เจตน์ ศิรธรานนท์ อภิปรายเรื่องความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย และไทย-นิวซีแลนด์ โดยเน้นย้ำถึงผลประโยชน์ที่ได้รับจากการค้าเสรี และหารือเรื่องการส่งเสริมสปาไทยและนวดแผนไทยให้เป็นที่ยอมรับในโลก นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า และกล่าวถึงมาตรฐานทางการแพทย์ของประเทศไทย โดยชี้ว่าประเทศออสเตรเลียเป็นต้นแบบที่ดี
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะของ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย และความเปึน หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นไทย-นิวซีแลนด์ ซึ่งขอเรียกสั้น ๆ ว่า เอฟทีเอ ไทย-ออสเตรเลีย กับไทย-นิวซีแลนด์ นั้น ความเปึนจริงมันมีผลใช้บังคับมาตั้งแต่ วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๘ คือทําการค้าเสรีทํากันมาแล้วแล้วในข้อตกลงระบุไว้ว่า จะต้องเจรจาเพิ่มเติมภายใน ๓ ป้ ๓ ป้นี้ก็สิ้นสุดไปแล้ว ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ มีผลใช้บังคับ ตั้งแต่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๘ ก็สิ้นสุด ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑ มันก็มีปัญหาว่าเรานําเรื่องนี้ เข้าสภาช้าไปนิดหนึ่ง แต่ก็คงไม่ใช่ปัญหาเพราะว่าความล่าช้านั้นก็เกิดจากมาตรา ๑๙๐ เปึนหลัก ซึ่งก็เปึนปัญหาของทางสภานี้มาตลอด เพราะฉะนั้นปัญหาก็คือว่าใน ๓ ป้ ที่เราได้เป่ดการค้าเสรีกับ ๒ ประเทศนั้นคงจะต้องมีการทบทวนว่าเราได้ประโยชน์อะไร เสียประโยชน์อะไร แน่นอนครับท่านประธาน ในการค้าเสรีเราก็มีผู้ที่ทําธุรกิจแล้วได้ประโยชน์ จากการค้าเสรีนั้น แต่ในทางกลับกันผู้ที่เสียประโยชน์ก็มี ขึ้นอยู่กับว่าเราได้ประโยชน์ อย่างไหนมากกว่า ผมประทับใจที่ท่าน ส.ส. ท่านหนึ่งที่อภิปรายไปก่อนหน้านี้ที่บอกว่า ารเป่ดตลาดการค้าเสรีเราต้องคํานึงถึงประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเราด้วยเพราะฉะนั้น ในกรอบการค้าเสรีของไทย-ออสเตรเลีย และ ไทย-นิวซีแลนด์นั้น ถ้าหากว่าเราทบทวน เราจะเห็นว่าเราได้เปรียบนะครับ ผมดูตัวเลข จากเอกสาร ท่านประธานครับ ประเทศออสเตรเลียเราส่งออกเพิ่มขึ้นคิดตัวเลขคร่าว ๆ ๕,๓๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ ๑๖๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้น ๑๗๘ เปอร์เซ็นต์ นําเข้า ๓,๙๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม ๑๓๖ เปอร์เซ็นต์ ส่งออกดีกว่านําเข้า เช่นเดียวกับประเทศนิวซีแลนด์การส่งออก และนําเข้านั้นเปึนตัวเลขที่น้อยหน่อย ส่งออก ๖๐๗ ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม ๑๔๖ เปอร์เซ็นต์ นําเข้า ๔๐๙ ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม ๙๔.