สุนัย จุลพงศธร หารือเรื่องรัฐธรรมนูญที่มีปัญหาสำคัญ และเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิบัติตามมาตรฐานที่ยุติธรรม โดยไม่แบ่งแยกและไม่เลือกปฏิบัติ ในเรื่องความร่วมมือไทย-ลาว สุนัย จุลพงศธร วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ลาวที่มีความละเอียดอ่อน และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการลงทุนต่างประเทศที่ลดลงอย่างมาก
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครสวรรค์ครับ ท่านประธานครับ ก่อนที่ กระผมจะได้กราบเรียนท่านในวาระของการอภิปรายในเรื่องร่างบันทึกการประชุม ความร่วมมือไทย-ลาว และข้อตกลงอาเซียนกับเกาหลีนี้ อยากจะขอประทาน ท่านประธานอย่าเพิ่งจะมาเบรก (Break) สิ่งที่กระผมจะพูด ท่านประธานครับ เมื่อเช้านี้ กระผมได้เห็นบรรยากาศความหนักใจของท่านประธานอย่างนี้มาหลายครั้งแล้ว และ ไม่เคยท้วงติงหรือนําเสนอกับท่านว่าองค์ประชุมไม่ครบนี่ปัญหาใหญ่ที่สุดมันเปึนเรื่องของ จํานวนของ ส.ส. รัฐบาล ที่ท่านมาโดยไม่ชอบ ประการที่ ๑ จํานวนท่านก็ไม่ได้มากมาย อะไร เสียงไม่ใช่เสียงข้างมาก ความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาลมันสะท้อนออกที่ การประชุมสภา อีกทั้งการประชุมสภานี้ปัญหาใหญ่ที่สุดอยู่ที่รัฐธรรมนูญ แต่เราก็เพิกเฉย อยู่ที่อย่างไรครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนเหมือนกติกาสมัยที่อยุธยาจะแตกตอนสุดท้าย ทหารจะยิงป๋นใหญ่ไปเพราะศัตรูมาล้อมเมือง ยิงไม่ได้ครับ ต้องมาขออนุญาตก่อนทุกครั้ง ฉันใดก็ฉันนั้น วันนี้ศัตรูไม่ใช่พม่ามาล้อมกรุงหรอกครับ แต่เปึนวิกฤติเศรษฐกิจ คนที่ร่าง รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้เขียนมาได้อย่างไรครับ ขี้หมูราขี้หมาแห้ง ต้องมาขออนุญาต จากสภาทุกครั้งครับ จะค้าจะขายไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องน้อยรัฐบาลทําไม่ได้ ต้องมา ดําเนินการขอทุกครั้ง บางเรื่องก็ไม่น่าสนใจ สมาชิกสภาบางทีก็ติดธุระก็ไม่มากัน และ ประเด็นสําคัญที่สุดครับ รัฐธรรมนูญท่านก็ปล่อยหลายครั้งท่านประธานครับ ปัญหาใหญ่ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังเปึนปัญหาที่เกี่ยวโยงกับการประชุม และที่สําคัญที่สุดคือ การปฏิบัติ ๒ มาตรฐานของรัฐบาลที่กระทําอยู่ในขณะนี้ ทําให้เกิดภาวการณ์ในฐานะ คล้าย ๆ ว่าไม่อยากจะ คืออยากจะลองของรัฐบาลดูสักทีสิ ท่านประธานครับ วันนี้ ส.ส. หลายคนของพรรคฝ์ายค้านที่ขึ้นเวทีที่หน้าทําเนียบรัฐบาล พอขึ้นปัูบถูกดําเนินคดีหมด ครับ แต่วันที่พันธมิตรประชุมกันยึดสนามบิน ยึดทําเนียบรัฐบาล ส.