ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แสดงความไม่พอใจต่อข้อบังคับของที่ประชุม โดยเฉพาะการกำหนดให้ต้องส่งโผก่อนอภิปรายและกดดันสมาชิกเข้ามาอย่างไม่เหมาะสม และเรียกร้องให้ประธานสภาตอบว่าจะดำเนินการตามที่เขาเสนอหรือไม่ และแสดงความไม่เห็นด้วยต่อข้อบังคับที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและข้อบังคับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคามในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ผมต้องอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ประท้วงท่านประธาน
ประการที่หนึ่ง ผมกราบเรียนท่านประธานว่าท่านสร้างครรลองที่บอกว่าใครจะ อภิปรายต้องส่งโผมา ท่านประธานรู้ ท่านประธานกดดูคอมพิวเตอร์ ผมมา ๐๖.๐๐ นาฬิกาเศษ ผมก็ต้องเซ็นทุกวัน แล้วนั่งในที่ประชุมนี้ผมแทบไม่ออกเลย ผมพยายามศึกษาพยายาม ที่จะไม่ใช่เกเรว่าอยากจะพูดอะไรก็พูดต่อไป จะให้ผมส่งโผไปผมไม่ทําหรอกครับ นั่นประการที่หนึ่ง ไม่เช่นนั้นท่านประธานต้องสั่งแก้ไขข้อบังคับว่า ถ้าใครอภิปรายให้ส่งโผ ขึ้นไป แล้วมันจะได้สมบูรณ์แบบ ผมจะได้ปฏิบัติตามได้ถูก ผมอยากถามท่านประธานว่า ท่านเหนื่อยไหมครับ แต่ผมบอกว่าผมรําคาญที่ท่านประธานกดออดเรียกสมาชิกเข้ามา นั่นประการที่หนึ่งที่ผมประท้วงท่านประธาน
ประการที่สอง กระผมเคยทักท้วงในสภาแห่งนี้นะครับว่า มาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้นจะต้องตีความให้เคร่งครัด ผมเห็นด้วยกับ หมอชลน่านที่ได้พูดจากันว่าในกรณีที่เอากรอบเจรจาเข้ามาครั้งนี้มีกระดาษแผ่นเดียว ท่านประธานครับ มีกระดาษแผ่นเดียวเท่านั้น นั่นคือกรอบการเจรจา นี่ปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ นะครับ ถ้าเรามองผิวเผินเฉพาะตรรกในเรื่องของกฎหมาย อย่างเดียวนั้น ก็คงจะมองต่อไปว่าถ้าสมมุติว่าถ้าจะเอ่ยอ้างว่าเมื่อจะทําสัญญา เราทําตามมาตรา ๑๙๐ แล้วไม่ต้องเสนอมาอีกกระนั้นหรือ เพราะฉะนั้นก็ต้องกราบเรียน ถามท่านประธานว่ากรอบการเจรจาท่าน ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ในหน้าเดียว แล้วอ่านเอกสาร เพิ่มเติม อ่านอย่างไรผมคิดว่าไม่ทันหรอกครับ สุกเอาเผากินที่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ตรรกทางกฎหมายมันไม่ได้แล้วนะครับ มันไปต่อไปไม่ได้แล้ว เพราะว่ามันจะเกิดการตีความว่าเมื่อท่านนํากรอบการเจรจาเข้ามาสู่การพิจารณาของสภา ให้ความเห็นชอบในวันนี้แล้ว เมื่อท่านไปเจรจาท่านต้องนํากลับมาอีกหรือไม่ ท่านจะต้อง อ่านรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคหนึ่ง วรรคสอง วรรคสาม ต่อเนื่องกันให้ครบถ้วน กระบวนความ ไม่เช่นนั้นจะก่อให้เกิดปัญหา ท่านประธานครับ กระผมเอ่ยอ้างถึงตรรก ของกฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งเปึนกฎหมายสูงสุด กระผมจะไม่ย้อนกลับมาถึงข้อบังคับอะไร มากมายนัก แต่เพิ่มเติมท่านประธานว่าในข้อบังคับ ข้อ ๑๔ ท่านประธานจะต้องส่งเอกสาร พร้อมกับระเบียบวาระ ท่านครับ แม้แต่แผ่นเดียวผมก็ต้องค้นหา ๆ กันตั้งแต่เช้า ผมพยายาม แสวงหาข้อเท็จจริง แสวงหาข้อมูล แสวงหาสิ่งต่าง ๆ มาประกอบการพิจารณาเพราะว่า บ้านเมืองนี้ของผมด้วยครับ ไม่ใช่ของประธานหรือของใครคนใดคนหนึ่ง ผมจะต้องแสวงหา ข้อเท็จจริงทั้งหมดทั้งในข้อกฎหมายและผลประโยชน์ของชาติมาเปึนหลัก ทําแบบนี้ ท่านประธานส่งเอกสารเพิ่มเติมมาอีกแล้วอ่านว่าอย่างไรครับ ใครอ่านเข้าใจบอกผมทีสิ ว่าใครอ่านเข้าใจ เข้าใจเฉพาะท่านรัฐมนตรีโสภณคนเดียวไม่ได้หรอก ความศักดิ์สิทธิ์ ของกฎหมาย ความศักดิ์สิทธิ์ของสถาบัน ความศักดิ์สิทธิ์ของการทํางานนั้นมันจะไม่มี ท่านประธานครับ โครงการนี้เข้าใจว่า ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี้ผมก็ไม่แน่ใจว่าเปึนโครงการทั้ง ๕ โครงการหรือเปล่า ผมจะไม่ถามว่า ชาวอีสานต้องการไหมที่มีรถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพฯ-หนองคาย กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ถามใครก็บอกว่าต้องการหมดละครับ แต่ท่านประธานสังเกตเห็นไหมครับว่าในเอกสาร ชิ้นแรกนี้จะบอกกําหนดเส้นทางการดําเนินการในการพัฒนาเพื่อก่อสร้างทางว่าจะ เดินทางกันอย่างไร การจัดหาพื้นที่ในการพัฒนา ท่านประธานเดาออกไหมว่าจะใช้เส้นทาง ของการรถไฟแห่งประเทศไทยเดิมหรือจะมีการเวนคืนที่อื่นที่จะผ่านป์า ผ่านชุมชน ผ่านอะไรต่าง ๆ ที่มันจะก่อกวนความสงบเรียบร้อยของชาวบ้าน ท่านประธานก็ต้องทํา ในสิ่งเหล่านี้ จะต้องเปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสาม จะต้องถามชาวบ้าน เสียก่อนว่ามันส่งผลกระทบอย่างไร ท่านประธานเห็นไหมครับ ข้อ ๔ บอกว่าการใช้เทคโนโลยี และทรัพยากรร่วมกันในการพัฒนาข้อ ๕ บอกการถ่ายทอดเทคโนโลยี พอหรือครับท่านประธาน เจรจากันเปึนแสน ๆ ล้านบาท ซึ่งไม่แน่ใจว่า ๔๘๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วจะพอหรือไม่ ผมไม่แน่ใจว่าการลงทุนใครลงทุน ท่านประธานเห็นประเด็นที่จะต้องขาดตกบกพร่องไหม ว่าเอาละทางประเทศจีนเขาจะมาลงทุน ท่านเอ่ยอ้างว่ารัฐบาลไม่ต้องลงทุนอย่างเดียว ไม่พอหรอกท่านประธาน เมื่อทางประเทศจีนมาลงทุนบนเส้นทางของเราบนเส้นทางรถไฟ บนที่ดินของเรา แผ่นดินของประเทศไทย ท่านมีประเด็นไหมละครับว่าการเจรจา เรื่องผลประโยชน์ว่าใครจะได้ผลประโยชน์อะไรบ้าง ประเทศไทยจะได้ผลประโยชน์อะไร ประเทศจีนจะได้ผลประโยชน์อะไร แล้วท่านประธานเคยได้ยินไหมครับ คํากล่าวว่า โครงการนี้มีการแย่งกันน่าดูระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ผมไม่เอ่ยชื่อพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่ละพรรคอยากจะได้ไปทํางาน เพราะได้ยินข่าวว่าจะมีเงินมาร่วมกันอยู่ในประเทศไทยตั้ง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือคํากล่าวหาที่เจ็บปวดมากที่สุดที่ท่านประธานจะเอากระดาษ แผ่นเดียวมาให้ผม แล้วมันขัดต่อรัฐธรรมนูญและขัดต่อข้อบังคับ ท่านประธานประสานงาน ได้ไหมครับ ท่านโสภณก็พรรคเดียวกันกับท่าน ถ้าจะกรุณาถอนไปเสียนิดหนึ่งจะสง่างาม มากที่สุด ถ้าถามว่าภาคใต้ต้องการไหม ภาคเหนือต้องการไหม ภาคตะวันออกต้องการไหม ผมบอกแทนได้เลยครับว่าทุกคนต้องการเพราะผมก็ต้องการ แต่ผมไม่สบายใจในกรณี ที่เอาเอกสารมาอย่างนี้ ผมสรุปกับท่านประธานนะครับว่า
ประการที่ ๑ ที่ผมประท้วงท่านประธาน ถ้าจะแก้ไขข้อบังคับว่าใครอภิปรายแล้ว ให้ส่งโผไปนั้นผมจะร่วมมือในการแก้ไขแล้วผมก็จะส่งรายชื่อโผ ผมไม่ต้องมาเช้าผมมา เวลาที่ผมจะพูด แต่ผมไม่ต้องขยัน ผมไม่ต้องสืบค้น ผมอาศัยเส้นว่ามีใครเสนอผมไป ผมก็ได้พูด ถ้าใครไม่ชอบใจผมผมก็ไม่ได้พูด ท่านประธานไม่ชอบใจผมก็ไม่ได้พูด ท่านประธาน เอาประการที่ ๑ ท่านต้องตอบผมว่าเอาอย่างนั้นไหมครับ
ประการที่ ๒ ตรรกในเรื่องของความชอบด้วยกฎหมายและความชอบ ด้วยข้อบังคับนั้นท่านประธานจะเห็นเปึนอย่างไร