ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ วิพากษ์วิจารณ์กระบวนการของรัฐบาลไทยที่ไม่ได้ทำการวิจัยหรือศึกษาข้อมูลอย่างจริงจังเกี่ยวกับการค้าเสรีกับจีน และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเซ็นสัญญาเอฟทีเอ รวมถึงการส่งออกสินค้าเกษตรไทยที่ถูกกีดกันโดยประเทศจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตหอมและกระเทียมในภาคเหนือที่ลดลง 70% และขอให้รัฐบาลศึกษาและแก้ไขปัญหานี้
ขอบคุณท่านประธาน พอพูดถึงเรื่องจีนแล้วเมื่อสักครู่นี้ท่าน ส.ส. ได้อธิบายได้ดีหมด ทุกคนนะผมว่า จากประสบการณ์ในพื้นที่จริง ๆ ท่านประธานครับ ขอฝากทางฝ์ายรัฐบาล ไปหน่อยว่า ถามจริง ๆ เถอะว่าที่จะเพิ่มความสัมพันธ์กับประเทศจีนในด้านลึกเข้าไปนี่ เคยศึกษาหรือยังนะครับที่เปึนรูปธรรมจริง ๆ มีเอกสารไหม ผมเชื่อว่าทางกระทรวง พาณิชย์ไม่เคยศึกษาอะไรเลย เจ้าหน้าที่ไม่เคยศึกษาเลย มีอย่างเดียวก็คือว่าจะให้เสรี อย่างไร จะให้เพิ่มสิทธิต่อประเทศอื่นอย่างไรนะครับ โดยไม่ค่อยฟังทางฝ์าย ส.ส. ทาง ฝ์าย ส.ว. หรือทางฝ์ายเจ้าหน้าที่ หรือทางฝ์ายวิชาการทางประเทศไทยเท่าไรละครับ ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าตัวเลขที่จะออกมาจะไม่แตกต่างไปกับที่ท่าน ส.ส. จาก พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูนเลยนะครับ ผมเชื่อว่าถ้าท่านลองไปอ่านเอกสารจากองค์กร มีอยู่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทําค้นคว้าเรื่องเกี่ยวกับการค้าเสรี โดยเฉพาะไทย-จีน ท่านจะเห็นเลยว่าหลักฐานมันชัดเจนว่าประเทศไทยเสียเปรียบทุกรูปแบบ แล้วก็ยังไม่มี การแก้ไขใด ๆ ทั้งสิ้น รูปแบบก็ไม่แตกต่างไปจากที่ ส.ส. พูด ประเทศไทยรัฐบาลไทย มีแนวโน้มนะครับ เจ้าหน้าที่ของไทยเอง แนวโน้มที่ลงโทษลงทัณฑ์เกษตรกรไทยอยู่นั่นน่ะ ตรวจสอบสินค้าไทยเสียละเอียดเลยก่อนที่จะส่งไปประเทศจีน ไม่มีที่ไหนเขาทํากัน นะครับ ไม่มีที่ไหนเขาทํากัน เกษตรกรต้องเอาสินค้าของตัวเอง หรือผู้ส่งออกเอาสินค้าตัวเองมาเรียงคิวให้ทางฝ์ายเกษตรตรวจก่อนที่จะส่งออกว่าไม่มี สารเคมีไม่มีอะไรต่ออะไร อันนี้เปึนค่าเสียหายค่อนข้างจะมากแล้ว พอไปถึงประเทศจีน ประเทศจีนซึ่งหลายครั้งที่ผมสํารวจมาตอนเปึนวุฒิสมาชิกว่า ก็ไม่มีอุปกรณ์ในการตรวจ แต่จะอ้างอิงว่าสินค้าไทยโดยเฉพาะสินค้าทางเกษตรมีสารเคมี ไม่สามารถที่จะเข้าได้ นั่นคือวิธีหนึ่งที่เราเรียกว่า นอน แทรีฟ แบร์ริเออ (Non-tariff barrier) การกีดกันทาง การค้าอย่างชัดเจน
การกีดกันการค้าอย่างชัดเจนที่ ๒ ก็คือว่า ในเรื่องเกี่ยวกับการขนส่ง เมื่อสักครู่ท่านเอ่ยไปหน่อยแต่ผมขอลงละเอียดสักนิดหนึ่งว่า การขนส่งเมื่อเราเซ็นสัญญา เอฟทีเอ (FTA : Free Trade Area) กับเขาในป้ ๒๔๔๒ ตามที่ผมเข้าใจนะครับ หลังจากนั้น มาสินค้าอย่างเช่น ยางพารา สินค้าอย่างเช่น ข้าว สินค้าอย่างเช่น มันสําปะหลัง เขาไม่ให้ ขนส่งทางบกเลย ต้องเข้าทางเรืออย่างเดียว เปลี่ยนไปเลยนะครับ อันนี้เปึนการกีดกัน หมายความว่า บางจังหวัด อย่างเช่น จังหวัดพะเยาอย่างนี้เปึนต้น สามารถที่จะผลิต ข้าวหอมมะลิได้และส่งโดยตรง พอมีสัญญานี้ปุ็บมีการลงโทษลงทัณฑ์ว่าไม่ให้ใช้เส้นทาง ที่ใกล้ที่สุดแล้ว แต่ต้องอ้อมไปใช้มาบตาพุดนะครับ อันนี้ผมขอเรียนนะครับ
