รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓

นฤมล ศิริวัฒน์ หารือเรื่องการกู้ยืมเงินของรัฐบาล โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับการคำนวณดอกเบี้ยที่แตกต่างกันในโครงการต่างๆ และความชัดเจนเกี่ยวกับการใช้ภาษีมูลค่าเพิ่ม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องร่างสัญญาเงินกู้ระหว่างรัฐบาลไทยกับญี่ปุ่น และมีข้อกังวลเกี่ยวกับเอกสารที่ไม่ชัดเจน อัตราดอกเบี้ย และความแตกต่างระหว่างร่างสัญญาหนึ่งและอีกส่วนหนึ่ง

นางนฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา อุตรดิตถ์

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางนฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดอุตรดิตถ์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา มีประเด็นที่สงสัยแล้วอยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีที่จะให้ชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องของอัตรา ดอกเบี้ย ดิฉันได้ฟังคําชี้แจงของ สบน. เมื่อสัปดาห์ที่แล้วในคณะกรรมาธิการวิสามัญ กิจการวุฒิสภา เขาบอกว่า ไจก้าเวลาที่ให้กู้เงินเยอะ ๆ นี้เขาจะคิดดอกเบี้ยแพง ถูกต้อง หรือผิดพลาดอย่างไรเดี๋ยวท่านกรุณาชี้แจงด้วย ถ้ากู้น้อยจะคิดดอกเบี้ยถูก ตามหลัก ของเราที่เราทราบกันโดยทั่วไปว่าถ้ากู้เยอะแล้วระยะยาวตามหลักแล้วต้องคิดดอกเบี้ยถูก แต่ไจก้ามีตรรกะของการคิดดอกเบี้ยแบบนี้มันผิดไปจากปกติมันมีเหตุผลอะไร แล้วสําหรับรัฐบาลที่จะมาขอทําสัญญาให้สภาให้ความเห็นชอบทําไมใน ๒ สัญญาคือ ร่างสัญญาที่ ๑ โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่นํ้าเจ้าพระยาบริเวณถนนนนทบุรี ๑ แล้วร่างสัญญาที่ ๒ เรื่องของโครงการรถไฟฟ้ำสายสีม่วง (บางใหญ่-บางซื่อ) ระยะที่ ๒ ถ้าสมมุติว่ารถไฟฟ้ำสายสีม่วงต้องใช้เงินกู้ที่มากกว่าทําไมไม่เอาระยะสั้นเสียหน่อยเพื่อจะได้ คิดอัตราดอกเบี้ยที่ ๐.๙๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วสะพานข้ามแม่นํ้าเจ้าพระยาบริเวณถนนนนทบุรี ๑ เอาไประยะยาวหน่อยกู้ ๒๐ ปีมีระยะปลอดหนี้ ๗ ปีหรืออย่างไรนี่นะคะตรงนี้ขออนุญาต ระยะปลอดหนี้ ๖ ปีก็เอาไปอยู่ตรงยาวหน่อย รัฐบาลก็จะได้เสียประโยชน์ในเรื่องดอกเบี้ย น้อยลง ไม่ทราบว่าท่านรัฐมนตรีมีความคิดอย่างไรในการดําเนินการอย่างนั้น เรื่องนี้ อยากจะขอความชัดเจนหน่อย เพราะว่าอย่างที่พวกเราได้พูดกันความห่วงใยในการใช้ภาษี มันจําเป็นต้องมีความชัดเจนไม่นับจากที่บอกว่าเรื่องของภาษีมูลค่าเพิ่มว่าจะรวมไว้แล้ว จะมีการตรวจสอบกันอย่างไร สตง. ได้รับทราบหรือยัง ดิฉันคิดว่าคงจะต้องมีความชัดเจน ในส่วนนั้น แล้วก็อยากจะเรียนถามว่า หลักการกู้โดยคิดอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันในแต่ละ โครงการมันมีวิธีการอย่างไร เช่น สายบางซื่อ-รังสิตที่บอกว่าเสียอัตราดอกเบี้ย ๐.๗๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วมาถึงสะพานข้ามแม่นํ้าเจ้าพระยาบริเวณถนนนนทบุรี ๑ ๐.๙๕ แล้วก็มา รถไฟฟ้ำสายสีม่วง ๑.๔๐ นี่นะคะ มันแตกต่างกันเยอะทีเดียว เพราะฉะนั้นเรื่องดอกเบี้ย ต้องเรียนถามท่านนะคะ

