สามารถ ราชพลสิทธิ์ หารือเรื่องรถไฟความเร็วสูง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพิจารณาเทคโนโลยีที่เหมาะสม และการร่วมทุนกับประเทศจีนเพื่อพัฒนากิจการรถไฟของประเทศไทย นอกจากนี้ยังเสนอให้รัฐบาลเริ่มก่อสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพฯ ไปหนองคาย เนื่องจากมีประชากรมากที่สุดในภาคอีสาน และเชื่อมโยงไปถึงประเทศจีนและภูมิภาคอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ยังเน้นย้ำถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น ลักษณะภูมิประเทศของไทยที่แตกต่างจากประเทศอื่น และค่าโดยสารที่อาจแพงเกินไป
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมรู้สึก มีความยินดีที่รัฐบาลจะพัฒนากิจการรถไฟฟัา รถไฟให้มีความเร็วสูงขึ้น มีการให้บริการ ที่ดีขึ้นนะครับ แล้วก็ยินดีครับที่รัฐบาลจะร่วมมือกับประเทศจีนในการที่จะร่วมกันทําให้ กิจการรถไฟของเรานั้นมีคุณภาพการให้บริการที่ดีขึ้นครับ
แต่อย่างไรก็ตามจะทําให้โครงการนี้เปึนรูปธรรมนั้นจําเปึนต้องมี กรอบการเจรจาที่ชัดเจนนะครับ ซึ่งผมจําเปึนต้องฝากถึงรัฐบาล ๖ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ เรื่องเทคโนโลยี ผมไม่ทราบว่าในกรอบการเจรจานั้นจําเปึน ต้องใช้เทคโนโลยีของประเทศจีนหรือไม่ ผมไม่ติดใจในความสามารถของจีน แม้ว่า ประเทศจีนนั้นได้เรียนรู้เรื่องรถไฟความเร็วสูงจากประเทศเยอรมัน จากประเทศฝรั่งเศส หรือจากประเทศญี่ปุ์นก็ดี ท่านประธานครับ ผมอยากเห็นรถไฟความเร็วสูงของเรานั้น วิ่งด้วยความเร็วไม่ต่ํากว่า ๓๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพราะถ้าต่ํากว่านี้กว่าจะก่อสร้าง แล้วเสร็จใช้เวลาไม่ต่ํากว่า ๑๐ ป้ก็จะเปึนระบบที่ล้าสมัยไปไม่ทันสมัย ผมไม่ต้องการ เทคโนโลยีระดับสูงครับที่เรียกว่าแม็กเลฟ (Maglev) หรือระบบแรงแม่เหล็ก เปึนการยก ตัวรถไฟด้วยระบบแม่เหล็กไฟฟัาแล้วก็มีแรงผลักให้รถไฟวิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง เพราะไม่มีการเสียดสีระหว่างตัวรถหรือล้อกับทางรถไฟแม็กเลฟนี้ประเทศจีนได้ใช้ ในเชิงพาณิชย์ครับ โดยวิ่งระหว่างสนามบินนานาชาติผู่ตงที่เซี่ยงไฮ้กับสถานีหลงหยาง ในตัวเมืองเซี่ยงไฮ้ครับ ระยะทางประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน ๘ นาที มีความเร็วสูงสุดถึง ๔๓๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผมไม่ต้องการระบบนี้เพราะทราบดีว่า ไม่คุ้มทุนที่จะนํามาใช้ในเชิงพาณิชย์ แต่ผมขอฝากถึงท่านรัฐมนตรีว่าเรื่องเทคโนโลยีนั้น ต้องคิดให้ดีครับ
เรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องการก่อสร้าง ผมไม่ทราบว่าในกรอบข้อตกลงนั้น ต้องระบุหรือไม่ว่าต้องใช้มาตรฐานการก่อสร้างของประเทศจีน ต้องใช้ผู้รับเหมาจาก ประเทศจีน ต้องใช้วัสดุก่อสร้างจากประเทศจีนมากน้อยแค่ไหน ต้องใช้รถไฟฟัา จากประเทศจีนหรือไม่ ต้องใช้คนงานจากประเทศจีนมากน้อยแค่ไหน อันนี้จําเปึน ที่จะต้องเจรจากันให้ชัดเจนครับ
เรื่องที่ ๓ เปึนเรื่องการกู้เงิน ผมทราบมาว่าจะมีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน ระหว่างประเทศจีนกับประเทศไทย แล้วก็มีเอกชนไทยเข้ามาร่วมด้วยนะครับ แต่การลงทุน ในรถไฟความเร็วสูงนั้นต้องใช้เงินมากมายครับ จําเปึนต้องกู้เงิน อันนี้แหละครับถ้ากู้ จากประเทศจีนมีปัญหาแน่เพราะว่ามีเงื่อนไขที่ไม่ดีครับ มีอัตราดอกเบี้ยที่สูง มีระยะ การชําระหนี้ที่สั้น สั้นกว่าจากประเทศอื่นครับ ที่ผ่านมานั้นเรามักจะกู้เงินจากไจก้า (JICA) ประเทศญี่ปุ์นครับ ไจก้าก็คือองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ์นครับ ผมยกตัวอย่างเช่น เราใช้เงินไจก้ากับการก่อสร้างรถไฟฟัาใต้ดินจากหัวลําโพงถึงบางซื่อระยะทางประมาณ ๒๐ กิโลเมตร อัตราดอกเบี้ยแค่ร้อยละ ๐.๗๕ ต่อป้เท่านั้นครับ หรือรถไฟฟัาที่กําลังก่อสร้างอยู่ สายสีน้ําเงินจากบางซื่อถึงบางใหญ่ ดอกเบี้ยแค่ ๑.๔ เปอร์เซ็นต์ต่อป้เท่านั้นครับ หรือสะพานข้ามแม่น้ําเจ้าพระยาที่เรียกกันว่าสะพานนนทบุรี ๑ ที่ผ่านความเห็นชอบ จากรัฐสภาไปไม่นานนี้ จะมีการก่อสร้างอีกไม่นานข้างหน้านี้ อัตราดอกเบี้ยไจก้า แค่ ๐.๙๕ เปอร์เซ็นต์ต่อป้เท่านั้นครับ เพราะฉะนั้นผมว่าเรื่องนี้จําเปึนนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมครับ อย่ากู้เงินจากประเทศจีนเปึนอันขาด เพราะถ้ากู้แล้วจะทําให้ต้นทุนโครงการนี้สูงขึ้นโดยไม่จําเปึน ต้องกู้จากแหล่งอื่นที่ต่ํากว่า เช่นไจก้าเปึนต้น เรื่องเงินกู้แล้วนะครับ
เรื่องต่อไปก็เปึนเรื่องความช่วยเหลือจากประเทศจีน หลายท่านคงสงสัยว่า เหตุใดทําไมเราถึงต้องการร่วมมือกับประเทศจีนในการพัฒนากิจการรถไฟของประเทศ ไทย ทําไมไม่จับมือกับประเทศอื่น หลายคนสงสัยว่าประเทศจีนนั้นคงจะมาสร้างรถไฟ ให้ฟรี มาลงทุนให้เรา แต่อันที่จริงไม่ได้เปึนอย่างนั้นครับ เปึนการร่วมทุน ตั้งบริษัทร่วมทุน ระหว่างประเทศจีน ประเทศไทยและเอกชนไทย หากประเทศไทยของเราหรือบริษัท ร่วมทุนนี้จําเปึนต้องซื้อวัสดุอุปกรณ์รถไฟจากจีนต้องใช้ผู้รับเหมาจากประเทศจีน ต้องกู้เงินจากประเทศจีนก็นับว่าประเทศจีนนั้นจะได้ประโยชน์ ได้ประโยชน์ตั้งแต่เริ่มต้น ของโครงการเลยทีเดียวครับ กล่าวคือ
๑. จะได้กําไรจากการก่อสร้าง เพราะต้องใช้ผู้รับเหมาจากประเทศจีน
