รัฐสภา · ครั้งที่ ๘ · ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

บรรพต ต้นธีรวงศ์ หารือเรื่องการเปิดเสรีขนส่งในกรอบ AEC และการพัฒนาสนามบินดอนเมืองให้เป็นสนามบินโล คอสท์ เพื่อสร้างงานและรายได้ และส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการลงนามข้อตกลงตั้งศูนย์พลังงานบิมสเทค โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาทและขาดระบบในการระงับข้อพิพาทในข้อตกลง

นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม นายแพทย์บรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ท่านประธานครับ ผมจะขอหารือ ผ่านไปทางท่านประธานรัฐสภาไปยังท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านนะครับ เกี่ยวกับเรื่องของ การเป่ดเสรีอย่างเต็มที่บริการขนส่งในกรอบที่ ๑ แล้วก็ความร่วมมือด้านการขนส่งภายใต้ กรอบอาเซียนกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แล้วก็ร่างบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับการจัดตั้งศูนย์พลังงานบิมสเทคไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ใน ๒ กรอบแรก คือผมเห็นด้วยนะครับว่าควรที่จะ ไปลงนามในข้อตกลงทั้ง ๒ กรอบ รวมทั้งกรอบที่ ๓ ด้วยนะครับ แต่ประเด็นใน ๒ กรอบแรก ผมอยากจะอภิปรายเพื่อเปึนการเพิ่มศักยภาพหรือโอกาสของประเทศไทยเรานะครับ เมื่อเป่ดเสรีอย่างเต็มที่ของบริการขนส่งผู้โดยสารทางอากาศแล้ว จริงอยู่ครับ ปัจจุบัน เรื่องของการบิน ในเรื่องของการขนส่งผู้โดยสารทางอากาศประเทศไทยเราอาจจะมี ศักยภาพเหนือประเทศอื่นที่เราไปลงนามข้อตกลงด้วยนะครับ แต่ไม่แน่ครับ ในอีกไม่กี่ป้ ข้างหน้าเราอาจจะเปึนประเทศที่ต้องเดินตามหรือว่าล้าหลังประเทศที่เราไปลงนามใน ข้อตกลงด้วย ด้วยสาเหตุอย่างนี้ครับ ผมจะพูดถึงสนามบินดอนเมืองซึ่งเราไม่ต้องลงทุน อะไรเพิ่มขึ้นอีกแล้วนะครับ ผมเองอาจจะเปึนคนหนึ่งที่คุ้นเคยกับเรื่องของการใช้บริการที่ สนามบินดอนเมือง แล้วก็จากข้อคิดเห็นของผู้ที่ใช้บริการสนามบินดอนเมือง หลาย ๆ ท่านที่ได้คุยกัน ผมคิดว่าเรายังใช้ศักยภาพของสนามบินดอนเมืองไม่เต็มที่ ถึงแม้ว่าขณะนี้ จะมี ๒ สายการบิน ซึ่งก็มีเที่ยวบินจํานวนน้อยมากที่ขึ้นและลงที่ใช้สนามบินดอนเมือง เปึนหลักนี่นะครับ เพราะฉะนั้นจากการที่เรามีสนามบินนานาชาติแห่งใหม่ที่สุวรรณภูมิ ในช่วงแรกของการเป่ดผมก็เข้าใจอยู่นะครับว่าเหตุผลของรัฐบาลว่าทําไมถึงจะต้องป่ด การใช้สนามบินดอนเมือง เพราะอาจจะมีความวิตกกังวลว่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้น จะไม่เปึนศูนย์ เปึนฮับของการบินในภูมิภาคนี้นะครับ แล้วก็อยากจะใช้สนามบิน นานาชาติสุวรรณภูมินี้ให้เต็มประสิทธิภาพนะครับ

ประการที่ ๒ ก็คือว่าอาจจะมีเหตุผลในเรื่องของความไม่สะดวกในเรื่อง ของการต่อสายการบินของนักท่องเที่ยวหรือว่านักธุรกิจชาวต่างประเทศที่เขาจําเปึน จะต้องต่อสายการบินภายในประเทศนะครับ แต่ขณะนี้ผมคิดว่าสถานการณ์มันเปลี่ยนแปลง ไปแล้ว

ในเหตุผลประการแรกที่กลัวว่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะไม่เปึนศูนย์และ ใช้งานไม่เต็มประสิทธิภาพนั้น ผมคิดว่าจากการที่เฝัามองดูอยู่นะครับว่าปริมาณผู้ที่ใช้ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมินี้มากน้อยแค่ไหน ผมก็มองด้วยสายตาว่าขณะนี้ก็เริ่ม แออัดแล้วครับ แล้วก็มีบริการต่าง ๆ ที่เพื่อนสมาชิกก็พูดไปแล้วว่ามีการบกพร่องต่าง ๆ หลายจุดด้วยกันนะครับ ซึ่งอันนี้ก็เกิดจากความแออัดนั่นเองนะครับ ส่วนในเรื่องของ คอนเนคติ้ง ไฟลท์ (Connecting flight) หรือการต่อสายการบิน ผมคิดว่าคงไม่มีปัญหา เช่นเดียวกัน เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านก็พูดว่า ในขณะนี้เราก็มีวงแหวนรอบนอก แล้วต่อไป เราก็ยังมีแอร์พอร์ท ลิงค์ อีกอย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเราต้องมองจุดแข็งว่าที่ เรามีสนามบินดอนเมืองอยู่นี้มันจะทําให้เรามีเพิ่มโอกาสในการที่จะยังเปึนผู้นําของการ บริการขนส่งทางอากาศในภูมิภาคนี้ที่เราเคยไปลงนามในข้อตกลงนี้ต่อไปอย่างถาวร และต่อเนื่องหรือไม่นะครับ ผมก็มองว่าจุดแข็งของสนามบินดอนเมืองนั้นยังมีอีกเยอะนะครับ เช่น ในเรื่องของความสะดวกของผู้โดยสารอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเขาสะดวกที่จะเดินทางไปที่ สนามบินดอนเมืองมากกว่าที่จะไปสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมินะครับ

ประการที่สองนะครับ การลดค่าใช้จ่ายในเรื่องของยานพาหนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ค่าโดยสารแท็กซี่สาธารณะ ถ้าเปรียบเทียบกันแล้ว ๒ แห่งนี้ผู้โดยสารกลุ่มหนึ่ง ที่อยู่ในเมืองก็อยากจะลดค่าใช้จ่ายและลดเวลาในการที่จะไปสนามบินดอนเมืองมากกว่า อีกทั้งตรงนี้ก็จะเปึนการแก้ปัญหาจราจรไปด้วยนะครับ

อีกประการหนึ่งก็คือว่าถ้าเราพัฒนาและยังคงใช้สนามบินดอนเมืองอย่างเต็ม ประสิทธิภาพก็เปึนการสร้างงาน สร้างรายได้ขึ้นมาอีกมากมายซึ่งเปึนธุรกิจต่อเนื่องตรงนั้น ผมอยากจะเสนอต่อท่านประธานสภาไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่า ควรพิจารณาให้เกิดเปึนโอกาสในการใช้สนามบินดอนเมืองแห่งนี้ให้เปึนลักษณะของ สนามบินโล คอสท์ (Low cost) หรือว่าที่ค่าโดยสารถูกนะครับ ผมมีโอกาสไปดูที่ สนามบินโล คอสท์ของสายการบินแอร์เอเชียที่ประเทศมาเลเซียเขาอยู่ชานเมือง กัวลาลัมเปอร์ ปรากฏว่าเปึนสนามบินที่ใหญ่มากครับ แอร์เอเชียเปึนคนสร้างเอง เปึนเจ้าของเอง มีเครื่องบินนับเปึนร้อย ๆ ลําอยู่ตรงนั้น แล้วเขาก็ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็คงจะเห็นด้วยกับผมนะครับว่า เขาส่งเสริมมาก ปรากฏว่ามีผู้เฒ่าผู้แก่ ลูกเด็กเล็กแดงมารอขึ้นเครื่องบินกันเยอะแยะไปหมด ก็แต่งตัวแบบชาวบ้านธรรมดา ไม่ได้เปึนลักษณะของแต่งตัวดีหรือนักธุรกิจประการใดเลย ก็แสดงว่าค่าโดยสารเขาถูกมาก ผมก็นึกภาพไปว่าถ้าเปึนการส่งเสริมการท่องเที่ยว ภายในประเทศ อย่างเช่น บางจังหวัดซึ่งมีสนามบินอยู่แล้ว เครื่องบินขนาดที่ว่าไม่ต้อง บรรจุคนโดยสารมากสามารถไปลงได้ อย่างเช่น ในพื้นที่โซน (Zone) ของผมนี้นะครับ จังหวัดชุมพร จังหวัดระนอง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถ้าเรามีเครื่องบินโล คอสท์ และค่าใช้จ่ายต่ํา ผมก็เชื่อว่าคนก็อยากไปเที่ยวครับ จังหวัดชุมพร จังหวัดระนอง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ก็มี ธรรมชาติที่สวยงามอะไรต่าง ๆ มากมาย เพราะฉะนั้นอันนี้คือผมอยากจะใช้เวลาให้สั้นที่สุด แล้วก็พยายามจะสรุปแล้วนะครับว่า เมื่อเราไปทําข้อตกลงในส่วนนี้ ในเรื่องของเป่ดเสรี อย่างเต็มที่ในบริการขนส่งผู้โดยสารทางอากาศ เราก็ควรจะเป่ดโอกาสและสร้างศักยภาพ ของเราไปในตัวด้วย และเมื่อเราพิจารณาแล้วสนามบินดอนเมืองยังใช้ประโยชน์เพื่อการนี้ ได้อยู่ เปึนเซ็นเตอร์ (Center) ของเรื่องของการบินแบบโล คอสท์ค่าใช้จ่ายต่ํา ค่าโดยสารต่ํา ภายในประเทศของเรา รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงของเราด้วยครับ ลาว เขมร พม่า เวียดนาม ผมคิดว่าตรงนี้เปึนเซ็นเตอร์ได้เปึนอย่างดีเลย แล้วก็ไม่ต้องลงทุนอีกแล้ว นะครับ

