รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๕ กันยายน ๒๕๕๓

พนิช วิกิตเศรษฐ์ หารือเรื่องการแก้ไขพิธีสารฉบับที่ 2 เกี่ยวกับความตกลงการค้าสินค้าระหว่างอาเซียนและจีน โดยเน้นย้ำถึงปัญหาการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีที่เกิดขึ้น และขอสนับสนุนการจัดทำพิธีสารเพื่อแก้ไขปัญหานี้

นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ตั้งแต่อาเซียนและจีนได้ลงนามความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้า ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจเมื่อป้ ๒๕๔๗ ได้มีการลด อัตราภาษีศุลกากรเหลือ ๐ ในสินค้าต่าง ๆ รวม ๗,๘๘๑ ประเภท ในการลดดังกล่าว ที่มีการเริ่มบังคับใช้กับประเทศจีน ประเทศสมาชิกอาเซียนเดิมซึ่งมี ๖ ประเทศ คือ ประเทศบรูไน ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย ประเทศฟ่ลิปป่นส์ ประเทศสิงคโปร์ และประเทศไทย ได้มีการดําเนินการ ในส่วนที่เหลืออีก ๔ ประเทศ ที่เราเรียกว่า ประเทศซีแอลเอ็มบี (CLMB) นั้น จะเริ่มต้นลดภาษีในป้ ๒๕๕๘ ซึ่งท่านประธานครับ ประเทศจีนเองได้เปึนผู้ค้าอันดับ ๒ ของอาเซียนและแน่นอนครับมีความสําคัญต่อการค้า กับประเทศไทยเปึนอย่างมาก ในช่วง ๕-๖ ป้ที่ได้มีการลงนามในสัญญาต่าง ๆ นี้ ภาษีของประเทศจีนอัตราภาษีที่ได้มีการค้าขายระหว่างประเทศจีนกับอาเซียน ลดลงนะครับท่านประธาน ในส่วนของที่เปึนการขายจากอาเซียนไปประเทศจีน ๑๒.๘ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๐.๖ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่อัตราภาษีของสินค้าอาเซียนที่ขาย ในประเทศจีนลดลงจาก ๙.๘ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ อย่างไรก็ดีมีปัญหาเกิดขึ้นมาก โดยเฉพาะที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวถึงแล้วเปึนปัญหาในเรื่องของเทคนิคครับ ที่ปรากฏว่าผู้นําเข้าและส่งออก จากภูมิภาคอาเซียนและจีนไม่สามารถใช้สิทธิพิเศษทางภาษีตามข้อตกลงได้ อย่างไรก็ตามในเรื่องนี้ถ้าเราได้มีการแก้ไขพิธีสารฉบับนี้ผมเชื่อครับว่าจะสามารถ ดําเนินการเอื้อและให้เกิดความสะดวกกับผู้ค้า ผู้ขาย ผู้ดําเนินการส่งเข้าและนําสินค้า ส่งออกไปยังประเทศจีนจากประเทศอาเซียน และเรื่องสําคัญครับ คือเรื่องเทคนิค ดังกล่าวนี้เปึนเรื่องของกฎว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้าการซื้อขายผ่ายนายหน้าประเทศที่สาม หรือต้องขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษครับ ก็คือ เธิร์ด ปาร์ตี้ อินวอยซิง ซึ่งเรื่องนี้ เปึนสิ่งที่ทําให้สินค้าหลายอย่างของประเทศไทยโดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับยางพารา สินค้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สินค้าเครื่องนุ่งห่ม และผลไม้ ทําให้ไม่สามารถขาย และใช้สิทธิทางภาษีได้ ประเทศที่เปึนประเทศที่สามที่เราพูดถึงนี้คือฮ่องกง ท่านประธาน คงทราบครับว่าฮ่องกงเองเปึนประเทศหน้าด่านที่มีความสําคัญมากต่อการนําสินค้า ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการค้าขาย ไม่ว่าจะเปึนสินค้าในเรื่องของการเกี่ยวข้องกับ ประเทศไทยโดยตรง การลงทุนโดยตรง และการลงทุนทางด้านการเงิน ซึ่งผมเอง ได้เคยทํางานอยู่ที่ฮ่องกงและท่านรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ก็เคยได้ทํางานร่วมกันที่ฮ่องกง เห็นครับ และเห็นความสําคัญว่าฮ่องกงนั้นเปึนประตู ที่สําคัญมากในการนําสินค้าสู่ประเทศจีน ท่านประธานครับ การแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ อาเซียนเองและจีนจึงตกลงให้มีการที่จะแก้เรื่องของวิธีในการดําเนินการทางด้านเทคนิค อันนี้ โดยจะกําหนดเงื่อนไขและการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสาระของความตกลงให้เกิดความชัดเจน และสมบูรณ์ขึ้นอย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวแล้วนะครับ ข้อตกลงดังกล่าวนี้ได้มีการทํา กับประเทศอาเซียนและในกลุ่มประเทศอื่น ไม่ว่าจะเปึนอาเซียนกับประเทศอินเดีย อาเซียนกับประเทศญี่ปุ์น และอาเซียนกับประเทศเกาหลี ท่านประธานครับ ผมเห็นว่า การแก้ไขพิธีสารดังกล่าวจะช่วยเอื้ออํานวยต่อการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีให้มากขึ้น อย่างแรกครับ ทั้งในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงกําหนดเวลาของการออกใบรับรอง ถิ่นกําเนิดของสินค้า หรือขออนุญาตกราบเรียนที่เรียกว่า ฟอร์ม อี ให้สามารถกระทําได้ ก่อนการส่งออก จากเดิมที่เคยมีการกําหนดไว้ว่าจะต้องส่งเอกสารนี้ในช่วงเวลาที่มี การส่งออกแล้วหรือเรียกว่าในการส่งหลังจากที่สินค้าได้ออกไปแล้ว นอกจากนี้แล้วครับ ท่านประธาน ผู้ส่งออกและผู้นําเข้าจะได้รับความสะดวกยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเรื่อง ของการระบุการดําเนินการเพื่อให้ศุลกากรสามารถตรวจปล่อยสินค้าได้ในกรณีที่มี ความแตกต่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ นี่ละครับ บางครั้งทําให้เปึนปัญหาที่เกิดขึ้น ในเรื่องของความล่าช้า เช่นยกตัวอย่าง ความแตกต่างในเรื่องของพิกัดอัตราศุลกากร ที่ระบุในฟอร์ม อี ซึ่งเดิมเคยระบุไว้ในลักษณะแบบกว้าง ๆ ทําให้เกิดปัญหาค่อนข้างมาก ท่านประธานครับ ผมเองในฐานะตัวแทน ในฐานะสมาชิกของสภาแห่งนี้ ขออนุญาต กราบเรียนว่าขอสนับสนุนการจัดทําพิธีสารเพื่อแก้ไขความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้า ภายใต้กรอบตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสมาคมประชาชาติแห่งอาเซียน ตะวันออกเฉียงใต้และสาธารณรัฐประชาชนจีน ฉบับที่ ๒ ซึ่งจะมีการลงนามในการประชุม ผู้นําสุดยอดอาเซียน และสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ ประเทศสาธารณรัฐสังคมเวียดนาม ในเดือนตุลาคม กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน