วิชาญ มีนชัยนันท์ หารือเรื่องการเจรจาการค้ากับจีน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้ความรู้เกี่ยวกับข้อกฎหมายและการใช้ภาษาในการทำธุรกิจ และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขกฎหมายและข้อบังคับเพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งออกไม้ไปยังประเทศจีน
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยในเรื่องของการเสนอ กรอบการเจรจาในเรื่องการทบทวนเกี่ยวข้องกับเรื่องของการทําข้อตกลงต่าง ๆ กับ ประเทศจีนในเรื่องของการค้า โดยเฉพาะในส่วนของสภาแห่งนี้นั้นก็คงจะต้องมี รายละเอียดที่จะต้องนําเสนอให้กับรัฐบาล
ในส่วนหนึ่งนั้นต้องยอมรับว่าประเทศไทยนั้นเปึนคู่ค้ากับประเทศจีน โดยเฉพาะในเรื่องของเชื้อสายของเรานั้นนะครับ ส่วนหนึ่งก็จากประวัติศาสตร์นั้น เราขยับมาจากประเทศจีน ดังนั้นในพื้นเพความรู้สึกนั้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้ เราได้รับความเอื้อเฟุ๋อจากประเทศจีนมาโดยตลอด ตั้งแต่ในเรื่องของการลงทุน ในเรื่องของการทําข้อตกลงต่าง ๆ ค่อนข้างที่จะง่าย แต่ประเทศเราเองนั้นไม่ได้หยิบ หรือฉกฉวยโอกาส ที่ผมต้องพูดอย่างนี้เนื่องจากว่าของเราเองค่อนข้างช้าครับ อาจจะเปึน เพราะว่าข้อกฎหมาย หรือความไม่มั่นใจในการลงทุน จึงทําให้การติดต่อการค้าต่าง ๆ นั้น มันเปึนช่วงระยะเวลาที่ขาดกัน หรือติดต่อแล้วไม่มีใครประสานติดตามในเรื่องต่าง ๆ จึงเป่ดโอกาสให้กับกลุ่มประเทศต่าง ๆ ที่เขามีศักยภาพสูงกว่าเข้าไปลงทุน เข้าไปทํา การค้าได้ แทนที่ประเทศไทยจะเข้าไป และหลายครั้งผมเห็นใจฝ์ายที่ลงทุนโดยเฉพาะ ในกลุ่มของพ่อค้าที่เขามีกําลัง แต่ภาครัฐไม่ได้ให้การสนับสนุน เขาไปยืนอยู่ด้วยตัวเอง ไปดําเนินการถูกเอารัดเอาเปรียบในเรื่องของข้อกฎหมายบางอย่าง แต่ของเราเองนั้นนะครับ รัฐเองในอดีตจนถึงปัจจุบันก็ให้ความสําคัญค่อนข้างน้อย จนบางส่วนนั้นเสียรู้เขา ถูกฟัองร้อง ถูกยกเลิก เพิกถอนสัญญาต่าง ๆ แล้วก็มีความรู้สึกว่าเข็ดไม่กล้าไปลงทุน สิ่งหนึ่งในวันนี้ประเทศจีนเองหลังจากที่เปลี่ยนแปลงการปกครองจากการค้าในระบอบ ที่เขาเรียกว่ายังใช้คอมมิวนิสต์อยู่ก็จริง แต่เขาเป่ดเสรีมากเพิ่มขึ้น จะเห็นว่าหลายมณฑล มีกฎหมายเฉพาะของตัวเอง ในอดีตผมเองนั้นได้มีโอกาสเปึนตัวแทนจากท้องถิ่น ก็คือ กรุงเทพมหานครไปติดต่อกับประเทศจีนในส่วนของมณฑลคุนหมิงและสิบสองปันนา ต้องขออนุญาตเล่าให้ท่านประธานฟังนะครับ แต่ก่อนการเดินทางเปึนไปด้วยความ ยากลําบาก เรามีการค้าก็ติดต่อกันตามชายแดนเท่านั้นเอง แต่ไม่มีการค้าขายกันจริง ๆ ป้ ๒๕๓๘ เราได้ทําข้อตกลงก่อนหน้าระหว่างท้องถิ่นกับประเทศจีน โดยเฉพาะในส่วนของ มณฑลคุนหมิงว่าเปึนบ้านพี่เมืองน้องกัน ผมเองมีโอกาสไปในป้ ๒๕๓๘ เปึนตัวแทนของ สภากรุงเทพมหานครไป ทางสภาของเขาโดยสภาคุนหมิงเขามีอํานาจเต็มครับ ถ้าผมจําชื่อ ไม่ผิดคือ มิสเตอร์เห้อ เขาต้อนรับอย่างดีครับในเรื่องของการตั้งแต่ลงสนามบิน แล้วเดินทางเข้าสู่ที่พักมีคณะมีผู้ติดตามอย่างสมเกียรติ แต่สิ่งหนึ่งที่เขาจะพยายามถาม เราว่าเราจะดําเนินการการค้าอย่างไร คือหัวคิดเขามีอย่างเดียวครับ คืออยากจะค้าขาย จะแลกเปลี่ยนอะไรบ้าง เช่น ในเรื่องของการแพทย์ ในเรื่องของการศึกษา ในเรื่องของ ขนบธรรมเนียมประเพณีเขาสอบถามตลอด รวมถึงในการเป่ดสนามบิน ผมไป เมื่อป้ ๒๕๓๘ กลับมาได้ทําข้อตกลงนะครับ ในส่วนหนึ่งคือการเจรจาแต่ไม่ได้เปึน ข้อตกลงโดยตรงนะครับ คือเปึนการเจรจาพูดคุยกันว่าจะนําข้อตกลงในการเจรจา เบื้องต้นไปให้กับทางฝ์ายรัฐบาลพิจารณา ซึ่งทางฝ์ายของสภาคุนหมิงเองเขาถามว่า สภากรุงเทพมหานครเองนั้นสามารถเป่ดใช้สนามบิน สนามบินในขณะนั้น คือ สนามบินดอนเมืองได้หรือเปล่า เขายังเข้าใจว่ากรุงเทพมหานครโดยสภากรุงเทพมหานคร มีอํานาจเต็ม ท่านประธานครับ แต่จริง ๆ แล้วแท้ไม่ใช่ แต่เขามีอํานาจเต็มจริง ๆ ครับ เขาบอกว่าเขาสามารถที่จะทําข้อตกลงเป่ดสนามบินที่คุนหมิงได้เลย แม้กระทั่ง สิบสองปันนาก็สามารถเป่ดได้เลย ผมจึงนําความต่าง ๆ กลับมาแล้วก็ทําหนังสือไปถึง รัฐบาลในสมัยนั้นนะครับ คือสมัยท่านชวน ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ก็ทําข้อตกลง ไปแล้วก็ส่งหนังสือไป จึงมีการพิจารณาแล้วก็ทําส่วนต่าง ๆ ในการเป่ดสนามบิน ในขณะนั้น ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าหลายสิ่งหลายอย่างถ้าให้ท้องถิ่นอย่างแต่ละจังหวัด ที่อยู่ชายแดน สามารถเจรจาตกลงการค้ากับแต่ละจังหวัดในแต่ละส่วนของมณฑล ที่อยู่ชายแดนทํากันได้ดีครับ แต่รัฐบาลเองต้องไปดูสามารถเป่ดช่องแล้วก็ติดตาม เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ เช่น แถวลุ่มแม่น้ํา แถวลุ่มแม่น้ําโขงจังหวัดชายแดนของเรา ในส่วนหนึ่งสามารถที่จะเป่ดการค้าขายได้กับประเทศเพื่อนบ้านแล้วก็ส่งเสริมกันได้ แต่เราเองช้าครับกว่าจะนํากฎหมาย กว่าจะทําข้อปฏิบัติต่าง ๆ ซึ่งเพื่อนสมาชิกได้พูด ไปแล้วมันเหมือนกับว่าป่ดบังซ่อนเร้นเพื่อหวังผลประโยชน์อะไรในเรื่องของสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ในเรื่องของการใช้จ่ายต่าง ๆ ท่านประธานครับ ผมได้รับแจ้งว่าวันนี้ ประเทศไทยเอง ถึงแม้ว่าจะค้าขายกับจีน แต่ก็บอกตรง ๆ ครับว่าตัวเลขต่าง ๆ นั้นของเรา มี ๖๓ ล้านคน ของจีนมีอยู่ประมาณ ๑,๒๐๐ ล้านคน แต่ประเทศจีนเองนั้นต้องการสินค้า จากประเทศไทย แต่เราเองส่งของไปนั้นเขาไม่ค่อยเชื่อถือเท่าไรในการตรวจสอบ ตรวจเช็ก ผมมีโอกาสไปในฐานะอดีตเปึนประธานคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค เขาตรวจสอบสินค้าทุกอย่าง เขาดําเนินการดูแล้วก็มีมาตรการในเรื่องของการตรวจเช็ก สินค้า ดังนั้นของบางชนิดบางอย่างจากประเทศต่าง ๆ จึงมีการคุมเข้ม ตั้งแต่ในระดับล่าง จนถึงระดับประเทศ ถ้าเขาไม่มั่นใจเขาจะไม่อนุญาตให้สินค้าต่าง ๆ เหล่านั้นเข้ามา