รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๓

ตวง อันทะไชย หารือเรื่องการลงทุนรถไฟความเร็วสูง โดยเห็นด้วยกับโครงการความร่วมมือระหว่างไทย-จีน และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการเร่งด่วน พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการร่วมมือกันในการดำเนินการโครงการนี้ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการที่จะทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ

นายตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ สําหรับผมแล้วเห็นด้วย กับกรอบการเจรจาความร่วมมือด้านการพัฒนากิจการรถไฟไทย-จีน ซึ่งผมคิดว่าเปึน โครงการแรกที่ผมถือว่ารัฐบาลนี้ได้ทําให้กับประเทศไทย เพราะที่ผ่านมานั้นท่านก็ทํา เปึนบางส่วน ท่านก็ทําเปึนบางภูมิภาค แต่คราวนี้ท่านทําโครงการใหญ่ ๆ ให้กับประเทศไทย ทั้งหมด ผมมีเหตุผลอยู่ ๒-๓ ประการที่จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรี ที่จะไปเจรจาว่าทําไมผมเห็นด้วยกับโครงการอย่างนี้

ประการแรก ผมคิดว่าโครงการอย่างนี้ละครับมันเอื้อประโยชน์ต่อประเทศ ในแง่ของยุทธศาสตร์การขนส่งในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ไม่ว่าจะมองด้วยเหตุผลอย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะมองจากเหนือจรดใต้ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ตามล้วนแต่เอื้อประโยชน์ของ ประเทศในยุทธศาสตร์ของการพัฒนาภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ แต่เอื้อประโยชน์ของประเทศ ในยุทธศาสตร์ของการพัฒนาภูมิภาคเอเชียอาคเนย์

ประการที่สอง ผมคิดว่าถ้ามองในแง่ของการจะก้าวเข้าสู่ประชาคม อาเซียนป้ ๒๕๕๘ ยิ่งสอดคล้องกับทิศทางของการพัฒนาภูมิภาคนี้ ไม่ว่าจะเปึน ทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การขนส่ง การท่องเที่ยว ประเด็นนี้ผมคงไม่ต้องอธิบายผ่าน ท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรี ซึ่งท่านสมาชิกเองก็คงทราบดีอยู่แล้ว

ประเด็นที่สาม ที่ผมคิดว่ามันมีความจําเปึนและมีความสําคัญที่จะต้อง รีบดําเนินการ ผมว่ารถไฟความเร็วสูง ถ้าท่านประธานลองพลิกกลับไปดู มันไม่ใช่เพิ่งมีมา ครั้งแรก มันมีมาตั้งแต่ป้พุทธศักราช ๒๕๓๕ ที่มีกรอบแนวคิดว่ามันจําเปึนที่จะต้องมีแล้ว สําหรับประเทศไทย ปรากฏว่าคิดแล้วเขาก็ทํามาเปึนแผนแม่บทในการทํารถไฟความเร็วสูง ป้ ๒๕๓๗ คราวนั้นก็คิดกันว่าจะสร้างไปเพียงทางสายตะวันออกคือระยอง แต่บนพื้นฐาน ว่าคือคนไทยชอบคิดว่าพอทําอะไรจะต้องคุ้มทุน ชอบคิดว่าพอทําอะไรจะต้องคุ้มค่า แต่ความเปึนจริงแล้วการลงทุนของรัฐไม่ต้องไปถามละครับ เพียงประชาชนคนเดียว ก็คุ้มค่าคุ้มทุนแล้ว การทําอะไรให้กับประชาชนนั้นไม่ต้องไปถามกําไรครับ เพียงประชาชน ได้เดินทางสะดวก เพียงประชาชนมีสถานะเท่าเทียมกัน นั่นคือความคุ้มค่าคุ้มทุนที่รัฐ พึงจะทําให้กับประชาชน

