พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล อภิปรายเรื่องความตกลงพหุภาคี ว่าด้วยการเปิดเสรีอย่างเต็มที่ของบริการขนส่งผู้โดยสารทางอากาศ โดยเน้นเรื่องขนส่งผู้โดยสารและบริการที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย และเรียกร้องให้หน่วยงานต่าง ๆ ประสานงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการท่องเที่ยว และแก้ไขปัญหาการปฏิบัติต่อผู้โดยสารที่ไม่เหมาะสมที่ท่าอากาศยาน
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ผมจะขออนุญาตแสดงความคิดเห็นอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องความตกลงพหุภาคี ว่าด้วยการเป่ดเสรีอย่างเต็มที่ของบริการขนส่งผู้โดยสารทางอากาศ โดยจะเน้นเรื่องขนส่ง ผู้โดยสารและจะเน้นในเรื่องเกี่ยวกับบริการขนส่งผู้โดยสารทางอากาศที่มีส่วนส่งเสริม การท่องเที่ยวไทยและในส่วนที่เกี่ยวเนื่องในเรื่องกับการท่องเที่ยว ท่านประธานที่เคารพ ครับ วันนี้เรามีวิกฤติเศรษฐกิจครั้งสําคัญอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เราเจอวิกฤติเศรษฐกิจ สําคัญเมื่อป้ ๒๕๔๐ ถึงป้ ๒๕๔๔ ทุกครั้งที่มีวิกฤติเศรษฐกิจในบ้านเมืองเรา มักจะมองมุ่งหวังถึงการเจริญเติบโตและการก้าวหน้าความคงอยู่ของธุรกิจการท่องเที่ยว ณ วันนี้ธุรกิจการท่องเที่ยวของไทยเรากําลังมีส่วนแบ่งถึงเกือบร้อยละ ๑๐ ของผลิตภัณฑ์ มวลรวมในประเทศไทยหรือจีดีพี (GDP) ทุกครั้งที่มีวิกฤติ ถ้าการท่องเที่ยวของเรา สามารถฟุ๋นได้เศรษฐกิจของเราก็จะคลี่คลายไปได้อย่างสําคัญ เมื่อป้ ๒๕๔๑ ในรัฐบาลชวน ๒ ขณะนั้น วิกฤติจากวิกฤติต้มยํากุ้งเรามุ่งหวังการท่องเที่ยวที่จะช่วย เยียวยาโดยเป่ดป้อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ (Amazing Thailand) การที่จะสนับสนุน การท่องเที่ยวในป้อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ เชื่อกันว่าสิ่งที่เปึนปัจจัยสําคัญที่สุดก็คือ การให้บริการผู้โดยสารทางอากาศเปึนเรื่องสําคัญอย่างยิ่ง ผมได้รับมอบหมาย จากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและท่านนายกรัฐมนตรีขณะนั้นให้เร่งหา มาตรการฟุ๋นฟูการท่องเที่ยวไทย ได้เป่ดประชุมที่สนามบินดอนเมือง ขณะนั้นเรามี สนามบินอยู่เพียงแค่แห่งเดียว เราคิดกันว่าในการที่จะฟุ๋นธุรกิจการท่องเที่ยว ในสนามบิน ไม่ใช่เพียงแค่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งจะรับผิดชอบและจะทําได้ดี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องบูรณาการร่วมกันในการที่จะมาปฏิบัติการ อย่างจริงจังเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ขณะนั้นผมถึงได้เชิญรัฐมนตรีที่ดูแลการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทยคือรัฐมนตรีจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้เชิญรัฐมนตรีประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ในส่วนที่เกี่ยวกับการบินไทย และการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ได้เชิญ รัฐมนตรีชํานิ ศักดิเศรษฐ์ ในฐานะที่ดูแลตรวจคนเข้าเมือง เชิญตัวแทนจาก กระทรวงการต่างประเทศและกระผมเองในฐานะดูแลกรมศุลกากร กรมสรรพากร มาร่วมกันกับกรมการขนส่งทางบกด้วย ท่านประธานครับ เรามีความคิดว่าทําอย่างไร จะสร้างสนามบินของเราที่เปึนประตูแรกในการรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศให้ได้เข้า ประเทศไทยอย่างประทับใจและจะอยู่กับเรานาน ๆ และจากไปด้วยความประทับใจ มีความรู้สึกอยากกลับมาหาเราอีก สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ผู้หนึ่งผู้ใดจะทําได้นะครับ ทุกฝ์ายจะต้องร่วมกัน ณ ตอนนั้นรัฐมนตรี ๔ คนดังกล่าว ไปยืนรอถึงหน้าประตูเครื่องบิน เครื่องบินทุกลํานํานักท่องเที่ยวมาจากยุโรป จากที่อื่น เรายืนต้อนรับเขา เราสวมพวงมาลัยดอกมะลิให้เขา เราให้รอยยิ้มกับเขาในฐานะที่ถือว่าประเทศไทย เปึนสยามเมืองยิ้ม นักท่องเที่ยวประทับใจ ผมวางมาตรการไว้ว่าเมื่อนักท่องเที่ยว ผ่านประตูเครื่องบินมาแล้วเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยาน เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร ฝ์ายศุลกากรที่แต่งชุดสีน้ําเงินติดคําว่า โรยัล คัสตอม (Royal custom) ไม่ใช่ไปเอามือ ยืนไขว้หลังหน้าถมึงทึงคอยจับผิดผู้โดยสาร แต่จะทําอย่างไรที่ให้หัวหน้าเวร หัวหน้าผลัด ชุดน้ําเงินและชุดขาวเหล่านั้นมาช่วยกันต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยรอยยิ้ม ช่วยดูแลคนแก่ ช่วยดูแลเด็ก ช่วยแก้ไขข้อขัดข้องของผู้โดยสาร ช่วยเติมเอกสาร ช่วยให้คําแนะนํา ช่วยนําพาเขาไปสู่ช่องต่าง ๆ ผมสั่งไว้เด็ดขาด ณ ขณะนั้นว่า ขณะที่เครื่องบินเข้ามา หลาย ๆ ลํา ผู้โดยสารคับคั่งหลายร้อยคนนี้ ถ้าช่องทางของตรวจคนเข้าเมืองช่องไหน ว่างอยู่ โดยที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ประจํา ผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดชอบกับผม ไม่ใช่ว่าไปเข้าเวรกัน อยู่สัก ๒-๓ ช่อง ที่เหลือไปยืนสูบบุหรี่ มือไขว้หลัง เดินเที่ยวเตร็ดเตร่ เราได้วางมาตรการ ผมเปึนคนวางมาตรการในการช่องเขียวให้ผู้โดยสารสามารถจะผ่านศุลกากรออก อย่างสะดวก และให้ตํารวจท่องเที่ยวต้อนรับข้างนอก ให้เขาสามารถที่จะขึ้นรถ หารถไปสู่ ที่พักได้อย่างสะดวกและปลอดภัย โดยทั้งหมดนี้อยู่ภายในกรอบว่าผู้โดยสารคนใดคนหนึ่ง ลงจากเครื่องบินแล้วจะสามารถออกจากอาคารสนามบินภายในครึ่งชั่วโมง และมาตรการ เหล่านั้นเราปฏิบัติได้จริง ผมสั่งการไปถึงกรมศุลกากร แม้กระทั่งตามด่านทุกด่านว่า ต้องจัดเจ้าหน้าที่อยู่ตามด่านศุลกากรชายแดน ในการที่จะให้บริการนักท่องเที่ยว จากประเทศเพื่อนบ้านทั้งหลายที่เข้ามา ใครละเลยในสิ่งเหล่านี้ผมจะลงโทษเด็ดขาด เท่าที่อํานาจของผมมี นั่นคือความเด็ดขาด ณ ทั้งนั้น
