รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๕ กันยายน ๒๕๕๓

วิทยา อินาลา หารือเรื่องการค้าขายระหว่างไทยกับจีน โดยเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขพิธีสารเพื่อแก้ไขความตกลงการค้าสินค้าภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับจีน และสนับสนุนพิธีสารอาเซียนกับจีนในการแก้ไขครั้งที่ 2 นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการนำเข้าสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น โดยถามถึงการลดภาษีและใช้แบบฟอร์มเอกสารสากล

นายวิทยา อินาลา สมาชิกวุฒิสภา นครพนม

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม วิทยา อินาลา สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนครพนม ในฐานะที่เปึนสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นที่ผมจะเข้าสู่รายละเอียดของเนื้อหานะครับ ผมก็ต้องกล่าวชื่นชมทางกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และข้าราชการ กระทรวงพาณิชย์ที่ทําให้การค้าการขายบ้านเราทุกวันนี้ที่ค้าขายกับต่างประเทศมียอดเงิน ที่สูงขึ้น ผมขอกล่าวชื่นชมในตอนนี้ด้วย ส่วนในเรื่องของพิธีสารเพื่อแก้ไขความตกลงว่า ด้วยการค้าสินค้าภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่าง สมาคมประชาชาติแห่งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้และสาธารณรัฐประชาชนจีน ฉบับที่ ๒ ผมคิดว่าสิ่งนี้เปึนสิ่งที่ดีครับ เพราะว่าต่อไปนี้ถ้าเรายังตกเทรนด์ (Trend) เรื่องของเอฟทีเอ อยู่นี่ประเทศชาติเรายิ่งจะถอยหลังเข้าไปอีกนะครับ เพราะว่าทุกวันนี้การค้าการขาย ในโลกนี้ ต่อไปนี้คําว่าภาษีศุลกากรมันจะไม่มีแล้ว แล้วก็ยิ่งสําคัญที่สุดที่เราจะทําวิธี ของอาเซียนกับจีนแก้ไขเปึนครั้งที่ ๒ เพื่อให้การค้าการขายโดยเฉพาะเรื่องของฟอร์ม อี นี่นะครับ ผมก็จะย้อนกลับไปว่าฟอร์ม อี กับฟอร์ม ดี (Form D) ต่างกันอย่างไร ฟอร์ม ดี นี่คือ การเปึน เซอร์ติฟ่เคท ออฟ ออริจิน (Certificate of origin) ก็คือว่าเปึนประเทศกําเนิด ถ้าฟอร์ม ดี นี่ก็คืออาเซียนกับอาเซียน อย่างประเทศไทยค้าขายกับประเทศมาเลเซีย เราก็จะออกฟอร์ม ดี ให้เพื่อที่จะมาลดภาษี แต่ถ้าเปึนฟอร์ม อี ก็คืออาเซียนกับจีน เขาเรียกฟอร์ม อี ก็คือเซอร์ติฟ่เคท ออฟ ออริจิน คือ ๑๐ ประเทศที่อาเซียนถ้าค้าขายกับจีน ถ้าเราส่งออกเราก็จะออกฟอร์ม อี ในประเทศไทยเราเรียกว่าฟอร์ม อี เพราะฉะนั้นฟอร์ม อี กับฟอร์ม ดี มันจะต่างกัน ทีนี้การแก้ไขครั้งที่ ๒ ระหว่างอาเซียนกับจีนผมก็ว่าเปึนสิ่งที่ดี โดยเฉพาะเรื่องของฟอร์ม อี ที่ผ่านมาข้อตกลงตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ แล้วมาแก้ไขอีกป้ ๒๕๔๙ แล้วมาแก้ไขครั้งที่ ๒ อีก ผมว่าเปึนการแก้ไขให้ทันกับโลกปัจจุบันและโลกอนาคตว่า เราจะทําอย่างไรบ้างให้เกิดการค้าการขาย ซึ่งจีนเปึนตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก แล้วจีนตอนนี้จีดีพีของจีนตอนนี้เปึนอันดับ ๓ ของโลก รองจากอเมริกาและญี่ปุ์นเกือบ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านยูเอสดอลลาร์ แล้วผมประมาณว่า ถ้าจีดีพีโต ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๆ ทุกป้ผมว่าไม่เกิน ๑๕ ป้เศรษฐกิจของจีนจะเปึนอันดับ ๑ ของโลก จะแซงอเมริกา แซงญี่ปุ์นไป ซึ่งผมบอกป้หน้าหรือว่าป้นี้เศรษฐกิจจีนแซงญี่ปุ์น แน่นอนขึ้นมาสู่อันดับ ๒ แล้ว แล้วก็สิ่งหนึ่งที่ไทยเราบอกว่าเราจะให้หรือว่าอาเซียนจะ ค้าขายกับจีน ผมบอกว่าเปึนการมองอนาคตที่ถูกต้องแล้ว แล้วเราต้องให้ความสําคัญกับ ตลาดจีนเปึนอันดับ ๑ ด้วย เราอย่าหลงประเด็นเพราะว่าทุกวันนี้รัฐบาลไทยส่วนใหญ่ ให้ความสําคัญกับการส่งออกไปสู่อเมริกา สู่ยุโรป สู่ญี่ปุ์น ผมบอกว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านมีวิสัยทัศน์ที่ดี ถ้าท่าน ให้ความสําคัญกับจีนเปึนอันดับ ๑ ต่อไปนี้จีดีพีของไทยจะโตมากกว่า ๕ เปอร์เซ็นต์ทุก ๆ ป้ แล้วสิ่งสําคัญที่สุดผมอยากจะถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าในกฎข้อ ๑๒ ในวงเล็บบี (B) ในกรณีที่จีนเอ็มซี (MC) จะต้องออกโดยหน่วยงานศุลกากรในกรณีของ ประเทศสมาชิกอาเซียนคือหน่วยงานออกหนังสือรับรอง หน่วยงานของอาเซียน ออกตรงไหนครับ ถ้าประเทศไทยออกที่ประเทศไทยไหม ถ้ามาเลเซียออกที่มาเลเซียไหม หรือเรามีหน่วยงานกลางออกให้สําหรับอาเซียน อันนี้เปึนคําถามข้อที่ ๑