ประเด็นที่สี่ ผมคิดว่าสิ่งที่ผมยืนยันมาโดยตลอดตั้งแต่ท่านเสนอมา ครั้งแรก แล้วผมพยายามอธิบายต่อพี่น้องชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือของผมก็คือว่า วันนี้ถ้ารัฐบาลนี้ไม่ทํา วันหน้าก็ต้องทํา เรามีบทเรียนเรื่องอย่างนี้มากมาย เช่น คอคอดกระ หรือโครงการใหญ่ ๆ ที่เราบอกว่าจะทํา แต่เราก็อ้างโน่นอ้างนี่แล้วไม่เคยทําเลย ผมเรียน ท่านประธานว่ามันมีข้อคิดข้อสังเกตว่าวันนี้แม้เราไม่ทําการพัฒนามันก็เข้ามา เหมือนที่ เขาบอกว่าแม้ไก่ไม่ขันตะวันก็ขึ้น นั่นหมายความว่าวันนี้ไม่ทํารถไฟความเร็วสูง แต่วันข้างหน้าจะต้องทํา ไม่ใช่รัฐบาลนี้ก็จะต้องทํา

เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผล ๒-๓ ประการ ผมจึงเห็นด้วยว่าจําเปึนที่จะต้อง รีบดําเนินการ แต่ผมมีคําถามและข้อสังเกตที่จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง คณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะทางท่านรัฐมนตรีที่จะไปเจรจาอยู่ ๔ ประการด้วยกัน

ประการแรก ความจริงก็มีคนพูดไปแล้ว แต่เพื่อย้ําให้เห็นว่าเราในฐานะ คนเชียร์ก็อยากจะเห็นโครงการอย่างนี้เกิดขึ้นกับประเทศไทย โดยเฉพาะถ้ามีรถไฟ ความเร็วสูง ความเร็ว ๒๕๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากกรุงเทพมหานครไปบ้านผม บ้านท่านรัฐมนตรีโสภณ ผมก็ไม่ต้องนั่งเครื่องบินแล้วครับ แต่นั่งรถไฟครับ ๒ ชั่วโมง ถึงแล้ว มันเปึนความฝันของคนอีสานที่เขาก็อยากจะมีเหมือนกัน คําถามของผมก็คือว่า จะร่วมมือกันอย่างไรในการทําโครงการนี้ให้ประสบความสําเร็จ มากกว่าข่าวที่ออกมา เปึนการแย่งกันทํางานโดยยึดประโยชน์กับประชาชนเปึนหลัก เรื่องนี้สําคัญครับ เรื่องนี้ จะนําไปสู่ความสําเร็จ เมื่อไรก็ตามถ้าเอาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเปึนตัวตั้ง ใครจะทําก็ได้ ทุกฝ์ายก็จะได้ประโยชน์ ที่เปึนพรรคร่วมรัฐบาลก็จะได้ประโยชน์จากงานนี้

ประการที่สอง ที่ผมคิดว่าท่านสมาชิกหลายท่านก็ห่วงใยไม่ต่างจาก ผมก็คือว่าแล้วรูปแบบการลงทุนจะเปึนรูปแบบใด เพราะเราต้องลงทุนกับประเทศจีน ในขณะเดียวกันหลังจากที่เราเห็นชอบต่อกรอบเจรจาอันนี้ นั่นหมายความว่ามันจะผูกพัน กับงบประมาณประจําป้ของประเทศในอนาคตข้างหน้า ท่านจะใช้วิธีการลงทุนแบบใด ผมคิดว่าสภาแห่งนี้จําเปึนต้องทราบ สภาแห่งนี้จําเปึนต้องรู้ พี่น้องประชาชนที่ฟังรายการ ทางบ้านก็จําเปึนต้องรู้เหมือนกัน เพราะนั่นหมายความว่าเราจะต้องนํางบประมาณ ภาษีอากรของพี่น้องประชาชนมาผูกพันกับข้อตกลงที่พูดถึง เหมือนกับออกกฎหมาย ฉบับหนึ่งต้องไปผูกพันกับพี่น้องประชาชน ท่านจะทําเอง ท่านจะร่วมกับรัฐ กับเอกชน กับประเทศจีนทํา มันมีส่วนใดที่เราทําเอง หรือเราจะทําเองทั้งหมด