และสุดท้าย การท่องเที่ยวจากป้อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ ส่งเสริมให้ การท่องเที่ยวไทยฟุ๋นตัวอย่างรวดเร็วในป้ ๒๕๔๑ และป้ ๒๕๔๒ และวิกฤติประเทศชาติ เราคลี่คลายไปได้อย่างสําคัญในป้ ๒๕๔๒ และป้ ๒๕๔๓ ผมยกทั้งหมดนี้ขึ้นมากล่าวต่อหน้า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและหลายท่าน ณ วันนั้นผมทําได้ เพราะว่ารัฐมนตรีที่ดูแลอยู่ รัฐมนตรีจุรินทร์ รัฐมนตรีชํานิ รัฐมนตรีประดิษฐ์ และผมร่วมกันอยู่ในพรรคเดียวกัน เราเข้าอกเข้าใจกัน แต่ ณ วันนี้น่าเปึนห่วงที่ว่าดูแล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไปพักหนึ่ง ดูแลกระทรวงคมนาคมไปพักหนึ่ง ดูแลสิ่ง เหล่านี้ และเรียนว่าขณะนี้สนามบินไม่มีการประสานงานกันเลยระหว่างหน่วยงานสําคัญ ๆ เหล่านี้ ไม่มีภาพเหล่านี้เกิดขึ้นเลย ท่านประธานที่เคารพ ในสนามบินสมัยนั้นก็มีเพียงแค่ สนามบินดอนเมือง ยังไม่มีสนามบินสุวรรณภูมิ อาจจะเพราะว่าเล็กกว่า เราก็สามารถ ทําได้ด้วยความเข้าอกเข้าใจกัน เจ้าหน้าที่การบินไทยปฏิบัติงานด้วยความสุข เจ้าหน้าที่ การท่าอากาศยานปฏิบัติงานด้วยความสุข ด้วยความเต็มใจ เจ้าหน้าที่ทุกฝ์าย ศุลกากร แม้กระทั่งทําวีซ่า อะไรฟีเวิล (Visa arrival) ให้วีซ่า ณ ผู้โดยสารที่เข้ามาสู่ประเทศไทย และการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มแก่นักท่องเที่ยวที่ซื้อ ข้าราชการทุกคนทํางานด้วยความเต็มใจ และด้วยความสุข สุดท้ายวิกฤติเราพ้นโดยเกือบสิ้นเชิงในป้ ๒๕๔๓ ปัจจัยสําคัญอันหนึ่ง ก็คือจากการท่องเที่ยวแทบจะไม่ต้องใช้งบประมาณเลย ใช้หัวใจ ใช้ความตั้งใจร่วมกัน ระหว่างฝ์ายการเมือง ข้าราชการ และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ์าย ท่านประธานผมยกเรื่องเหล่านี้ มาเล่าเสียยืดยาวเพราะอะไรครับ เพราะวันนี้จริง ๆ ด้วยความเคารพมีปัญหาจริง ๆ เราจะส่งเสริมการท่องเที่ยวก็คงไม่ใช่เรื่องของกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬาเท่านั้น แต่การประสานงานทํางานด้วยกันระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ แทบจะไม่เห็นเลย ท่านประธานที่เคารพ สนามบินสุวรณภูมิ ผมเคยคุยกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมเปึนส่วนตัวด้วยความรัก ด้วยความเคารพ ก็แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน สนามบินสุวรรณภูมิวันนี้ บรรยากาศมันไม่ใช่บรรยากาศสู่การท่องเที่ยวเลย