รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

ประสงค์ นุรักษ์ หารือเรื่องการเข้าเป็นสมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาการทางเศรษฐกิจ และเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาและแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารเคมีในประเทศไทย

นายประสงค์ นุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพครับ กระผม ประสงค์ นุรักษ์ ในฐานะสมาชิกวุฒิสภา ปฏิบัติภารกิจผู้แทนปวงชน ชาวไทยครับ คือผมเองผมยินดีครับ ผมสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการที่ประเทศไทย เปึนสมาชิกขององค์การระหว่างประเทศ เพราะถือเปึนการก้าวหน้าระดับหนึ่งของการเปึน ประเทศอยู่ในโลกยุคนี้ ขอประทานโทษครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ความเปึนห่วงของผม ไม่ได้เสื่อมคลายไปเลยเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ซึ่งเปึนรัฐบาลโดยเฉพาะเลยครับ เมื่อเช้าผมได้พูดถึงความเปึนห่วงที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับใช้เคมีที่เกี่ยวกับผลไม้ แต่ตอนนี้มาถึง รูปแบบของการที่จะให้ประเทศไทยเปึนสมาชิกภาคีดังกล่าวนี้ ผมกลัวอย่างนี้ครับ กลัวว่าในเมื่อเปึนสมาชิกภาคีเรียบร้อยแล้วช่องทางของการเจรจาต่าง ๆ ก็จะเกิดขึ้น ระหว่างมวลสมาชิกทั้งหลายแหล่ และการเจรจาต่าง ๆ เหล่านั้นละครับ ผมไม่มั่นใจครับ ว่าจะเปึนการเป่ดจองช่องทางให้มีการนําสารเคมี ซึ่งเราไม่สามารถจะรู้แท้ถึงโทษของ สารเคมีเหล่านั้นได้เข้ามาในประเทศไทย เหมือนกับครั้งหนึ่งที่เราเคยใช้ดีดีที (DDT) ซึ่งเขาทิ้งกันแล้วเราเอามาใช้จนเปึนเหตุให้เกิดปัญหาทางด้านสุขภาพของคนไทย จํานวนมากโดยเฉพาะเด็ก ๆ นะครับ ประเทศไทยเรานี่ไม่มีวินัยในการใช้สารเคมี แล้วก็ไม่มีกฎหมายชัดเจนในการที่จะควบคุมสารเคมี การโฆษณาต่าง ๆ นี่เกิดขึ้นจาก การขายสารเคมีในอดีต และในปัจจุบันนี้กฎหมายไม่ได้มีการควบคุมที่ชัดเจน และการปฏิบัติตามกฎหมายก็เกือบจะไม่มีเลย ปล่อยให้ประชาชนต้องใช้สารเคมีอยู่ ตามความชอบใจที่เขาจะใช้ ผลที่ตามมาคือเปึนโทษและเปึนภัยต่อการมีชีวิตของบุคคล ท่านประธานครับ ผมมีข้อสังเกตสักเล็กน้อย ด้วยความเปึนห่วงกระทรวงอุตสาหกรรมว่า การที่กระทรวงอาจจะมีโอกาสที่จะเข้าเปึนภาคีข้อตกลงอย่างนี้หลายฉบับ เพราะเปึนเรื่อง ของการพัฒนามาก ๆ แต่ว่ารัฐบาลที่ผ่านมา รวมทั้งรัฐบาลปัจจุบันนี้ด้วย ก็มีข้อวิตกอยู่ อันเนื่องมาจากคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๖/๗ เมื่อป้ ๒๕๕๑ ในกรณีแถลงการณ์ ร่วมของคดีเขาพระวิหาร แล้วก็เมื่อจะเสนอเรื่องเข้าสู่สภาก็จะแนบหนังสือนํานี้มาให้สภา อยู่เสมอ ผมอ่านดูจากข้อสรุปว่า การเข้าเปึนภาคีในข้อตกลงนี้จะทําให้เรามีข้อผูกพัน อะไรหรือไม่ ข้อผูกพันก็คือประเทศไทยจะต้องมีแล็บที่ได้มาตรฐานจีเอ็มพี (GMP) ของโออีซีดีก็มีอยู่แค่นั้นหลังจากเข้าเปึนภาคีเต็มแล้วก็ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม ป้ละ ๒,๐๐๐ ยูโรแต่ว่าประโยชน์ที่จะได้คือประโยชน์ทางวิชาการและการตรวจสอบ ซึ่งจะเปึนประโยชน์มากกว่าแต่พอผมมาดูที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง บัญญัติไว้ เขาพูดชัดเจนว่า ข้อตกลงในท้ายที่มักจะมีปัญหาอยู่เสมอ หนังสือสัญญา ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุนหรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ ท่านประธานครับ ถ้าดูข้อผูกพันแล้วมันไม่ได้เข้าข่ายมาตรา ๑๙๐ วรรคสองเลย ไม่จําเปึน จะต้องเสนอมาสภานี้ ก็อยากจะให้รัฐบาล โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรม ผมแน่ใจว่าจะมีข้อตกลงอย่างนี้หลายฉบับ ท่านน่าจะดําเนินการ ไปได้เลย ไม่อย่างนั้นท่านก็จะรออยู่อย่างนี้ ด้วยความไม่แน่ใจในมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง เมื่อเช้านี้จะแก้รัฐธรรมนูญมาตรานี้ เราก็แก้ไม่ได้ ผมไม่แน่ใจว่าอีกป้หนึ่งจะแก้ได้หรือไม่ และภาวะอย่างนี้ที่จะผูกพันรัฐบาลมันมีมากขึ้น ๆ ทําไมรัฐบาลไม่กล้าหาญที่จะพิจารณา มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง เอาให้แน่กันอีกที ถ้ายังไม่แน่ใจก็เชิญทางศาลมาพูดคุยกับ ทางวิชาการดูว่าจริง ๆ มันตีความกันว่าอย่างไร ที่เสนออย่างนี้ผมก็พูดอย่างนี้ หลายครั้งแล้ว อยากจะให้รัฐบาลไปทบทวนเรื่องนี้ ไม่อย่างนั้นแล้วทุกเรื่องก็จะเสนอเข้าสู่ การประชุมรัฐสภา และความล่าช้ามันจะตามมา ความล่าช้านี่แหละแทนที่จะให้ประเทศ ได้ประโยชน์ มันจะไม่ได้ประโยชน์ ก็อยากฝากเรียนท่านประธานไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ผมเชื่อว่ากระทรวงท่านจะมีข้ออย่างนี้ เวลานี้เช่นเดียวกันนะครับสําหรับประเทศไทยตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เสนอกรอบเจรจาในครั้งนี้มาเพื่อขอความเห็นชอบกับรัฐสภา เพื่อจะได้ ไปเข้าร่วมในการเจรจาครั้งนี้ องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาการทางเศรษฐกิจ มีสมาชิกอยู่ ๓๔ ประเทศ มีขอบข่ายเฉพาะผลิตภัณฑ์ทางเภสัชกรรม เภสัชกรรมก็คือยา สําหรับมนุษย์ใช้ในการรักษาโรค ผลิตภัณฑ์ปัองกันศัตรูพืชก็คือยาปราบศัตรูพืชทั้งหลาย ผลิตภัณฑ์เครื่องสําอาง อันนี้ก็เปึนผลิตภัณฑ์สําหรับใช้กับพี่น้องประชาชนชาวโลกในเรื่อง ความสวยความงาม ผลิตภัณฑ์ยาสําหรับสัตว์นะครับ สารปรุงแต่งอาหารสัตว์ และสารเคมีสําหรับอุตสาหกรรมต่าง ๆ จากการที่ศาลปกครองมีคําสั่งระงับโครงการ ที่มาบตาพุดก็เห็นแล้วว่าสารปนเปุ๋อนต่าง ๆ หรือว่าสารเคมีต่าง ๆ ที่นําเข้ามาใช้ ในโรงงานนั้นมันเปึนสารพิษทั้งนั้น เปึนมลพิษ ดังนั้นถ้าหากว่าประเทศไทยของเรา เปึนภาคีแล้วไม่สามารถที่จะเข้าไปร่วมเจรจา หรือไม่รับทราบข้อมูลก็เปรียบเสมือนว่า อยากได้ลูกเสือแต่ไม่เข้าถ้ําเสืออย่างนั้นหรือครับ เพราะฉะนั้นขอบข่ายการเจรจา การเข้าร่วมเปึนภาคีในระบบการยอมรับร่วมในข้อมูลการประเมินสารเคมีขององค์การ เพื่อความร่วมมือและการพัฒนาการทางเศรษฐกิจในครั้งนี้ผมถือว่าเปึนสิ่งดี ประเทศไทย มีวิสัยทัศน์ที่จะให้ชาวโลกได้รู้ว่าสินค้าของไทย ซึ่งประกอบด้วยสารเคมีต่าง ๆ ที่จะส่งออกไปยังต่างประเทศนั้น และสินค้าของชาวต่างประเทศที่จะนําเข้าสู่ประเทศไทย มีสารปนเปุ๋อนอะไรอยู่ในสินค้าเหล่านั้นก็จะได้รู้ ก็ได้รับทราบ แล้วก็จะได้นํามาแจ้ง ให้ผู้ประกอบการได้ดําเนินการให้ถูกต้องตามกระบวนการ ดังนั้นภาคี ๓๔ ประเทศ ก็มีประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศแคนาดา สหภาพยุโรป ประเทศญี่ปุ์นและประเทศไทย รวมแล้ว ๓๔ ประเทศ ซึ่งถือว่าเปึนประเทศที่เปึนผู้นําในทางด้านอุตสาหกรรมสารเคมี ต่าง ๆ ดังนั้นการที่รัฐบาลโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมได้เสนอกรอบ การเจรจานี้เข้ามาเพื่อขอความเห็นขอบจากรัฐสภานั้น ผมขอให้การสนับสนุนครับ กราบขอบคุณครับ ท่านประธาน