จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หารือเรื่องการเจรจาเอฟทีเอของประเทศไทย โดยเน้นย้ำว่าปัญหาของอุตสาหกรรมโคนมไทยเกิดจากปัญหาการบริหารจัดการภายในประเทศมากกว่าผลกระทบจากเอฟทีเอ และยืนยันว่าโคเนื้อเป็นอุตสาหกรรมที่เข้มแข็งและมีความสมบูรณ์ นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องผลกระทบจากการลงนามสัญญาเอฟทีเอ โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ เช่น เนื้อสัตว์และนมผง และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา สําหรับกรอบการเจรจาเอฟทีเอของประเทศไทย และของประเทศออสเตรเลีย กับในส่วนของกรอบการเจรจาหุ้นส่วนเศรษฐกิจระหว่าง ประเทศไทยกับประเทศนิวซีแลนด์นั้น ในเบื้องต้นเลยนะครับ ผมต้องกราบเรียนว่า ผมต้องขอติงวิธีการทําเอกสารที่นํามาเสนอของทางกรมเจรจาการค้าระหว่าง ประเทศก่อน เพราะในเอกสารผมต้องกราบเรียนว่าวิธีการที่จะนําเสนอต่อรัฐสภานั้น ต้องนําเอาทั้งข้อดีและข้อเสียมาประกอบเข้าด้วยกันให้เกิดความชัดเจน ไม่ใช่เขียน แบบรายงานที่จะมาส่งเพื่อที่จะมาเปึนการยอวาทีอย่างนี้มันไม่มีประโยชน์กับสมาชิก ที่จะนําไปใช้ในการอภิปราย ผมกราบเรียนเลยตัวอย่างง่าย ๆ เป่ดมา ๒-๓ หน้า หน้า ๒ ก็เจอแล้วนะครับ บอกว่าสาระสําคัญของกรอบการเจรจา ๑. การค้าลดหรือยกเลิกอากร โดยเฉพาะสินค้าที่เปึนประโยชน์กับประเทศไทย ข้อ ๕ ก็บอกการจัดซื้อโดยภาครัฐ แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการจัดซื้อโดยรัฐ และให้เจรจาในประเด็นที่เห็นว่าจะมีประโยชน์ ต่อประเทศไทย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันเปึนการหลอกตัวเอง เพราะการค้าระหว่างประเทศ การเจรจาความระหว่างประเทศนั้น แน่นอนถ้าเราได้ประโยชน์ฝัืงเดียวเขาไม่ได้เลย เขาไม่คุยกับเราหรอกครับในทางปฏิบัติจริง เพราะฉะนั้นก็ต้องเอามาให้เห็นชัดเจนว่า อะไรที่เปึนข้อดีและข้อด้อยนะครับ เป่ดมาดูท้าย ๆ เล่มก็มาเจออีกในส่วนของการค้า ความสามารถการแข่งขันของประเทศออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์ในประเทศไทย มีส่วนแบ่งตลาดในประเทศไทยไม่สูงมากนัก ร้อยละ ๓.๒๐ กับร้อยละ ๒.๗๐ ตามลําดับ แต่พอดูความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในประเทศออสเตรเลียและ ประเทศนิวซีแลนด์ ร้อยละ ๓.๔๐ และร้อยละ ๒.๓๐ เท่า ๆ กันเลยครับ คราวนี้บอกว่า ประเทศไทยเปึนแหล่งนําเข้าอันดับต้น ๆ ของ ๒ ประเทศ ข้อมูลพวกนี้มันเปึนการใช้คํา เพื่อที่จะมาบิดเบือนให้เราให้ความเห็นชอบโดยง่ายนะครับ ซึ่งตรงนี้ผมบอกเลยวิธีการ อย่างนี้ไม่ควรจะใช้แล้ว เราเอาความจริงมาเป่ดเผย ข้อดีก็บอกดี อะไรเปึนข้อด้อยก็จะได้ มาคุยกันให้มันชัดเจนได้นะครับ ในส่วนของกรอบการเจรจาทั้ง ๒ อันนี้ แน่นอนครับ จะทําให้เกิดการค้าการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันของประเทศออสเตรเลียตกอยู่ประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ก็ประมาณเกือบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ของประเทศนิวซีแลนด์ ก็ลดหลั่นลงไปเพราะว่าประเทศเล็กกว่าเยอะครับ ในระยะสั้นแน่นอนว่าประเทศไทย ได้ดุลการค้าเขาเยอะพอสมควร ระยะยาวเรายังวิเคราะห์ยากอยู่แต่ผมกราบเรียนว่าวันนี้ พอมาดูในรายละเอียดแล้ว ทั้ง ๒ ประเทศที่เขาเปึนคู่ค้าของเรา อย่างที่พูดเมื่อสักครู่นี้ ของประเทศชิลี มันกลับมาที่เรื่องของยานยนต์กับอุตสาหกรรมหนัก เครื่องใช้ไฟฟัา อะไรต่าง ๆ ทั้งนั้น ผลประโยชน์ที่ได้รับเปึนรูปธรรมของพี่น้องเกษตรกรไม่ชัดเจน ตัวอย่าง การค้าของประเทศออสเตรเลียกับประเทศไทยเปึนการนําเข้าของประเทศไทยป้ละ ประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านเหรียญ อีกประมาณ ๘,๐๐๐ ล้านเหรียญเปึนส่วนของการส่งออก ตัวเลขจากป้ ๒๕๕๒ มีการส่งออกทั้งสิ้น ๗,๙๘๐ ล้านเหรียญสหรัฐ เปึนสินค้าอุตสาหกรรมไป ๗,๐๐๐ ล้านเหรียญครับ สินค้าสินแร่อะไรต่าง ๆ ๓๐๐-๔๐๐ ล้านเหรียญ สินค้าเกษตรกรรม แบบเกษตรกรรมจริง ๆ มีอยู่เพียง ๑๙๕ ล้านเหรียญ หรือประมาณ ๖,๐๐๐ ล้านบาท แน่นอนว่าตัวเลขมันขึ้น ผมชื่นชมยินดี แต่อย่างไรก็ตามแสดงว่าเราไม่ได้เน้นหนักกับ ความสําคัญกับพี่น้องเกษตรกรที่เขาควรจะส่งสินค้าภาคเกษตรไปขายยังประเทศที่เรา เป่ดการค้าใหม่ ๆ ได้มากขึ้น แน่นอนประเทศเหล่านี้เปึนประเทศผู้บริโภคขนาดใหญ่ ของพืชผัก ผลไม้ สินค้าประมง สินค้าเกษตร แต่เรากลับไม่สามารถที่จะเป่ดตลาดใหม่ ๆ ให้กับพี่น้องเกษตรกรได้ ตรงจุดนี้เปึนจุดที่อยากจะฝากไปยังทางรัฐบาลเพื่อที่จะหาทาง แก้ไข แล้วก็เพิ่มอัตราส่วนของพี่น้องเกษตรกรที่มีโอกาสนะครับ เพราะว่าสินค้าไทยเรา ในเรื่องของผลไม้เราที่ ๑ อยู่แล้ว เรามีโอกาสที่จะเข้าไปเจาะตลาดใหม่ ๆ แล้วก็นําเอา เงินตรามาสู่พี่น้องเกษตรกรโดยตรง เพราะอย่างที่ท่าน ส.ส. ชัยวัฒน์พูดเมื่อสักครู่นี้ กราบเรียนเลย ส่งรถ ส่งอุตสาหกรรมหนักออกไป เงินทองที่มันมาถึงมือพี่น้องเกษตรกร มันน้อยและการกระจายรายได้มันก็ไม่เปึนรูปธรรม ถูกไหมครับ มันก็กระจุกตัวเหมือนที่ เปึนมาโดยตลอด
ในส่วนที่ ๒ ผมกราบเรียนเลยว่าผมอ่านดูในเอกสาร มีการศึกษา ถึงผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียนะครับ จากการประชุมกับเกษตรกรและเอกชน ในกลุ่มต่าง ๆ เขาเรียกโฟกัส กรุ๊ป (Focus group) นะครับ ทั้ง ๒ กรอบการเจรจาจะเปึน ทางบวกมากที่สุดกับอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน รองลงมาอัญมณี เครื่องประดับ เครื่องปรับอากาศ ท่องเที่ยว สุขภาพ สปา ว่าไปตามลําดับ นี่คือส่วนที่ดี แต่พอถึงส่วนที่มีปัญหา แน่นอนครับโคนม แน่นอนครับโคเนื้อเปึนหลัก