บางคนพูดว่ามาสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ เหมือนกับเครื่องบินร่อนลงไปที่ห้างสรรพสินค้า ไม่ใช่ร่อนลงกลางสนามบิน แต่ข้อสําคัญ ท่านรัฐมนตรีครับ วันนี้ข้าราชการการบินไทยที่สนามบินไม่ถูกกับการท่าอากาศยาน ข้าราชการการท่าอากาศยานไม่ถูกกับศุลกากร มีเรื่องทะเลาะกันในหลายเรื่อง ไม่มีการทํางาน ที่จะประสานงานกันเลย และข้อสําคัญที่สุดหน่วยงานต่าง ๆ เหล่านี้ผมไม่ทราบว่า ช่างคิดอย่างไร ต่างประดิษฐ์ประดอยเครื่องแบบ เครื่องแบบที่บริการผู้โดยสาร ตามสนามบินกลายเปึนเครื่องแบบชุดคอมมานโด แต่งกันเสียโก้หรู ขาดอย่างเดียว ก็คือคาดป๋น ณ ขณะนี้ ท่านประธานบรรยากาศสนามบินสุวรรณภูมิน่าผิดหวังจริง ๆ แต่ข้อสําคัญยิ่งกว่านั้น เมื่อสักครู่นี้ท่านผู้มีเกียรติท่านหนึ่งในสภานี้ก็ได้อภิปรายไปแล้ว การปฏิบัติต่อผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออก วันนี้การท่าอากาศยานแบ่งงานบางส่วน ในสนามบินให้กับบริษัทเอกชนที่เราเรียกว่า เอาท์ ซอร์ส (Out Source) รับเหมางาน เหล่านี้ไปทํา จนขณะนี้มองไม่ออกว่าเครื่องแบบคนไหนเปึนคนของการท่าอากาศยาน คนไหนเปึนคนของบริษัท เอาท์ ซอร์ส เพราะทุกคนวางเขื่องเท่า ๆ กันหมด พอแต่งเครื่องแบบเข้า ความเปึนข้าราชการเครื่องแบบทําให้ลืมตัว จะต้องเด็ดขาด จะต้องเข้มแข็ง จะต้องขึงขัง จนเดี๋ยวนี้ผมไม่เคยเห็นเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิคนไหน ไม่ว่าผู้หญิง ผู้ชาย ไม่ว่าเด็ก หรือผู้ใหญ่ มีรอยยิ้มให้ผมพบเลยสักคนหนึ่ง ทุกคนทําหน้าตา เหมือนหุ่นยนต์ ทํางานกันเหมือนหุ่นยนต์ที่เอาชิฟ (Chip) ไปใส่ในสมองทํางานตามกลไก ที่สั่งเพียงแค่นั้น ท่านประธานครับการท่องเที่ยวมีชีวิต การท่องเที่ยวต้องอาศัย ด้วยจิตวิญญาณที่ดี การท่องเที่ยวไม่ใช่เอาหุ่นยนต์มาบริการในสถานที่สําคัญเหล่านี้
เรื่องสําคัญอีกเรื่องหนึ่ง คือเมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกฝ์ายค้านได้พูดไป คือสิ่งที่ผมพบกับตัวเอง เนื่องจากเราไปแบ่งหน้าที่ในการตรวจค้นผู้โดยสารขาออกให้กับ บริษัท เอาท์ ซอร์ส ที่มารับงานไป วันนี้ก็มีการโยนกันไปโยนกันมาว่า เอาท์ ซอร์ส ก็บอกว่าเขาจําเปึนจะต้องปฏิบัติตามการท่าอากาศยาน การท่าอากาศยานก็บอกว่า ไม่ใช่เรื่องของเขา เปึนเรื่องการปฏิบัติของบริษัท เอาท์ ซอร์ส เอกชนเอง สิ่งหนึ่งก็คือการ เข้มงวดกับผู้โดยสารในการที่จะตรวจผ่านประตูเอกซเรย์ เรื่องอื่นพอทนได้ เข้าใจครับว่าความปลอดภัยในการตรวจผู้โดยสารขาออกไปสู่เครื่องบินเปึนสิ่งจําเปึนสําคัญ แต่บางเรื่องเหมือนไม่มีสมองเลย หยิบปากกาจากกระเปิาถามว่าคืออะไร แม้กระทั่งบางที มันดังในกระเปิาดึงออกมาก็เห็นอยู่แล้วว่าเปึนเครดิต การ์ด (Credit Card) ก็ยังต้องตรวจ ที่เครดิต