๑๗ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ เราส่งออก มากกว่านําเข้า แต่เราไม่รวมอินทานจิเบิล แอสเสท (Intangible asset) ตามที่เพื่อน สมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายไปก่อนหน้านั้น ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการศึกษา เรื่องของ การท่องเที่ยว ซึ่งตรงนั้นไม่สามารถที่จะนําตัวเลขมาดูได้ชัดเจน อีกตัวเลขหนึ่งที่เราดูก็คือ การลงทุนโดยตรงหรือเอฟดีไอ (FDI) ซึ่งก็ดูตัวเลขเหมือนกับเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกันนะครับ ทีนี้เราก็มาดูว่าในกลุ่มของธุรกิจที่ได้ประโยชน์กับกลุ่มธุรกิจที่เสียประโยชน์ แน่นอนครับ เกษตรกรซึ่งเปึนคนส่วนใหญ่ของประเทศไทยเสียประโยชน์ เพราะว่ามีการนําเข้าเรื่องของ นมแล้วก็เนื้อสัตว์โดยเฉพาะเนื้อวัว ซึ่งตรงนี้เปึนประโยชน์ของผู้บริโภคแต่ว่าเกษตรกร ได้รับผลกระทบ แล้วก็ยังจะมีเรื่องอื่น ๆ อีก ฉะนั้นถ้าหากว่าเราไปดูเรื่องของผู้ที่ได้ ประโยชน์ ผู้ที่ได้ประโยชน์ก็เช่นผู้ประกอบธุรกิจผลิตยานยนต์และชิ้นส่วน ประเทศไทย ส่งรถป่กอัพไปประเทศออสเตรเลียค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นบริษัทที่ทําธุรกิจด้านนี้ จึงได้ประโยชน์โดยตรงเมื่อแลกกับการที่ประเทศออสเตรเลียส่งออกรถเก๋งให้เข้าประเทศไทย ซึ่งตัวเลขตรงนี้ก็ลดน้อยลงทุกป้ นอกจากนี้ยังมีธุรกิจที่ได้ประโยชน์ในเรื่องของอัญมณี และเครื่องประดับ เครื่องปรับอากาศ ท่องเที่ยว สุขภาพและสปา ท่านประธานครับ ผมคิดว่าในเรื่องของรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงแรงงานหรือกระทรวงพาณิชย์ ต้องลงไปดู ในการส่งออกของประเทศไทยขณะนี้มีธุรกิจที่เปึนแชมเป้ยน (Champion) ของประเทศไทยอยู่ ๒ ภาค อันแรกก็เปึนเรื่องของภัตตาคารไทย ท่านประธานครับ ภัตตาคารไทยกระจายอยู่ทั่วโลก แล้วก็ไม่เว้นที่ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ ผมได้มีโอกาสคุยกับผู้ประกอบการภัตตาคารไทยในประเทศออสเตรเลีย เขาประสบความสําเร็จในการเป่ดร้านอาหาร เช่นเดียวกับการเป่ดร้านอาหารไทย ในประเทศสหรัฐอเมริกาและในยุโรป ปัญหาของเขาก็คงจะเหมือนที่ประเทศอื่น ๆ คือการกีดกันแม่ครัว แล้วก็การกีดกันลูกจ้างที่มาปฏิบัติงาน ผมมาจากซีกสาธารณสุข ก็ได้มีโอกาสพูดกับลูกจ้างในภัตตาคารนั้นเรื่องของความเปึนอยู่ เรื่องของสวัสดิการ ก็พบว่าเขาไม่มีการประกันสุขภาพเลยเหมือนกับหนีเข้ามา ซึ่งตรงนั้นมันเปึนเรื่องยาก ที่รัฐจะเข้าไปดูแล แต่ผมคิดว่าเปึนหน้าที่ของทางรัฐบาลไทยในภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ต้องหาทางที่จะชักนําเขามาสู่แนวทางที่ถูกต้อง มีการประกันสุขภาพ มีการดูแล สุขภาพที่ดี
ท่านประธานครับ อีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของสปา แล้วก็นวดแผนไทย ตรงนี้ผมถือว่าเปึนโปรดักส์ แชมปีเปุ้ยน (Product champion) เช่นเดียวกัน ขณะนี้ การนวดแผนไทยแล้วก็สปาไทยกระจายไปทั้งโลก ไม่พ้นประเทศออสเตรเลียและประเทศ นิวซีแลนด์ นอกเหนือจากนี้มันยังมีเครื่องปรับอากาศ ท่านประธานทราบไหมครับ ผมอยากจะเรียนตรงนี้ฝากท่านประธานผ่านถึงท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการอลงกรณ์ สิ่งที่ประเทศออสเตรเลียต้องการมาก ๆ ก็คือช่างซ่อมแอร์ (Air) ท่านประธานเชื่อไหมครับ ขณะนี้อากาศมันร้อน โลกมันร้อน