๒. ได้กําไรจากการขายอุปกรณ์สินค้า รถไฟรวมทั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งหลาย และ
๓. ได้กําไรจากเงินกู้ครับ ซึ่งดอกเบี้ยไม่ต่ํากว่าร้อยละ ๕ ต่อป้ นั่นคือ ความช่วยเหลือจากประเทศจีนต้องชัดเจน เมื่อเขาได้กําไรได้ประโยชน์จากประเทศไทย แล้วนะครับ เขาจะช่วยเหลือเราประการใด ผมยังมองไม่เห็นเลยครับ นอกจากมาร่วมทุน เท่านั้น ถ้าเขาไม่ช่วยเหลือเราอย่างมีนัยสําคัญเปึนกรณีพิเศษแล้ว เหตุใดเราต้องจับมือ กับเขา ทําไมเราไม่เป่ดกว้างละครับให้ผู้สนใจอื่นมาร่วมลงทุนด้วย ไม่จํากัดเฉพาะเจาะจง ประเทศจีนเท่านั้นครับ ทําไมเราไม่ใช้ระบบรัฐ เอกชนลงทุนร่วมกันที่เรียกว่าระบบพีพีพี (PPP) หรือ ๓ พี (3P) ๓ พีเปึนการลงทุนร่วมกันระหว่างรัฐกับเอกชน ผมไม่ได้หมายถึงชื่อนักการเมือง ๓ พีย่อมาจาก พับลิค ไพรเวท พาร์ทเนอร์ชิพ (Public Private Partnership)
เรื่องต่อไปครับเปึนเรื่องการบริหารเดินรถไฟความเร็วสูง ประเด็นสําคัญก็คือ ทําอย่างไรที่จะให้รถไฟความเร็วสูงของเรานั้นสามารถวิ่งได้เลี้ยงตัวเองได้ตลอดโครงการ อีกหลายสิบป้ต้องใช้นะครับ ใครจะเปึนผู้กําหนดค่าโดยสาร ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับ ท่านประธาน ถ้ารัฐบาลหวังจะได้กําไรหรือหวังผลตอบแทนจากโครงการนี้จะผิดหวังครับ โครงการนี้จะขาดทุน เมื่อคิดเปึนตัวเงินแล้วขาดทุนแน่นอนครับแต่รัฐจะต้องหวัง ผลตอบแทนทางอ้อมนั่นก็คือ
๑. มีการลดการใช้พลังงานน้ํามันเชื้อเพลิง
๒.เปึนการประหยัดเวลาการเดินทาง การขนส่งสินค้า และ
๓. มีการพัฒนาเชิงพาณิชย์บริเวณ ๒ ข้างทางรถไฟ โดยเฉพาะสถานีรถไฟ ความเร็วสูง ต้องหวังอย่างนี้ครับ และหากโครงการนี้ขาดทุนผมถามว่าประเทศจีนจะยินดี ร่วมรับภาระการขาดทุนกับเราหรือไม่ครับ
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน เรื่องเส้นทางที่พูดมาว่า ๔ เส้นทางบ้าง ๕ เส้นทางบ้าง ผมเห็นด้วยครับไม่ว่าจะเปึนเส้นทางจากกรุงเทพฯ ไปหนองคาย ๖๑๕ กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ ไปปาดังเบซาร์ ๙๘๒ กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ ๗๔๕ กิโลเมตร กรุงเทพฯ ไปอุบลราชธานี ๕๗๐ กิโลเมตร และจากกรุงเทพฯ ไประยอง ๒๒๑ กิโลเมตร รวมแล้ว ๓,๑๓๓ กิโลเมตร เห็นด้วยทั้งนั้นครับ เพราะเปึนการเชื่อมโยงระหว่าง เมืองหลวงคือกรุงเทพฯ กับเมืองหลักในภูมิภาค และผมได้เคยพูดไว้ในสภาแห่งนี้แล้วว่า รัฐบาลควรจะสร้างเส้นทางสายแรกนั่นก็คือจากกรุงเทพฯ สู่จังหวัดหนองคาย เปึนอันดับแรกก่อน เหตุผลก็คือ ๑. ประชากรในภาคอีสานนั้นมีมากที่สุดครับ ๒. ก็คือ ถ้าเราสามารถเชื่อมโยงรถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพฯ ถึงจังหวัดหนองคายได้ สามารถ เชื่อมต่อไปยังประเทศจีนตอนใต้ได้ครับ และถ้าเราสามารถเชื่อมโยงไปถึงจีนได้จะมี ผลกระทบต่อค่าขนส่งสินค้าครับ เปึนหนทางที่ดีแล้วก็กระตุ้นการท่องเที่ยวด้วย แล้วถ้าเราสามารถเชื่อมโยงกับจีนได้รวมทั้งประเทศในภูมิภาคลุ่มแม่น้ําโขง รวมทั้ง ประเทศในคาบสมุทรมลายูได้ด้วยแล้ว ผมพูดได้เลยครับว่าศูนย์กลางการขนส่งทางบกนั้น จะอยู่ที่ประเทศไทย แต่อย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับแม้ว่าผมเห็นด้วยกับเส้นทาง เหล่านี้ แต่ผมไม่มั่นใจว่าเส้นทางเหล่านี้จะมีผู้โดยสารมากครับ ด้วยเหตุผล ๓ ประการ ก็คือ
ประการที่ ๑ ลักษณะภูมิประเทศของประเทศไทยนั้นแตกต่างกับบ้านเมืองอื่น ประเทศอื่นที่ได้ใช้รถไฟความเร็วสูงมาจนประสบความสําเร็จละครับ ของเรานั้นมีที่ราบ มากครับ ประชากรน้อย ผมยกตัวอย่างเช่นประเทศญี่ปุ์น เขามีประชากรมากกว่าเรา ประมาณ ๒ เท่า เขามีที่ราบแค่เพียง ๒๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นครับ ทําให้ประชาชนของเขา นั้นตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณ ๒ ข้างทางรถไฟครับ เปึนผลให้มีผู้ใช้รถไฟมาก แต่ของเรานั้น การตั้งบ้านเรือนถิ่นฐานต่าง ๆ จะกระจัดกระจายครับ ไม่แออัดอยู่บน ๒ ข้างทางรถไฟ อันนี้เปึนปัญหา
ประการที่ ๒ เรื่องค่าโดยสาร ถ้ารัฐบาลจะหวังว่าโครงการนี้เลี้ยงตัวเองได้ จําเปึนต้องเก็บค่าโดยสารแพงครับ อาจจะพอ ๆ กับค่าโดยสารเครื่องบิน หรืออาจจะ สูงกว่าค่าโดยสารเครื่องบินโลว์ คอสท์ แอร์ไลน์ (Low cost airline) เครื่องบินต้นทุนต่ํา สูงกว่าแน่ครับถึงจะคุ้มทุน
ประการที่ ๓ ที่น่าห่วงก็คือเรื่องคู่แข่งขันที่น่ากลัวครับ เรามีสายการบิน ต้นทุนต่ําเปึนคู่แข่งครับ เพราะฉะนั้นผู้โดยสารท่านใดจะเลือกใช้รถไฟความเร็วสูง หรือเครื่องบินต้นทุนต่ําก็ขึ้นอยู่กับความสะดวก ความสบาย ค่าใช้จ่าย เวลาที่ใช้ ในการเดินทางของแต่ละคนครับ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วนะครับท่านประธาน ถ้าระยะทาง ไม่เกิน ๔๐๐ กิโลเมตร เวลาในการเดินทางรถไฟความเร็วสูงจะเร็วกว่าครับ ผมนับเวลา ตั้งแต่ออกจากบ้านที่กรุงเทพฯ ถึงจุดหมายปลายทางที่ต่างจังหวัดครับ โดยทั่วไป จะเปึนอย่างนั้น นั่นคือผมมีความห่วงใย แต่โดยสรุปก็คือท่านประธานครับ ผมเห็นด้วย ที่จะให้มีการลงนามในข้อตกลงฉบับนี้ แต่มีเงื่อนไขสําคัญครับ รัฐบาลจะต้องทําให้ต้นทุน ของโครงการนั้นต่ําลงครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นทุนจากเงินกู้ จะต้องไม่ผูกพันตัวเอง ไปกู้เงินจากประเทศจีนครับ ขอบพระคุณครับ