แล้วก็ยังมีเรื่องของร่างสัญญา ในวันนี้เราจะต้องให้ความเห็นชอบก็คือ ร่างสัญญาหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือทางการเงินระหว่างรัฐบาลไทยกับ รัฐบาลญี่ปุ่นและร่างสัญญาเงินกู้และร่างสัญญาคํ้าประกันเงินกู้ ในร่างสัญญาเงินกู้นั้น จะมี ๒ ส่วนก็คือ ส่วนหนึ่งที่เราเรียกว่า ไจก้ากับรัฐบาลไทย นั่นคือส่วนหนึ่งของ ร่างสัญญาเงินกู้ แล้วก็มีอีกส่วนหนึ่งคือส่วนที่เราเรียกว่า ไจก้ากับการรถไฟฟ้ำขนส่ง มวลชนแห่งประเทศไทย ดิฉันสงสัยว่าทําไมไม่ใส่ไปเลยล่ะคะว่า ระหว่างไจก้ากับประเทศไทย เหมือนกับร่างสัญญาโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่นํ้าเจ้าพระยาบริเวณถนนนนทบุรี ๑ มันมีความแตกต่างกันอย่างไร ก็ขอให้มีความชัดเจนในส่วนนี้ด้วยค่ะ

ส่วนที่สําคัญอีกส่วนหนึ่งที่เพื่อนสมาชิกคือท่านสุรพงษ์ได้กรุณาพูดไปแล้ว ก็คือความไม่ชัดเจนของเอกสารที่นํามาให้สภาของเราได้พิจารณาค่ะ ดิฉันอ่าน หลายรอบมาก แล้วก็มีความรู้สึกว่ามันสับสน ถามเพื่อนสมาชิกกันบอกว่าทําไม เป็ นอย่างนี้ เพื่อนสมาชิกเขาก็บอกว่านี่แหละคือเทคนิคของการเขียนหนังสือ ต้องให้ไม่ค่อยชัดไว้จะได้มีความยืดหยุ่น รัฐบาลจะได้สามารถทําอะไร ๆ ได้อย่างสะดวกขึ้น ดิฉันก็ยังไม่ค่อยจะมั่นใจว่ามันเป็นหลักการที่ถูกต้องหรือเปล่า เพราะว่าสภาของเรานี่ น่าจะมีข้อมูลที่ชัดเจนและให้พวกเราได้พิจารณาได้วิเคราะห์กัน เพื่อที่จะได้ทําประโยชน์ ให้มันสูงสุดกับประเทศของเรา โดยย่อก็คือ

๑. ดิฉันถามถึงเรื่องของอัตราดอกเบี้ย วิธีการคิดเขามีหลักการอย่างไร แล้วทําไมเราไม่เอาโครงการซึ่งกู้เยอะมาอยู่ระยะสั้นเพื่อที่จะเสียดอกเบี้ยน้อย เราเอา โครงการที่กู้ระยะยาวจํานวนเงินเยอะไปอยู่อย่างนั้นมันเสียดอกเบี้ยสูง ทําไมถึงเป็น อย่างนั้น นั่นคือข้อแรก

๒. ร่างสัญญาหนึ่งเขียนว่า ไจก้ากับรัฐบาลไทย กับอีกร่างสัญญาหนึ่ง เขียนว่า ไจก้ากับการรถไฟฟ้ำขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ว่ามันแตกต่างกันอย่างไร ทําไมไม่เขียนให้เหมือนกันว่า ไจก้ากับรัฐบาลไทย ทั้ง ๒ ร่างคะ

แล้วก็ยังมีความห่วงใยในเรื่องของวิธีการคิดดอกเบี้ยที่เราไปเจรจาต่อรอง ได้ดีที่สุดหรือยังคะ เมื่อครั้งก่อนที่บอกว่า ๐.๗๕ เปอร์เซ็นต์ ทําได้ ๐.๙๕ เปอร์เซ็นต์ ทําได้ ๑.๔๐ เปอร์เซ็นต์ มันลงมากว่านี้อีกได้ไหมคะ ดิฉันคิดว่าวันนี้เราจะทําสัญญาอะไร ก็แล้วแต่ต้องคํานึงว่าเราจะมีความสามารถในการที่จะชําระคืนได้เพียงใด ก็ฝากรัฐบาล ตอบให้พวกเราได้เข้าใจ ก็คงจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ขอบพระคุณค่ะ