รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

บรรพต ต้นธีรวงศ์ หารือเรื่องการเข้าร่วมภาคีของประเทศไทยในองค์การสหประชาชาติเพื่อการควบคุมสารเคมี (โออีซีดี) โดยเน้นย้ำถึงประโยชน์ของการเข้าร่วม เช่น การมีความเชื่อถือในผลิตภัณฑ์ยาของประเทศไทย และการได้รับมาตรฐานการควบคุมสารเคมีที่สากล นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการเข้าร่วม และเรียกร้องการเพิ่มมูลค่าการส่งออกให้มีความเชื่อมั่นใน 34 ประเทศ และความปลอดภัยในสินค้าของประเทศไทย

นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม นายแพทย์บรรพต ต้นธีรวงศ์ ในฐานะสมาชิก รัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมขออภิปรายสนับสนุนในเรื่องการไปทําข้อตกลงในเรื่องของการประเมินสารเคมี ของโออีซีดีในครั้งนี้ ซึ่งเสนอโดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กระผม มีเหตุผลอย่างนี้ครับ อาศัยที่ว่าผมมีประสบการณ์ในเรื่องนี้เปึนประสบการณ์ตรงมาถึง ระยะเวลา ๕ ป้ ในขณะที่รับราชการอยู่ที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระผม อยากจะกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า ในเรื่องของสารเคมีประเทศไทยเรามีแผนแม่บท เกี่ยวกับเรื่องของสารเคมีและวัตถุอันตราย ผมเข้าใจว่ามีมาไม่น้อยกว่า ๔ แผนแล้วครับ แผนละ ๔ ป้ อันนี้เปึนปฐมบทคือต้องเข้าใจว่าเรามีแผนแม่บทในเรื่องของการพัฒนา ในเรื่อง การควบคุมดูแลสารเคมีและวัตถุอันตรายแห่งชาติ ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สองสามกระทรวงเปึนประธานอยู่ เพราะฉะนั้นตรงนี้เราเอาใจใส่เกี่ยวกับเรื่องของสารเคมี และวัตถุอันตรายอยู่แล้วเปึนแผนชาติ

ประการที่ ๒ เรามีข้อตกลงทริปส (Trips) แล้วก็อยู่ภายใต้แกตต์ (GATT) ซึ่งในส่วนหนึ่งนั้นมีเรื่องของการที่เรียกว่าการที่จะต้องมีการฮาร์โมไนเซชัน (Harmonization) หมายถึงว่ามีการผสมกลมกลืนกันให้เกิดความเปึนธรรมระหว่างประเทศที่กําลังพัฒนา และประเทศที่พัฒนาแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องฮาร์โมไนเซชันมีความพยายามมาเปึน ระยะเวลาไม่ต่ํากว่าสิบห้าป้ บริบทหนึ่งเรื่องของฮาร์โมไนเซชันก็คือเรื่องการตรวจสอบ มาตรฐานระหว่างกัน ก็คือเรื่องของแล็บ เรื่องของห้องปฏิบัติการที่จะทําให้เกิดการยอมรับ กันได้ ในระยะเวลาที่ผ่านมาประเทศไทยนี้เสียเปรียบมากในการส่งออก ซึ่งเพื่อนสมาชิก ก็ได้อภิปรายไปเยอะแล้วไม่ว่าจะเปึนเรื่องของอาหาร ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของเครื่องสําอาง หรือว่าจะเปึนเรื่องของเครื่องมือแพทย์ก็ตามเราเสียเปรียบมาก เพราะว่าเราจะต้องผ่าน กระบวนการตรวจสอบของเขา ในขณะที่ประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ยุโรป ประเทศ สหรัฐอเมริกา หรือประเทศแคนาดา หรือแม้แต่ประเทศญี่ปุ์นเวลาส่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เข้ามาขายในประเทศไทย นําเข้ามาในประเทศไทยเราเชื่อเขาว่าเขามีมาตรฐานสูง เราจะยอมให้เขาผ่านเพราะเชื่อว่าเขามีมาตรฐานสูง แต่ในขณะเดียวกันเวลาเราส่งออก ไปยังประเทศเหล่านี้เขาตรวจสอบเราอย่างละเอียดถี่ถ้วน แล้วก็ทําให้เกิดปัญหา ต่าง ๆ ขึ้นมา เพราะฉะนั้นผมคิดว่าตอนนี้เปึนโอกาสที่ดีในการที่มีข้อตกลงนี้ขึ้นมา หมายความว่าการผสมกลมกลืนที่จะทําให้เกิดความไม่ได้เปรียบ เสียเปรียบกัน แล้วเปึน ความยุติธรรม ความเปึนธรรมระหว่างประเทศกําลังพัฒนาและประเทศพัฒนาแล้ว มันจะถูกป่ดช่องตรงนี้ลงไป นั่นก็คือว่าปัจจุบันเรามีหน่วยงานที่มีความสามารถในการ ตรวจสอบแล้วมีมาตรฐาน อาทิเช่น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เปึนต้น เพราะฉะนั้น ไม่ต้องห่วงว่าเราจะทําไม่ได้ตามมาตรฐาน หรือวิชาการเราจะตามไม่ทันเขา เพราะฉะนั้น ถ้าพิจารณาตามข้อตกลงนี้แล้ว นอกจากว่าเราจะได้ประโยชน์ในการที่ว่าเวลาเรา

