เจริญ จี้รมต.ชี้แจงงบ ๖,๐๐๐ ล้านบาท-ตั้งข้อสังเกตการประมูลสัญญาที่ ๓

รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓

เจริญ จรรย์โกมล หารือความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณ ๖,๐๐๐ ล้านบาท และตั้งข้อสังเกตเรื่องการประมูลสัญญาที่ ๓ ที่ราคาต่ำกว่าปกติ พร้อมเรียกร้องให้รัฐมนตรีชี้แจงรายละเอียด

นายเจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมใคร่ขอจัดตั้งคําถามอยู่ ๒ คําถาม เพื่อจะสอบถามความชัดเจนในการใช้จ่ายเงินเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ มีผลสัมฤทธิ์ อย่างแท้จริง อย่างที่ท่านได้ขออนุมัติต่อรัฐสภาในคราวที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งซึ่งผมเองในฐานะ ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะติดตามการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินของสภา ก็ได้เห็นเอกสารแล้วก็หลักฐาน ประกอบกับหนังสือที่มีการรายงานได้ส่งต่อ คณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่ในรัฐบาลที่ผ่านมาเมื่อปี ๒๕๕๑ จนถึง ปัจจุบัน สิ่งหนึ่งซึ่งอยากจะตั้งคําถามไปที่ท่านรัฐมนตรีช่วยกรุณาตอบให้ชัดเจน ในการตั้งงบประมาณในครั้งแรกจากเอกสารที่ท่านรัฐมนตรีได้กล่าวต่อรัฐสภาแห่งนี้ว่า จะใช้จ่ายเงินตามกรอบที่ได้รับอนุมัติจากรัฐบาลในขณะนั้นก็ใช้เป็นวงเงินประมาณ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้จากเอกสารที่ส่งมาที่ผมได้รับ ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อมาก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ในรัฐบาลของท่านที่กําลังดําเนินการอยู่นี้ก็มี การจัดซื้อจัดจ้าง จัดซื้อซองอะไรเพื่อหาผู้รับจ้าง เพื่อลงนาม เพื่อจะดําเนินการตามที่ท่าน ได้ชี้แจงต่อรัฐสภาแห่งนี้ สิ่งหนึ่งซึ่งผมได้สอบถามทางเจ้าหน้าที่ที่เขามาชี้แจงนี่ ในการตั้ง งบประมาณครั้งแรกนี่เขารวมถึงค่าภาษีมูลค่าเพิ่มหรือแวท (VAT) อีก ๗ เปอร์เซ็นต์ ผมก็ได้สอบถามว่าตอนที่จะใช้เงินนี้ได้มีการพูดคุยกันไหมว่าจะใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน หรือเงินกู้ รัฐบาลที่ผ่านมาเขาบอกว่าเขาไม่ได้คิดว่าจะต้องใช้งบประมาณแผ่นดิน หรือเงินกู้ ฉะนั้นเขาจึงตั้งภาษีมูลค่าเพิ่มไว้อีกประมาณเกือบ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งมีไว้ ประมาณเกือบ ๒,๓๐๐ กว่าล้านบาท ในประการที่ ๑

แต่ประเด็นในวันนี้ก็คือท่านมาขอต่อรัฐสภาเพื่อไปลงนามกับรัฐบาลญี่ปุ่น หรือแบงก์ของประเทศญี่ปุ่นนั้น ในรายงานเอกสารที่ท่านส่งเข้ามา แล้วผมก็ได้เรียกเอกสาร ถามทาง สบน. เขาดู เขาบอกถ้ามีการกู้เงินจากต่างประเทศในกรณีอย่างนี้ไม่ต้องมี การเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ข้อเท็จจริงก็ปรากฏว่าในรายการนี้ภาษีมูลค่าเพิ่มอีก ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันต้อง กลับคืน ต้องเป็นรายได้นําสู่รัฐ แต่ปรากฏว่าท่านได้นําเสนอมาตามเอกสารที่ปรากฏนี้ มันก็ยังอยู่ในยอดเงิน คือ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาทอย่างที่กรอบของท่าน อันนี้เกิดข้อสงสัยว่า รายการนี้มันเกิดขึ้นว่าในการลงนามในครั้งนี้ไม่แปลกใจเลยว่า เอ๊ะทําไมท่านสมาชิก รัฐสภาบอกว่าเอาเรื่องนี้ขึ้นมาพูดกันให้ชัดเจน ให้เกิดความโปร่งใสขึ้นมา รายการนี้ มันมีอะไรลุกลี้ลุกลนว่า เอ๊ะ ทําไมต้องรีบร้อนมาขออํานาจของรัฐสภาเพื่อไปลงนาม ในครั้งนี้ อันนี้เป็นข้อสงสัยข้อที่ ๑ ว่ารายการนี้มันเกิดขึ้นในขณะที่ตั้งโครงการนี้เกิดขึ้น เขารวมถึงค่าภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย แต่พอท่านไปกู้เงินต่างประเทศบอกมันไม่ต้องเสีย ราคานี้ อันนี้มันไปอยู่ที่ไหน อันที่ ๑