การ์ดอีกว่าเสียงมันดังมาจากตรงนี้หรือเปล่า เหล่านี้เปึนต้น เหมือนไม่มีสมองจริง ๆ ท่านประธานครับ เรื่องที่เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิก ขอประทานเอ่ยนาม ท่านสุรพงษ์พูด ผมพบกับตัวเองครับ วันนั้นผมเตรียมตัวที่จะออกก็เจอกรุ๊ปฝรั่งกลุ่มหนึ่งเตรียมตัว เดินทางขาออก แต่เข้าใจว่าเขาจะมาช้าไปหน่อย ทุกคนอยู่ในอาการรีบร้อน ในกลุ่มดังกล่าว มีผู้โดยคนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่ อ้วนมาก พุงพลุ้ย เขามาอยู่ในสภาพที่ผมคิดว่าเขาอยู่ได้ ด้วยนุ่งกางเกงใต้พุง อยู่ด้วยตะขอตัวเดียวและเข็มขัด เข้าใจว่าตะขอจะหลุดไป อยู่ด้วยเข็มขัดมาถึงตรงนั้นถูกบังคับให้ถอดเข็มขัด เมื่อถูกบังคับให้ถอดเข็มขัดกางเกงเขา ก็ไม่อยู่ ข้างขวาสะพายกระเปิาหนีบรักแร้ ข้างซ้ายก็คว้าหูกางเกงเอาไว้เพื่อไม่ให้หลุด ไปยื่นให้เขาใช้เครื่องตรวจตัวอย่างถี่ถ้วนอีกครั้งหนึ่ง และเมื่อพ้นจากประตูนั้นออกมา ด้วยความรีบร้อนเขาก็ต้องสะพายกระเปิาวิ่ง อีกมือข้างหนึ่งเหน็บกระเปิาและยังต้องร้อย เข็มขัดที่ถูกบังคับถอดไป มันเปึนภาพทุเรศ ทุเรศจริง ๆ เขาลงบันไดเลื่อน ผมก็ตามหลังดูเขา เขาหันมาพูดคําหนึ่งครับ คําแรกแปลว่า พระเจ้า คําที่สองแปลว่า เขื่อน หรือแปลว่า สัตว์เพศผู้ตัวเมีย ผสม ๒ คําแล้ว แปลว่า ด่าแม่ ครับ หันมาด่าแม่เสียงดัง ผมไม่ทราบว่า เขาด่าเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยาน หรือด่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แต่แน่นอนเขา ด่าแม่ประเทศไทย เพราะสิ่งที่เราปฏิบัติกับเขาเกินกว่าที่เขาจะทนได้ และเขาก็ประกาศว่า เขาไม่มาอีกแล้วเมืองไทยในลักษณะเช่นนี้ ผมเข้าใจดีครับว่าการถอดเข็มขัด เจ้าหน้าที่อ้างเสมอว่าเคยเจอเข็มขัดที่มีปัญหา มีลักษณะอาวุธซ่อนเร้นอยู่ด้วย ๑๐๐,๐๐๐ เส้น ๑๐ ล้านเส้น ๑๐๐ ล้านเส้น ก็ไปเจอเส้นเดียว เหล่านั้นต้องใช้สมองดูสิครับว่าเส้นไหนมันผิดปกติหรือเปล่า หัวมันโตไปหรือเปล่า มันตรวจได้หรือเปล่า ไม่ใช่บังคับทุกคนต้องถอดเข็มขัดหมดขณะที่เดินผ่านประตู การถอดเข็มขัดนอกจากบางคนคนอ้วนอย่างที่ว่า ท่านประธานครับ เดี๋ยวนี้แฟชั่นใหม่ ๆ ของเด็กสาว ๆ บางคนเขานุ่งกางเกงเอวต่ํา เอวหลวม ก็เรียกภาษาชาวบ้านว่านุ่งกางเกง ใต้สะดือ เขาอยู่ได้ด้วยเสื้อคลุมตัวหนึ่งที่สวมทับ บางคนก็ใส่เสื้อบาง แต่ก็อยู่ด้วยเสื้อคลุม ที่สวมทับ พอผ่านตรงนั้นถูกบังคับให้ถอดเสื้อคลุม มันก็เหลือเสื้อขาวบาง ๆ ตัวเดียวของ เขาที่อยู่ภายใน แต่นั่นก็ยังพอทนไหว การที่เขาต้องถอดเข็มขัด ทั้ง ๆ ที่เข็มขัดมันก็คือ เข็มขัด มันมองเห็นอยู่ว่าคือเข็มขัด บางเส้นเปึนเข็มขัดผ้า เข็มขัดหนังก็ต้องถูกถอดหมด และเด็กผู้หญิงต้องมาเป่ดสะดือถอดเข็มขัดต่อหน้าธารกํานัล