รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๓

สุนัย จุลพงศธร หารือเรื่องการที่รัฐมนตรีคนหนุ่มมีความมุ่งมั่นแก้ไขระบบศุลกากร โดยนำเสนอประเด็นสำคัญที่ต้องการท่านประธานสภาประกอบพิจารณา เช่น การปฏิรูประบบศุลกากร ผลกระทบต่อโครงสร้างของรัฐ การควบคุมสินค้าและการเก็บภาษี และภาษีน้ำมัน และภาษีสรรพากร และวิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการของรัฐบาล

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ส.ส. สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัด นครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ในนามสมาชิกรัฐสภาในวันนี้ ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมการทํางาน และเจตนาดีของท่านรัฐมนตรีอย่างมากนะครับ เปึนรัฐมนตรีคนหนุ่มที่มีความมุ่งมั่นที่จะ แก้ไขระบบศุลกากร แต่ก่อนที่จะได้ผ่านกระบวนการลงมติในวันนี้นั้น กระผมขออนุญาต ที่จะนําเสนอประเด็นฝากท่านเพื่อไปประกอบ

ท่านครับ ว่าจริง ๆ แล้วอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยพิธีการศุลกากร ที่เรียบง่ายและสอดคล้องกันนี้ ถ้ามองเพียงแค่เนื้อหายังไม่รอบด้าน จําเปึนจะต้องมอง ในเรื่องโครงสร้างของรัฐด้วย การปฏิรูปตรงนี้นั่นหมายความว่าย่อมมีผลกระทบต่อโครงสร้าง ของรัฐ ผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานยกตัวอย่างเพื่อให้ท่านรัฐมนตรีประดิษฐ์ ได้ศึกษาสักนิดหนึ่งในฐานะคนที่บ้านอยู่ใกล้กันระหว่างจังหวัดพิจิตรกับจังหวัดนครสวรรค์ แต่ท่านจะได้อ่านหนังสือประวัติศาสตร์บ้างหรือเปล่าไม่ทราบครับ การเปลี่ยนโครงสร้าง การเปลี่ยนกระบวนการทางศุลกากรนี้เปึนเรื่องดีมากครับ ทําให้การค้าคล่องตัว แต่มันจะ กระทบถึงโครงสร้างของรัฐ เพราะขณะนี้โครงสร้างของรัฐเรานั้นมีภาวการณ์เผด็จการ ในระดับหนึ่งทีเดียว ด้วยเหตุนี้ครับ ยกตัวอย่างว่าถ้าท่านจะทําให้กระบวนการตรงนี้ง่ายเข้า เรียบง่ายเข้าสะดวก มันต้องใช้ระบบ อิเล็กทรอนิกส์ถูกไหม แต่พอระบบอิเล็กทรอนิกส์นี้พอเป่ดมาก ๆ เข้ามันคุมไม่ได้แล้วนะครับ มันจะต้องมากับกระบวนการเสรีของอิเล็กทรอนิกส์ด้วย แต่วันนี้รัฐบาลเพื่อความมั่นคง รัฐบาลยังไปป่ดเว็บ (Web) เขาตั้งเยอะแยะนี่ครับ ผมกลัวว่าวันที่ท่านเป่ดอย่างนี้แล้วแต่ โครงสร้างอํานาจรัฐของเรายังเปึนเรื่องความมั่นคงสูง พอวัน ๆ หนึ่งอยากจะปราบประชาชน อยากจะปราบความคิดของฝ์ายตรงข้ามป่ดโทรทัศน์ ป่ดอินเทอร์เน็ตต่าง ๆ ก็ไปคุมสถานีดาวเทียม มันจะกระทบถึงกันหรือเปล่า อันนี้เรื่องใหญ่นะครับ ดังนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนท่านว่า ประเทศไทยเคยมีการเปลี่ยนแปลงระบบศุลกากรครั้งใหญ่ที่สุดเมื่อป้ ๒๓๙๘ เมื่อครั้ง รัชกาลที่ ๔ ตอนนั้นสถานการณ์ของโลกเปึนคล้าย ๆ อย่างนี้ละครับ ๑๐๐ กว่าป้ แต่วันนั้น ของประเทศไทยยังอยู่ในระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์อยู่ การค้าขายทั้งระบบดําเนินการ ผูกขาดโดยพระคลังสินค้า ฝรั่งทําการปฏิวัติอุตสาหกรรมแล้วอยากจะนําสินค้ามาขาย ประเทศไทยก็ขายโดยตรงต่อประชาชนไม่ได้เพราะต้องผ่านพระคลังสินค้า ในขณะเดียวกัน ฝรั่งอยากจะซื้อข้าวของเราไปเลี้ยงที่ฮ่องกง ไปเลี้ยงอาณานิคม ก็ซื้อไม่ได้ ต้องผ่านพระคลังสินค้า ถามว่าขณะนั้นผิดไหมครับระบบผูกขาดเช่นนี้ ไม่ผิดหรอกครับ แต่เปึนระบบที่ล้าหลัง แต่ก็เปึนระบบพระคลังสินค้า เปึนกระบวนการหล่อเลี้ยงรัฐเนื่องจากว่าระบบภาษียังไม่มี สมัยรัชกาลที่ ๔ ยังไม่มีประมวลรัษฎากร ยังไม่มีการเก็บภาษี ดังนั้นพระคลังสินค้าจึงเปึน กลไกผูกขาดที่ราชสํานักจะเอาเงินตรงนี้ไปเลี้ยงกระบวนการบริหารของรัฐ เพราะสมัยนั้น ไม่มีสภา ปรากฏว่าฝรั่งก็เข้ามาเจรจาหลายรอบในที่สุด เซอร์ จอห์น เบาว์ริง ก็เข้ามาเจรจา พอเจรจาเสร็จเลยต้องเป่ดระบบการค้าใหม่ทําให้ยกเลิกพระคลังสินค้า ฝรั่งสามารถซื้อข้าวเปลือก โดยตรงนะครับ ซื้อข้าวสารโดยตรงจากประชาชน สามารถจะขายสินค้าอุตสาหกรรมจาก ประเทศอังกฤษ จากประเทศฝรั่งเศส เข้ามาหาประชาชนได้โดยตรง ปรากฏว่าในรัชกาลที่ ๔ เก็บ ไม่มีรายได้เลยครับ พอไม่มีรายได้จึงเกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างระบบภาษีขึ้น เห็นไหม อันนี้อันที่ ๑ ท่านครับ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างระบบภาษีตรงนี้เองมันจะกระทบ ต่อโครงสร้างเดิมของเรา ท่านคิดหรือเปล่า ผมยกตัวอย่างอีกเรื่องหนึ่งตามเอกสารหนังสือ นางแอนนากับพระเจ้ากรุงสยาม ระบบศุลกากรตอนนั้นยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ในหนังสือ ได้บรรยายชัดเจนว่าเช้ามืดนางแอนนาได้เดินทางมาจากประเทศสิงคโปร์เพื่อจะเข้ามา เปึนครูในราชสํานัก เห็นศุลกากรนุ่งโจงกระเบนใส่สีกรมท่าไม่ใส่เสื้อ นายท่านั่งเอียงข้าง หนุนหมอนขวานอยู่เคี้ยวหมากหยับ ๆ กุลีหาบสินค้าขึ้นมานายท่าพอใจสินค้าไหนก็หยิบ ฉกฉวยเอาเฉย ๆ ครับ นี่คือโครงสร้าง เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง พอ เซอร์ จอห์น เบาว์ริง เข้ามาทําสนธิสัญญา เซอร์ จอห์น เบาว์ริง เมื่อป้ ๒๓๙๘ โครงสร้างเปลี่ยนหมดเลยครับ จึงเกิดพัฒนาการทางการค้าของไทยอย่างมาก ท่านครับ ตรงนี้ถ้าท่านทําได้แล้วผมจะ เห็นด้วยกับท่านนะครับ แต่ผมห่วงว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของบ้านเมืองนี้ ซึ่งขณะนี้ฝ์ายความมั่นคงที่มีทหารเปึนกําลังหลักมองปัญหาเหมือนท่านหรือเปล่า

