มณเฑียร บุญตัน หารือเรื่องการเจรจาระหว่างไทย-ลาว โดยมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการระบุสายการบินในบันทึกความเข้าใจ และขอให้รัฐมนตรีกรุณาชี้แจงต่อรัฐสภา นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความพร้อมของท่าอากาศยานและมาตรฐานการให้บริการในสนามบินด้วย
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหาภาคอื่น ในฐานะสมาชิก รัฐสภาครับ ท่านประธานที่เคารพครับ โดยหลักการแล้วผมคิดว่าการทํา ความตกลงหรือบันทึกความเข้าใจในลักษณะนี้มีประโยชน์ต่อประเทศไทย แล้วก็มี ความเชื่อมั่นว่ากระบวนการกลไกในการเจรจาโดยมีหน่วยงานที่รับผิดชอบได้เตรียมการ มานั้นน่าจะคํานึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติเปึนสําคัญ เพราะฉะนั้น โดยหลักการกระผมไม่ได้เห็นปัญหาที่จะให้การสนับสนุน แต่ก็อยากจะขอตั้งข้อสังเกต บางประการว่ามีสิ่งที่จําเปึนจะต้องได้รับกับคําตอบเพื่อความแน่ใจ มั่นใจแล้วก็ปราศจาก ซึ่งข้อสงสัยว่ามีอะไรที่ไม่เกิดประโยชน์หรือเปล่า
ประการแรก ผมมีความสงสัยในลักษณะเดียวกับที่เพื่อน ๆ ส.ว. หลายท่านได้พูดถึงนะครับ กรณีที่เปึนบันทึกความเข้าใจระหว่างราชอาณาจักรไทยและ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในส่วนที่มีการระบุสายการบินที่เปึนสายการบิน ต้นทุนต่ํานั้นมีการจําเพาะ มีการระบุไปอย่างเจาะจงถึงสายการบินบางสายการบิน ซึ่งกระผมไม่แน่ใจว่าเปึนเพราะเหตุใด แม้ว่าจะได้มีการเป่ดช่องเอาไว้ว่าสามารถที่จะ เพิ่มเติมได้ก็ตาม กระผมไม่แน่ใจว่าเพราะเหตุใดจึงได้มีการเลือกสายการบินเฉพาะ สายการบิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายการบินที่ยังมีปัญหาในข้อกฎหมายขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่ จริง ๆ แล้วเรายังมีสายการบินในลักษณะเดียวกันที่รัฐบาลเองก็มีความผูกพันเปึนผู้ถือหุ้นอยู่ เพราะฉะนั้นก็อยากจะขอให้ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาชี้แจงต่อรัฐสภาแห่งนี้ด้วยนะครับ
ประการที่สอง ผมคิดว่ากรณีของประเทศตุรกีและประเทศเติร์กเมนิสถานนั้น มีความแตกต่างจากกรณีของประเทศลาวตรงที่ว่าทั้ง ๒ ประเทศนี้ เราไม่ได้มีการบิน โดยสายการบินแห่งชาติของเราไปตรง เพราะฉะนั้นผมก็ยังไม่แน่ใจว่ากรณี ทั้ง ๒ ประเทศนั้นเราจะมีหนทางใดที่จะให้แน่ใจได้ว่าเราสามารถที่จะให้สายการบิน แห่งชาติ เช่นสายการบินไทยสามารถที่จะบินตรงได้ แล้วก็จะได้รับประโยชน์จากการที่ อาจจะมีการขนผู้โดยสารทั้งจากนักท่องเที่ยวที่จะมาจากประเทศเหล่านี้หรือนักท่องเที่ยว ไทยที่จะไปก็แล้วแต่นะครับ
ประการต่อมา ผมรู้สึกว่าการที่เราจะมีความตกลงในการขยายการบินกับ นานาประเทศ ประเทศไทยเราควรจะต้องมีความพร้อมในเรื่องของท่าอากาศยาน ซึ่งกระผมได้เคยเรียนต่อที่ประชุมครับท่านประธานว่า สนามบินสุวรรณภูมินั้นแม้ว่าจะได้ ชื่อว่าเปึนสนามบินขนาดใหญ่ เปึนความภาคภูมิใจในเชิงสัญลักษณ์ต่อพี่น้องประชาชนไทย แล้วก็ได้รับการกล่าวถึงบ่อยก็ตามนะครับ แต่ในเชิงคุณภาพแล้วตั้งแต่สนามบินสุวรรณ ภูมิสร้างเสร็จก็ยังปรากฏว่ามีความขัดข้อง มีความไม่สะดวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริการ สําหรับคนพิการและผู้สูงอายุ ซึ่งท่านทั้งหลายอาจจะมองว่าเปึนกลุ่มเปัาหมาย ที่ไม่ได้มีความสลักสําคัญอะไรนะครับ แต่ผมขอเรียนว่าสังคมที่กําลังจะก้าวไปสู่สังคม สูงอายุนั้น นักท่องเที่ยวที่มีกําลังซื้อสูงและมีแนวโน้มที่จะมาเที่ยวเมืองไทย ไม่ว่าจะเปึน จากยุโรป จากอเมริกา หรือจากประเทศญี่ปุ์น ประเทศออสเตรเลียก็ตาม มีแนวโน้มว่า มีมากกว่า ๑ สายการบินที่เลือกปฏิบัติ หรือปฏิเสธการให้บริการแก่ผู้โดยสารที่เปึน คนพิการหรือผู้สูงอายุ หรือมีการคิดค่าบริการแพงเปึนพิเศษ มีสายการบินหนึ่งถ้าผู้ขอรับ บริการจะต้องใช้รถเข็นหรือวีลแชร์ (Wheelchair) เขาจะคิดราคาเพิ่ม ในขณะที่ถ้าเปึนการ ใช้บริการปกติก็อาจจะใช้ราคาเดียวกับบุคคลทั่วไป โดยที่สายการบินแห่งนั้น ให้เหตุผลว่าเปึนเพราะท่าอากาศยานคิดค่าบริการวีลแชร์ ซึ่งผมเองก็ไม่อยากจะไปเหมา ว่าเปึนความผิดของบริษัทการบินแห่งนั้น แต่อย่างน้อยที่สุดเมื่อมันเปึนหน้าตา ของประเทศชาติ เมื่อมันเปึนการที่จะให้หลักประกันในมาตรฐานการให้บริการของ สายการบินซึ่งได้ชื่อว่าเปึนสายการบินในประเทศไทย รัฐบาลจะต้องมีมาตรการชัดเจนว่า บริการใดที่เปึนบริการพื้นฐานซึ่งไม่ควรที่จะผลักภาระไปให้ผู้โดยสาร นั่นหมายความว่า ผู้โดยสารไม่ควรจะต้องมาแบกภาระในการจ่ายค่าบริการเพิ่มเติม อันนี้ขนาดเปึนคนไทย ด้วยกันนะครับ ถ้าเปึนชาวต่างชาติซึ่งจะต้องได้รับภาระที่สายการบินโยนมาให้นี่ โดยอ้างว่าเปึนการคิดค่าบริการจากท่าอากาศยาน เขาจะเสียความรู้สึกต่อการมาใช้ บริการในประเทศไทยขนาดไหน ฉะนั้นผมคิดว่าก่อนที่เราจะไปขยายการบินกับ ต่างประเทศขอให้เราได้คํานึงถึงเรื่องบริการของท่าอากาศยาน ซึ่งแน่นอนการเป่ด หรือขยายบริการทางการบินกับประเทศเพื่อนบ้านนั้นเปึนสิ่งที่ดีครับ แต่ถ้ามาตรฐาน ในการให้บริการของท่าอากาศยานไม่ดีหรือมาตรฐานของสายการบิน ไม่ว่าท่านจะอ้างว่า เปึนสายการบินสัญชาติไทย หรือเปึนสายการบินต้นทุนต่ําที่อยู่ในความดูแลของรัฐบาล อย่างไรก็แล้วแต่ เมื่อมาตรฐานไม่ดี ไม่ประทับใจ ผมมีเพื่อนคนหนึ่งซึ่งเปึนอดีตข้าราชการ ระดับสูง ในสมัยอดีตประธานาธิบดีคลินตันเคยมาประเทศไทย แล้วก็ประสงค์ที่จะใช้ บริการสายการบินต้นทุนต่ําจากประเทศไทยไปประเทศเพื่อนบ้าน ปรากฏว่าซื้อตั๋ว เรียบร้อยแล้วครับท่านประธาน พอไปถึงสนามบินท่านนั้นได้รับการปฏิเสธซึ่งหน้าเลยว่า สายการบินของท่านไม่มีนโยบายที่จะให้บริการแก่คนพิการ ท่านผู้นี้อดีตเปึนถึงผู้ว่าการ สํานักบริการฟุ๋นฟูสมรรถภาพคนพิการ ในสมัยท่านคลินตัน ชื่อเสียงของประเทศไทย ก็ย่ําแย่ลงไป อันนี้ผมคิดว่าถ้าเราจะเอาสายการบินเหล่านี้ไปผนวกรวมกับข้อตกลง หรือบันทึกความเข้าใจใด ๆ นอกจากจะต้องตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมาย นอกจาก จะต้องตรวจสอบถึงมาตรฐานการให้บริการ นอกจากต้องตรวจสอบว่าบริษัทเหล่านี้ ไม่ผลักภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้โดยสารแล้วยังจะต้องตรวจสอบถึงพฤติกรรมพฤติการณ์ ในการเลือกปฏิบัติ ในการปฏิเสธผู้โดยสารของบริษัทเหล่านี้ด้วย หาไม่เช่นนั้นแล้วก็จะนํา ความเสื่อมเสียทั้งเรื่องของเกียรติยศ ชื่อเสียง แล้วก็รายได้ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ต่าง ๆ นานามาสู่ประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผมไม่มีปัญหาหากเราจะต้องให้ ความเห็นชอบ แต่อย่างน้อยที่สุดขอทราบคําอธิบายจากท่านรัฐมนตรี จากรัฐบาลว่าท่าน จะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร ท่านจะให้ความเชื่อมั่นเหล่านี้อย่างไร และท่านมีแผนการ อย่างใดที่จะต้องแก้ไขปัญหาความบกพร่องที่เกิดขึ้นแล้วนี่ให้เปึนที่พอใจของผู้โดยสาร ให้เปึนที่พอใจของพี่น้องประชาชนได้ครับ ขอบพระคุณมากครับ