ผมขอตอบคําถามของท่านแรกนะครับ คือท่าน ส.ส. สถาพร มณีรัตน์ จากจังหวัดลําพูนว่า เมื่อเข้าสู่ภาคีแล้วจะต้องผูกพันกับเกษตรกรหรือไม่ นี่ข้อ ๑ นะครับ ผมขอตอบว่าผลกระทบต่อเกษตรกรไม่มีครับ เพราะว่าการทําเกษตรกรรมนั้นเรามี ตัวอย่าง เช่น ประเทศนิวซีแลนด์ ประเทศอิสราเอล เซาท์แอฟริกา ก็ได้เข้ามาอยู่ในการ เปึนสมาชิกของโออีซีดี เพราะฉะนั้นตรงนี้เราจะทดสอบในเรื่องเฉพาะของการเปึนสารเคมี และผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อันนี้ก็ขอเรียนตอบในข้อ ๑ ครับ

ข้อ ๒ องค์การนี้เปึนการกีดกันทางการค้า อันนี้ผมขอเรียนตอบว่า องค์การนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะกีดกันในทางการค้า แต่เปึนวัตถุประสงค์ของการที่จะ ร่วมกันรักษาเศรษฐกิจแล้วก็สิ่งแวดล้อมให้มีความยั่งยืน

ในข้อ ๓ ท่านมีความเปึนห่วงว่าห้องแล็บที่จะทําการทดสอบ ผมก็ ขอเรียนชี้แจงว่าห้องแล็บของเราดั้งเดิมหรือว่ามาจนถึงปัจจุบันนี้เราจะมีนักวิชาการ เปึนผู้ชํานาญการ ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งคนไทยของเราไปเรียนมาจากหลายประเทศ เปึนผู้ที่มี ความรู้ในเรื่องนี้ของภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งกระทรวงที่เกี่ยวข้องจะเปึนกระทรวง สาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เรามีห้องแล็บที่เปึนมาตรฐานสากลอยู่แล้ว แต่การที่เราจะโยงตัวเรา ประเทศเราเข้าไปอยู่ในภาคีซึ่งเปึนมิตรประเทศที่จะเปึนมาตรฐานเดียวกันเท่านั้น เพราะฉะนั้นความเปึนมาตรฐานของประเทศไทยของเราผมมีความเชื่อว่าเรามีมาตรฐาน อยู่แล้ว เพราะการที่เราทําธุรกิจกับต่างประเทศ เราก็สามารถทํามาค้าขายได้ทั่วโลก แต่มี บางเรื่องบางอย่างบางประเด็นว่าเราถูกกีดกันทางการค้าหรือไม่ นั่นคือประเด็นต่างหาก แล้วคําถามของท่านว่าห้องปฏิบัติการ ห้องแล็บนี้จะพัฒนาเข้าไปสู่โออีซีดีได้เร็วแค่ไหน อันนี้ของเราเมื่อเข้าไปเปึนสมาชิกหลังจากที่รัฐสภาได้อนุมัตินะครับ เราก็โยงไปทันทีเลย เพราะเรามีการประชุมร่วม มีการประสานงานไว้ มีการเตรียมความพร้อมไว้เปึนอย่างดี แต่การที่เราจะเข้าไปสู่กระบวนการของโออีซีดีนั้น ผมก็ขอเรียนว่ามาตรฐานของเขามี ขั้นตอนและกระบวนการ กระบวนการนั้นอย่างช้าที่สุดก็คือ ๓ ป้ แต่ของเราถ้าความเปึน มาตรฐานของแต่ละกระทรวงที่ผมได้กราบเรียนชี้แจงไปนั้น เรามีความเชื่อมั่นว่าของเรา ไม่ใช้เวลานานกว่านั้น สําหรับในประเด็นที่ท่านได้ถามไปแล้วนั้นผมก็ขอเรียนตอบนะครับ

