รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๕ กันยายน ๒๕๕๓

สมคิด บาลไธสง หารือเรื่องการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลียและไทย-นิวซีแลนด์ โดยเสนอแนะให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าข้าวของโลก นอกจากนี้ยังพูดถึงปัญหานมที่นำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้นมในประเทศมีราคาสูง และเสนอแนวคิดที่จะปลูกหญ้าแลกเปลี่ยนกับประเทศออสเตรเลีย และเสนอแนะให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควบคุมราคายางพาราเพื่อให้เกษตรกรที่ปลูกยางได้รับรายได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการศึกษาไทยที่เสียเปรียบจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเสนอแนวคิดให้เอกชนไทยลงทุนสร้างมหาวิทยาลัยในประเทศออสเตรเลีย และส่งเสริมให้คนไทยไปเรียนที่ประเทศเพื่อนบ้านโดยไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียนที่สูง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องคาร์บอนเครดิต โดยเสนอให้ใช้เงินจากประเทศอุตสาหกรรมเพื่อส่งเสริมการปลูกต้นไม้และพืชผลในประเทศไทย

นายสมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หนองคาย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรอบการเจรจา ความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย และกรอบการเจรจาความเปึนหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ที่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นไทย-นิวซีแลนด์ ซึ่งกระผมฟังหลายท่านได้ให้แนวความคิด ผมก็จะ ไม่พยายามพูดซ้ํา ถ้าไม่จําเปึน ผมอยากแสดงความคิดเห็นดังนี้เพื่อฝากไปยังท่านรัฐมนตรี อลงกรณ์ที่ผมชอบท่านมาก ได้ทํางานร่วมกันมาในคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย เห็นว่าท่านเปึนคนหนึ่งที่ได้พยายามในการเจรจาประสานงานกับต่างประเทศในเรื่อง พาณิชย์ ผมก็ขอเสนอแนะอย่างนี้ครับอยากให้ว่าก่อนที่ประเทศไทยเราจะไปทําข้อเจรจา อะไรกับต่างประเทศ เราพร้อมหรือยังสมมุติว่าประเทศไทยเราเปึนประเทศเกษตรกรรม เปึนส่วนใหญ่ ซึ่งจริง ๆ แล้วเรื่องอุตสาหกรรมภาคเอกชนเขาทําอยู่แล้ว ถึงรัฐบาล ไม่สนับสนุนเขาก็ทําอยู่แล้วนะครับแต่อยากให้มาช่วยเหลือภาคเกษตรกร อย่างกรณี ข้าวมันล้นตลาด ราคาเวลาคนซื้อกินแพง แต่ว่าซื้อจากเกษตรกรถูกสวนทางกันอยู่ เราจะทําอย่างไร ผมอยากให้ประเทศไทยเปึนฮับ (Hub) ข้าวของโลก ทําอย่างไรอยากให้ กระทรวงพาณิชย์ได้คิดกันเพื่อจะให้เปึนศูนย์กลางของข้าวเหมือนกับน้ํามันที่กลุ่มประเทศอาหรับ หรือกลุ่มประเทศโอเปกเขาเปึนนะครับ ถ้าทําอันนี้ได้แล้วจะทําให้ประชาชนหรือชาวไร่ชาวนาเรา อยู่ดีมีสุขยิ่งขึ้นก่อนที่เราไปตกลงแล้ว ถ้าเราคิดว่าจะเปึนฮับของข้าว เปึนศูนย์กลางข้าว ของโลก เราก็จะไปเจรจาเขาเรื่องการเกษตร แล้วเราก็พยายามทําทุกอย่างเพื่อให้พ่อค้า ของเราในประเทศไทยนี้นําข้าวจากต่างประเทศใกล้เคียง ไม่ว่าประเทศพม่า ประเทศลาว ประเทศเวียดนาม ประเทศเขมร ให้ประเทศไทยเราควบคุมข้าวหรือมาทําสัญญา เหมือนกลุ่ม ประเทศโอเปกนะครับ แล้วถึงไปต่อรองกับประเทศที่เราจะทําสัญญาเจรจากับเขานี้ อันนี้ ก็ฝากไปนะครับ

มาพูดถึงเรื่องฟาร์ม ฟาร์มเขาส่งเนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ อย่างประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ส่งมา เขาส่งนมมาตีตลาดทําให้นมบ้านเราราคาเมื่อมันแพงกว่า คนก็ไปซื้อ นมที่ถูก ไม่ว่าจะนมโรงเรียนก็ตามยังไปเอานมผงมากวนน้ําแล้วก็ต้มส่งไปเด็กนักเรียนกิน อันนี้ก็คือปัญหาที่ขนาดเรายังไม่ทําเอฟทีเอมันก็มีปัญหาแล้ว ถ้าเราไปเจรจาพวกนี้แล้ว ปัญหาจะมาสู่เกษตรกรไหม ถ้ามันจําเปึนเราจะต่อรองกับเขาได้ ประเทศไทยเราอยู่ในภูมิภาคที่ปลูกหญ้าได้ ให้เกษตรกรเราปลูกหญ้าเพื่อจะแลกเปลี่ยน กับการส่งนมของประเทศออสเตรเลียอย่างนี้ แทนที่เราจะเลี้ยงเองเราอาจจะทําฟาร์มหญ้า ไปแลกเปลี่ยนกับฟาร์มเขานะครับ ส่งหญ้าไปเขาเอานมมาให้เราคิดสัดส่วนที่เราไม่เสียเปรียบ อันนี้ก็ฝากเปึนแนวคิดไว้ครับ

อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องพวกแร่ พวกรถยนต์ อย่างท่านผู้มีเกียรติที่ได้พูดอภิปราย ไปแล้วเกี่ยวกับรถยนต์ เกี่ยวกับทองแดงที่ว่า ประเทศออสเตรเลียผลิตทองแดงส่งมา ในลักษณะรูปแบบของรถยนต์อะไรอย่างนี้ จริง ๆ แล้วทองแดงที่ประเทศออสเตรเลีย เอาไปเขาเอามาจากประเทศลาวนะครับ ผมถามว่าประเทศไทยเราคิดอะไรอยู่ เดี๋ยวนี้ ทองแดงจากภูเบี้ยประเทศลาวส่งป้หนึ่งไม่น้อย ท่านไปนั่งนับอยู่ที่สะพานไทย-ลาว รถเทรลเลอร์ส่งข้ามสะพานมาแล้วก็ลงที่แหลมฉบังทุกวัน อันนี้ก็อยากให้ทางรัฐบาล หรือผู้เกี่ยวข้องไปติดตามดู เมื่อเขาเอาทองแดงจากภูเบี้ยขนผ่านประเทศไทยไปแล้วลง แหลมฉบังแล้วก็ไปส่งประเทศออสเตรเลียแล้วก็ผลิตเปึนอุปกรณ์ที่สําเร็จ แล้วมันก็ราคา แพงขึ้น แล้วเราก็บริโภคสินค้าที่แพง อันนี้ทําอย่างไรเราจะได้ทองแดงจากประเทศลาว แล้วเราเปึนคนมาผลิตเพื่อส่งไปขาย อันนี้ก็เปึนความคิดอีกอย่างหนึ่ง ยางพาราก็เช่นเดียวกัน ยางพาราของเราก็ถือว่าเปึน ๑ ในโลกที่ว่าผลิตยางพารามากนะครับ แต่ก่อนช่วงรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณได้พยายามให้ประเทศไทยเราเปึนศูนย์กลางของตลาดยาง เรากําหนดราคาได้ ก็อยากให้ทางกระทรวงพาณิชย์หรือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกันหรือใครก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้องทําเปึนฮับของยางพาราอย่างที่ว่าเหมือนข้าว ผมว่าเกษตรกรผู้ทําสวนยางก็จะมีชีวิตที่ดีขึ้นนะครับถึงแม้ว่าตอนนี้จะมีราคาดีพอสมควร ก็ตาม แต่ถ้าเราควบคุมได้จริง ๆ จะทําให้เกษตรกรผู้ทําสวนยางพารานี้มีรายได้ดีขึ้น อันนี้ก็ฝากไปด้วยครับ