ปัญหาอันแรก ปัญหาเรื่องความมั่นคง เรื่องระบบการสื่อสาร นั่นหมายความว่า ท่านจะต้องมีหลักประกันต่อต่างประเทศเขานะครับว่าถ้าจะให้อนุมัติตามอนุสัญญานี้ ระบบการสื่อสารของท่านต้องเสรี ไม่ใช่พอไปป่ดสัญญาณดาวเทียมสถานีโทรทัศน์นั้น ป่ดอินเทอร์เน็ตอีก ๑๐,๐๐๐ กว่าอินเทอร์เน็ต เพราะท่านเชื่อมั่นว่าอินเทอร์เน็ตเหล่านั้น เปึนภัยต่อความมั่นคงของรัฐ มันก็ไปกระทบต่อโครงสร้างระบบออนไลน์ ปรากฏว่าระหว่างนี้ (Online) หรือเปล่า อันนี้เปึนเรื่องใหญ่ ถ้าเกิดต่างประเทศเข้ามาค้าขายกับเรา ค้าขายขณะที่บ้านเมืองกําลังปกติออนไลน์ได้ครับ แต่พอเกิดมีประชาชนชุมนุม มีการเผยแพร่ทางโทรทัศน์ มีการเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต ท่านไปป่ดเขาไปกระทบถึงจะทําอย่างไร นี่ประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ท่านครับ ณ วันนี้การศุลกากรถ้าสะดวกมากขึ้น มันมีปัญหา เรื่องเงินภาษีเข้ารัฐ วันนี้โลกทั้งโลกกําลังพัฒนาไปสู่กระบวนการเสรีทางการค้า อย่างอาเซียน ๑๐ ประเทศ ท่านประธานครับ ๑๐ ประเทศวันนี้ภาษี ๒๐๐ กว่ารายการเปึน ๐ แล้วครับ แต่มีเงื่อนไขสําคัญก็คือว่าสินค้าไทยส่งไปมาเลเซีย มาเลเซียส่งมาไทย เวียดนามส่งมาไทยเปึน ๐ เปอร์เซ็นต์ในสินค้า ๒๐๐ รายการ แต่มีเงื่อนไขว่าการผลิตที่เวียดนาม การผลิตที่ฟ่ลิปป่นส์ ต้องมี โลคอล คอนเทนท์ (Local content) หรือมีส่วนประกอบของสินค้าตัวนั้นกี่เปอร์เซ็นต์ ๆ จะคุมกัน ถ้ามีกระบวนการอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยพิธีการศุลกากรที่เรียบง่าย และสอดคล้องกันนี้จะเข้าไปควบคุมเรื่องโลคอล คอนเทนท์ รัฐเข้าได้อย่างไรบ้าง ท่านประดิษฐ์ครับ ท่านประธานครับ จะควบคุมได้อย่างไร ถ้าควบคุมไม่ได้ ปรากฏว่าประเทศเพื่อนบ้านเรา ก็ส่งสินค้า แท้จริงเปึนนายหน้าของประเทศภาคีนี้ เอาโลคอล คอนเทนท์เข้ามา แล้วแปลง สัญชาติไปเปึนประเทศเพื่อนบ้านแล้วขายสินค้าเรา อย่างนี้จะทําอย่างไร เห็นไหมครับ ดังนั้นประเด็นนี้จะต้องเกี่ยวกับเรื่องจะจัดระบบการเก็บภาษี ๐ เปอร์เซ็นต์ของฟรีเทรด แอเรีย (Free trade area) โดยปัองกันการลักลอบเรื่องโลคอล คอนเทนท์ได้อย่างไรครับ

ประการที่ ๓ ท่านครับ ถ้าเราไม่สามารถปัองกันตรงนี้ได้จะเกิดปัญหาอย่างยิ่ง เพราะวันนี้โครงสร้างสมัยใหม่ของรัฐนั้นภาษีหลัก ๆ ที่เก็บได้ไม่ใช่ภาษีนําเข้า ส่งออกแล้ว ภาษีหลัก ๆ ขณะนี้คือภาษีแวต ภาษีผู้บริโภคหรือภาษีน้ํามัน แต่ประเทศไทยนั้น เราเองยังพึ่งพาภาษีนําเข้าส่งออกซึ่งน้อยลงทุกทีแล้ว แล้วจึงต้องหันมาเก็บภาษีแวต กับภาษีน้ํามัน ดังนั้นพี่น้องประชาชนจะเห็นได้ว่าการเก็บภาษี ๒ ตัวนี้เปึนกอบเปึนกําที่สุด ที่รัฐจะได้เงินมาบริหารรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลนี้ซึ่งไม่มีความสามารถในทางการค้า เท่าไร ดําเนินการจนกระทั่งปัญหาค่าเงินแข็งอย่างไม่เปึนจริง ด้วยเหตุนี้เองผมจึงเปึนห่วงว่า รายได้หลักของรัฐวันนี้มีแต่ภาษีน้ํามันลิตรละ ๑๐ กว่าบาท เราจึงได้พบความเปึนจริงว่า แม้ว่าราคาน้ํามันดิบในตลาดโลกตกลงแล้ว ตั้งแต่สมัยนายสมัคร สุนทรเวช ๑๐๐ กว่าเหรียญ เดี๋ยวนี้ ๗๐ เหรียญ ๘๐ เหรียญโดยประมาณ แต่ราคาน้ํามันยังสูงเท่า ๆ กับนายสมัคร เปึนนายกรัฐมนตรีอยู่ ยังสูงเท่า ๆ กับท่านทักษิณเปึนนายกรัฐมนตรีอยู่ ทั้ง ๆ ที่ราคาน้ํามันดิบ ในสมัยนั้นสูงกว่าปัจจุบันไม่รู้เท่าไร ด้วยเหตุนี้คือการเก็บภาษีน้ํามันเพราะรัฐไม่มีรายได้ อย่างอื่น เมื่อไม่มีรายได้อย่างอื่นจึงไปจกเอาเงินจากน้ํามันเปึนหลัก ท่านนายกรัฐมนตรี ได้เคยพูดไว้ว่า ๙๙ วันทําได้ก่อนที่จะเปึนนายกรัฐมนตรี บอกว่าถ้าผมเปึนนายกรัฐมนตรีเมื่อไร จะไม่เก็บภาษีน้ํามัน ๒ บาทที่จะต้องเข้ากองทุน แต่แล้วเอาเข้าจริง ๆ ก็ทําไม่ได้ ผมก็ เห็นใจนายกรัฐมนตรีไม่ใช่ไม่เห็นใจ เพราะท่านอยากเปึนนายกรัฐมนตรีมากเหลือเกิน เมื่อเข้ามาแล้วก็ไม่มีฝ้มือ เมื่อไม่มีฝ้มือในทางการค้าระหว่างประเทศก็ต้องมาจกจากภาษี น้ํามัน ด้วยเหตุนี้เองราคาน้ํามันดิบถูกลงเท่าไร แต่ราคาน้ํามันหน้าปัูมยังขายแพงเท่าเดิม มันก็ไปซ้ําเติมความลําบากยากเข็ญแก่ประชาชนสิ อีกอันหนึ่งคือภาษีแวต วันนี้ว่ากัน จริง ๆ มีข่าวลือมาหลายรอบแล้วในการประชุมภายใน ครม. ของท่านว่าจะเพิ่มภาษีแวตจาก ๗ เปอร์เซ็นต์เปึน ๑๐ เปอร์เซ็นต์แน่นอน แต่ว่านักการเมืองอย่างพรรคแกนนําหลักรัฐบาลนั้น ท่านใช้คะแนนเสียงเปึนสําคัญ ท่านก็วิตกกังวลสิครับ เมื่อวิตกกังวลก็ยังไม่กล้าขึ้นภาษีแวต ทั้ง ๆ ที่วันนี้รายได้อย่างอื่นไม่มีแล้วครับ ด้วยเหตุนี้เอง อบต. อบจ. ทั้งหลายจึงเกิดปัญหา เนื่องจากภาษีต่าง ๆ เก็บไม่เข้าเปัา เมื่อเก็บไม่เข้าเปัาก็กระทบกระเทือนต่อการพัฒนา คุณภาพชีวิตของประชาชนในชนบท ผมเปึนห่วงตรงนี้ว่าถ้ามีการอนุมัติอนุสัญญานี้ ไปแล้วท่านจะดูแลเรื่องระบบภาษีนําเข้าส่งออกอย่างไรครับ เพราะแน่นอนว่าระบบภาษี นําเข้าส่งออกตามกระบวนการของอนุสัญญานี้ที่ทําอย่างเรียบง่ายและสอดคล้อง มันจะ จัดเก็บยากมาก เพราะมันจะเข้ากระบวนการอย่างรวดเร็ว ทุกวันนี้ที่เราสามารถจัดเก็บได้ เพราะว่าอะไรครับ พอรัฐบาลไม่มีภาษี เงินไม่พอ ก็สั่งไปที่กรมสรรพากร สั่งไปที่กรมสรรพสามิต ไปดึงที่ร้านนี้ควรจะเพิ่มเท่าไร ร้านอาหารนี้เพิ่มเท่าไร ร้านนี้เพิ่มเท่าไร โดยไม่ได้ใช้กระบวนการ มาตรฐานอย่างที่ท่านรัฐมนตรีบอกและรวมตลอดทั้งสินค้าขาเข้าขาออกก็สั่งเปึนนโยบาย ลงไปว่าต้องเก็บเท่านั้นเท่านี้ ขอให้เงินเข้าเท่านั้นเท่านี้ แต่ถ้าท่านเป่ดเสรีอย่างนี้เมื่อไร ระบบมัน ซิมพลิไฟ (Simplify) หรือว่าระบบที่เรียบง่ายอย่างนี้ขึ้นเมื่อไร การเก็บภาษีขาเข้า นําเข้าส่งออกก็คงจะน้อยลงแน่นอน ย่อมจะต้องกระทบต่อโครงสร้างของระบบการเงินของรัฐ ท่านประธานครับ นี่คือ ๒-๓ ประเด็นที่ฝากไว้ และอีกอันหนึ่งต้องยอมรับความเปึนจริงว่า อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยพิธีการศุลกากรที่เรียบง่ายและสอดคล้องกันนี้ แท้จริงก็คือ เนื้อนาบุญของระบบทุนนิยมโลกนั่นเอง หรือระบบที่เรียกว่าโลกาภิวัตน์หรือโกบอลไลเซชั่น (Globalization) ความเปึนระบบทุนนิยมโลกนี้เองครับ เมื่อท่านเป่ดประตูระบบการค้ามากขึ้น นั่นก็หมายความว่าท่านเริ่มวันนี้เรียกว่าไม่มีอธิปไตยทางเศรษฐกิจแล้ว ประเทศไทยเมื่อผ่าน กระบวนการนี้ไปก็ย่อมมีผลกระทบต่อเรื่องอธิปไตยทางเศรษฐกิจแน่นอน เพราะอํานาจรัฐ ในกระบวนการจัดการจะลดลงอีก เมื่ออํานาจรัฐในการจัดการลดลงอีกย่อมส่งผลกระทบ อย่างรวดเร็วครับ เพราะเท่ากับท่านไม่มีประตูป่ดแล้ว ท่านไม่มีกําแพงปัองกันโจรขโมย ทางเศรษฐกิจแล้ว นั่นหมายความว่าระบบบ้านท่านต้องดี ถ้าระบบไม่ดีผลกระทบจะ เกิดขึ้นเร็วมากเหมือนเรื่องระบบค่าเงิน ดังนั้นถ้าจะมองปัญหานี้เพียงเฉพาะเนื้อหาตรงนี้ ไม่ได้ครับท่านประธาน ต้องมองให้เชื่อมโยงกับระบบทุนนิยมโลกในโครงสร้างใหญ่ ความมั่นคงของเราที่ต้องค้ําประกันระบบโครงสร้างชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ไว้ก่อน ดังนั้นการป่ดอินเทอร์เน็ตก็ดีที่รัฐบาลทําทุกวันนี้ การป่ดเว็บไซต์ การป่ดวิทยุ โทรทัศน์ สัญญาณต่าง ๆ นี้ ท่านก็อ้างเรื่องความมั่นคงทั้งนั้น ผมถึงบอกว่าถ้าเราผ่านอนุสัญญานี้ ให้ท่าน นั่นหมายความว่าเรากําลังกระทบต่อหลักการความมั่นคงอันมีลักษณะเนื้อแท้ ของระบบเผด็จการของรัฐนี้อยู่ รัฐนี้ยังเปึนเผด็จการอยู่นะครับ ท่านประธานครับ ยังเปึนเผด็จการในระบบข่าวสารอยู่ แล้วเหตุนี้เองครับท่านประธานที่ผมอยากจะกราบเรียน ฝากข้อคิดเห็นของท่านรัฐมนตรีไปถึงท่านรัฐมนตรีประดิษฐ์ก็คือว่าในเมื่อโครงสร้าง ยังเปึนเผด็จการอย่างนี้นะครับ เผด็จการข่าวสาร การจํากัดสิทธิเสรีภาพทางความคิดของ ประชาชนนั้น ถ้าท่านเอาระบบนี้เข้ามาเปึนระบบออนไลน์ ระบบการจัดเก็บนั้นมันจะเชื่อมโยง กับระบบความมั่นคงอย่างไร ผมเปึนห่วงความมั่นคงของรัฐที่สุด แม้จะมีเผด็จการมาก ผมก็ ไม่ค่อยว่านายกรัฐมนตรีเท่าไร ยิ่งนายกรัฐมนตรีรู้สึกว่ามีความมั่นคงมากครับ วันนี้ ไปป่ดสัญญาณเขาหมดแล้ว ก็เปึนห่วงว่าท่านรัฐมนตรีประดิษฐ์ท่านกําลังจะทําให้โครงสร้าง อํานาจรัฐแบบโบราณนี้เกิดผลกระทบหรือไม่ ด้วยความเคารพที่สุดครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