ชาดา ไทยเศรษฐ์ หารือเรื่องการกู้เงินจากต่างประเทศ โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับเงื่อนไขพิเศษและผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น
ขอบคุณ ครับท่านประธาน ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เรียนท่านประธานที่เคารพถึงท่านรัฐมนตรี คือในเรื่องความเห็นชอบผมก็ต้องให้ความเห็นชอบอยู่แล้วครับเพราะว่าเรื่องนี้ผมเข้าใจ แต่สิ่งที่ผมอยากจะทราบแล้วก็อยากให้เป็น เชื่อว่าน่าจะเป็นความรู้โดยเฉพาะ ไม่มีใคร ก็น่าจะเป็นผมคนเดียวก็ได้นะครับว่าในลักษณะการกู้เงินจากไจก้านี่นะครับ วันนี้เราต้อง ยอมรับว่ามีเงื่อนไขพิเศษซึ่งรายละเอียดเท่าที่ผมหาอ่านยังไม่มี ที่แจกเพิ่มเติม เมื่อสักครู่นี้ก็มีเรื่องสัญญาเงินกู้ลักษณะของการใช้จ่ายเงินโครงการที่ว่าดอกเบี้ยอะไรต่าง ๆ ระยะเวลาต่าง ๆ แต่ในการกู้เงินจากต่างชาติจะมีเงื่อนไขพิเศษ เงื่อนไขพิเศษที่ผมว่า คือว่าเขามีกําหนดตรงไหนหรือไม่ ทางท่านรัฐมนตรีน่าจะชี้แจงให้ชัดเจนนะครับ กําหนดว่าต้องเป็นผู้รับเหมาจากบริษัทญี่ปุ่นใช่ไหม หรือกําหนดในเรื่องเทคโนโลยี หรือบริษัทที่ปรึกษา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ซึ่งเป็นเงื่อนไขพิเศษที่เป็นผลพลอยได้ของเจ้าของ เงินกู้นะครับ ผมอยากให้มีในข้อสัญญาเพราะว่าจากข้อสัญญาอย่างของเวิลด์ แบงก์ (World bank) กับธนาคารพัฒนาเอเชีย เป็นภาษาอังกฤษนะครับ ผมก็บังเอิญไม่ได้จบ ต่างประเทศ แล้วไม่ค่อยมีความรู้ผมก็ไม่สามารถที่จะอ่านได้หมดนะครับ จ้างเขาไปแปล ก็ยังไม่กลับมาเลยครับเพราะระยะเวลาที่ได้รับจากสภามันกระชั้นเหลือเกิน กระผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีเพื่อเป็นการเสริมความรู้ และมันมีผลกับความรู้ความเข้าใจของพี่น้องประชาชน ลักษณะแบบนี้อย่างการที่ ประเทศไทยให้ประเทศพม่ากู้เงินแล้วก็มีจากเหตุที่ผ่านมา ผมก็ไม่อยากฟื้นฝอยหาตะเข็บ ว่าผิดหรือไม่ผิดให้ประเทศพม่ากู้เงินแล้วก็ต้องเอาบริษัทจากประเทศไทย แต่ถ้าเกิดมอง ย้อนกลับไปว่าในเวทีโลกเขาทํากันไหม ผมเองเคยผ่านประสบการณ์เรื่องไจก้ามา อย่างสมัยก่อนเขาให้กําหนดเลยว่าผู้รับจ้างต้องเป็นบริษัทญี่ปุ่น แต่เดี๋ยวนี้เขาคงไม่ได้ กําหนด ผมเชื่อว่าทางเราเองก็ต้องพรรค์นั้น แต่มันจะมีลักษณะของผลประโยชน์ที่เขา เหมือนกับที่คําไทยนิยมก็คือทับซ้อน ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีได้เล่าแจ้งแถลงไขให้สมาชิก ได้ทราบบ้าง แล้วอีกประการหนึ่งก็คือเท่าที่ผมอ่านเอกสารที่มอบให้จากการกู้เงิน จากเวิลด์ แบงก์กับธนาคารพัฒนาเอเชียกู้เงินตามโครงการอย่างอาทิเช่นของเวิลด์ แบงก์ ก็เป็นเงินกู้พับลิก เซคเตอร์ รีฟอร์ม ดีเวลลอปเมนท์ โพลิซี โลน (Public Sector Reform Development Policy Loan) จากธนาคารโลกนั้นเป็นลักษณะของ คือโครงการที่ให้ การสนับสนุน แต่ถ้ามาดูจริง ๆ แล้วรัฐบาลเองก็บอกว่าจะเอาเงินนี้ไปใช้สนับสนุนโครงการ อะไรบ้าง แต่บังเอิญที่ผมมาอ่านแล้วทําให้เกิดความสับสนก็คือว่ามีกิจกรรมที่ว่าจะทํา สถานะดําเนินการ ดําเนินการแล้ว ดําเนินการแล้ว ดําเนินการแล้ว ในเรื่องต่าง ๆ ผมก็เลย ไม่เข้าใจว่าโครงการนี้ทําไปแล้ว แล้วจะมากู้เงินหรือว่าจะกู้เงินไปเพื่อสนับสนุน จริง ๆ แล้ว