เรื่องการศึกษาก็เช่นเดียวกัน เราเสียเปรียบทางการศึกษา ผมอยาก เสนอแนะว่าให้กระทรวงศึกษาธิการหรือผู้ที่เกี่ยวข้องหรือเอกชนผู้มีความคิดทางการศึกษา ผู้มีความรักการศึกษา ถ้าเห็นว่าประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์มีคนสนใจไปมาก เราทําไมไม่ส่งเสริมให้เอกชนไทยเราไปลงทุนสร้างมหาวิทยาลัยที่ประเทศออสเตรเลีย เอาครูที่ประเทศออสเตรเลียแต่เปึนกิจการของคนไทยแล้วเงินก็จะกลับมาสู่ประเทศไทย อีกทีหนึ่งนะครับ อันนี้ก็ฝากเปึนแนวคิดนะครับ เรื่องการศึกษาผมอยากยกตัวอย่างให้เห็น ประเทศเพื่อนบ้านเรา ผมเปึนกรรมาธิการคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย ผมไป หลาย ๆ ประเทศแถว ๆ บ้านเราตามชายแดน ผมยกตัวอย่างประเทศลาวกับประเทศ เวียดนาม คนลาวไปเรียนหนังสือประเทศเวียดนามเหมือนกับไปโรงเรียนธรรมดา เขาไม่มีพิธีรีตองอะไรมากเขาปล่อยเต็มที่ แต่ของเรายังกีดกันอยู่ ผมยกตัวอย่างให้เห็น เรายังถือเปึนสากล เพื่อนผมมาเรียนหนังสือด้วยกัน ค่าเทอมของเรา ๒๐,๐๐๐ บาท หรือ ๑๘,๐๐๐-๑๙,๐๐๐ บาท แต่คนลาวมาเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏจังหวัดอุดรธานี เทอมหนึ่ง ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาท อันนี้มันก็เปึนการไม่ส่งเสริมให้เพื่อนบ้านเขามาเรียนที่เรา เมื่อไม่คนมาเรียนเราก็ไม่มีอิทธิพลในการที่จะไปกล่อมเกลา เพราะฉะนั้นทําอย่างไร เราถึงจะมีนโยบายเป่ดโอกาสให้ประเทศเพื่อนบ้านได้เข้ามาเรียนที่เรามากที่สุด แล้วก็ เปึนค่าเล่าเรียนที่เหมือน ๆ กับพวกเรา ไม่ใช่คนต่างประเทศมาแล้วคิดเปึน ๒ เท่า ๓ เท่า อย่างที่เปึนอยู่ขณะนี้ เพราะฉะนั้นเราไม่มีอิทธิพลด้านวัฒนธรรม ด้านการศึกษาเหนือ เพื่อนบ้านเรา เมื่อเขากลับไปประเทศเขา เขาก็ไม่ได้นําความคิดอันนี้ไปมาก เพราะมี คนมาเรียนน้อย เพราะฉะนั้นประเทศเวียดนามเขาถึงให้คนลาวไปเรียนอย่างเสรีเลย เพราะฉะนั้นความคิดต่าง ๆ ออกมาเขาถึงนิยมประเทศเวียดนามมากกว่านิยมประเทศไทย ทั้ง ๆ ที่พูดภาษารู้เรื่องกัน อันนี้ก็ฝากท่านครับ

ด้านสุดท้ายนะครับ ท่านได้ตกลงเกี่ยวกับเรื่องคาร์บอนเครดิต (Carbon credit) ไหม คาร์บอนเครดิต ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ก็เปึนประเทศหนึ่งที่เปึนอุตสาหกรรม เปึนส่วนหนึ่งที่สร้างโลกให้มันร้อน ภาวะโลกร้อน ประเทศไทยเราเปึนประเทศเกษตรกรรม ถ้าเราจะส่งเสริมปลูกต้นไม้ในบ้านเราให้มาก โดยเอาเงินจากประเทศอุตสาหกรรม จากประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์หรือประเทศอะไรก็ตามที่เปึนอุตสาหกรรม เราเจรจากันตกลงกันแล้วเอาเงินเครดิตคาร์บอนอันนี้มาให้เกษตรกรที่จะปลูกป์า หรือปลูกสวนยางก็ตาม มานับต้น มานับขนาดให้กันเลยจะดีไหม ผมอยากฝากแนวคิด อันนี้ด้วย เพราะว่าบางที่เราอาจจะไม่ได้ตกลงส่วนนี้ ขอบคุณมากครับ