พนิช วิกิตเศรษฐ์ หารือเรื่องความร่วมมือด้านการพัฒนากิจการรถไฟไทย-จีน และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของโครงการใหญ่ ๆ เช่น โครงการรถไฟ เพื่อเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างภาคตะวันออกของประเทศไทย และลดต้นทุนในการขนส่ง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ก่อนอื่น ผมต้องขอแสดงความสนับสนุนแล้วก็ขอแสดงความชื่นชมต่อคณะรัฐบาล โดยเฉพาะ ท่านอดีตรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ และท่านรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ ที่ได้จัดทํา กรอบการเจรจาความร่วมมือด้านการพัฒนากิจการรถไฟไทย-จีน เพราะจริง ๆ ครับ ท่านประธาน เรื่องนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญมาก โดยเฉพาะที่ผ่านมาไทยเปึนหัวหอก สําคัญในการผลักดันความร่วมมือการพัฒนาความเชื่อมโยงของภูมิภาค หรือถ้าใช้ศัพท์ ขออนุญาตท่านประธานครับ ก็คือคําว่า คอนเนคทิวิตี้ (Connectivity) ก็คือศัพท์ทางด้าน ของรัฐบาลที่ได้มีการผลักดันในเวทีอาเซียน ท่านประธานในฐานะที่ประเทศไทยได้เปึน ประธานอาเซียนในป้ที่แล้วที่มีการจัดงานการประชุมระดับผู้นําสุดยอดของอาเซียน ครั้งที่ ๑๕ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วเรื่องหนึ่งที่ทางท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสําคัญก็คือ การผลักดันเรื่องของการเชื่อมโยง โดยได้มีการนําเรื่องนี้เปึนวาระสําคัญในการประชุม ที่หัวหินเมื่อเดือนตุลาคมป้ที่แล้ว แต่จริง ๆ ครับท่านประธาน เปึนที่น่าเสียดายเรื่องนี้ควรจะ เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน ป้ ๒๕๕๒ แต่การประชุมไม่สามารถจัดขึ้นได้ ก็ทําให้การขับเคลื่อน เรื่องของการประชุมครั้งนั้นต้องล่าช้าออกไปประมาณ ๖ เดือน และในวันที่มีการประชุม ผู้นําอาเซียนในครั้งนั้นครับ ผู้นําอาเซียนได้ออกแถลงการณ์ในเรื่องของความเชื่อมโยง ในอาเซียน โดยเห็นชอบให้มีการจัดตั้งคณะทํางานระดับสูงของอาเซียน ผมต้องขออนุญาต ใช้ภาษาอังกฤษอีกครั้งหนึ่งครับ ก็คือคณะกรรมการเรียกว่า ไฮ เลเวล ทรานสปอร์ต ออน อาเซียน คอนเนคทิวิตี้ (High level transports on Asian connectivity) เพื่อศึกษาระดับ การเชื่อมโยงภายในอาเซียนและระหว่างอาเซียนกับภูมิภาคอื่น ๆ และจัดทําแผนแม่บท อาเซียนว่าด้วยเรื่องการเชื่อมโยงของภูมิภาค เพื่อเพิ่มพูนการพัฒนาเศรษฐกิจและส่งเสริม การเปึนศูนย์กลางของอาเซียนในภูมิภาคเอเชียตะวันออก และแน่นอนครับ เพื่อดํารง บทบาทความสําคัญของอาเซียนในโครงสร้างสถาปัตยกรรมของภูมิภาค ซึ่งเรื่องนี้เปึนเรื่อง ที่มีความสําคัญมากท่านประธานครับ อาเซียนมีแผนเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมที่สําคัญ หลายโครงการในหลายกรอบภูมิภาค