ประเด็นที่ ๓ เรื่องสําคัญมากนะครับ ก็คือว่าการส่งออกมีการลําเอียงต่อ บริษัทที่เปึนคนจีน มิฉะนั้นถ้าเปึนคนไทยเพียว (Pure) เพียวไม่มีทางเลยนะครับ ตอนนี้ ชัดเจนนะครับว่า ศูนย์กลางใหญ่ ๆ ที่เชียงใหม่เปึนต้นนะครับ บริษัทจีนแค่นั้นถึงจะส่ง สินค้าทางเกษตรของไทยเองเข้าไปในประเทศจีนได้ เอาล่ะ ผมเคยถามหลายครั้งครับ ถามรัฐบาลไม่รู้กี่รัฐบาลมาแล้วนะครับ นี่ถามรัฐบาลประชาธิปัตย์หน่อยซึ่งผมเปึน รองหัวหน้าพรรคอยู่ว่าเราจะทําอย่างไรดีนะครับ เราจะต้องเจรจากับเขาไหม แต่ประเทศ จีนเขาจะอ้างอันหนึ่งนะครับ ประเทศจีนจะอ้างอันหนึ่งบอกว่า เขาไม่สามารถที่จะควบคุม รัฐบาลท้องถิ่นของเขาได้ ก็คือการกีดกันไม่ได้เกิดขึ้นจากปักกิ่ง แต่เกิดขึ้นที่ยูนนาน ก็บอกว่าการที่สินค้าไทยเข้าไปในประเทศเขาแล้วก็อยู่ดี ๆ ไม่ต้องเสียภาษี แต่อยู่ดี ๆ มีภาษี แวต (VAT : Value add Tax) ขึ้นมา ๗ เปอร์เซ็นต์ ข้ามไปอีกมณฑลหนึ่งอีก ๗ เปอร์เซ็นต์ บวกเข้าไปเปึน ๑๔ เปอร์เซ็นต์แล้ว อันนี้เปึนการกีดกันอย่างชัดเจนนะครับ แล้วเราจําเปึนเลยต้องตั้งคําถามกับเขา แต่ไม่ใช่ที่ปักกิ่งอย่างเดียวนะครับ อาจจะต้องไป ที่ยูนนานเลยแล้วไปเจรจากับเขา มิเช่นนั้นท่านครับ ผมขอเรียนอย่างนี้เลยนะครับ รายงานจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่แม่โจ้นี่นะครับ ร่วมกับโครงการพระราชดําริ มีตัวเลขชัดเจนว่าเกษตรกรได้ประสบความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในภาคเหนือ โดยเฉพาะ ในการผลิตหอมกับกระเทียม หอมกับกระเทียมนี้ในภาคเหนือลดลง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขอันนี้ชัดเจนเลยครับ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้สินค้าอื่น ๆ ที่เขาเรียกว่า สินค้าเกษตร ภาคหนาว โดนกระทบกระเทือนไปหมด โครงการพระราชดําริต้องเปลี่ยนกระบวนการ การผลิตทั้งหมดเลย เพราะว่าไม่สามารถที่จะแข่งขันกับสินค้าจากประเทศจีนได้ นี่พูดถึงบรอคโคลี่ (Broccoli) หอม พูดเกือบทุกเรื่องเลยนะครับ ผักสารพัดชนิด ต้องหันไป ผลิตผักไร้สาร หันไปผลิตผักที่แพงขึ้น แพงขึ้น แพงขึ้น ต้องเปลี่ยนยุทธวิธี แต่นี่ก็เพราะว่า เปึนโครงการพระราชดําริแล้วมีสมาชิกนั้นสามารถที่จะพึ่งพาอาศัยต้นทุนแล้วก็ กระบวนการการผลิตได้ มีจํานวนในราว ๑๔๐,๐๐๐ คน แค่นั้นนะครับ แต่ภาคเหนือเรามี เกษตรกรอีกหลายล้านคนที่ไม่ได้อยู่ในโครงการนี้ แล้วจะไปพึ่งพาใครนะครับ ผมขอเรียนท่านประธานฝากไปท่านรัฐมนตรีและท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าต้องศึกษา ให้ดีนะครับในเรื่องเกี่ยวกับไทย-จีนนี่ แล้วเราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเปึนคู่ค้าและคู่แข่ง ที่ใหญ่ที่สุดและสําคัญที่สุดด้วยนะครับ แต่ต้องมาดูการผิดพลาดที่ผ่านมา การผิดพลาด ที่ให้โทษต่อเกษตรกรอย่างมหาศาล ผมเข้าใจว่าในภาคเหนือหนี้สินของเกษตรกรเพิ่มขึ้น ถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ แล้วก็เกือบ ๗๙ เปอร์เซ็นต์ของเกษตรกรตอนนี้ไม่มีที่ดิน ของตัวเองแล้ว เพราะจากหนี้สินอันนี้ไม่สามารถที่จ่ายหนี้สินได้ แล้วก็ทางธนาคารนั้น ริบที่ดินไปเปึนของธนาคารเกือบทั้งหมดแล้วนะครับของเกษตรกรในภาคเหนือ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