วิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ หารือเรื่องเอกสารที่แจกให้สภาและบันทึกการประชุมระหว่างไทยกับลาว โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการลงทุนของไทยในต่างประเทศ และความไม่มีการคุ้มครองของผู้ลงทุนไทยที่ไปลงทุนในต่างประเทศ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ผมมีอยู่ ๒-๓ ประเด็นนะครับ อยากขออนุญาตตั้งเปึนข้อสังเกตนะครับ แล้วก็ขอถามผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลด้วยนะครับ ในข้อสังเกต
ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องเกี่ยวกับการประชุมในคราวนี้นะครับ มีความรู้สึกว่า เอกสารที่แจกให้นั้นเร่งด่วนมาก ทั้ง ๆ ที่มีเนื้อหามีประเด็นที่มีความสําคัญอยู่หลายอย่าง ฉะนั้นถ้าเปึนไปได้ในโอกาสต่อไปนี้ขอรบกวนทางท่านประธานได้กรุณาให้ทางรัฐบาลได้ เตรียมข้อมูลเอกสารต่าง ๆ ให้กับทางสภาได้พิจารณา มีเวลาในการพิจารณามากขึ้นนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือ ในเรื่องของบันทึกการประชุมระหว่างไทยกับลาว ในประเด็นนี้ผมเข้าใจว่าหลายท่านคงมีความรู้สึกเหมือนกับผมก็คือว่า ในประเด็นนี้ ท่านอ่านเนื้อหาของบันทึกการประชุมแล้วนะครับ แล้วก็อ่านมาตรา ๑๙๐ ในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย จะเห็นว่าบันทึกการประชุมนี้ไม่น่าจะอยู่ในข่ายของมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญเลยนะครับ แต่ก็ด้วยความกลัวหรืออย่างไรไม่ทราบ ทางรัฐบาลก็ได้บรรจุ เข้ามา ผมคิดว่าในประเด็นนี้อยากจะตั้งข้อสังเกตว่าในคราวต่อไปถ้าเปึนไปได้ ขออนุญาตรบกวนท่านประธาน น่าจะได้มีการพิจารณาว่าประเด็นไหนน่าจะอยู่ในข่าย เพราะว่าถ้าไม่อย่างนั้นแล้วผมคิดว่ามันมีเรื่องที่จะต้องมาสภานี้อีกมากมายในลักษณะ เดียวกัน
ส่วนประเด็นที่จะตั้งเปึนข้อสังเกตและข้อซักถามทางด้านรัฐบาลก็คือ ในเรื่องของความตกลง ในเรื่องการลงทุนระหว่างอาเซียนกับเกาหลี ผมเข้าใจว่าประเทศ ไทยมีความตกลงร่วมกับประเทศต่าง ๆ อยู่มากมายทั้งทวิภาคี พหุภาคี แล้วก็เปึนเรื่อง ของการค้าการลงทุน สิ่งซึ่งเปึนข้อสังเกตจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในเรื่องของการค้า การลงทุนนั้น คงไม่ได้อยู่ในส่วนของข้อตกลงเปึนหลัก แต่อยากจะตั้งข้อสังเกตในเชิงที่ เปึนทางข้อปฏิบัติ จะเห็นว่าประเทศไทยเรามีการไปลงทุนในต่างประเทศอยู่มากมาย หลายครั้ง และรวมทั้งต่างประเทศเองก็มาลงทุนอยู่ในบ้านเราเช่นเดียวกัน ในการลงทุน ของชาวต่างชาติในบ้านเรานั้น รัฐบาลไทยในช่วงที่ผ่านมาก็ให้การดูแลเข้าใจว่าเปึนอย่างดี นะครับ ปัญหาต่าง ๆ ก็จะมีน้อย แต่ในทางกลับกันครับ ในการลงทุนของคนไทย ในต่างประเทศในช่วงเวลาที่ผ่านมามีปัญหาอยู่มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหา ในเรื่องของการให้การคุ้มครองของรัฐ ที่ผ่านมากล้าพูดได้ว่า ประเทศไทยแทบจะไม่ได้ ดูแลในเรื่องการคุ้มครองการลงทุนเลย ที่กล่าวมานั้นไม่ได้กล่าวในเรื่องของในส่วนที่เปึน ทางด้านบันทึกความตกลง แต่เปึนเรื่องของวิธีการปฏิบัติ เพราะว่าสิ่งซึ่งผ่านมาเวลา มีปัญหาในเรื่องการลงทุนในต่างประเทศ ก็จะมีข้อจํากัดของผู้ลงทุนฝ์ายไทย อย่างเช่น การไปลงทุนในการตั้งบริษัทร่วมทุนในต่างประเทศ เวลามีปัญหาขึ้นมาประเทศ เจ้าของประเทศก็จะมองว่าบริษัทเปึนบริษัทท้องถิ่น เพราะว่า เปึนบริษัทจดทะเบียนภายใต้กฎหมายท้องถิ่นในประเทศนั้น ๆ ฉะนั้นก็จะมองว่าประเทศ ไทย รัฐบาลไทยก็ไม่เกี่ยวนะครับ ซึ่งประเด็นนี้ผมคิดว่ารัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระทรวงต่างประเทศจะต้องทําความเข้าใจอย่างมาก