ไม่ว่าจะเปึนกรอบจีเอมเอส (GMS) กรอบบิมสเทค (BIMSTEC) กรอบแอนเนกซ์ (ANNEX) และกรอบไอเอ็มทีจีที (IMT-GT) และแน่นอนครับ ในกรอบอาเซียน แต่อย่างไรก็ตามครับ มีหลายครั้งที่ยังมีปัญหาในเรื่องของการเชื่อมโยง ในการก่อสร้างในการพัฒนาโครงการต่าง ๆ เหล่านี้ยังเกิดความล่าช้า ผมจึงเห็นว่าแผนแม่บท ที่ทางอาเซียนได้มีการประชุมไปในครั้งที่ประเทศไทยเปึนเจ้าภาพสามารถที่จะช่วยเสริมสร้าง และเร่งรัดการดําเนินการเชื่อมโยงในกรอบต่าง ๆ นี้ให้เกิดการพัฒนาและสามารถที่จะ บรรลุถึงผลสําเร็จได้ ท่านประธานครับ ในวันที่หรือปลายเดือนนี้ที่ฮานอยจะมีการประชุม อีกครั้งหนึ่งของผู้นําอาเซียน ซึ่งก็คงจะมีการเร่งรัดแผนแม่บทดังกล่าวเพื่อให้มีความเชื่อมโยง และสิ่งหนึ่งที่จะมีการผลักดันในเวทีอาเซียนก็คือจะมีการเร่งรัดการก่อสร้างทางรถไฟ สายสิงคโปร์-คุนหมิง ซึ่งจะมีการพัฒนาในเครือข่ายของที่เราเรียกว่า เครือข่ายอาเซียน ไฮเวย์ เน็ตเวิร์ค (Asian Highway Network) โดยแผนแม่บทนี้จะส่งเสริมทางด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว เพื่ออํานวยความสะดวกให้ประชาชนในกลุ่มประเทศอาเซียน สามารถที่จะเดินทางไปมาหาสู่กันได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานว่าในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของโครงการใหญ่ ๆ อย่างเช่น ที่เราพูดถึงเรื่องรถไฟมีความจําเปึนอย่างยิ่งครับที่กลุ่มประเทศอาเซียนจําเปึนที่จะต้อง ได้รับการสนับสนุนไม่ว่าจะเปึนภาคเอกชนประเทศคู่เจรจา ยกตัวอย่าง ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ์น หรือประเทศเกาหลี แต่ในกรณีนี้ประเทศจีนครับ ซึ่งมีความเข้มแข็งในเรื่อง ของเทคโนโลยีและในเรื่องของประสบการณ์ และที่สําคัญที่สุดในเรื่องของสถาบันการเงิน ที่ถือได้ว่าประเทศจีนนั้นในขณะนี้มีความแข็งแกร่งมาก ท่านประธานครับ ผมอยากจะขออนุญาตยกตัวอย่างสั้น ๆ ในแง่ของกรอบความร่วมมือ อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ําโขงหรือจีเอ็มเอสที่ประเทศจีนและประเทศไทย และธนาคารเพื่อพัฒนา แห่งเอเชียหรือเอดีบี (ADB) ได้มีการร่วมมือกันสนับสนุนโครงการสร้างถนนสายอาร์ ๓ เอ (R3A) เชื่อมโยงระหว่างจังหวัดเชียงรายกับนครคุนหมิงผ่านประเทศลาวตามแนวพื้นที่ เศรษฐกิจเหนือใต้ ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษที่เรียกว่า นอร์ธ เซาท์ อิคอนอมิค คอร์ริดอร์ (North South Economic Corridor) ซึ่งอันนี้ก็เปึนตัวอย่างอันหนึ่งที่กรอบความร่วมมือ ระหว่างไทย-จีน และประเทศเพื่อนบ้านได้ประสบความสําเร็จและได้มีการดําเนินการ ท่านประธานครับโครงการรถไฟฟัาและโครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ขนาดทางมาตรฐาน เส้นหนองคาย-กรุงเทพฯ ระยะทาง ๖๑๔ กิโลเมตร และโครงการก่อสร้างกรุงเทพฯ-ชายแดนภาคใต้ ระยะทาง ๙๓๗ กิโลเมตร ซึ่งอยู่ในกรอบเจรจาครั้งนี้ถือว่ามีความสําคัญมาก