อันที่ ๒ ที่ท่านทั้งหลายเป็นห่วงเป็นใย ผมก็ไม่ได้คิด ผมก็มาคิดว่า เอ๊ะ ผมดูจากเอกสารที่ทางกรรมาธิการที่ผมตรวจสอบมันก็มีข้อสงสัยอยู่ว่าจากเอกสาร ตั้งแต่ครั้งแรก เขาใช้คําว่า ค่างานโดยตรง ก็ประมาณ ๒๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท หลังจากที่ พอเปลี่ยนแปลงรัฐบาลนี้ขึ้นมาก็ปรับลด ปรับเพิ่ม ไปอีกเป็นประมาณ ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท จาก ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็จากเอกสารที่ดูไปว่าเงินสํารองจ่าย ท่านก็ทราบว่าเงินสํารองจ่ายคือเงินใช้จ่ายในกรณีที่มีความจําเป็นในขณะที่มีการ ดําเนินการก่อสร้าง เดิมทีก็ประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทั้งโครงการของท่านนี่แหละ ในขณะนี้มีการปรับลดลงไปประมาณ ๔๓๕ ล้านบาท มันเหลืออยู่ ๓,๙๐๐ ล้านบาท เงิน ๓๙,๐๐ ล้านบาทมันอยู่ที่ไหน มันก็มาอยู่ในโครงการนี้ ผมก็เลยมีความสงสัยเกิด ขึ้นมาว่า เอ๊ะ ทั้ง ๒ รายการระหว่างแวทกับเรื่องของเงินสํารองจ่ายรวมแล้ว ๖,๐๐๐ ล้านบาท เงิน ๖,๐๐๐ ล้านบาทนี้มันเป็นเงินของพี่น้องประชาชน เป็นสิทธิของสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ จะต้องมาตรวจสอบให้เกิดความโปร่งใส ที่ผมกําลังพูดนี้ผมไม่ได้บอกว่าโครงการดี หรือไม่ดี ไม่ใช่ ผมในฐานะคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณของ สภาผู้แทนราษฎร ผมเห็นในเรื่องนี้ ๖,๐๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน ใน ๖,๐๐๐ ล้านบาท มันเข้ากระเป๋ำใคร มันก็เกิดความคิดว่าพอมาดูในเรื่องของสัญญาต่าง ๆ ในสัญญาแรก มันมีสัญญาที่ ๑ สัญญาที่ ๒ และสัญญาที่ ๓ ผมไม่รู้ว่าสัญญาที่ ๑ พวกเราก็ทราบ ๆ กันอยู่ว่าในช่วงแรกสัญญาที่ ๑ ก็เป็นที่รู้กันว่าของ บริษัท ช. การช่าง จํากัด (มหาชน) ในสัญญาที่ ๒ เท่าที่ทราบ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) ก็คือท่านหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และสัญญาที่ ๓ ท่านสังเกตดูนะครับ สัญญาที่ ๓ สัญญาที่ ๑ กับสัญญาที่ ๒ นี่มันไม่ผิดปกติ พอสัญญาที่ ๓ ผมก็สงสัย ในฐานะผมสงสัยนะครับ จะผิดจะถูกไม่รู้ แต่ในฐานะท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลังช่วยให้ความกระจ่างชัดหน่อย สัญญาที่ ๑ สัญญาที่ ๒ มันเหมือนกับ รู้สึกว่าจะมีการตกลงกันในเรื่องของการประมูลราคากันขึ้นมา ไม่มีข้อผิดปกติก็เพราะว่า มันอาจจะมีการตกลงกันได้ แต่ในรายการที่ ๓ ราคามันตํ่ากว่าปกติในการก่อสร้าง อาคารขึ้นมา เห็นไหมครับ เราในฐานะซึ่งเป็นผู้แทนราษฎรหรือเป็นสมาชิกรัฐสภาเราก็ เป็นห่วงเป็นใยว่า เอ๊ะ เงินของชาติ เงินของแผ่นดิน มันต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด ใช้จ่าย อย่าให้ฟุ่มเฟือย ใช้จ่ายอย่างมัธยัสถ์ อย่างรอบคอบ อย่างมีกฎมีระเบียบ ผมในฐานะ ซึ่งเป็นสมาชิกรัฐสภาผมก็มีสิทธิที่จะสงสัยเหมือนกัน ผมไม่มีความรู้ในเรื่องการรับเหมา ก่อสร้าง แต่ผมในฐานะซึ่งเป็นผู้ติดตามการใช้จ่ายงบประมาณมันก็ตั้งข้อสังเกตได้ พอในรายการนี้เกิดขึ้นว่า เอ๊ะ เงินตั้ง ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในรายการนี้มันน่าจะคืน โดยสามัญสํานึกเราเห็นอยู่แล้วว่าท่านไปกู้เงินต่างประเทศ ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม มันต้องคืนอยู่แล้ว ท่านก็เอามาใส่ในกองนี้แหละครับ ในเรื่องของงานโยธาที่ท่านเสนอ เอกสารเข้ามา ในเรื่องของการปรับลดเงินสํารองลงไปเหลืออยู่ตั้ง ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านก็ไม่ได้เอาคืน ท่านก็มาใส่ในรายการนี้ แต่ผมจะไม่ลงรายละเอียดว่าถ้าใส่ไปแล้วลงตรงไหน ๆ อย่างไร ๆ เหมือนกับการจะมาชี้ให้ท่านสมาชิกรัฐสภาและประชาชนได้เห็นว่า อ้อ พฤติกรรม พฤติการณ์ อย่างนี้มีความที่จะต้องเข้าสู่รัฐสภาแห่งนี้ด้วยความรวดเร็ว แล้วก็เลื่อนระเบียบวาระการประชุมกันขึ้นมามันเพราะอะไร ท่านรัฐมนตรีทราบหรือเปล่า ในเรื่องเหล่านี้ ขอให้ท่านรัฐมนตรีตอบนะครับ เพราะท่านมาขอ ท่านแจกเอกสารนี้ ท่านมาแจกเอกสารในเรื่องของการชําระเงินกู้ สาระมันไม่ใช่อยู่ที่การชําระเงินกู้ สาระของ การใช้เงินของท่าน ท่านอย่าลืมนะครับ ผมก็ดี ท่านประธานก็ดี พี่น้องประชาชนจะต้อง แบกรับเงินกู้และดอกเบี้ยนี้ขึ้นมา หรือใครปฏิเสธว่าพวกเราไม่ได้แบกรับภาระนี้ขึ้นมา ผมอยากเห็นว่าการใช้เงินมันใช้ให้ก่อเกิดประโยชน์จริง ๆ ไม่ใช่มาหาผลประโยชน์จาก รายการอย่างนี้ ที่ผมพูดผมไม่ได้กล่าวหาท่านนะครับ แต่ผมพูดจากเอกสารแล้วก็ ข้อเท็จจริงจากรัฐบาลที่ผ่านมา เพราะว่าท่านรัฐมนตรีเป็นคนชี้แจงต่อสภาแห่งนี้เอง บอกว่าขอใช้เงินตามกรอบครั้งแรก ในครั้งแรกเขาก็ตั้งกรอบขึ้นมาว่าใช้จ่ายอะไร เท่าไร มีอะไร อย่างไรบ้าง พอมาถึงท่านปั๊บผมก็เลยสงสัยว่า เอ๊ะ ท่านต้องตอบปัญหา ๒ อย่างที่ ผมสงสัยก็คือว่าเงินสํารองจ่ายท่านจะเอาอย่างไร ท่านเอาไปโปะไว้ที่ไหน ท่านแจ้งให้สภา แห่งนี้ได้เห็นหน่อยได้ไหมครับ ที่บอกว่าตั้งราคาไว้แล้วประมูลเกินกว่าราคาที่ท่าน ตั้งไว้มันเอาไปใส่ตรงนี้หรือเปล่า คนเขาสงสัยทั้งบ้านทั้งเมืองว่าอันนี้มีการฮั้วกันใช่ไหม เลยเอาเงินนี้ไปใส่ให้เขา