และผ่านไปแล้วก็ต้องไปยืน ร้อยเข็มขัดเข้าสายต่อหน้าธารกํานัลที่สาธารณะเหล่านี้ ท่านประธานครับ ผู้โดยสาร จํานวนมากเจ็บปวดครับ และมันอุจาด เรายกตัวอย่างว่าประเทศอื่นในยุโรปบางแห่ง เขาเข้มงวดกันถึงขนาดว่าต้องถอดรองเท้า ถอดรองเท้ามันมีเหตุผล เพราะส้นรองเท้า บางทีมันซ่อนอะไรไว้ตรงนั้นก็ได้ เครื่องไม่สามารถตรวจได้ แต่เข็มขัดตาก็มองเห็น เครื่องมันก็ตรวจได้ ทําไมไม่มีสมอง บ้องตื้นขนาดนั้นสมควรที่จะเอาคําว่า พระเจ้า กับคําว่า เขื่อน รวมกันแล้วเอาไปให้กับผู้ปฏิบัติที่ออกคําสั่งเหล่านั้น ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้ ต้องแก้ไขครับ ผมเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมครั้งหนึ่งแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ รัฐวิสาหกิจเดี๋ยวนี้ บางทีเขาดูการเมืองไม่ค่อยมีความหมายครับ เขาถือว่าสั่งการอะไรเขา ไม่ได้ สั่งอะไรเหมือนสั่งน้ํามูกนะครับ ไม่ฟังหรอกครับ เขาถือว่าบอร์ดเขาใหญ่กว่า รัฐมนตรี ผมชื่นชมท่านรัฐมนตรีในบทบาทของท่านต่อสหภาพรถไฟที่เกิดขึ้นครั้งหนึ่ง แต่ตรงนี้ท่านจะต้องกล้าเข้มแข็ง ท่านจะปล่อยให้คําว่า กอดแดม (Goddamn) มาสู่ประเทศไทยทุกวัน ๆ จากฝรั่งเหล่านั้นไม่ได้ และท่านจะหวังว่าการท่องเที่ยวเราจะดี ในเมื่อท่านปล่อยสนามบินสุวรรณภูมิไว้อย่างนั้นไม่ได้ หน้าที่ผมก็อาจจะฝากไว้บ้าง ในฐานะที่ผมจากมาแล้วยังมีลูกน้องระลึกถึงบ้าง สั่งกรมศุลกากรว่าช่วยปฏิบัติเมื่อสมัยผมอยู่ เขาทํากันอย่างไรจะต้องเอาแบบอย่างเดิมมาปฏิบัติ สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สั่งกรมสรรพากร สั่งใครต่อใคร แต่เขาทําฝ์ายเดียวไม่ได้ ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือ จากการท่าอากาศยาน การท่าอากาศยานค้นแม้กระทั่งรัฐมนตรีทุกคนที่ผ่าน ส.ส. ในสภา เราทั้งหมดไม่ว่า ส.ส. ส.ว. ทุกคนต้องผ่าน ถูกค้นอย่างกับเปึนผู้ต้องสงสัยที่น่าสงสัย เหลือเกิน คนเหล่านี้ไม่เคยใช้สมอง พอต่อว่าไปถามไปเขาก็บอกว่านายสั่ง เด็กที่ทํางาน เขาก็เจ็บปวด เขาก็ลําบากมากเหลือเกิน นายสั่งอย่างนี้ก็ต้องมาผจญกับผู้โดยสารอย่างนี้ ทุกวัน ๆ ถูกต่อว่า บอกนายสั่ง นายคนไหนสั่งก็อ้อมแอ้ม ๆ กันอยู่ แต่หลายคนฝากผมว่า เขาเปึนลูกน้องเขาทําอะไรไม่ได้หรอก ถ้าผมมีโอกาสพูดกับท่านรัฐมนตรีให้ท่านรัฐมนตรี บอกนายเขาสักทีว่าแนวปฏิบัติอย่างนี้มันขี้เท่อเลิกกันได้แล้ว มีแต่พูดถึงในอาเซียน ไม่มีหรอกครับสนามบินซูบัง ประเทศมาเลเซีย สนามบินชางฮี ประเทศสิงคโปร์ สนามบินฮ่องกง เมืองเซี่ยงไฮ้ เมืองปักกิ่ง ประเทศฟ่ลิปป่นส์ ประเทศเวียดนาม ไม่มีประเทศไหนที่บังคับให้ผู้โดยสารถอดเข็มขัดเมื่อเวลาผ่านเครื่องนอกจากประเทศไทย และผู้ที่ออกมาตรการ คณะกรรมการที่มาตรวจสนามบินออกมาตรการให้ประเทศไทย