ส. ของพรรคร่วม รัฐบาลขณะนี้หลายคนก็เคยขึ้น แต่ก็ไม่มีการดําเนินคดี ประชาชนอยู่ต่างจังหวัดที่ออกมา แสดงความคิดเห็นก็ถูกดําเนินคดีใส่เสื้อแดง เสื้อเหลืองยึดสนามบินหาดใหญ่ สนามบิน ภาคใต้ ภูเก็ต ก็ไม่ถูกดําเนินคดี ภาวะความที่เปึน ๒ มาตรฐานชัดเจนเช่นนี้มันสะท้อน เข้ามาสู่ ส.ส. และถูกกับตัว ส.ส. เอง เขาก็เลยไม่ค่อยอยากจะให้ความร่วมมือกับ ท่านประธาน ดังนั้นภาวการณ์ที่องค์ประชุมไม่ครบนี่มันเชื่อมโยงกับสิ่งที่ผมจะอภิปราย เข้ามาสู่กระบวนการข้อตกลงที่ท่านกําลังจะทํากันอยู่นี้ ท่านประธานครับ และจะบอกว่า รัฐธรรมนูญไม่สําคัญได้อย่างไร ความปรองดองแห่งชาติก็ไม่มี ภาวะอย่างนี้เกิดขึ้น แน่นอน วันนี้ต้องกราบขอบคุณท่านประธานวิปของฝ์ายค้าน และวิปฝ์ายค้านครับ ยินดี ให้ความร่วมมือกับท่านเลยครับ แต่เสียงก็ยังไม่ครบอีก ภาวการณ์อย่างนี้มันได้สะท้อนให้ เห็นถึงความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาล แล้วใครจะมาลงทุนประเทศไทย การลงทุน ประเทศไทยก็ไม่มี ข้อตกลงการร่วมลงทุนกับเกาหลีเดี๋ยวผมจะชําแหละให้เห็นว่าไม่น่าจะ เกิดประโยชน์เท่าไร ท่านประธานครับ ขออนุญาตเริ่มต้นในเรื่องของความร่วมมือไทย- ลาวก่อน ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ลาวนี้เปึนความสัมพันธ์ที่มีความละเอียดอ่อนมาก จึงจะถือโอกาสนี้ได้บอกกับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถ้าเปึนไปได้อย่ากล่าวคํานี้อีก คนลาวเขามีความรู้สึกอย่างหนึ่งว่า คําว่า บ้านพี่เมืองน้อง นั้นเขาไม่ให้พูด ท่านไปพูด บ้านพี่เมืองน้องคนลาว เขารู้สึกอย่างหนึ่งว่าเหมือนกับว่าเขาเปึนน้องเล็ก เราเปึนพี่ใหญ่ เขาให้เรียกว่า บ้านใกล้เรือนเคียง ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง ผมกําลังจะพูดเรื่องนี้เปึน เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่เสียดายไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศอยู่ที่นี่ มีแต่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์มาตอบแทน ผมเองเกรงว่าถ้าผมอภิปรายไปแล้วท่านก็จะตอบไม่ได้โดยเฉพาะเรื่องลิขสิทธิ์ท่านไป ปราบลิขสิทธิ์อย่างรุนแรงที่พัฒน์พงศ์ท่านยังหาคําตอบไม่ค่อยได้ และท่านเตรียมไว้เถอะ ท่านจะต้องได้ตอบในสภาแน่นอนเรื่องนี้ แต่วันนี้ที่ผมต้องกล่าวพาดพิงเพราะผมเห็นท่าน แสดงตัวเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแล้ว และยังแสดงตัวเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอีก ไปไล่ตามจับเช็กบิลทักษิณถึงสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ มันจะเลอะกันใหญ่ ท่านประธานครับ ผมพูดเรื่องนี้เพื่อสะท้อนให้เชื่อมโยงเห็น ว่ารัฐบาลนี้มีปัญหาเรื่องวิสัยทัศน์ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ลาวนี้นะครับ ท่านครับ ขณะนี้ท่านรู้ไหมครับว่าการลงทุนต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย บีโอไอ (BOI) ลดไป ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ แต่ท่านรู้ไหมครับว่าวันนี้ทุนไทยเข้มแข็งมากครับ แต่ท่านไม่ได้ใช้วิธีคิดนอกกรอบเลยหรือกลัวว่าจะเสียรังวัดของท่านทักษิณอีก เปึนผู้เสนอคิดใหม่ทําใหม่ ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจอย่างนี้ท่านต้องคิดนอกกรอบ แต่ท่าน นี่คิดตามแบบราชการประจําเลย การลงทุนต่างประเทศไม่มี ทุนไทยก็ไม่ลงทุนกันวันนี้ แต่น่าสนใจมากครับท่านครับ ผมได้เห็นความเปึนจริงว่าวันนี้ทุนไทยที่เข้มแข็งไม่ได้รับ การสนับสนุนอะไรจากรัฐเลยครับ แต่เข้าไปทําเขื่อนในประเทศลาว ไปสร้างพลังงาน พลังงานนี่เปึนสินค้าที่ตลาดต้องการเพราะว่าน้ํามันนั้นจะหมด เรามีแหล่งพลังงานหลัก ๆ เลยคือน้ํามัน แต่วันนี้พลังงานบริสุทธิ์จากน้ํา เรื่องนี้อยู่ที่ฝัืงลาวเต็มไปหมดครับ ผมต้อง ชื่นชมคนไทยหลายบริษัทที่เขาบุกไปโดยไม่ต้องรอรัฐบาลเลย รัฐบาลถ้าท่านออกแรง สนับสนุนสักหน่อย วันนี้ถ้าไม่ลงทุนในประเทศ ลงทุนในต่างประเทศก็ไม่เสียหาย เพราะว่าถ้าลงทุนในต่างประเทศแล้วพลังงานกลับมาที่เราอีกเราก็ได้ประโยชน์อีก ยิ่งใน ภาวการณ์ขณะนี้เศรษฐกิจถดถอยนั้นเราต้องเตรียมอนาคตไว้ บริษัท ช. การช่าง ขออนุญาตเอ่ยชื่อท่านในการชื่นชม เขาไปลงทุนทําน้ํางึม ๒ ครับท่าน เฉพาะน้ํางึมที่ท่าน มีข้อตกลงคือน้ํางึม ๓ น้ํางึม ๒ กําลังทําครับ น้ํางึม ๑ เสร็จไปนานแล้ว เฉพาะน้ํางึมเดียว มีถึง ๕ น้ํางึมครับ ระดับชั้นถึง ๕ น้ํางึม ท่านประธานครับ พูดถึงเรื่องนี้แล้วต้องกล่าวชื่นชม พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ในป้ ๒๕๓๕ ตอนขณะนั้น พลเอก ชาติชาย ได้เห็นปัญหาของ พลังงานแล้ว ผมจําความได้ว่ามีนักจัดรายการคนหนึ่งได้เอาหัวหน้าพรรคใครบ้างผมไม่ อยากเอ่ยชื่อเดี๋ยวจะต้องมาประท้วงผม ไปออกรายการโทรทัศน์จัดแบบแคมเปญ (Campaign) เลยครับ พลเอก ชวลิต แล้วก็หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ตอนนั้นผมเปึนเลขาของท่าน เขาถามว่าถ้าท่านเปึน นายกรัฐมนตรีท่านจะทําอะไร ผมจะทําให้ประเทศปฏิบัติตามกฎหมายอย่างนั้นอย่างนี้ คนนี้ก็ตอบอย่างนั้นอย่างนี้ พลเอก ชาติชาย ตอบว่า ถ้าผมเปึนนายกรัฐมนตรี ผมจะซื้อ น้ําและไฟฟัาทั้งหมดจากประเทศลาวจากประเทศเพื่อนบ้านเพราะพลังงานเปึนเรื่อง สําคัญ ๑๕ ป้ที่แล้วครับ คนหัวเราะครับ วันนี้เปึนอย่างไรครับ เรื่องพลังงานเปึนเรื่องใหญ่ ที่สุดและโครงสร้างต่าง ๆ พันธกรณีที่ท่านเขียนในข้อตกลงในเรื่องเศรษฐกิจ ในเรื่อง ความร่วมมือด้านไฟฟัาและพลังงานนั้น ถ้าไม่มีสิ่งที่ พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ พูดว่า ผมจะ แปรสนามรบให้เปึนสนามการค้า ถ้าไม่มี พลเอก ชาติชาย ซึ่งขณะนั้นเปึนฝ์ายค้าน นะครับ ป้ ๒๕๓๕ เปึนฝ์ายค้าน ท่านประธานเคยเห็นหัวหน้าพรรคฝ์ายค้าน พรรค ฝ์ายค้านที่เข้มแข็งที่สุดไม่เอ่ยชื่อ วันนี้ได้เปึนรัฐบาลแล้ว วันที่เปึนฝ์ายค้านไม่ทําอย่างอื่น ครับ เขาถามว่าเปึนฝ์ายค้านทําอะไร บอกว่าต้องเฝัาสภาและค้านรัฐบาล แต่วันที่ พลเอก ชาติชาย เปึนหัวหน้าพรรคฝ์ายค้าน ค้านตรวจสอบรัฐบาลและพานักลงทุนไปที่ประเทศ เพื่อนบ้านครับ ประเทศกัมพูชา ประเทศลาว ประเทศพม่า ไปทําโครงสร้าง ทํา เอ็มโอยู (MOU) เรื่องพลังงาน ผมกล้ายืนยันได้เรื่องนี้แม้ลูกชายของท่านอยู่พรรคประชาธิปัตย์จะ ไม่พูดก็ตามที ท่านประธานครับ เรื่องพลังงานวันนี้ผมคิดว่ารัฐบาลท่านกรณ์ จาติกวณิช นั่งอยู่ตรงนี้ ผมเลยฝากผ่านท่านประธานไปว่า ลองคิดนอกกรอบบ้าง อย่าลืมนะครับเรื่องเก็บภาษี มรดก กับเก็บภาษีที่ดิน ผมยังจําอยู่นะ อย่าพูดเล่น ๆ นะถ้าท่านไม่ทําสอบตกนะ คราวหน้าผมบอกให้ เพราะท่านสัญญากับประชาชนไว้แล้ว ท่านประธานครับ เรื่อง พลังงาน วันนี้ทุนไทยเข้มแข็ง เศรษฐกิจอันนี้ส่งออกขายไม่ได้ ทุนเสื้อผ้าขายไม่ได้ ต่างประเทศไม่ซื้อ ผลักดันทุนออกไปลงทุนเรื่องพลังงานประเทศรอบบ้านสิครับ เฉพาะ ในประเทศลาวนั้นยังมีอีกหลายจุดมากครับ เฉพาะที่ท่านบอกมานี่ และที่ใหม่อีก และ น่าชื่นชมที่สุดโครงการใหม่ที่ทุนของไทยที่ไปร่วมกับทุนลาวกําลังจะทําเขื่อนขนาดใหญ่ ทางตอนเหนือในช่วงแม่น้ําโขงที่อยู่ฝัืงประเทศลาว อีก ๕ ป้นี่ตอบสนองประเทศไทยทั้งนั้น ผมได้เจอกับนักลงทุนไทยที่ไปทําเรื่องเขื่อน ผมบอกว่า ท่านได้ช่วยเหลือประเทศชาติ แม้รัฐบาลจะไม่ได้ขอบคุณท่าน ชื่นชมท่าน ถ้าผมมีโอกาสในสภาผมจะกล่าวขอบคุณ ท่าน และขอกล่าวขอบคุณว่าบริษัทที่ผมไปเห็นนี้ยังได้อีกครับ ช. การช่างยังได้อีกครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมเองยังบอกว่าท่านต้องมองภาวะของการถดถอยทางเศรษฐกิจนี้ อย่างนอกกรอบ โดยหนุนทุนไทย ทุนอุตสาหกรรมอาจจะต้องเบี่ยงเบนเปลี่ยนประเด็นไป