รัฐสภา · ครั้งที่ ๘ · ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

วิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ อภิปรายในเรื่องร่างบันทึกข้อตกลงเพื่อการจัดตั้ง ศูนย์พลังงานบิมสเทค โดยมีข้อสงสัยและกังวลเกี่ยวกับการพัฒนาความร่วมมือภายใต้กรอบบิมสเทค และการเสียดุลการค้ากับกลุ่มประเทศบิมสเทค นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความไม่ชัดเจนของกรอบความร่วมมือบิมสเทค และเรียกร้องการพิจารณาว่ากรอบความร่วมมือต่าง ๆ ที่เคยมีนอกจากบิมสเทคแล้วนี้ มันมีอะไรที่มันยังเป็นประโยชน์อยู่ และควรจะมีความชัดเจนว่าใครมีหน้าที่ในการดูแลเรื่องความตกลงพหุภาคี นอกจากนี้ยังหารือเรื่องประมง โดยเน้นย้ำถึงปัญหาการประมงที่สำคัญของประเทศไทย และเสนอแนวทางแก้ไขโดยการขอความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาการประมงที่เกิดขึ้นในภูมิภาค

นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภาครับ ผมขออนุญาตอภิปรายในกรอบของร่างบันทึกข้อตกลงเพื่อการจัดตั้ง ศูนย์พลังงานบิมสเทค ภายใต้กรอบความคิดริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสําหรับความร่วมมือ หลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจนะครับ คือในหลักการแล้วก็เห็นด้วยในเรื่องของ ศูนย์พลังงาน แต่ก็มีข้อสงสัยแล้วก็กังวลอยู่หลากหลายประการที่อยากจะขอนําเสนอ ฝากท่านประธานไปยังคณะรัฐบาล คณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องนะครับ คือประเด็นของผม ก็คือว่าความร่วมมือภายใต้กรอบบิมสเทคนี้นะครับ ที่จริงเปึนเรื่องที่ได้ดําเนินการมานาน ถึงวันนี้ ๑๒ ป้ครับ แต่ถ้าเรามองย้อนกลับไปว่า ๑๒ ป้ที่มีความตกลงและมีความร่วมมือ กันมานี้ มันมีอะไรบ้างที่เปึนความร่วมมือที่แท้จริงที่สัมผัสได้เปึนชิ้นเปึนอันนะครับ อยากจะเรียนว่าจากการที่ผมเองมีส่วนเข้าไปติดตาม แล้วก็มีบางประเด็น บางด้านที่มีส่วนเกี่ยวข้อง อยากจะเรียนว่าไม่มีความคืบหน้าตามที่เราได้มุ่งหวังหรือคาดหวังตั้งแต่ตอนจัดตั้ง ยกตัวอย่างนะครับว่าใน ๑๓ ด้าน ในกรอบแรกที่มีการตกลงกันถึงป้ ๒๕๔๘ นั้น มี ๖ ด้าน มีการค้า การลงทุน การคมนาคม สื่อสาร พลังงาน ท่องเที่ยว เทคโนโลยี ประมง แล้วก็ หลังป้ ๒๕๔๘ มีอีก ๗ กรอบนะครับ รวมเปึน ๑๓ กรอบ แล้วก็เมื่อป้ที่แล้วได้เพิ่มอีก ๑ ด้าน คือภาวะโลกร้อน เปึน ๑๓ กรอบ ความตกลงนะครับ จะเห็นว่า ๑๒-๑๓ ป้ที่ผ่านมา มันมีพัฒนาการ ที่จะขยายประเด็นที่จะมีความตกลงความร่วมมือ แต่ถามว่าย้อนกลับไปนี้ ในความตกลง ที่ได้มีการตกลงไปแล้วนี้ มันมีอะไรที่สัมฤทธิผลและสัมผัสได้ เปึนชิ้นเปึนอันว่ารัฐบาล ของกลุ่มประเทศบิมสเทคได้ให้ความใส่ใจที่จะพัฒนาความร่วมมือเหล่านั้นให้เกิดเปึนจริง ขึ้นมาบ้างไหมนะครับ คําตอบคือไม่มีครับ แล้วไม่ใช่ครั้งนี้เปึนครั้งแรกนะครับ ที่ได้มีการ พูดถึงว่าเปึนการพัฒนาที่มันไปเรื่อย ๆ ขยายความตกลง ความร่วมมือด้านไหน ที่ใครสนใจอยากจะทําด้านไหนก็เสนอเข้ามา ที่ประชุมก็รับรองกัน แล้วก็ไม่ได้เกิดอะไรขึ้น ฉะนั้นใน ๑๒ ป้ ถ้าเราต้องมองย้อนกลับไป ผมเอาตัวเลขเดียวมาดูครับ เอาเรื่องของ การค้าการลงทุนที่คิดว่าประเทศไทยน่าจะได้ประโยชน์ ในเอกสารที่ผมมีอยู่นั้น มีการพัฒนา การค้าจากป้ ๒๕๔๐ มูลค่าระหว่างประเทศไทยกับกลุ่มประเทศบิมสเทคมีมูลค่าส่งออก ไปประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ แล้วก็มีการนําเข้าอยู่ ๗๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเรายังมีเกินดุลประมาณ ๓๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐนะครับ มาถึงตัวเลขล่าสุดที่ผมมีอยู่ในมือถึงป้ ๒๕๔๘ มันเพิ่มขึ้นเท่าตัวนะครับ จาก ๑,๐๐๐ ล้านเหรียญ เปึน ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญ แต่ดุลการค้าที่เราได้ ๓๐๐ ล้านเหรียญต่อป้ มันกลับไปติดลบ ๒๐๐ ล้านเหรียญ อันนี้ก็เลยเกิดความสงสัยว่าพัฒนาการที่เราบอกว่าเราเข้าไป มีกรอบความร่วมมือ ความตกลงกัน เราน่าจะได้ประโยชน์จากความตกลงในภาพรวม แต่ปรากฏว่าตัวเลขมันฟัองว่าเราเสียประโยชน์ เสียดุลการค้าเพิ่มขึ้น อันนี้เปึนอันหนึ่ง

อีกอันหนึ่งที่ผมอยากจะเรียนนะครับ บังเอิญเกี่ยวพันโดยตรง เพราะเผอิญผม มาจากอาชีพประมง แล้วประมงนี่อยู่ในกรอบ ๑ ใน ๖ ตั้งแต่เริ่มต้นเลย ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ เราก็ตั้งความหวังในเรื่องการประมงนั้นว่า เราจะใช้ประโยชน์จากอ่าวเบงกอล แล้วก็ ทางมหาสมุทรอินเดียตอนในนี้ได้ จากความร่วมมือของประเทศต่าง ๆ แต่มาถึงวันนี้ ๑๒ ป้ กรอบความร่วมมือทางบิมสเทคไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ไทยเข้าไปใช้ประโยชน์ในเรื่อง การประมงเลย ถามว่ามีความร่วมมือทางการประมงไหม มีครับ แต่เปึนเรื่องของการที่ รัฐบาลไทยเราไปให้ความช่วยเหลือในการที่จะไปให้ความรู้ ไปอบรม หรือว่ารับเจ้าหน้าที่ ในกรอบบิมสเทคเข้ามาดูงาน คือเราไปเอื้อประโยชน์ให้เขา หวังว่าวันหนึ่งเขาจะให้ประโยชน์ กับเราก็คืออนุญาต ก็มีความตกลงที่ให้เรือประมงไทยเข้าไปทําการประมงในประเทศเหล่านี้ แต่ ๑๒ ป้ที่ผ่านมานี้ไม่มีเลยแม้แต่เรือลําเดียวที่ไปภายใต้ความตกลงบิมสเทคที่เราบอกว่า เปึนความร่วมมือ ฉะนั้นย้อนกลับมาในเรื่องของความตกลงในเรื่องของการพลังงาน ที่จริงเปึน ๑ ใน ๖ เหมือนกันที่มีความตกลงตั้งแต่เริ่มแรก แล้ววันนี้จะมีการตั้งศูนย์ ที่จะดําเนินการ ประเด็นของผม คําถามของผมก็คือว่าศูนย์พลังงานอาจจะเปึนศูนย์แรก ที่มีการจัดตั้งขึ้นมาในกรอบบิมสเทค แต่อันนี้ไม่ใช่เพียงกรอบเดียวนะครับ มีแนวความคิด ที่จะตั้งศูนย์อย่างอื่นขึ้นมาอีก ๑๒-๑๓ ประเด็น ในลักษณะเดียวกันขึ้นมา ถามว่าเมื่อตั้งแล้ว มันจะเกิดประโยชน์อะไร