ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง พูดถึงการแก้ไขความตกลงการค้าระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีใจความหลักคือการรับรองสินค้าที่ผลิตจากประเทศอื่นในการส่งออกไปยังประเทศอื่น และการเสียประโยชน์จากการไม่เสียภาษีในการค้าเสรี
กราบขอบคุณท่านประธานครับ เรื่องนี้ต้องถือว่าเปึนเรื่องใหญ่มาก ท่านประธานครับ เรื่องประชุมเพื่อเห็นชอบให้เลื่อน คือรัฐบาลเห็นว่าเปึนเรื่องสําคัญก็เลยให้เลื่อนมา ดังที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่าเดือนตุลาคมนี้จะไปประชุมร่วมกันในเรื่องของสภาอาเซียน ก็เลยจะไปดําเนินการในเรื่องของการลงนามในการประชุมในเรื่องดังกล่าว ต้องขออนุญาต กราบเรียนครับว่าพิธีสารเพื่อแก้ไขความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าภายใต้กรอบ ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสมาคมประชาชาติแห่งเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้และสาธารณรัฐประชาชนจีน ฉบับที่ ๒ ต้องขออนุญาตกราบเรียน อย่างนี้ครับท่านประธาน ถามว่ารัฐบาลทําไมต้องไปทําตกลง ตกลงแล้วเรื่องนี้อยู่ดี ๆ ทําไมต้องมาทํา ทําแล้วได้อะไรขึ้นมา ถ้าจะอ้างว่าประเทศอื่นเขาต้องการทําก็แสดงว่า เขามีผลประโยชน์ใช่ไหม เขาได้รับผลประโยชน์ใช่ไหมเขาถึงทํา แล้วเราได้ผลประโยชน์ ตรงไหน ตรงนี้เราต้องพิจารณาให้รอบคอบ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ เรื่องนี้ถ้าอ่านแล้วศึกษาแล้วก็สรุปในกรอบง่าย ๆ คือพูดง่าย ๆ จะมาทําความตกลง เปึนสัญญานั่นเอง เปึนสัญญาความตกลงกันว่าต่อไปนี้ประเทศไทยแล้วก็ประเทศที่เปึน คู่สัญญา ยกตัวอย่างในสัญญาฉบับปัจจุบันก็คือสาธารณรัฐประชาชนจีน สามารถที่จะ รับรองสินค้าของประเทศอื่นที่ไม่ใช่ประเทศของตนเองในการที่จะส่งออกไปยังประเทศ อื่น ๆ ได้ ในขณะนี้ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าประเทศไทยเรามีสินค้าใดก็ตาม แต่เรา ก็สามารถที่จะรับรองถิ่นกําเนิดของสินค้าของเรา แล้วประเทศไทยของเรา เราก็ส่งของ ประเทศไทยเราไปเองได้ แต่ในขณะนี้ที่แก้สัญญาหรือจะไปกระทําสัญญากันในขณะนี้ ก็คือว่าจะไปรับรองสินค้าที่เกิดจากถิ่นประเทศอื่น ยกตัวอย่าง เช่น ข้าว มันสําปะหลัง ข้าวโพด อ้อยหรืออะไรก็ตามแต่ที่ประเทศเพื่อนบ้านใกล้ ๆ กัน เช่น ลาว เขมร พม่า หรืออาจจะมากไปกว่านั้นก็ได้ อาจจะไปยังประเทศไกลไปกว่าโน้นเลยก็ได้ ไปถึงอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้อะไรก็ตามแต่ แล้วเราก็รับรอง ประเทศไทยก็รับรอง การรับรองถิ่นสินค้าก็ต้องถามว่า ใครเปึนผู้รับรอง ก็คือผู้นําเข้าและส่งออกเปึนผู้รับรองว่าเขาได้สินค้านี้มาตรงนี้อย่างนั้น อย่างนี้แล้วก็รับรองไปโดยประเทศไทยในการที่จะส่งสินค้าไป คําถามก็คือว่าเมื่อเรา ทําสัญญาไปแล้ว ฉบับเก่า ๆ ที่เราเคยทําไปแล้วก็คือเอฟทีเอ ความตกลงการค้าร่วมกัน ในการที่เรียกว่าทําให้ไม่เสียภาษี ฟรี เทรด (Free trade) ถามว่าแล้วประเทศไทยเราสูญเสีย มากไหม ขนาดไหน อย่างไร ต้องบอกว่าวันนั้นจนกระทั่งวันนี้พี่น้องประชาชนส่วนหนึ่ง