ในประเทศ แล้วก็เปึนการกระทบต่อพี่น้องประชาชน จะเห็นว่าบางทีมีมาตรการถึงกับ ประหารชีวิตบุคคลที่ละเลย แต่ของเราเวลานําเข้าสินค้าของเขา เราพูดเสมอว่าสินค้าจีน มีราคาถูกแต่คุณภาพด้อย แต่ท้ายที่สุดเราไม่มีมาตรการครับ นําเข้าสินค้าง่าย ส่งมาเปึน ตู้คอนเทนเนอร์ส่งมาเปึนของต่าง ๆ คุณภาพการตรวจสอบแม้กระทั่งเรื่องอาหาร เรื่องยา เรื่องเวชภัณฑ์ต่าง ๆ พอนําเข้ามาแล้วพอส่งผลกระทบปุ็บเราเองก็มักจะบอกว่าสินค้า เหล่านี้นั้นไม่ได้มาตรฐาน ท้ายที่สุดก็มาดําเนินการแก้ไขภายในประเทศ หรือแม้กระทั่ง อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ได้กล่าวไปนะครับ เรื่องเครื่องใช้ไฟฟัา เรื่องอุปกรณ์ต่าง ๆ ผมฝากครับว่า มาตรการในเรื่องของการตรวจสอบทั้งนําเข้าและส่งออกนะครับ การส่งออกต้องมีคุณภาพ ตรวจสอบให้ได้มาตรฐานทั้งอุตสาหกรรมหรือมาตรฐานต่าง ๆ ที่เราเองเปึนผู้ค้ากับเขาในแต่ละชนิด แต่ละสินค้า แต่ละประเภท อันนี้เปึนเรื่องสําคัญครับ เพราะถ้าไม่อย่างนั้น บางทีติดต่อประสานงานในเรื่องของการค้าไปแล้ว แต่ปรากฏว่า ของไม่ได้มาตรฐาน เขาก็ไม่สนใจแล้วก็ไม่สามารถที่จะนําสินค้าเข้า แต่อีกทางหนึ่งนั้น ของเรานําเข้ามาได้จํานวนมากแล้วก็ไม่มีการตรวจสอบ
ท่านประธานครับ มีส่วนหนึ่งซึ่งผมคิดว่าประเทศคู่ค้านั้นอย่างประเทศ สิงคโปร์เขาไม่มีสินค้าในเรื่องของการผลิตหรือวัตถุดิบ แต่เขาเปึนโบรกเกอร์ (Broker) เปึนกลุ่มที่สามารถติดต่อประสานและส่งออก ในส่วนหนึ่งนั้นใน ๘ ข้อ ผมดูแล้วมันไม่มี ข้อหนึ่งที่ว่าจะต้องพยายามเปึนศูนย์กลางในเรื่องของการดําเนินการประสานกับ ย่านเอเชียของเรา เช่น ประเทศพม่า ประเทศลาว ประเทศเขมร ถ้าเราสามารถเปึน ประเทศคู่ค้ากับประเทศจีน แล้วติดต่อประสานให้มีการลงทุนนําสินค้าต่าง ๆ ผ่านมายัง ประเทศไทยเพื่อส่งไปยังประเทศจีนก็สามารถทําได้ แต่ส่วนนี้นั้นบางครั้งบางทีก็ติด ในเรื่องของข้อกฎหมาย ติดในเรื่องของวิธีการ เช่น ในขณะนี้ประเทศจีนที่เซี่ยงไฮ้กับ กวางเจา เขาต้องการไม้สัก ไม้ประดู่ที่เปึนท่อนเปึนไม้แปรรูปหรือเปึนซุง แล้วเขาสามารถ เอาไปแปรรูปต่าง ๆ ได้ แต่ของเรานั้นต้องยอมรับว่าในวันนี้ไม้ต่าง ๆ เหล่านี้มันขาด นะครับ เพราะเปึนไม้ธรรมชาติซึ่งเปึนไม้ที่สงวนหรือไม้เพื่อการพาณิชย์ก็ปลูกแล้วตัด ไม่ทัน ประเทศพม่าได้มีไม้จํานวนมากนะครับ ป์าไม้เขายังอุดมสมบูรณ์ รัฐฉาน เปึนรัฐหนึ่งที่สามารถตัดไม้สักและไม้แปรรูปต่าง ๆ นําเข้ามา แล้วส่งผ่านเข้ามาประเทศไทย เพื่อใช้เฉพาะในประเทศไทย เพราะกฎหมายไม่ให้นําส่งออกนะครับ ฝากท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับว่า จะเปึนไปได้ไหมว่าไม้สักที่เขาต้องการนี่นะครับเราเปึน ทางผ่าน เพราะจากรัฐฉานจะไปยังเซี่ยงไฮ้ กวางเจา เขาต้องผ่านไปสิบสองปันนา ผ่านไปยังคุนหมิง ซึ่งเปึนการเดินทางที่ลําบากและอ้อมไปอีกทางหนึ่ง แต่ถ้าเราบอกว่า