ส่วนอุตสาหกรรมโคนมในนี้เขียนนะครับ ผมขออนุญาตใช้เอกสารพบว่าปัญหาของอุตสาหกรรมโคนมไทยเกิดจากระบบการบริหาร จัดการนมทั้งระบบภายในประเทศมากกว่าเปึนปัญหาที่เกิดจากผลกระทบจากการตกลง ของเอฟทีเอ สรุปว่าของที่ดีเกิดจากเอฟทีเอ แต่โคนมผมมีปัญหาสรุปคุณบริหารกันเอง ภายในไม่ดีอย่างนั้นหรือ มันไม่ใช่ วันนี้ต้องยอมรับข้อเท็จจริงมาบอกว่าโคนมอ่อนแอนี่ ผมบอกว่าไม่ถูกเลย มาบอกโคเนื้ออ่อนแอ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่าลองไปถาม กรมส่งเสริมสหกรณ์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดูว่าถ้าถามสหกรณ์ประเภทใด มีความเข้มแข็งที่สุด ผมบอกเลยโคเนื้อนี่มาอันดับต้น ๆ เลยนะครับ ก่อตั้งมาเปึน ๑๐๐ ป้ มีการจับมือทํางาน มีการพัฒนามาจนถึงจุดที่เรียกว่าเปึนสหกรณ์ที่สมบูรณ์นะครับ แต่การเทนมมีตลอด ราคาเนื้อตกมีตลอด มันเกิดจากอะไร แน่นอนครับมันเกิดจาก ผลผลิตในประเทศ
๒. ก็คือการนําเข้าสินค้าจากต่างประเทศทั้งเนื้อสัตว์ และที่สําคัญที่สุด ก็คือนมผงจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์นี่นะครับ วันนี้เราหลีกเลี่ยงปัญหาไม่ได้ วันนี้ ท่านกําลังจะเป่ดเอฟทีเอ ถ้าเกิดว่านมผงเหล่านี้มันกลายเปึน ๐ ขึ้นมาเราจะแก้ปัญหา ให้พี่น้องเกษตรกรอย่างไรครับ อันนี้เปึนปัญหาหลัก ผมก็เลยย้อนกลับไปสิ่งที่ผมฝากไว้ สุดท้ายในเรื่องของกรอบเจรจากับประเทศชิลีว่าวันนี้เราจะต้องให้เวลากับภาคเกษตร ในการปรับตัวปรับโครงสร้าง และเราจะต้องหามาตรการเยียวยาปัญหาจากเอฟทีเอ ให้เปึนรูปธรรม แต่ปรากฏว่าพอมาดูในรายงานนี้เขาบอกว่าการประเมินประสิทธิภาพ ของการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากข้อตกลงทางการค้า การลงทุน การกระจายตัว และความเพียงพอของงบประมาณก็ไม่เกิด อันนี้คือกองทุนเอฟทีเอที่เรารู้จักกันนะครับ การกระจายตัวไม่เปึนธรรม ไม่สมดุล กาแฟผลิตในประเทศป้ ๒๕๕๒ ๐.๘ เปอร์เซ็นต์ ได้เยียวยาไป ๑๒ เปอร์เซ็นต์ พี่น้องทําประมงครับอยู่ทางภาคใต้ ผลผลิตในประเทศเปึน ๓๒ เปอร์เซ็นต์ ปรากฏได้เงินไป ๕.๗ เปอร์เซ็นต์ครับ อย่างนี้หรือครับความเปึนธรรม อย่างนี้หรือครับเราจะแก้ไขอะไรให้มันเปึนรูปธรรมได้กับพี่น้องที่เขาเดือดร้อนจากการทํา สัญญาต่าง ๆ ของภาครัฐ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนเลยว่าเมื่อเปึนเช่นนี้แล้วนะครับ ก็ต้องฝากล่ะครับผมเชื่อว่าอย่างไรวันนี้ก็ผ่าน แต่ผ่านไปแล้วต้องฝากภาครัฐให้ไปดูแล ในเรื่องการเยียวยา แล้วก็เรื่องของการยืดระยะเวลาในการปรับตัวให้กับพี่น้องภาคการเกษตร แน่นอนครับถ้าวันหนึ่งมีปัญหาซึ่งเกิดจากการนําเข้าผลิตผลประเภทเนื้อสัตว์หรือน้ํานมผง น้ํานมดิบมาจากต่างประเทศ จนกระทั่งราคาสินค้าตก วันหนึ่งเขาจะมาเทนม ผมจะได้ บอกเขาถูกว่าจะไปเทที่ไหน ก็กราบฝากท่านประธานไว้ครับ