ในการที่จะเข้าไปดูแลถึงแม้ว่า บริษัทนั้นจะได้มีการลงทุน เปึนบริษัทท้องถิ่นไปแล้ว แต่ในเมื่อมีคนไทยเปึนผู้ถือหุ้น คนไทยเปึนเจ้าของกิจการ การลงทุนจะต้องได้รับการดูแลในการคุ้มครองที่จะให้ได้รับ ความเปึนธรรมหรือว่าเกิดปัญหาเกิดขึ้นมานะครับ รัฐบาลจะต้องเข้าไปใส่ใจ ไม่ใช่ ทุกวันนี้อย่างที่ผ่านมาก็คือว่า ให้ไปดําเนินการตามลําพังโดยส่วนของเอกชนเอง เกิดขึ้น กรณีมากมาย ถ้าจําไม่ผิดในประมาณ ๑๐ ป้ที่ผ่านมาเราเคยมีกรณีของนักลงทุนไทยที่ไป ลงทุนสร้างตึกอาคารสูงในประเทศจีน แล้วก็ถูกหุ้นส่วนทางจีนยึดครองโดยไม่ให้ฝ์ายไทย เข้าไปยุ่งเกี่ยว ได้มีการฟัองร้องต่อศาลถึงแม้ศาลฎีกาของประเทศจีนเขาได้พิพากษาให้ ฝ์ายจีนคืนอาคารให้กับคนไทย แต่บัดนั้นถึงบัดนี้ ๑๐ กว่าป้ที่ผ่านมาไม่สามารถบังคับคดีได้ รัฐบาลไทยก็ไม่สามารถเข้าไปคุ้มครองเข้าไปดูแลได้ ปล่อยให้มีการยึดครองต่อไป อันนี้เปึนตัวอย่างหนึ่งในหลาย ๆ ตัวอย่างที่รัฐบาลไทยมองว่านั่นเปึนเรื่องของเอกชนที่ไป ลงทุนที่ไปดําเนินการ ไม่ได้มีมาตรการวิธีใด ๆ ที่จะสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลที่ผ่านมา นะครับ ได้ให้การคุ้มครองดูแล ฉะนั้นในประเด็นของผม ผมอยากจะเรียนถามผ่าน ท่านประธานไปยังรัฐบาลก็คือว่า อยากจะทราบว่ารัฐบาลนี้มีนโยบายมาตรการวิธีการ อะไรที่เปึนรูปธรรมที่จับต้องได้ว่า ถ้าเอกชนไทยไปลงทุนในต่างประเทศภายใต้ข้อตกลง ในกรอบนะครับ ในกรอบอาเซียน-เกาหลีหรือว่าในกรอบอื่น ๆ ก็ตาม ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้น ในกรณีพิพาทที่ผู้ลงทุนฝ์ายไทยได้รับความเสียหายหรือว่าได้รับการรังแก หรือว่าทําให้ เกิดปัญหาในการดําเนินการ อยากจะทราบว่ารัฐบาลนี้มีมาตรการวิธีการอย่างไร ที่เปึนรูปธรรมที่จะให้การคุ้มครองดูแลผู้ลงทุนฝ์ายไทยนั้น ๆ เพราะว่าถ้าปราศจาก การดูแลคุ้มครองที่เปึนธรรมแล้ว ผมเชื่อว่าก็คงจะมีต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เพียงฝ์ายเดียว เพราะว่าประเทศไทยให้การดูแลค่อนข้างดี แต่ในทางกลับกัน นั้นเราไม่ได้ดูแลเลย มีตัวอย่างใกล้ ๆ อีกอันหนึ่งที่ผ่านมาในช่วงเวลาเมื่อป้ที่แล้ว นี้เอง ก็คือว่ามีท่านอดีตรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์เองได้รับเรื่องร้องเรียนในเรื่องของ การค้าปลีก ค้าส่ง ซึ่งมีบริษัทข้ามชาติเข้ามาลงทุนอยู่ในบ้านเรา แล้วก็มีการร้องเรียนว่า ไปรังแกผู้ประกอบการรายย่อยหรือว่าโชห่วยทั้งหลาย ท่านรัฐมนตรีก็ให้สัมภาษณ์ว่า จะกลับไปทบทวนไปดูแลเรื่องมาตรการเรื่องกฎหมายว่าจะทําอะไรได้บ้าง วันรุ่งขึ้นเกิด อะไรขึ้น มีท่านทูตท่านหนึ่งของประเทศในยุโรปขอนัดพบท่านรัฐมนตรีและขอเข้ามา มาถามว่ารัฐบาลนี้จะออกกฎหมายอะไรไปรังแกคนของเขาหรือเปล่า อันนี้คือมาตรการ ตัวอย่างหนึ่งซึ่งเห็นได้ชัดนะครับว่า สิ่งนี้คือการคุ้มครองที่รัฐบาลของเขาให้การดูแลคน ของเขาที่มาลงทุนในบ้านเรา แต่ในทางกลับกันผมยังไม่เคยได้ยินนะครับว่ารัฐบาลไทยมี รัฐมนตรีไทยมีเจ้าหน้าที่ของฝ์ายไทยที่จะไปดูแล ไปให้การคุ้มครองในประเด็นปัญหาซึ่ง คนไทยไปตกระกําลําบากไปลงทุนแล้วมีปัญหากับต่างชาติ ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการที่คนไทย ไปตกทุกข์ได้ยาก แล้วกระทรวงต่างประเทศไปช่วยเหลือ ประเด็นนี้อยากจะเรียกร้อง อยากจะขอความชัดเจนในเรื่องของการคุ้มครองการลงทุนของคนไทยที่มีปัญหาที่จะไป ลงทุนในต่างประเทศ ภายใต้กรอบที่เรากําลังจะอนุมัติในวันนี้ และก็รวมทั้งกรอบอื่น ๆ ที่ เคยมีมาด้วย ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