เอาไม้นําเข้าโดยตรงผ่านเข้ามาในประเทศไทยลงที่ท่าเรือคลองเตย แล้ววิ่งตรงไปส่งไป ยังเซี่ยงไฮ้ ไปยังมณฑลต่าง ๆ ที่เขาต้องการ ก็สามารถที่จะได้ค่าใช้จ่าย ได้ค่าผ่านทาง ได้ในส่วนของคนงานนะครับ ค่าระวาง สิ่งต่างๆ เหล่านี้มันเปึนองค์ประกอบ ซึ่งของเราเองนั้น มักจะบอกครับ บอกว่าให้นําไม้เข้ามาเพื่อบริโภคแต่ไม่ได้ให้ส่งออก โดยเฉพาะที่ผ่านจาก ประเทศพม่าหรือประเทศอื่น ๆ อันนี้คือสินค้าตัวหนึ่งนะครับ ยังมีอีกหลายตัวครับ เช่น ไม้หอมจากประเทศมาเลเซีย จากประเทศในส่วนต่าง ๆ จากประเทศพม่าหรือจากเขมร ของเราเองบางทีก็ห้ามแล้วก็ตรวจสอบกัน แต่ถ้านําเข้ามาแล้ว นอกจากประเทศจีนแล้ว อย่างประเทศซาอุดีอาระเบียเขาต้องการไม้หอมหรือต้องการสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันก็ย่อม ทําได้ครับ แต่เราไม่เคยคิดว่าเราจะเปึนศูนย์กลางจริง ๆ กับสิ่งที่เราได้รับประโยชน์จาก การที่เปึนประเทศคู่ค้า แล้วก็แก้ไขกฎหมายต่าง ๆ ให้เกิดความชัดเจน ผมคงขออนุญาต ครับว่าในส่วนต่าง ๆ ที่รัฐบาลกําลังทําอยู่นี้ผมเห็นด้วยครับ แต่ในส่วนของการ ขอความเห็นชอบก็ต้องมาผ่านจากสภา เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐสภาเองนั้นกําลังให้ข้อคิดเห็น ข้อแนะหรือข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่จะต้องไปแก้ไขนั้น ผมคิดว่ารัฐบาลเองจะต้อง ไม่นิ่งนอนใจจากข้อคิดเห็นนะครับ ไม่อย่างนั้นการพูดในสภาแห่งนี้นั้นจะไม่ก่อให้เกิด ประโยชน์ เพราะหลายครั้งเองนั้นบางทีก็เพื่อที่จะขอผ่านไปทําข้อตกลงนะครับ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เราก็เพียงแต่เอามาให้สภาเปึนสภาตรายางเพื่อที่จะ เห็นชอบเท่านั้นเอง มันไม่ถูกครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่พวกเราเองได้นําเสนอนั้น ผมขอฝากครับ รัฐบาลคงจะต้องให้ความสําคัญและสนใจ
ฝากประเด็นสุดท้ายครับ ถ้าเราจะส่งเสริมการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน เรา ต้องให้ความรู้กับนักธุรกิจโดยตรงเรื่องข้อกฎหมาย เราไม่มีการประชุมเรียกคุยกันนะครับ โบรกเกอร์ หรือคนที่จะต้องไปติดต่อ ล่ามนี่เปึนเรื่องสําคัญ ประเทศไทยไม่มีล่ามในเรื่อง ของภาษา แต่ไปใช้ล่ามของประเทศจีนเสียส่วนใหญ่ นั่นเปึนประเทศคู่ค้า เพราะฉะนั้น ต้องเริ่มส่งเสริมครับ ในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้เพราะว่าประเทศจีนนั้นมีไซส์ (Size) มีขนาด ที่ใหญ่ แล้วก็ยังมีธุรกิจ มีจีดีพีที่เติบโตมากกว่าประเทศต่าง ๆ ในโลกนี้อีกเปึนจํานวนมาก เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเราสามารถส่งเสริมในเรื่องของภาษา ในเรื่องวิธีการข้อกฎหมายต่าง ๆ ให้เกิดความชัดเจน ผมว่าเราสามารถที่จะเปึนประเทศคู่ค้าแล้วก็สามารถที่จะขยายกําลัง ต่าง ๆ ในการผลิตออกไปสู่ประเทศจีนได้ครับ ผมเห็นด้วยกับในเรื่องดังกล่าวที่นําเสนอ เข้ามาสู่ในสภาครับ ขอบคุณครับ