อันที่ ๒ ทําไมไม่ตั้งในงบประมาณแผ่นดิน ท่านก็บอกว่าไม่มีเงิน ผมก็ สงสัยว่าอย่างนั้นท่านไปกู้เงินต่างประเทศ แล้วภาษีมูลค่าเพิ่มท่านก็ล็อกไว้ไม่ต้องจ่าย มันก็ใช่อย่างที่เขาพูด รายการนี้ ๖,๐๐๐ ล้านบาทเข้ากระเป๋ำใคร นี่ครับ มันต้องมาพูดคุยกัน ผมก็เห็นท่านสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ท่านก็พูดไปด้วยความดีใจครับ แต่ผมอยากจะถาม ใน ๒ ประเด็นนี้ให้มันชัดเจนว่าอะไรมันเกิดขึ้น

อีกประการหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องของกรอบสัญญา ผมอยากจะถามท่านรัฐมนตรีว่าจริงอยู่ท่านไปกู้เงินเขามา ท่านอยากจะทําให้มันเร็ว ผมเป็ นห่วงอีกประการหนึ่งก็คือในเรื่องของ ท่านดูนิดหนึ่งนะครับว่าสัญญา ในรายการที่ ๖ จะเริ่มเมื่อไร ผมฝากถามเท่านี้ ขอบคุณครับท่านประธาน