ประการที่สาม ที่ผมคิดว่ามีความห่วงใยและมีความจําเปึนที่จะต้องมองไป ในอนาคตข้างหน้า เพราะว่าท่านอุตส่าห์คิดรูปแบบของรถไฟความเร็วสูงเรียบร้อย ฝันที่จะต้องก้าวไปข้างหน้าให้ก้าวทันในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ แต่ผมห่วงเรื่องเดียวครับพอเราคิดรถไฟความเร็วสูง เราจะเอารูปแบบบริหารจัดการ มาใช้ในกระบวนการบริหารจัดการแบบความเร็วช้าก็คือไปสู่ระบบกลไกเดิม กลไกที่มีปัญหา กลไกที่ไม่สามารถพัฒนาต่อยอดได้เลย รถไฟความเร็วสูงนี้ก็จะไม่มีประโยชน์ครับ ใครจะเชื่อว่าเมื่อป้ ๒๔๗๑ เราเปึนประเทศที่เปลี่ยนจากระบบไอน้ํามาเปึนระบบ เครื่องจักรดีเซล เปึนประเทศแรกในเอเชียที่มันก้าวหน้ามาก ทุกประเทศก็เที่ยวเฝัาตาดูว่า ประเทศไทยเปึนประเทศที่ก้าวหน้ามาก แต่แทบไม่น่าเชื่อท่านประธานครับจากวันนั้น ถึงวันนี้ เราเปึนประเทศที่ล้าหลังที่สุดเรื่องของรถไฟ เพราะเราไปติดที่กลไกบริหารจัดการ อันได้แก่สหภาพ อันได้แก่คณะกรรมการรถไฟ อันได้แก่กลไกต่าง ๆ ที่เปึนกึ่งระบบราชการ กลไกตรงนั้นละครับมันไม่สามารถพัฒนาไปข้างหน้า เมื่อเราออกแบบรูปแบบ รถไฟความเร็วสูงมันจะต้องไม่กลับเข้าไปสู่ระบบการบริหารจัดการรถไฟแบบเดิม ผมกล้าใช้คําว่าและขีดเส้นใต้ ๒ เส้นว่ามันล้มเหลว แล้วมันไม่มีใครกล้าไปแตะเลย แม้แต่ท่านรัฐมนตรีเองก็พยายามจะเข้าไปแตะ มันมีประเทศเดียวในโลกที่รถไฟตก แล้วเปึนเรื่องปกติ พี่น้องประชาชนบาดเจ็บ พี่น้องประชาชนเดินทางไม่ได้กําหนดเวลา เดินทางตามเวรตามกรรมเปึนเรื่องปกติ ผมคิดว่าถ้าอุตส่าห์ลงทุนขนาดนี้ต้องกลับไป สู่ระบบบริหารจัดการให้มันก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกครับ

ประการที่ ๔ ที่เปึนประการสุดท้ายที่ผมคิดว่ามีความสําคัญและมี ความจําเปึนสําหรับประเทศไทย ผมจะพาท่านประธานย้อนกลับไปดูว่าพอเวลาเราคิด ที่จะลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของประเทศไทยเรานี่ เราติดเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ แล้วก็เปึนเรื่องที่ทั่วโลกเองเขาก็ไม่เชื่อมั่นกับประเทศไทยมาตลอดคือเรื่องข้อกฎหมาย ท่านจําเรื่องมาบตาพุดได้ไหมครับ ล่าสุดท่านจําเรื่อง ๓จี (3G) ได้ไหมครับ ที่ผมพูดเรื่องนี้ ผมจะพาท่านประธาน ชวนท่านรัฐมนตรีไปดูมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ผมว่าตรงนี้ เปึนประเด็นสําคัญ ที่พูดมาทั้งหมดถ้าไม่ทําวรรคสอง โดยเฉพาะกระบวนการรับฟัง ความคิดเห็นถ้าไม่ทําเรื่องรูปแบบในการที่จะให้ประชาชนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับรู้เรื่องนี้ ไม่มีทางเกิดได้ครับ ที่สุดก็จะถูกฟัอง ที่สุดก็จะมีคําพิพากษาออกมาไม่สามารถ ดําเนินการกระบวนการนั้นได้ ถามว่ามาตรา ๑๙๐ วรรคสอง มันเชื่อมโยงไปที่ไหน ท่านประธานตามผมไปดูมาตรา ๖๗ ครับ มาตรา ๖๗ วรรคแรกของรัฐธรรมนูญนั้น พูดถึงสิทธิของชุมชนที่ยิ่งใหญ่มาก สิทธิของชุมชนที่จะมีส่วนร่วมในโครงการขนาดใหญ่ ของรัฐ เปึนอํานาจสูงสุดที่ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วในมาบตาพุด ที่ได้พิสูจน์เห็นแล้วจนกระทั่งว่า นักลงทุนต่างประเทศบอกไม่เข้าใจประเทศไทยว่าทําไมพอเวลาคิดทําเรื่องใหญ่ ๆ แล้วมาตายน้ําตื้นทุกที ยิ่งท่านประธานไปดูมาตรา ๖๗ วรรคสอง ท่านประธานจะพบว่า โครงการที่เรากําลังถกกันตอนนี้มันอยู่ในมาตรา ๖๗ วรรคสอง ที่เปึนโครงการขนาดใหญ่ ที่ท่านจะต้องทํา ๒ ประการด้วยกัน

ประการแรก ก็คือจะต้องศึกษาประเมินผลกระทบที่กระทบต่อคุณภาพ สิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน เรื่องนี้ยังเถียงกันไม่จบครับว่ารูปแบบมันควรจะ เปึนอย่างไร มันควรจะได้ข้อยุติอย่างไร แล้วผมคิดว่าโครงการนี้มีปัญหาเช่นกันครับ ถ้าออกแบบไม่ดีมีปัญหาท่านประธานครับ

ประการที่สอง ที่ผมคิดว่าโครงการนี้จะไปไม่รอด ก็คือว่าท่านจะต้องจัดให้ มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียเสียก่อน คําถามที่บอกว่า ผู้มีส่วนได้เสียมันกินความกว้างใหญ่ไพศาลจนไม่สามารถจะอธิบายได้ ผมยกตัวอย่าง เรื่องเดียวที่วันนี้มีเอกสารท่านรัฐมนตรีได้กรุณาแจกต่อที่ประชุม หน้า ๑๑ ผมเอาเรื่องเดียว มาจับไว้ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ ท่านประธานลองดูเรื่องของข้อ ๒ ข้อ ๖.๔ เรื่องของชุมชนและโบราณสถานเอาถนนไปบ้านผมกับท่านรัฐมนตรีพอแล้วครับ ไปบ้านผมกับท่านรัฐมนตรีไปสายจังหวัดอุบลราชธานีระยะทางจะผ่านชุมชน ๒๑๓ แห่ง นี่ด่านแรกครับ ท่านจะออกแบบอย่างไร กระบวนการอย่างไรชุมชนถึงจะยอมรับ ถึงจะเข้าใจ ถึงจะไม่มาใช้สิทธิตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ ที่หนักไปกว่านั้น จะต้องผ่านโบราณสถาน ๒ แห่ง คําถามผมก็คือว่า ๒ แห่งที่พูดถึง ท่านรัฐมนตรีทราบหรือยังว่ามันคืออะไร เปึนปราสาทที่ไหน เปึนอย่างไร จะหลีกเลี่ยง อย่างไรหรือทําอย่างไร หรือสายหนึ่งไปที่หนองคายท่านประธานครับ จะผ่านชุมชน ๑๐๐ แห่ง และ ๑ แห่งเปึนโบราณสถาน ผมคิดว่าประเด็นนี้เปึนประเด็นใหญ่ที่วันนี้ ถ้าตอบต่อสภาแห่งนี้ ได้อธิบายให้เห็นถึงกระบวนการของการรับฟังความคิดเห็น ที่ทุกฝ์ายที่ทุกชุมชนที่เกี่ยวข้อง ๓๐๐-๔๐๐ ชุมชน ที่เขาจะต้องได้รับผลกระทบเหล่านี้ ได้เข้ามามีส่วนร่วมก็จะเปึนพลัง มันจะเปึนพลังในเชิงบวกที่จะทําให้พี่น้องประชาชนนั้น ได้เห็นร่วมกันว่าในอนาคตข้างหน้านั้นเมื่อเราเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เมื่อมีกระบวนการ ในการขนส่งสินค้าในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์แล้วจําเปึนต้องมีอย่างนี้ จําเปึนที่จะต้อง อธิบายเรื่องนี้ให้กับพี่น้องประชาชนได้เข้าใจตรงกันครับ ผมจึงกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังคณะรัฐมนตรีว่าขอได้โปรดคํานึงถึงบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ วรรคหนึ่ง วรรคสอง แล้วลองให้การมีส่วนร่วมของประชาชนนั้นเปึนพลังในการขับเคลื่อน โครงการใหญ่ ๆ ที่จําเปึนต่อวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ได้ ขอบพระคุณครับ