฐสภาแห่งนี้อ่านไปบางทีก็หลงเลยครับ งงไปหมด เนื่องจากการกู้เงินในวันนี้ที่มาขออนุมัติผมลองคํานวณมาคร่าว ๆ ๒๓,๐๐๐ ล้านเยน คิดเป็นเงินไทยก็ ๘,๐๐๐ ล้านบาท และการกู้ในครั้งนี้ต้องกราบเรียน ให้พี่น้องประชาชนผู้ที่สนใจได้เข้าใจว่าเป็นการกู้เงินในโครงการรถไฟฟ้ำสายสีม่วง ซึ่งรถไฟฟ้ำสายสีม่วงมันมีอยู่ ๒ ช่วง ช่วงบางบัวทองถึงเตาปูน และจากเตาปูนไป ราษฎร์บูรณะ แต่สิ่งที่เรากําลังกู้ตอนนี้เป็นช่วงระหว่างบางบัวทองและเตาปูน บางครั้ง ในเอกสารนี้ก็เขียนบางซื่อ-บางใหญ่ อ่านแล้วก็งงไปหมดครับ แทนที่จะไปถึงบางบัวทอง ก็ไปถึงคลองบางไผ่ เอกสารอย่างนี้ทําให้คนอ่านแล้วเลิกอ่านเพราะจะไม่เข้าใจ และจะได้ กู้กันมั่วซั่วไปหมด เอาละครับ ผมจะสรุปคร่าว ๆ ว่า วันนี้รัฐบาลชุดนี้กําลังจะกู้เงินเพื่อสร้าง รถไฟฟ้ำสายสีม่วงตั้งแต่เตาปูนหรือบางซื่อไปจนถึงบางใหญ่ข้ามแม่นํ้าเจ้าพระยา พอข้าม แม่นํ้าเจ้าพระยามันก็มีสะพานข้ามแม่นํ้าเจ้าพระยา ๑ สะพาน แต่สิ่งที่ผมจะต้องถาม รัฐบาลชุดนี้คืออย่างนี้ครับ สายสีม่วงช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ ตั้งแต่รัฐบาลท่านสมัคร สุนทรเวช มาเรื่อยเลย เดิมทีก็ ๓๒,๐๐๐ ล้านบาท มีทั้งหมดอยู่ ๔ สัญญา สัญญาที่ ๑ สัญญาที่ ๒ สัญญาที่ ๓ และสัญญาที่ ๖ ๓๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท จู่ ๆ มาช่วงเศรษฐกิจวิกฤติตกตํ่า ในช่วงรัฐบาลสมัครนํ้ามันขึ้นราคา ค่าวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็แพง ก็เลยสร้างไม่ได้ ตกลงกัน ไม่ได้ เพราะว่าค่าก่อสร้างจาก ๓๒,๐๐๐ ล้านบาท มันเป็น ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท ครม. ก็อนุมัติมา ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเวลาอนุมัติมา ๓๖,๐๐๐ ล้านบาทนั้นได้รวม ภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ เพราะตอนนั้นรัฐบาลนายสมัครไม่รู้ว่าจะไปกู้เงินจากต่างชาติหรือกู้เงิน ในประเทศ ถ้ากู้เงินในประเทศมันต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ถ้ากู้ต่างชาติก็ไม่ต้องเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นไปตามระเบียบพัสดุจัดซื้อของสํานักนายกรัฐมนตรี จะต้องขออนุญาต อ่านให้ท่านประธานฟังเล็กน้อย เพื่อให้ความรู้แก่พี่น้องประชาชนคืออย่างนี้เขาบอกว่า ถ้าระบุแหล่งเงินกู้ไว้ในเอกสารประกวดราคาตอนที่ประกวดราคารถไฟฟ้ำสายสีม่วง ตอนนั้นระบุว่าจะใช้เงินกู้องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น เจบิก (JBIC) แต่ต่อมาเปลี่ยนเป็นไจก้า ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติมข้อ ๑๔ ข้อ ๔๔ วรรคสอง (๕) และข้อบังคับของการรถไฟฟ้ำขนส่งมวลชน แห่งประเทศไทยว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๖ ข้อ ๒๕ วรรคสอง (๕) ที่กําหนดให้ การประกวดราคานานาชาตินั้นต้องมีสาระสําคัญเกี่ยวกับแหล่งเงินกู้ด้วย ซึ่งหลักการ และแนวทางการเบิกจ่ายค่าจ้างก่อสร้างในโครงการสัญญาเงินกู้ต่างประเทศจะไม่มี การเบิกจ่ายค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม สิ่งที่เกิดขึ้นรัฐบาลสมัครได้ตั้งงบประมาณไว้หลังจากที่มีค่าเค (K) เพิ่มขึ้นมาจาก ๓๑,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มเป็น ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท เป็นค่างานจริง ๆ แค่ ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท เป็นค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ๒,๓๕๙ ล้านบาท เงินสํารองจ่าย ๓,๙๗๒ ล้านบาท รวมเป็น ๓๖,๐๕๕ ล้านบาท แต่สิ่งที่รัฐบาลชุดนี้กําลังทํา ท่านประธาน ที่ผมต้องชี้หน้านี่เพราะว่า อย่างนี้ครับ เมื่ออนุมัติตามมติ ครม. ได้แยกชัดเจน ถ้าเป็ นเงินกู้ต่างประเทศ ภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ต้องใช้ ๒,๓๕๙ ล้านบาทคืนคลัง แต่รัฐบาลชุดนี้เอาภาษีมูลค่าเพิ่มมา บวกเลยแล้วอาศัยใช้ทั้งหมดเลย ทีนี้มันก็มาเป็นที่น่าสังเกตคืออย่างนี้ครับ ในเงื่อนไข ที่รัฐบาลกําลังจะไปลงนามในสัญญาเงินกู้กับไจก้ามีเอกสารหน้าที่ ๒ ที่แจกมา ท่านรัฐมนตรีลองอ่านข้อ ๗ ผมขออนุญาตอ่านนะครับ เงื่อนไขที่จะไปลงนามกันข้อ ๗ เขาเขียนว่า ผู้กู้จะต้องให้สํานักงานตรวจเงินแผ่นดินเข้าตรวจสอบข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้การดําเนินการมีความเป็นธรรมและโปร่งใส และเมื่อไจก้าร้องขอผู้กู้จะต้องจัดส่ง รายงานของสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินให้กับไจก้า ผมอยากจะถามครับว่า สํานักงาน การตรวจเงินแผ่นดินนี่ได้ดูโครงการนี้หรือยังว่าท่านเอาภาษีมูลค่าเพิ่มไปรวมกับค่างาน ครม. รู้ไหม หรือว่าท่านมั่ว ครม. ไม่สนใจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเสนอผ่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รู้กันอยู่ ๒ คน ที่เหลือไม่รู้ แล้วก็อนุมัติลืมหูลืมตาไม่ขึ้น ยกมืออนุมัติให้ผ่าน แล้ว สตง. รู้ไหมครับว่าสิ่งที่ท่านทํานี่มันผิดกฎหมาย แล้วท่านจะไป หลอกไจก้าอย่างไร ผมเองในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงินไม่สบายใจครับ เพราะไจก้าเขาไม่ได้ปิดหูปิดตา ผมจะทําหนังสือถึง ไจก้าบอกให้เขารู้ครับว่าที่จริงแล้วรัฐบาลท่านสมัครอนุมัติมาได้แยกภาษีมูลค่าเพิ่มออกจาก ค่างาน แล้วไม่ไปกู้ไจก้ามาไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เงินภาษีมูลค่าเพิ่มก็ต้องคืนคลัง แต่สิ่งที่รัฐบาลชุดนี้กําลังทําโกหกประชาชน โกหกผม ซึ่งเป็นเจ้าของภาษี แล้วผมต้องเป็น ภาระที่ท่านไปกู้เงินเหล่านี้ และสิ่งที่สําคัญที่สุดครับท่านประธาน ในสภาผู้แทนราษฎร พยายามที่จะกล่าวหาว่าฝ่ายค้านดึงเกม ไม่อยากให้มีรถไฟฟ้ำสายสีม่วงใช้ ประชาชน จะเดือดร้อน ประทานโทษท่านประธาน รถไฟฟ้ำสายสีม่วง สัญญาที่ ๑ เซ็นเรียบร้อยนะครับ เซ็นไปเมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ก็คือรัฐบาลชุดนี้เซ็นสัญญาที่ ๑ ก่อสร้างจาก เตาปูนไปสะพานพระนั่งเกล้า ๑๒ กิโลเมตร และเซ็นอีกครั้งหนึ่ง ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ไม่กี่วันมานี้ครับ ในสัญญาที่ ๒ สร้างถนนตั้งแต่สะพานพระนั่งเกล้าถึงคลองบางไผ่ และมีงานก่อสร้างสะพานข้ามแม่นํ้าเจ้าพระยากับบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) เซ็นไปแล้วและไม่จ่ายเงินเขาหรือครับ วันนี้ผมยังแปลกใจ เลยว่ามาขอผ่านเงินกู้โครงการรถไฟฟ้ำสายสีม่วง (บางใหญ่-บางซื่อ) ระยะที่ ๒ แล้วระยะที่ ๑ อยู่ที่ไหนครับ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่านมาขออนุมัติแค่ ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมคิดเป็น เงินไทยนี่ และอีก ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้นอยู่ไหน ท่านจ่ายเขาหรือยัง ท่านเอาเงิน ก้อนไหนไปครับ ท่านมาขออนุมัตินี้แล้วท่านต้องอนุมัติอีกรอบหรืออย่างไร ท่านทําไมไม่ขอทีเดียวให้จบ ท่านลงนามใน ๒ สัญญานี้แล้วถ้าเกิดสภาไม่อนุมัติให้กู้ ท่านจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายเขา แล้วท่านกล้าดีอย่างไรไปลงนามกับเขาก่อน ถ้าพวกผม ไม่ยอมล่ะท่านจะทําอย่างไรท่านเอาเงินที่ไหนไปจ่ายเขา หรือว่าท่านจ่ายเป็นระยะที่ ๑ แล้วเอาเงินก้อนไหนไป ในเมื่อโครงการนี้บอกเป็นเงินกู้ไจก้าท่านเพิ่งนําไจก้ามาผ่านสภา ครั้งนี้เป็ นครั้งแรก ท่านรัฐมนตรีต้องตอบผมทั้ง ๒ ท่าน ทั้งท่านโสภณ ซารัมย์ ทั้งท่านประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ข้อมูลของท่านเป็นอย่างไรท่านต้องเอาให้ชัดเจน แล้วผมจะลุกขึ้นถามท่านอีก เอาง่าย ๆ ตรงนี้ก่อนท่านตอบให้ชัดนะครับพี่น้องประชาชนฟังอยู่ ท่านจะกู้ไจก้าทั้งหมด ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท แต่ท่านมาขอผ่านนี้แค่ ๗,๐๐๐ ล้านบาท บวกสะพานอีก ๒,๐๐๐ ล้านบาทก็เป็น ๙,๐๐๐ ล้านบาทเอาง่าย ๆ หรือ ๕,๐๐๐ ล้านบาท บวก ๒,๐๐๐ ล้านบาทนี้แหละ แล้วหายไปไหนอีก อีก ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทท่านจะมา ขอเมื่อไร เอาให้ชัดเจนอย่ามั่วตัวเลขเพราะวันนี้ท่านมั่วจนบ้านเมืองเป็นหนี้เป็นสิน มากมาย เดี๋ยวระเบียบวาระที่ ๔.๖ ผมจะชี้ให้เห็นครับว่าท่านมั่วตัวเลขอย่างไรบ้าง บ้านเมืองถึงได้เป็นหนี้เป็นสินมากมายขนาดนี้ แล้วท่านมีปัญญาใช้หนี้ไหมถามจริง ๆ มีแต่จะกู้มากู้เพื่อหวังอะไร ทําไมต้องรีบร้อนขนาดนี้ ได้ข่าวมาไม่ค่อยสบายใจครับ อย่างสร้างสะพานมีผลประโยชน์อะไรแอบแฝงหรือไม่ รถไฟฟ้ำสายสีม่วงมีผลประโยชน์หรือไม่ ตอบมาให้ชัดเงินมหาศาลขนาดนี้ แล้วใช้งบประมาณผิดด้วย เอาภาษีมูลค่าเพิ่มไปบวก เป็นค่างานทําอย่างนี้ได้อย่างไรในเมื่อคณะรัฐมนตรีอนุมัติมาอีกรูปแบบหนึ่ง ท่านอาจจะมั่ว ให้นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์หลงเข้าใจผิดแล้วอนุมัติมั่วไปเลยอย่างนี้ไม่ได้ เดี๋ยวชี้แจงให้ชัด ขอบคุณครับ