คําถามข้อที่ ๒ ถามว่าถ้าประเทศเธิร์ด ปาร์ตี้ ประเทศที่ไม่ใช่อาเซียน และที่ไม่ใช่จีน อย่างเช่นบริษัทจากประเทศญี่ปุ์นที่ซื้อขายสินค้าระหว่างจีนแล้วส่งออกมา ทางอาเซียน อินวอยซ์ (Invoice) ไปออกที่ญี่ปุ์น ถามว่าตรงนั้นยังได้ฟอร์ม อี แล้วก็ได้ เบเนฟ่ก (Benefic) จากการลดภาษีได้หรือไม่นะครับ

คําถามข้อที่ ๓ ถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าในแบบฟอร์มของ ฟอร์ม อี ในแบบฟอร์มของเอกสารแนบซี (C) ข้อ ๖ หมายเลขพิกัดศุลกากรระบบ ฮาร์โมไนซ์ (Harmonized) ต้องเปึนหมายเลขของประเทศภาคีผู้นําเข้า อันนี้หมายความว่า อย่างไรครับ คําว่าฮาร์โมไนซ์ ซิทเต็ม (Harmonized System) ระบบฮาร์โมไนซ์เปึนระบบสากล ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นถ้าฮาร์โมไนซ์ โคด (Harmonized code) อันเดียวกันมันน่าจะใช้ได้ ทั้งโลกเหมือนกันใช่หรือไม่ ผมจะมีคําถามอยู่ ๓ คําถาม

แล้วก็สุดท้าย ผมก็ขอสนับสนุนพิธีสารของอาเซียนกับจีนในการแก้ไข ครั้งที่ ๒ ขอบคุณครับ