ผมคิดว่าความชัดเจนที่นํามาเสนอนั้นไม่ชัด ว่าจริง ๆ แล้ว เมื่อตั้งแล้วจะเกิดประโยชนจริงหรือไม่ ถ้าเราไม่ตั้ง แล้วมันมีความร่วมมือที่เกิดขึ้น หรือว่าสิ่งที่ต้องการจะให้บรรลุผลนั้นมันสามารถดําเนินการไปได้ไหม แล้วที่สําคัญก็คือว่า เมื่อตั้งเสร็จมันจะมีการเชื่อมโยงไปถึงการใช้งบประมาณซึ่งประเทศไทยก็จะต้อง สนับสนุนเงินทุนเข้าไป ก็ไม่มีความชัดเจนว่ากรอบศูนย์พลังงานที่จะตั้งขึ้นนี้ จะใช้งบประมาณป้ละเท่าไร แล้วมันจะคุ้มไหม แล้วมันจะตั้งไปนานแค่ไหน หรือจะตั้ง ไปชั่วกัลปาวสาน มันจะต้องใช้งบประมาณอีกเท่าไร เมื่อป้ ๒๕๔๙ ก็มีการนําเสนอ บอกว่า มันควรจะได้มีการตั้งสํานักงานเลขาธิการ คือถ้าเราเห็นว่าความสําคัญของกรอบบิมสเทคนี้ มีอยู่จริงจะเกิดประโยชน์กับประเทศในภูมิภาคที่เปึนสมาชิก ทําไมเราไม่ริเริ่มจากการ ตั้งเปึนสํานักงานเลขาธิการขึ้นมาก่อน แล้วใช้สํานักงานเลขาธิการนั้นเปึนตัวขยายว่า มีเรื่องใดที่มีความพร้อมก็ตั้งเปึนศูนย์ภายใต้สํานักงานเลขาธิการขึ้นมา มันจะได้เกิด ความชัดเจนว่าจะขับเคลื่อนกรอบความร่วมมือของประเทศในภาคีบิมสเทคให้ไปข้างหน้า ไม่ใช่ว่าตอนนี้มีความพร้อมหรือว่ามีทุกฝ์ายเห็นพ้องต้องกันก็ตั้งขึ้นมาเปึนศูนย์หนึ่งขึ้นมา ต่อไปเราอาจจะต้อง ถ้าอย่างนั้นตอนนี้มีอยู่ ๑๔ กรอบความร่วมมือ ต่อไปก็ต้องมี ๑๔ ศูนย์ใช่ไหม ผมพยายามจะมองย้อนกลับไปเทียบเคียงมีหลาย ๆ เรื่องซึ่งเปึนลักษณะอย่างนี้ แล้วก็ ตั้งขึ้นมาภายใต้ความร่วมมือต่าง ๆ วันนี้เรามีความร่วมมือระหว่างประเทศอยู่เยอะมากทีเดียว ผมไม่แน่ใจนะครับว่า ที่เราต้องจ่ายเงินอุดหนุนเข้าไปแล้วก็มีศูนย์ต่าง ๆ มีการส่งเจ้าหน้าที่ ส่งคนเข้าไปประจํานี่ ที่เรามีอยู่มันคุ้มค่าหรือเปล่า เมื่อเทียบกับสิ่งที่เราได้จากความร่วมมือ ต่าง ๆ เหล่านั้น ผมอยากจะฝากท่านประธานนําเสนอไปยังรัฐบาลว่า เปึนไปได้ไหมที่เรา จะกลับไปพิจารณาดูว่ากรอบความร่วมมือต่าง ๆ ที่เคยมีนอกจากบิมสเทคแล้วนี้ มันมีอะไรที่มันยังเปึนประโยชน์อยู่ แล้วมันคุ้มค่า คุ้มทุนที่เราจะต้องจ่ายเงินอุดหนุนเข้าไป เมื่อเทียบกับประโยชน์ที่จะได้ ถ้ามันไม่คุ้มยุบเลิกไปบางส่วนได้ไหม แล้วเอาส่วนนั้นถ้าเห็นว่าบิมสเทคสําคัญ บิมสเทค จะมีการพัฒนากรอบความร่วมมือมากขึ้นในอนาคตนี้ก็เอาเงินตรงนั้นมาสนับสนุนตรงนี้นะครับ เราจะได้ลดภาระค่าใช้จ่ายไปบางส่วน ลดภาระงบประมาณที่จะต้องไปเก็บจากภาษี ประชาชนนะครับ ในส่วนของบิมสเทค ผมเองยังฝากความหวังนะครับว่า ในความตกลงกรอบ ต่าง ๆ คือมันควรจะมีความชัดเจนว่าใครมีหน้าที่ในการดูแลเรื่องความตกลงพหุภาคี ทั้งหลาย ขณะนี้ไปฝากไว้ที่กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศมีภาระงาน ที่จะต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเยอะมากทีเดียว จนกระทั่งเรื่องของกรอบความร่วมมือต่าง ๆ ผมไม่เชื่อว่าจะมีคนดูแล ยกเว้นเวลาจะมีการประชุมทีหนึ่งก็หยิบขึ้นมาทีหนึ่งนะครับ นอกจากนั้นก็ไม่ได้มีใครใส่ใจกับมัน ก็ปล่อยให้องค์กรแต่ละองค์กรที่ตั้งขึ้นมานั้นไป ดําเนินการกันเอาเอง เวลามีปัญหาก็หยิบขึ้นมาคุยทีหนึ่ง ถ้าเปึนอย่างนั้นประเทศไทย จะไม่ได้ประโยชน์จากความร่วมมือใด ๆ เลย ผมยกตัวอย่างกรณีอย่างบิมสเทคที่บอกว่า ๑๒ ป้ที่ผ่านมาพัฒนาการไม่ได้ไปไหนเลยครับ วันนี้เพียงเปึนหนึ่งในพัฒนาการที่คิดว่า มันน่าจะเริ่มต้นได้นะครับ แต่ผมเองก็ไม่มั่นใจนะครับ เพราะว่าเท่าที่ดูจากภารกิจ ที่กําหนดไว้ให้ศูนย์ที่จะต้องดําเนินการนั้น มันไม่จําเปึนต้องตั้งเปึนศูนย์ก็ดําเนินการได้นะครับ ถ้าทุกประเทศมีความจริงจังและความจริงใจที่จะร่วมมือกันสามารถดําเนินการได้ภายใต้ กรอบความร่วมมือที่เปึนลักษณะของการประชุม การจัดประชุม จัดสัมมนาหรือว่าเชิญ ผู้เชี่ยวชาญมานั่งถกกัน จะ ๓ วัน ๕ วัน ๗ วันอะไรก็แล้วแต่ มันก็น่าจะจบไปได้จากการ ดําเนินการในลักษณะเปึนเฉพาะกิจอย่างนั้นนะครับ แต่ทีนี้เรากําลังจะผูกพันไปดําเนินการ อย่างเปึนการถาวร แล้วเราจะต้องส่งเงินเข้าไป ส่งคนเข้าไป เราอาจจะต้องเสีย ผู้เชี่ยวชาญของเราคนหนึ่งไปให้กับบิมสเทค ในทางกลับกันเราอาจจะไม่ได้อะไรเลย จากการเสียผู้เชี่ยวชาญตรงนั้นก็ได้นะครับ เพราะฉะนั้นก็เลยขอฝากว่าถ้าศูนย์พลังงาน ของบิมสเทคนี้สามารถที่จะดําเนินการจัดตั้งภายใต้การอนุมัติของสภาในวันนี้แล้วนะครับ อยากจะให้ทางรัฐบาลกลับไปดูนะครับว่า ในกรอบอื่น ๆ พยายามเร่งรัดจัดตั้งเปึน สํานักงานเลขาธิการบิมสเทคขึ้นมาได้หรือไม่ แล้วก็โอนงานในส่วนของศูนย์นี้เข้าไปอยู่ใน กรอบของสํานักงานเลขาธิการ เพื่อให้สํานักงานเลขาธิการมีกิจกรรมที่จะช่วยผลักดันใน กรอบอื่น ๆ ได้ด้วย แล้วก็ที่สําคัญที่สุดก็กลับมาดูนะครับ เรื่องของงบประมาณ เรื่องของความจําเปึน แล้วก็ดูในเรื่องอื่นที่ยังเปึนภาระภายใต้ความตกลงพหุภาคีต่าง ๆ ที่ควรจะป่ด ที่ควรจะหยุดกิจกรรม กิจการไปได้ ก็เพื่อจะสงวนเงินตราตรงนั้นเอามา สนับสนุนในกรอบบิมสเทคที่เรากําลังจะจัดตั้งขึ้นนี้นะครับ

อีกประเด็นหนึ่งก็คือฝากเรื่องประมงว่าเปึนปัญหา ขณะนี้ประมง นอกน่านน้ําของเราเปึนปัญหาอย่างมาก แล้วอ่าวเบงกอล มหาสมุทรอินเดียนี้นะครับ ทางอันดามันก็เปึนแหล่งประมงที่ใกล้บ้านที่ใหญ่ที่สุดอันหนึ่ง ถ้าเราสามารถที่จะผลักดัน ให้เกิดความร่วมมือ มันก็จะเกิดแก้ปัญหาทั้งปัญหาในประเทศและปัญหาในภูมิภาค ขณะนี้ความพร้อมในความร่วมมือมันมีอยู่ แต่เนื่องจากว่าไม่มีใครให้ความใส่ใจในการ หยิบยกขึ้นมานะครับ นอกจากว่ามีการประชุมป้ละ ๑ ครั้ง ๒ ครั้ง แล้วก็เลิกรากันไปนะครับ ถ้าเปึนอย่างนี้ผมว่าไม่มีความจําเปึนที่จะต้องมีกรอบบิมสเทคนะครับ เราคุยกันเปึนเรื่อง ๆ คุยกันเฉพาะประเทศ มันก็น่าจะเปึนไปได้นะครับ ก็ขออนุญาตฝากข้อสังเกตกับท่านประธาน ไปยังรัฐบาลด้วยครับ ขอบคุณครับ