ประเด็นที่สอง กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน คือกระผมคิดว่าเห็นด้วยกับเรื่องที่ท่านได้นําเสนอชี้แจงต่อในการที่จะ ลงนามในข้อตกลงตั้งศูนย์พลังงานบิมสเทคตรงนี้นะครับ เพราะว่าจะมีประโยชน์ อย่างมากมาย แต่ผมยังมีความสงสัยในเรื่องของร่างของข้อตกลงนี้ ถ้าเปรียบเทียบ ระหว่างกับทางกรอบแรกและกรอบที่สองแล้วนะครับ เขาจะมีเรื่องของข้อ ๑๗ เรื่องของการระงับ ข้อพิพาทนะครับ แต่ในเรื่องของร่างข้อตกลง ในเรื่องของบิมสเทคไม่มีระบบในเรื่องของ การที่จะระงับข้อพิพาท ซึ่งของการเป่ดเสรีอย่างเต็มที่ทางอากาศ อันนี้ก็ได้อ้างอิงว่าให้ใช้ กลไกการระงับข้อพิพาทที่ทําที่นครเวียงจันทน์ เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ค.ศ. ๒๐๐๔ มาเปึนหลักนะครับ ผมคิดว่ามันขาดตรงนี้ไปหรือเปล่า เพราะคิดว่าในเรื่องของการตั้งศูนย์ พลังงานต่อไปก็คงจะเปึนเรื่องของทั้งวิชาการและเศรษฐกิจ แล้วมันก็จะมีเรื่องของ ผลประโยชน์ตามมา ถ้าหากในอนาคตมีเรื่องของผลประโยชน์ที่ขัดกันเราจะได้มีระบบ ที่จะมาพูดจากันในลักษณะการระงับข้อพิพาท ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของอนุญาโตตุลาการก็ดี นะครับ

สุดท้ายนะครับท่านประธาน ผมอยากจะหารือท่านประธานนะครับว่า ในการลงมติในแต่ละกรอบ อยากจะหารือท่านประธานว่า ท่านประธานควรที่จะพิจารณา ให้ละเอียดรอบคอบยิ่งขึ้นนะครับ และอยากจะเรียกร้องให้ท่านเลขาธิการรัฐสภาช่วยกันดู ด้วยนะครับว่า การตั้งประเด็นคําถามในการลงมติของท่านประธานรัฐสภานั้นมันมีความ คลอบคลุมเพียงพอแล้วหรือยัง เพราะบางทีต้องกลับมาลงมติกันใหม่ เพราะว่าในกรอบใหญ่ อาจจะมี ๒ กรอบเล็กหรือ ๓ กรอบเล็กนะครับ ผมก็อยากจะฝากหารือท่านประธาน ในประเด็นนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