ไม่ได้รับการเยียวยาหรือไม่ได้รับการดูแลแล้วก็เกิดความสูญเสียอย่างมากก่อนที่ผมจะมา ฉบับที่ ๒ ท่านประธาน ฉบับแรกนั้นต้องบอกว่าเราไปสูญเสียจนกระทั่งวัวก็ดี น้ํานมก็ดี ในขณะนี้พี่น้องประชาชนเกษตรกรผู้เลี้ยงทางด้านโคก็ได้รับความสูญเสียเปึนอย่างมาก ราคาตกจนกระทั่งเรียกว่าผู้เลี้ยงโค ผู้ค้านม หรือผู้ประกอบการในด้านเลี้ยงโคนมนั้น เรียกว่าบางคนสิ้นเนื้อประดาตัวไปเลย เปึนหนี้เปึนสินอย่างมากมายมหาศาล แต่ถามว่า แล้วเราไปตกลงแล้วใครได้ละ ปรากฏว่าผมเองก็อยากจะกราบเรียนอุปมาอุปไมย เอาเนื้อหนู ไปแปะเนื้อช้าง เพราะคนที่ได้หรือคนที่ดําเนินการได้นั้นก็คือผู้ค้า ผู้ส่งออก นายทุนทั้งหลาย หรือผู้ประกอบการทางด้านอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์ ที่เราบอกว่าในขณะนี้อิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์เราดีมาก ก็เพราะอย่างนี้ท่านประธาน เพราะว่าเราไปสูญเสียในเรื่องของการแลกเปลี่ยนหรือการตกลง ทําให้สินค้าที่เราผลิตนั้นไม่สามารถดําเนินการได้ ขอย้อนกลับมาในฉบับนี้ ฉบับที่ ๒ ที่เราจะไปตกลงหรือไปทําสัญญาตกลงกับเขา ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า สิ่งที่สําคัญก็คือว่า เมื่อเราตกลงไปแล้วเราก็เสมือนหนึ่งรับรอง ในขณะนี้จะไปรับรองสินค้า ยกตัวอย่างใกล้บ้านเราก็แล้วกัน ข้าว จะเปึนข้าวเปลือก ข้าวเหนียว ข้าวอะไรก็ตามแต่ หรือว่าจะเปึนมันสําปะหลัง จะเปึนอ้อย แล้วก็ส่งไปยังประเทศอื่นที่เขามีความประสงค์ นั่นก็หมายความว่าก็คือการนําให้ผู้ประกอบการประเทศไทยของเรานั้นสามารถที่จะนํา สินค้าประเทศเพื่อนบ้านหรือประเทศอื่น ๆ นั้นไปส่งทดแทนของประเทศไทยเรา คําถามก็คือว่า ตลาดการค้าหรือผู้ที่มีความต้องการนั้นเขาก็มีจํานวนจํากัด ในขณะที่ประเทศไทยของเรานั้น เราบอกว่าสินค้าของเราโดยเฉพาะข้าว มันสําปะหลัง เราบอกว่าในอดีตที่ผ่านมา จะต้องรับการจํานํา เพราะอะไร เพราะปริมาณที่เราผลิตได้นั้นมันเหลือปริมาณที่จะใช้ ในประเทศแล้วต้องส่งออก แต่ปรากฏตลาดการส่งออกของเราก็ไม่มีแล้วก็ไม่ดีพอ เราก็เลยจําเปึนจะต้องมาทําลักษณะของการจํานําไปก่อน ต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานครับ ถ้าเปึนอย่างนั้นแล้วทําไปแล้ว ต้องขออนุญาตเรียนถามคําถามกลับว่า เมื่อผู้ค้าส่งออก ผู้ประกอบการทั้งหลายนําผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ข้าวนั้น มาส่งทดแทนไปแล้ว คําถามเพื่อจะหาคําตอบก็คือแล้วพี่น้องเกษตรกรชาวนาจะอยู่ อย่างไร ผมเองต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ คงไม่เฉพาะชาวไร่ชาวนา เท่านั้น ในขณะนี้ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าคงต้องไปถึงมันสําปะหลัง อ้อย ข้าวโพด แล้วก็ผลไม้ โดยเฉพาะลําไย เงาะ หรืออื่น ๆ ผลิตภัณฑ์อื่น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ก็คงต้องบอกว่าเพื่อนบ้านของเรานั้นเขาก็มีปริมาณจํานวนมากพอสมควร แล้วเราก็จะไป รับรองการส่งออกให้เขา ซึ่งในอดีตเขาไม่สามารถที่จะส่งออกได้ แล้วเราก็จะไปส่งออก ให้เขาแทน แล้วเราก็ไปออกหนังสือรับประกันในการที่จะส่งออก ถามว่าแล้วมูลค่า มันจะเพิ่มขึ้นจริงหรือ คําตอบก็คือผมให้คําตอบท่านประธาน ไม่จริงเปึนภาพลวงตา เพราะอะไร เพราะผู้ประกอบการเขามีการค้า เขามีลูกค้าเขาอยู่จํานวนปริมาณหนึ่งอยู่แล้ว ซึ่งประเทศไทยเราต้องติดต่อค้าขายกับเขาอยู่แล้ว ถ้าเขามีความสามารถจริง สามารถส่งออก เพิ่มขึ้นได้จริงเขาทําไมไม่เอาข้าวไปส่งออกให้มากขึ้น เขาทําไมไม่เอาลําไยไปส่งออกให้มากขึ้น ในขณะนี้ในขณะที่ประเทศไทยเราเหลือเฟ๋อ เรากําลังจะไปเอาที่ประเทศอื่นมา แล้วก็ จะมารับรองให้กับประเทศนั้นแล้วก็ส่งออกไปแทน คําถามก็คือแล้วสินค้า ผลิตผล ทางการเกษตรกรที่อยู่ในประเทศไทยของเรา เราจะทําอย่างไร ไม่ตกต่ําใหญ่หรือ ไม่เสียหาย มากไปกว่าเก่าหรือ มันจะเหมือนวัวนะครับท่านประธาน มันจะเหมือนโคนมนะครับ ท่านประธาน ท้ายที่สุดเกษตรกรทั้งหลายในประเทศไทยจะอยู่ไม่ได้ มันจะเสียหายทั้งหมด แล้วก็จะเปึนสิ่งที่เรียกว่าเราก็จะแก้ไขได้ยาก แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องบอกกับท่านประธานว่า มันมีลักษณะของการเยียวยา ยังจะบอกว่ามีการเยียวยา สามารถเยียวยาได้ รัฐบาล เยียวยาวได้ ถ้าพี่น้องเกษตรกรได้รับผลกระทบก็เยียวยา คําถามก็คือเอฟทีเอที่เกิดขึ้น หลายป้ประมาณ ๕-๖ ป้แล้วท่านประธาน คําถามก็คือว่าประเทศไทยเราไปเยียวยา เกษตรกรรายไหนบ้าง มีการอ้างบอกกําแพงแสนเอาไปเยียวยา ถามคําถามกลับว่า กําแพงแสนนั้นเปึนสถาบันทางการศึกษาใช่ไหม เปึนมหาวิทยาลัยของมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ใช่ไหมที่เขาทําอยู่ พี่น้องเกษตรกรหรือเปึนลักษณะขององค์กรเกษตรกรจริง ๆ ได้รับการเยียวยาไหม ไม่เลย ไม่ได้รับเลย สิ่งเหล่านี้ต่างหากทําให้พี่น้องประชาชนเกษตรกรล้มละลาย เสียหาย ได้รับผลกระทบเปึนอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนครับว่าผมเองนั้น ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยที่จะดําเนินการในเรื่องของนําสัญญาดังกล่าวมาในการที่จะขออนุญาต ให้รัฐมนตรีไปดําเนินการไปลงนามในสัญญาดังกล่าวเพื่อทําความตกลงเพื่อรับรองถิ่นกําเนิด ของสินค้าให้กับประเทศเพื่อนบ้านหรือประเทศอื่น ๆ เพื่อให้ผู้ส่งออกในประเทศไทยของเรานั้น สามารถส่งสินค้าไปได้ ซึ่งสิ่งดังกล่าวนั้นถ้าพูดถึงทําจริงต้องขออนุญาตกราบเรียนครับว่า ผมบอกว่าประเทศไทยของเราคนที่จะล้มละลายเสียหาย ประเทศไทยของเราผู้ที่ปลูกข้าว จํานวนมากหรือพืชผลการเกษตรจํานวนมากในประเทศไทยต้องล้มละลายอีกนับกันไม่ถ้วน ยิ่งกว่าที่ผ่านมาในเรื่องของวัว ในเรื่องของโคนม ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน เปึนอย่างนั้น เพราะฉะนั้นผมเองต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าไม่เห็นด้วย อย่างยิ่ง แล้วก็ถือว่าเปึนการสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยซ้ําแล้วซ้ําอีก ฉะนั้น ต้องขออนุญาตกราบเรียนครับว่าอย่างไรก็ตามแต่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง กราบขอบคุณครับ