ประการแรกครับท่านประธาน ผมต้องขอเรียนว่าการสร้างเส้นทางรถไฟฟัา ขนาดทางมาตรฐานจะเปึนประโยชน์ต่อการรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจ รองรับการพัฒนา ศักยภาพของการรถไฟในอนาคต รวมถึงเพื่อจะสอดรับกับการเชื่อมโยงกับประเทศอื่น ๆ ซึ่งในขณะนี้มีการสร้างรางมาตรฐานสากลแล้ว
ประการที่สองครับท่านประธาน เพื่อเปึนประโยชน์ในการเชื่อมโยงภายใน ประเทศไทยเองเพื่อให้มีการขนส่งผู้โดยสารอย่างสะดวกรวดเร็ว และที่สําคัญครับ จะสามารถลดต้นทุนในการขนส่งหรือโลจิสติกส์ของประเทศได้มากขึ้นด้วย ซึ่งถือเปึน การให้บริการประชาชนและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนรูปแบบหนึ่ง
ประการที่สามครับท่านประธาน รถไฟสายนี้เปึนเส้นทางที่มุ่งเชื่อมต่อ จากชายแดนไทย-ลาว ซึ่งในปัจจุบันประเทศจีนกับประเทศลาวได้ลงนามความตกลง ในการก่อสร้างรถไฟนครคุนหมิง-เวียงจันทน์แล้ว และอยู่ระหว่างการศึกษาสํารวจ ออกแบบ ดังนั้นเมื่อรถไฟสายประเทศลาวสร้างเสร็จก็จะทําให้รถไฟสายนี้เชื่อมจาก นครคุนหมิงมายังเวียงจันทน์และเชื่อมผ่านประเทศไทย และเส้นทางรถไฟสายนี้ จะสามารถเปึนช่องทางที่จะเชื่อมโยงต่อไปถึงประเทศมาเลเซียและประเทศสิงคโปร์ได้ในอนาคต และจะทําให้เกิดการเชื่อมโยงอย่างเปึนระบบระหว่างนครคุนหมิงถึงประเทศสิงคโปร์ โดยมีประเทศไทยเปึนจุดศูนย์กลาง ท่านประธานครับ อีกเส้นหนึ่งซึ่งมีความสําคัญก็คือ โครงการรถไฟฟัากรุงเทพฯ-ระยอง ระยะทาง ๒๒๑ กิโลเมตร จะเปึนประโยชน์ในแง่ของ การขยายเขตเมืองและความเจริญไปสู่ตะวันออกของประเทศไทย และจะช่วยเปึน ประโยชน์ต่อการพัฒนายกระดับเขตนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่อีสเทิร์น ซีบอร์ด (Eastern Seaboard) ของไทย และอีกทั้งยังเปึนเส้นทางออกสู่ทะเลที่สําคัญของประเทศจีน ที่จะลงมาตามทางรถไฟสายคุนหมิง-เวียงจันทน์ หนองคาย-กรุงเทพฯ และระยองด้วย
สุดท้ายครับท่านประธาน ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าในกรอบนี้มีความสําคัญ นอกเหนือจากการเชื่อมโยงที่เราเรียกว่า นอร์ธ เซาท์ อิคอนอมิค คอร์ริดอร์ แล้ว แล้วก็ได้มี การเชื่อมโยงในส่วนของภาคตะวันออกของประเทศไทยนั้น จะเปึนประโยชน์ในแง่ของ การเชื่อมประชาชนในกรอบของอาเซียนที่จะไปสู่ป้ ๒๕๕๘ และที่สําคัญที่สุดครับท่านประธาน ในเรื่องของการลดต้นทุนในการขนส่ง ลดต้นทุนในเรื่องของการเดินทางนั้นก็จะสามารถ ทําให้เกิดความสะดวกและปลอดภัยซึ่งจะเปึนประโยชน์ต่อประชาชนชาวไทยและประชาชน ชาวอาเซียนในภาพรวมนี้ ผมจึงขอสนับสนุนรัฐบาลและขอสนับสนุนท่านรัฐมนตรีและ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ในเรื่องของการนํากรอบการเจรจาดังกล่าว เข้าสู่สภาครับ กราบขอบพระคุณครับ