ในระบบเศรษฐกิจของประเทศนี่การกู้เงินไม่ใช่เรื่องผิดเป็นเรื่องถูก แต่การกู้เงินในโครงการ ต่าง ๆ ที่เป็นลักษณะของโครงการสนับสนุนในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานหรือการสนับสนุน เศรษฐกิจของประเทศนี่อย่างน้อยรัฐบาลน่าจะมีแผนว่าน่าจะเอาไปใช้ทางด้านใด จริงครับ จากเอกสารในช่วงต้นรัฐบาลบอกว่าจะเอาไปสนับสนุนคํ้าประกันสินเชื่อผ่านสถาบัน การเงินของรัฐ ใช้เพื่อสนับสนุนโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งและโครงการ ตามนโยบายของรัฐบาล แต่เวลามาข้างในปุ๊ บกิจกรรม สถานะดําเนินการ หน่วยงาน ที่รับผิดชอบ เหมือนกับมันง่ายไปคือไม่ต้องเอาพวกนี้มาให้ดูก็ได้นะครับ เพราะว่า ทั่วประเทศทั่วโลกนี่เขาก็กู้คือในเมื่อดอกเบี้ยถูกเอามาสนับสนุนมาพัฒนาประเทศไม่ใช่ เรื่องเสียหาย แต่ผมว่ามันทําให้เกิดความสับสนในการอ่านเอกสารว่าโครงการสถานะ การดําเนินการแล้ว แล้วมากู้ทําไมมันก็งง หรือจะเป็นว่าผมอ่านไม่เข้าใจก็ต้องกราบขออภัย แล้วลักษณะโครงการแบบนี้มีเงื่อนไขพิเศษอะไรก็อยากให้ท่านรัฐมนตรีได้เล่าให้ฟังบ้าง เพราะว่าเราต้องยอมรับว่าภายใต้ผลประโยชน์จากดอกเบี้ยนั้นประเทศที่พัฒนาแล้วที่เขา มีเงินแล้วก็เอามาตั้งไม่ว่าจะเป็นเวิลด์ แบงก์ หรือธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเอกเทศคือไจก้านี่เขาไม่ได้หวังในแค่เรื่องของดอกเบี้ยเท่านั้น เขาไม่ได้หวัง เพราะว่า มันเป็นการพัฒนาทางการเงินซึ่งก็พัฒนามาหลายปี ในอดีตถ้ารัฐบาลยังไม่ดําเนินการ ก็ไม่ต้องเสียดอกเบี้ย แต่ปัจจุบันนี้ถ้ากู้แล้วไม่ได้ดําเนินการ ๐.๐๑ เปอร์เซ็นต์ที่รัฐบาล หรือว่าประเทศนั้น ๆ ที่กู้ แต่ผมอยากเห็นว่ารัฐบาลไทยเราจะใช้เงินตรงนี้เข้ามาแล้วนี่ มันน่าจะมีแผนการที่ชัดเจนนิดหนึ่งเพื่อให้พี่น้องประชาชนเกิดความสบายใจ เพราะการกู้เงิน ลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่น่าจะมีความชัดเจนแล้วก็ไม่ใช่ไปหยิบเอาโครงการที่อยู่ ระหว่างดําเนินการตามนโยบายหรือโครงการที่ดําเนินการไปบ้างแล้วมาเป็นแผนว่า เราจะเอามาทําเพื่อการนี้ มันเหมือนง่ายไป มันง่ายไปในการทําเอกสาร แล้วก็มันง่ายไป ในการที่จะทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน คนเขียนอาจจะทําดูง่ายแต่มันรับไม่ได้ ในความรู้สึกถ้าเกิดว่าอ่านแล้วไม่เกิดความเข้าใจ ผมก็อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีได้ตอบ เพื่อเป็นความรู้ด้วยนะครับ เพราะว่าดูจากเอกสารแล้วผมก็ยังงงสับสนมาก ถ้าท่าน บอกว่าดําเนินการแล้วบางโครงการผมบอกเลยว่าล้มเหลว ล้มเหลวก็คือในเรื่องที่ สํานักงบประมาณการปรับปรุงข้อมูลหรือจากกรมบัญชีกลางในเรื่องของการตรวจสอบ รายวัน กระทบข้อมูลระหว่างการบริหารการเงินภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ จีเอฟเอ็มไอเอส (GFMIS) วันนี้สอบถามไปที่กรมบัญชีกลางหรือสํานักงบประมาณไม่สามารถ ตอบได้ ซึ่งกําลังทํางบประมาณปี ๒๕๕๔ อยู่ มติ ครม. ก็ได้อนุมัติกรอบไปแล้ว เรื่องแบบนี้ สอบถามไปปรากฏว่าบอกยังไม่สามารถตรวจสอบได้ ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ทั้ง ๆ ที่ โครงการดําเนินไปแล้ว ก็คงจะฝากท่านรัฐมนตรีไว้เพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับ