รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

รสนา โตสิตระกูล หารือเรื่องการบินไทยแอร์เอเชียที่ถูกตีความว่าไม่ถือว่าเป็นบริษัทไทยเนื่องจากถือหุ้นโดยบริษัทต่างชาติ

นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณ ท่านประธานค่ะ ดิฉัน รสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา คือดิฉันเองเพิ่งเห็นเอกสารซึ่งทางคณะรัฐมนตรีได้ยื่นเพื่อให้ทางสภาได้พิจารณากรอบ บันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาวเกี่ยวกับเรื่องของการบิน ซึ่งดิฉันเองสงสัยว่าประเด็นที่ท่าน เสนอในวันนี้ ประเด็นหลักคือเรื่องของคณะผู้แทนไทยได้แจ้งแต่งตั้งบริษัท ไทยแอร์เอเชีย เปึนสายการบินที่กําหนดเพิ่มเติมเพียงเท่านั้นหรือเปล่า เพราะว่าในเอกสารนี้ไม่ได้ปรากฏ ในเอกสารที่แจกในวันนี้ แต่เปึนเอกสารที่ได้แจกให้กับคณะกรรมาธิการกิจการวุฒิสภา ซึ่งดิฉันเองได้รับจากกรรมาธิการว่าการอนุมัติกรอบในวันนี้เปึนเรื่องของกรณี การแต่งตั้งบริษัท ไทยแอร์เอเชียเปึนสายการบินที่กําหนดเพิ่มเติมเปึนการเฉพาะ ซึ่งถ้าหากว่าเปึนเช่นนั้นจริง ดิฉันคิดว่ากรณีเรื่องของไทยแอร์เอเชียนั้นเปึนประวัติศาสตร์ ที่ยาวนานนะคะ เพราะว่าในกรณีเรื่องของไทยแอร์เอเชียนั้นจนบัดนี้ยังไม่มีความชัดเจน ว่าได้ดําเนินการตามกฎหมายได้มีการตรวจสอบว่าเปึนบริษัทการบินที่เปึนของไทยหรือไม่ เนื่องจากว่าตั้งแต่วันที่ ๒๓ มกราคม ป้ ๒๕๔๙ ซึ่งบริษัทไทยแอร์เอเชียในช่วงต้นนั้น ถือหุ้นโดยคนไทยมากกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีบริษัทในส่วนของทาง ประเทศมาเลเซียถือหุ้นอยู่ประมาณสามสิบเปอร์เซ็นต์ แต่หลังจากนั้นในเวลาต่อมา ในป้ ๒๕๔๖ ปรากฏว่าไทยแอร์เอเชียนั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนของผู้ถือหุ้น โดยที่บริษัทของชินคอร์ปอเรชั่นได้มาถือหุ้น ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีคนไทยอีก ๑ คนถือหุ้น ๑ เปอร์เซ็นต์ในขณะที่การบินของประเทศมาเลเซียนั้นถือหุ้น ๔๙ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอันที่จริงมีการตีความไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าในกรณีนี้ต้องถือว่าบริษัท ไทยแอร์เอเชียนั้นไม่ ถือเปึนบริษัทไทยเนื่องจากว่าในกรณีของบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่นนั้นเปึนบริษัทที่อยู่ ในตลาดหลักทรัพย์ และบริษัทในตลาดหลักทรัพย์นั้นแม้มาถือหุ้น ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ในไทยแอร์เอเชีย ต้องถือว่ามีคนไทยไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าหากว่าเปึนเช่นนั้นจริง ต้องถือว่าไทยแอร์เอเชียนั้นไม่ได้มีสัญชาติไทย ซึ่งถ้าหากว่าเปึนบริษัทที่ไม่มีสัญชาติไทย แล้วตามกฎหมาย ปว. ๕๘ ซึ่งคือประกาศคณะปฏิวัติ ในข้อ ๓ จะกําหนดเอาไว้ชัดเจนว่า กิจการเรื่องการเดินอากาศนั้นเปึนกิจการว่าด้วยสาธารณูปโภคพื้นฐานซึ่งจําเปึนจะต้อง ได้รับอนุญาตหรือได้รับสัมปทานจากคณะรัฐมนตรี ทีนี้ถ้าเราไปดูในเรื่องของ พระราชบัญญัติการเดินอากาศ มีกําหนดเอาไว้ชัดเจนว่า ในมาตรา ๓๑ นั้น ผู้ที่จะขอ จดทะเบียนอากาศยานจะต้องเปึนบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ต้องมีสัญชาติไทย ซึ่งกรณีนี้เปึนสิ่งที่จะต้องหาความจริงมาว่าไทยแอร์เอเชียซึ่งแม้ยังไม่ได้ขายหุ้นให้ เทมาเสก บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่นยังไม่ขายหุ้นให้เทมาเสกนั้นก็อาจจะไม่ใช่บริษัท ที่เข้าข่ายคําจํากัดความว่าเปึนนิติบุคคลที่มีสัญชาติไทย เนื่องจากว่า บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่นเปึนบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ และในตลาด หลักทรัพย์นั้นในมาตรา ๓๑ ของพระราชบัญญัติเดินอากาศกําหนดเอาไว้ชัดเจนว่า ผู้ซึ่ง ขอจดทะเบียนอากาศยานจะต้องเปึนบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่มีสัญชาติไทย แล้วก็ ระบุเอาไว้ใน (๓) ว่า ในกรณีที่เปึนบริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทนั้นต้องไม่มี หุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือ กรรมการส่วนมากต้องมีสัญชาติไทยและมีหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๑ ของหุ้นทั้งหมด จะต้องเปึนบุคคลในประเภทดังต่อไปนี้ (ก) เปึนบุคคลธรรมดาที่มี สัญชาติไทย (ข) กระทรวง ทบวง กรม ในรัฐบาล (ค) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด ซึ่งกระทรวง ทบวง กรมในรัฐบาลถือหุ้นอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๑ ของหุ้นทั้งหมด หรือบริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัดซึ่งบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยถือหุ้นอยู่ไม่น้อย กว่า ๕๑ เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด เพราะฉะนั้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่นนั้นอาจจะไม่ได้มี คุณสมบัติดังที่กล่าวมาข้างต้น เพราะฉะนั้นน่าจะถือว่าไทยแอร์เอเชียตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ เปึนต้นมานั้นอาจจะดําเนินการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่เวลานี้คือในช่วง ป้ ๒๕๔๙ เมื่อบริษัทไทยแอร์เอเชียนั้นถือหุ้นโดยบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่นและได้ขายหุ้น ให้กับเทมาเสก ก็จึงเปึนปัญหากันขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งว่าเปึนบริษัทที่มีสัญชาติไทยหรือไม่ กลายเปึนบริษัทที่เปึนสัญชาติต่างชาติทั้งหมด ๙๙ เปอร์เซ็นต์ อันนี้จะต้องถูกเพิกถอน ตามกฎหมาย แต่ปรากฏว่าก็มีการพยายามตีความว่ามีบริษัท ไทยเอวิเอชั่น เข้ามาซื้อหุ้น แทนในจํานวน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แทนบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น แต่ถ้าหากว่ากระบวนการ ที่ผ่านมาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ นั้นบริษัท ไทยแอร์เอเชียนั้นขาดคุณสมบัติ ไปแล้วตั้งแต่ตอนนั้น ซึ่งถ้าหากขาดคุณสมบัติตั้งแต่ตอนนั้นแล้วก็ไม่สามารถที่จะ บินได้ตามมาตรา ๓๒ ของพระราชบัญญัติการเดินอากาศว่าเมื่อเจ้าของหรือ ผู้มีสิทธิครอบครองนั้นขาดคุณสมบัติจะต้องส่งคืนใบสําคัญการจดทะเบียนแก่ พนักงานเจ้าหน้าที่โดยไม่ชักช้า ถ้าหากว่าไม่ได้มีการส่งคืนก็จะมีความผิดตามมาตรา ๖๘ ในพระราชบัญญัติเดินอากาศ คือจะต้องถูกจําคุก ๑ ป้ ปรับไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท แล้วใน กรณีเดียวกันถ้าหากอากาศยานนั้นยังบินข้ามประเทศโดยที่ไม่ได้ยุติการบินนั้นก็จะต้อง ระวางโทษจําคุกไม่เกิน ๕ ป้ ปรับไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาทหรือทั้งจําทั้งปรับ เพราะฉะนั้น ในกรณีของบริษัท ไทยแอร์เอเชียนั้นถึงแม้ว่าในภายหลังจะมีการพยายามเปลี่ยนสัดส่วน ถึงแม้ว่าเวลานี้จะไม่มีการตรวจสอบต่อ แล้วก็ทําเหมือนกับว่าเปึนเรื่องที่ผ่านแล้ว ผ่านเลยไป แต่ดิฉันคิดว่าถ้าหากว่าบริษัท ไทยแอร์เอเชีย จํากัด นั้นกระทําผิดกฎหมาย ตั้งแต่เริ่มต้น ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นให้เปึนคนไทยก็ตาม แต่ว่ามันก็ผิดมา ตั้งแต่ต้นแล้ว หมดคุณสมบัติมาตั้งแต่ต้น เพราะว่าในกฎหมายระบุเอาไว้ชัดเจนว่า ถ้าหากว่าบริษัทที่ขอจดทะเบียนอากาศยานนั้นไม่ได้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๓๑ ของพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ ก็ต้องถือว่าหมดสภาพอันนั้นไป ต้องมี การเพิกถอน แต่ปรากฏว่าที่ผ่านมาบริษัท ไทยแอร์เอเชีย จํากัด นั้นไม่เคยถูกเพิกถอน เปึนลักษณะของการแก้ไขจดทะเบียนใหม่ ซึ่งดิฉันเข้าใจว่าน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงอยากขอให้ทางรัฐมนตรีตรวจสอบเรื่องนี้ แล้วก็ขอให้ชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภาด้วย หรือมิฉะนั้นก็ต้องถอนชื่อของไทยแอร์เอเชียออกไป ถ้าหากท่านไม่ถอนดิฉันเองคิดว่าเรา ไม่สามารถที่จะรับหลักการในเรื่องบันทึกข้อตกลงในหัวข้อนี้ได้ ซึ่งเราอาจจะไม่รับเลย แต่ถ้าท่านถอนไทยแอร์เอเชียออกไปอันนี้จะสามารถพิจารณาได้ และถ้าหากว่าท่านยัง ยืนยันที่จะคงไทยแอร์เอเชียเอาไว้ ดิฉันก็ขอเรียนให้ท่านทราบว่าทางกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาลจะหยิบเรื่องนี้มาตรวจสอบใหม่อีกครั้ง หนึ่งหลังจากที่กรณีนี้มันเกิดเรื่องมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ ที่เปึนเรื่องราวขึ้นมา แต่ปรากฏว่า หลังจากป้ ๒๕๔๙ จนถึงป้ ๒๕๕๓ แล้วความคืบหน้าในทางกฎหมายนี้ไม่มีนะคะ แล้วก็มี การสอดไส้เข้ามา ซึ่งดูเสมือนว่าทําไมเราจึงจะต้องทําการตกลงในเรื่องนี้ โดยเอาบริษัท ซึ่งยังมีประวัติที่ถูกสงสัยว่ามีสัญชาติไทย เปึนนิติบุคคลสัญชาติไทยหรือไม่เข้ามา ในบันทึกข้อตกลงอันนี้ ซึ่งดิฉันเองก็อยากจะขอให้ท่านรัฐมนตรีโปรดชี้แจงคําถามที่ดิฉัน จะถามไปด้วย ไม่ใช่เปึนเพียงแต่ว่าเราพูดกันไปแล้วท่านก็เงียบอย่างเดียว แล้วถ้า ท่านเงียบเราก็โหวตไม่ลงมติอันนี้ จะโหวตคว่ํามติอันนี้นะคะ ขอบคุณค่ะ