ต้องมีมาตรการบังคับให้ผู้โดยสารถอดเข็มขัดนั้นแล้วล้วนแต่เปึนตัวแทนจากประเทศ ที่เปึนคู่แข่งขันเรื่องการท่องเที่ยวอย่างสําคัญของประเทศไทย ณ ขณะนั้น เขาสั่งให้เราทํา แต่เขาไม่ต้องทําหรอกครับ เขาให้เหลือแต่คําว่า พระเจ้า และ เขื่อน ของเขาอยู่ในประเทศไทย เขาไม่เคยเอากลับประเทศเขา ท่านรัฐมนตรีลองเด็ดขาดเข้มแข็งเรื่องนี้สักทีเถอะครับ ถ้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไม่สามารถแก้ไขปัญหาและปัญหาเล็ก ๆ เหล่านี้ ไม่สามารถที่จะบังคับได้แล้ว ท่านไม่มีความหมายเลย เพราะดูเหมือนข้าราชการมันก็ดูว่าเดี๋ยวนี้การเมืองไม่มีความหมาย ท่านจะมาอยู่กี่วันก็ไม่รู้ อีกกี่วันท่านจะต้องพ้นไปก็ไม่รู้ นายก็ยังอยู่ยั่งยืน ท่านกล้าปลดเสียบ้างครับ เหมือนที่ผม เคยประกาศว่าถ้าใครขัดนโยบายผมในช่วงส่งเสริมการท่องเที่ยวในป้อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ อย่าโกรธกันนะ ถ้าผมจะต้องใช้มาตรการเด็ดขาดที่ผมจะสับเปลี่ยนโยกย้ายหมด ทําไมปัญหาเพียงแค่นี้ท่านรัฐมนตรีว่าการแก้ไม่ได้ ทําไมปัญหาแค่นี้เขาไม่ยอมฟังคําสั่งท่าน บางทียกประเทศไทยไปเปรียบเทียบกับประเทศบางแห่งที่อยู่ในภาวะสงครามว่า ที่อัฟกานิสถานเขาทํากันอย่างนั้น ประเทศคู่สงครามประเทศนั้นเขาทํากันอย่างนี้ แต่นี่มันประเทศไทยและเราอยู่ในภาวะที่จะต้องส่งเสริมการท่องเที่ยว เราอยู่ในภาวะ ที่จะต้องฟุ๋นฟูการท่องเที่ยว เราอยู่ในภาวะที่จะต้องกอบกู้จีดีพี เราอยู่ในภาวะที่จะต้อง กระชากกลับความเชื่อมั่นแก่ประเทศไทยในเรื่องการท่องเที่ยว ปัญหาอื่นถาโถมมามากแล้ว อย่าให้มีปัญหาเล็ก ๆ เหล่านี้คอยขจัด เมื่อเขารําคาญ เขาก็เกิดความไม่พอใจ ความไม่พอใจ มันก็พุ่งไปถึงที่ท่านรัฐมนตรีละครับ ทุกคนเขาไม่ด่าการท่าอากาศยานโดยตรง เขาด่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และเมื่อเขาโกรธรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เขาก็โกรธไปถึงยังรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ และมันก็โยงใยกันเช่นนี้ครับ ท่านประธานครับ ภายในเวลาผมขอแค่นี้ฝากท่านครับ และผมจะไปขึ้นเครื่องอีกพรุ่งนี้ และบังคับผมถอด ผมก็จะไม่ถอดอีก ลองดูสิครับว่าจะกักผมไหม และถ้าเพื่อนสมาชิกเราในนี้ ๖๐๐ กว่าคน ทุกคนผ่านดอนเมือง ทุกคนจะต้องบังคับถอดเข็มขัด ทุกคนจะต้องถูกหยิบปากกา จากกระเปิามาตรวจ มาซักไซ้ มาถามว่ามันคืออะไร แม้กระทั่งไม้จิ้มฟันในกระเปิายังต้อง แทบจะถูกตรวจค้น เราไม่ได้ทําอะไรเพราะเราถืออภิสิทธิ์มากกว่าคนอื่น แต่ถ้า ส.ส. ไม่สามารถปัองกันสิทธิของตนเองในความชอบธรรมเหล่านี้ ท่านจะไปปกปัองประชาชน ที่เลือกท่านมาได้อย่างไร ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