ลงทุนในด้านอื่น ๆ และขยายตัวออกไป ผมไม่เคยได้ยินสิ่งเหล่านี้จากรัฐมนตรีว่าการ ด้านเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์เลยครับท่านประธาน ถ้าจะพูดหลังจากที่ผมพูดไป แล้วก็ไม่ว่ากัน ผมเปึนฝ์ายค้าน ผมคิดว่าอะไรดีต่อบ้านต่อเมืองเราก็เสนอทั้งนั้น ท่านประธานครับ ในวันนั้นหัวเราะกัน แต่วันนี้ทุกคนเห็นแล้วว่าเปึนเรื่องที่มีประโยชน์ และที่สําคัญอีกอันหนึ่งที่ผมถือว่าเปึนเรื่องละเอียดอ่อนมาก คือเรื่องเขตแดนไทยกับลาว ท่านประธานครับ ประเทศลาวนั้นมีวัฒนธรรมเหมือนกับประเทศไทยเกือบจะเรียกว่า ร้อยเปอร์เซ็นต์ ต่างแต่มิติแห่งเวลาเท่านั้น แม้แต่ตัวหนังสือท่านประธานครับ คนไทยกับ คนลาวสามารถอ่านหนังสือกันได้ครับ ผมเป่ดหน้าเอกสารควบคู่ระหว่างไทยกับลาว ผมจะอ่านภาษาลาวให้ท่านฟังนะครับ ร่าง บันทึกกองปะซุมคะนะกํามาทิกานฮ่วมว่าด้วย กานฮ่วมมือ ลาว-ไท คั้งที่ ๑๕ ที่หลวงพะบาง สาทาละนะลัด ปะซาทิปะไตปะซาซนลาว อ่านได้เลยครับ ความเหมือนคล้ายทางวัฒนธรรมนั้นมันเปึนฐานของระบบเศรษฐกิจ แต่ประวัติศาสตร์นั้นเปึนเรื่องที่ทําให้ลาวกับไทยต้องเจ็บช้ําอย่างยิ่ง เจ็บปวดอย่างยิ่ง ที่เครื่องบินจากจังหวัดอุดรธานี จากจังหวัดขอนแก่นไปถล่มเขา เขาไม่มีทางเลือก จึงต้อง หันไปใกล้ชิดกับประเทศเวียดนาม ทั้ง ๆ ที่ภาษาเวียดนามกับภาษาลาวนั้นแตกต่างกัน สิ้นเชิง วัฒนธรรมก็แตกต่างกันสิ้นเชิง ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ลาวนั้นผมคิดว่าต้อง กระชับอย่างมาก โดยเฉพาะปัญหาใหญ่คือเรื่องเขตแดน เรื่องเขตแดนนี่เปึนเรื่องที่ เซนซิทิฟ (Sensitive) มาก เมื่อสักครู่ก็มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราได้พูดถึงด้วย ความห่วงใยว่า ปัญหาเรื่องร่องน้ําซึ่งเปึนข้อตกลงระหว่างไทยกับฝรั่งเศส เมื่อครั้งฝรั่งเศส มายึดครองดินแดน ปรากฏว่าร่องน้ํานี้มีการผันเปลี่ยนตลอดเวลา ใช้ร่องน้ําลึกเปึนการ แบ่งเขต ผมไม่อาจจะบอกได้ว่าต่อไปนี้เมื่อตกลงแล้วให้ปันเขตร่องน้ํา แต่ท่านครับ ถ้าไม่มีการปันเขตร่องน้ําทั้งลาว ทั้งไทย ต่างต้องระมัดระวังเพราะตลิ่งพังเปึนส่วนใหญ่ เรานี่มากกว่าเขา ผมได้เห็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของบประมาณเพื่อจะไปปัองกันตลิ่งพัง เพื่อจะรักษาร่องน้ําลึกไว้ ท่านประธานครับ เงินมหาศาล ถ้าคิดกันง่าย ๆ อย่างนั้นผมว่า ทั้งไทย ทั้งลาว เสียค่าปูนซีเมนต์ไม่ใช่น้อย เพราะจะต้องมาทําเขื่อนปัองกันตลิ่งพังเพื่อจะ รักษาเขตแดนกลางร่องน้ํานั้น ทําไมไม่หาวิธีการตกลงเรื่องนี้ใหม่ ท่านประธานครับ เรื่องปัญหาเขตแดนนี้เปึนเรื่องที่ ละเอียดอ่อนมาก เราได้พูดในสภาแห่งนี้หลายครั้งว่า ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เปลี่ยน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเสียทีเถอะครับ เพราะภาพลักษณ์ของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมันลบไม่ออก จากการที่จะไปรุกดินแดน ไปเกิด ข้อพิพาทดินแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา อย่าเพิ่งเขาไม่คิดนะครับ เท่าที่ผมรู้ ทั้งพม่า ทั้งลาวและประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดนั้น เขารู้แกนนํารากฐานความคิดเชิง ปรัชญาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศว่ามีลักษณะเปึนคนประเภทไหน และได้แสดงออกรูปธรรมแล้วหลายครั้ง ๆ จนเขาเชื่อเช่นนั้น แต่ว่าวันนี้โดยโปรโตคอล (Protocol) หรือโดยพิธีการทูตก็จําเปึนครับ เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไทยไปเขาก็ต้องเซย์ ฮัลโล (Say hello) ยินดี ก็พูดกันไป แต่ว่าลึก ๆ เขาระแวงครับ ผมพูด อย่างนี้ก็ไม่รู้ว่ารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์จะข้ามไปไหม ไปข้ามตอบให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไหม ท่านระวังให้ดีนะ ข้ามไปข้ามมาจะตกกลาง ทางในการปรับ ครม. คราวหน้า ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ตรงนี้เอง ข้อตกลงตรงนี้ ความสัมพันธ์เรื่องการปักปันเขตแดน การทําเรื่องเขตแดนระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน จึงกลายเปึนเรื่องที่อ่อนไหว แต่ปรากฏว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเรานั้น ซึ่งมีชนักติดหลังเรื่องข้อพิพาทระหว่างประเทศ เรื่องการดูถูกผู้นําต่างประเทศ พูดง่าย ๆ ท่านประธานที่เคารพ เขามองว่าคนคนนี้เปลี่ยนไม่ได้แล้วครับ สันอะไรที่เปลี่ยนไม่ได้ท่าน ก็คงจะเข้าใจ แต่ผมจะไม่กล่าวในที่นี้ เพราะอะไรครับ ผมสังเกตทุกครั้งที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศมานั่ง วันนี้ถ้ามาตอบผมนะ กรุณาให้นั่งฝัืงนี้คนเดียว ผมเห็น เวลาจะตอบทุกครั้งจะต้องมีรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์คอยประกบเรื่อย คอยกระตุก เรื่อย คือถ้าปล่อยให้ท่านพูดมากแล้วเลอะทุกครั้ง แล้วผมยังเห็นท่านประธานสภา พูดหลายครั้ง เตือนหลายครั้งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศท่านรู้ว่า ถ้าคนนี้ ถ้าปล่อยให้พูดไปเลยครับ เพราะบุคลิกลักษณะ กําพืด มันมีลักษณะที่ลําบากที่จะดํารง ในตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แต่วันนี้ท่านมาทําในฐานะตรงนี้ ท่านครับ ผมดูสิ่งที่ท่านทําแล้วนี่ ปรากฏว่าทําไมรู้ไหมครับท่านประธาน ท่านเปึน ข้าราชการประจํา และผมบอกเลยครับว่าวันนี้ ความเปึนนักการเมือง ความเปึนรัฐมนตรีนั้น จะพกความคิดของข้าราชการประจํามาทั้งหมดนั้นดูจะเสียประโยชน์ของประชาชน เพราะอะไรครับ เพราะว่าวิธีคิดแบบข้าราชการประจํานั้นเราไม่ตําหนิว่าท่านไม่ดี แต่เขา คิดตามหน้าที่ ตามงานรูทีน (Routine) ตามงานประจํา ยกกรณีข้ามมาสักนิดหนึ่งถึงเรื่อง ข้อตกลงระหว่างอาเซียนกับเกาหลี ท่านครับ วันนี้เกาหลีกําลังบุกรุกทางวัฒนธรรม อย่างหนัก และเมื่อวัฒนธรรมเกาหลีไหลบ่ามาวันนี้ท่านดูไหมครับ ทีวีเกือบทุกช่อง หนังเกาหลีหมด เดี๋ยวนี้เด็กหนุ่ม ๆ สาว ๆ แต่งตัวแบบเกาหลีแล้ว ผมเชื่อว่าหลานท่าน ก็ต้องเจอ ทําผมหลุบ หลุบ หลุบ แบบเกาหลี เด็กผู้หญิงก็ไปผ่าคาง ตัดคางให้หน้าเสี่ยม ทําท่าทําทางแบบเกาหลีหมดแล้ว และที่สําคัญคือซื้อสินค้าแบบเกาหลี เพราะวัฒนธรรม ก็คือฐานรากของระบบเศรษฐกิจนั่นเองครับ คนอินเดียที่มีความพึงพอใจต่อวัฒนธรรม อินเดียก็ต้องกินอาหารแบบอินเดีย คนจีนก็กินอาหารแบบจีน การขายสินค้าส่งสินค้าก็อยู่ ควบคู่กับวัฒนธรรม แต่ว่าท่านเห็นไหมวันนี้ข้อตกลงของอาเซียนกับเกาหลีไม่มีเรื่อง วัฒนธรรมเลยครับ เห็นไหมครับ ไม่มีเลย และแถมปรากฏว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศดูนะครับ ท่านลองเป่ดหนังสือที่สภาให้สิครับ หน้า ๓๐ วัฒนธรรมไทย ท่านยังรักษาไม่ได้เลยท่านประธาน ท่านลองเป่ดดูสิครับหน้า ๓๐ ข้อ ๓ การปฏิบัติเยี่ยงคนชาติ ปฏิบัติสะกดอย่างไรครับท่านประธานครับ ป ปลา ร เรือ สระอะ ประ ต เต่า สระอิ ติ บัติ ท่านไปดูสิครับ เฉพาะแค่เขียนนี่ก็ยังผิด แสดงว่าท่านไมได้ใส่ใจ จริง ๆ ผมพยายามจะโยงให้เห็นว่าการดําเนินการของท่านนั้นนอกจากท่านไม่ได้ใส่ใจ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านไม่ได้ใส่เรื่องการปรองดองแห่งชาติมันก็เกิดปัญหาวิกฤติ อยู่ในสภา ท่านประธานจะเหนื่อยอีกหลายครั้งครับจะเหนื่อยอีกหลายครั้ง เมื่อมา ข้อตกลงตรงนี้ท่านก็คิดอยู่ในกรอบไม่คิดนอกกรอบอีก ท่านเชื่อไหมครับว่าวันนี้ข้อตกลง ระหว่างไทย-ลาวเปึนของเก่าครับ ของใหม่คืออะไรครับท่านประธาน ของใหม่ก็คือเปึน ภาวการณ์ภาษีอาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั่งอยู่ตรงนี้ท่านต้องภาคภูมิใจว่า ท่านเปึนคนแรกของประเทศไทยที่ขอสภากู้เงินมากที่สุดตั้งแต่ตั้งกรุงรัตนโกสินทร์มา คือ ๘ แสนล้านบาทรอบเดียว