สําหรับท่านที่ ๒ ก็คือท่านประสงค์ นุรักษ์ ซึ่งเปึน ส.ว. นะครับ ท่านบอกว่า เห็นด้วย แต่มีข้อกังวลหลังจากที่เข้าร่วมแล้วอาจจะเกิดการเจรจาระหว่างสมาชิกโออีซีดี ทําให้เกิดช่องว่างให้สารเคมีเข้าสู่ประเทศไทยไทยได้โดยที่กฎหมายหรือระเบียบควบคุม ไม่ถึง ตรงนี้ผมขอเรียนชี้แจงครับว่าการที่เข้าร่วมในการเปึนสมาชิกถือว่าเปึนสากล ของกลุ่มที่เปึนภาคี ๓๔ ประเทศ ในเรื่องของห้องปฏิบัติการที่ทําหน้าที่ในการทดสอบ สารเคมีตามโออีซีดี จีแอลพีนี้นะครับ ไม่เปึนการรับรองตัวสารเคมีโดยตรง แต่เปึนการ ควบคุมสารเคมีที่มีกฎหมาย หน่วยงานรับผิดชอบเปึนผู้กํากับดูแลตามกฎหมาย อย่างเคร่งครัดอยู่แล้ว

สําหรับคําถามท่านที่ ๓ คือนายแพทย์อลงกต ในฐานะที่กระทรวง อุตสาหกรรมเปึนเจ้าภาพหลักมีการเตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง

ก็ขอตอบในข้อ ๑ ว่ามีการประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุข กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและมีการประชุมร่วมกัน โดยให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ของโออีซีดี อันนี้เรามีการประชุมอย่างต่อเนื่องจนตกผลึก แล้วก็นําเข้าสู่กระบวนการที่จะเข้าไปเปึนสมาชิกในภาคีนี้

ข้อ ๒ ถ้าเข้าร่วมกับโออีซีดีแล้ว เช่น สินค้ายาจะมีมูลค่าเพิ่มในการส่งออก หรือไม่ อันนี้ก็ขอเรียนว่าเปึนการที่ทําให้เกิดความเปึนมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ยา ของประเทศไทย แล้วก็เปึนที่ยอมรับอยู่ในกลุ่มของภาคี ๓๔ ประเทศ เมื่อ ๓๔ ประเทศ ทําการค้าในสังคมของโลก ก็เปึนมาตรฐานที่ไม่อยู่โดดเดี่ยวเหมือนที่เราเคยอยู่มาก่อน เปึนการดําเนินการเพียงแต่ประเทศเราเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นในเรื่องของมูลค่าเพิ่ม ก็ย่อมเกิดขึ้น ความเชื่อถือก็ย่อมเกิดขึ้น มูลค่าจะเปึนทางตรงหรือจะเปึนทางอ้อม เรามีความเชื่อว่าเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ข้อ ๓ โอกาสได้เปรียบจากดุลการค้าในการส่งออกในระยะยาวที่เรา จะเดินจากนี้เปึนต้นไป ผมก็ขอเรียนว่าเพิ่มมูลค่าของการส่งออก แล้วก็ในความเชื่อมั่น ใน ๓๔ ประเทศ และความเชื่อมั่นต่อชาวโลก ก็ย่อมเกิดขึ้นว่าความปลอดภัยในสินค้าของ ประเทศไทยที่เราเข้าสู่กระบวนการของโออีซีดี เพราะฉะนั้นขณะที่เราอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ เรายังทําการค้าถึง ๑๓๗ ประเทศที่ให้ความเชื่อถือ เมื่อเราเข้าสู่กระบวนการนี้ ผมว่า ก็ต้องเพิ่มจํานวนของประเทศที่จะเกิดความเชื่อถือในเครดิต (Credit) ของประเทศไทย

ข้อ ๔ การเข้าร่วมโออีซีดีจะมีผลเสียหรือไม่ วันนี้เปึนคําตอบว่าเราอยู่ อย่างความเปึนประเทศไทย เราเปึนประเทศที่กําลังพัฒนาให้เปึนที่ยอมรับของสากล เราก็ยังเดินได้ แต่เมื่อเราเข้าสู่กระบวนการของโออีซีดีแล้วมีมิตรประเทศเพิ่มขึ้น เปึนคู่ค้าและมาตรฐานเดียวกัน สิ่งดี ๆ ก็จะต้องเกิดขึ้นเพียงแต่ว่าเราจะเสียการเปึน สมาชิกป้ละประมาณหนึ่งแสนบาทเท่านั้น ผมก็คิดว่า ณ ตรงนี้ก็ขอขอบคุณ ท่าน ส.ส. อลงกตนะครับ

สําหรับอีกเรื่องหนึ่ง นายแพทย์เจตน์ที่ท่านได้กรุณา ท่านเห็นด้วย แต่ท่านก็มีความเปึนห่วงแล้วก็ตั้งคําถามว่าเซ็นทรัลแล็บซึ่งถือว่าเปึนแล็บกลาง ของภาคเอกชนนั้น วันนี้ก็ยังเปึนมาตรฐานของประเทศไทยเรานะครับ แต่เมื่อเราโยงไป เข้าสู่กระบวนการแล้วก็เปึนมาตรฐานเปึนที่การปรับหรือการจูน (Tune) ที่จะไปสู่ กระบวนการ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมก็เรียนได้ว่าเราสามารถที่จะพัฒนาเพื่อให้การรับรอง ของจีแอลพีได้ อันนี้เรามีความเชื่อนักวิชาการของประเทศเรา และผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชํานาญการด้วย อีกคําถามหนึ่งท่านกรุณาถามว่าระยะเวลาในการประเมินแล็บ ที่จะได้ใช้เวลานานเท่าใด อันนี้ผมได้กราบเรียนตอบท่านไปแล้วนะครับ

สําหรับท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ท่านมีความเปึนห่วงว่าขณะที่ประเทศไทย ทําการค้ากับประเทศจีนอยู่จะมีผลกระทบหรือไม่ ก็ขอเรียนว่า ขณะนี้จีนก็ได้แสดง เจตจํานงเหมือนกับประเทศไทยแสดงเจตจํานงในการเข้าร่วมโออีซีดี แล้วเขาก็ขับเคลื่อน ก่อนประเทศไทย เขากําลังจะดําเนินการเพื่อได้รับการยอมรับ อันนี้ประเทศจีนก็เช่นเดียวกันกับประเทศไทย เพราะฉะนั้นเราก็จะเปึนสมาชิกร่วมกันกับ ประเทศจีนนั่นนะครับ แล้วสําหรับการเตรียมการของแล็บที่จะเข้าสู่จีแอลพีนี้ ผมก็ขอเรียนว่ากระทรวงอุตสาหกรรมได้ดําเนินการและการพัฒนาเรื่องแล็บที่จะเข้าสู่ มาตรฐานของจีแอลพีโดยความร่วมมือจากอียู อันนี้เราได้ขับเคลื่อนหลังจากที่เรามาเปึน รัฐบาลเวชชาชีวะ ณ ขณะนี้ ก็ขอเรียนว่ากระทรวงอุตสาหกรรมเราไปเคาะประตูบ้าน เราไปทํางานเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ก็ขอขอบคุณ ตอบเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