ประเทศออสเตรเลียก็ร้อนมากเวลาเข้าหน้าร้อน ประเทศไทยส่งเครื่องปรับ อากาศไปขายที่ประเทศออสเตรเลียจํานวนค่อนข้างมาก แต่ว่าที่เขาต้องการอย่างยิ่งคือช่างซ่อม ตรงนี้เราสามารถทําได้ แน่นอนมันมีข้อจํากัด เรื่องของการส่งแรงงาน แต่ว่าในผู้ที่รับผิดชอบเรื่องนี้คงต้องไปดูแลแล้วหาทางว่า จะคลี่คลายปัญหาและอุปสรรคในการส่งคนงานที่ไปทําเรื่องนี้ได้อย่างไร ท่านประธานครับ เมื่อเรามาดูเรื่องของผู้ที่ได้ประโยชน์เราก็คงจะต้องไปดูผู้ที่เสียประโยชน์เช่นเดียวกัน ในเอกสารบอกว่าการกระจายตัวและความพอเพียงของงบประมาณ เราพบว่าเราจําเปึน ต้องเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเป่ดเสรีทางการค้าของประเทศออสเตรเลีย และประเทศนิวซีแลนด์ เอกสารระบุไว้ชัดเจนนะครับท่านประธาน อุตสาหกรรมกาแฟ ซึ่งมีสัดส่วนมูลค่าการผลิตภายในประเทศป้ ๒๕๕๒ เพียงร้อยละ ๐.๘ แต่ได้รับการช่วยเหลือ จากมาตรการเยียวยาเปึนสัดส่วนถึงร้อยละ ๑๒.๒๔ เอกสารบอกว่าอุตสาหกรรมกาแฟ ได้รับการเยียวยามากเกินไป มากเกินไปเมื่อเทียบกับเกษตรกรอื่น สินค้าประมง และผลิตภัณฑ์ประมงมีสัดส่วนมูลค่าการผลิตภายในประเทศถึงร้อยละ ๓๒.๐๗ แต่ได้รับ การช่วยเหลือจากมาตรการเยียวยาเพียงร้อยละ ๕.๗๙ แล้วก็หลายสินค้าที่ยังไม่ได้รับ การช่วยเหลือจากมาตรการเยียวยา เช่น ไหมดิบ ข้าว ข้าวโพด กุ้ง กระดาษ เครื่องนุ่งห่ม และสิ่งทอ ท่านประธานครับ ตรงนี้เราอาจจะต้องมาคิดว่าเราเยียวยาให้กับเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบน้อยเกินไปหรือไม่ รัฐมีเวลาครับ มีเวลาที่จะศึกษา มีเวลาที่จะทํา ประชาพิจารณ์ แล้วก็ค้นหาว่าใครคือผู้ที่เดือดร้อน ใครคือผู้ที่ได้รับผลกระทบแล้วควรจะ เยียวยาเขาอย่างไรมากน้อยแค่ไหน ตรงนี้ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีคงจะต้องรับตรงนี้ ไปศึกษาพิจารณาแล้วก็ทบทวน ผมคิดว่าเปึนประเด็นที่สําคัญ
ผมอยากจะกล่าวอีกนิดเดียว ท่านประธานครับ ในเรื่องของมาตรฐาน ทางการแพทย์ เรารับว่าประเทศออสเตรเลียเปึนต้นแบบในเรื่องของมาตรฐานทางการแพทย์ แล้วก็ต้นแบบเรื่องของปฏิรูประบบสาธารณสุข แต่สิ่งที่ดีเขาเราก็นํามาใช้ในเรื่องของโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แต่ปัญหา ก็คือว่าสิ่งที่ดี ๆ หลายอย่างเราไม่ได้นํามาใช้ แต่ว่าสิ่งที่มีปัญหาหรืออุปสรรคของเรา ในขณะนี้เรากลับนํามาใช้ ในเรื่องของการกระจายองค์กรในเรื่องของการยุบเลิก โรงพยาบาลชุมชนในบางแห่งที่ไม่มีผู้ป์วย แต่เราไม่สามารถทําได้ด้วยเงื่อนไขทางการเมือง ประเทศออสเตรเลียทําได้ครับท่านประธาน เขาใช้ระบบคณะกรรมการระดับภาค ซึ่งเทียบ กับเราก็เหมือนกรรมการระดับเขต ตรงนี้เขาสามารถยุบเลิกในองค์กรที่คิดว่ามีอํานาจหน้าที่ น้อยลงก็สามารถทําได้ ตรงนี้ผมคิดว่าอยากจะฝากผู้ที่เกี่ยวข้องผ่านท่านประธานไปว่า ตรงนี้เราสามารถทําได้ แล้วก็ควรจะเปึนต้นแบบของเราส่วนหนึ่งในอนาคตข้างหน้าที่ เราคิดว่าเราจะต้องตั้งหน่วยงานหรือโรงพยาบาลขึ้นมาตามความเรียกร้องทางการเมือง ทั้งหมดก็คือประเด็นที่ผมอยากจะฝากไว้ ขอบคุณครับ