เลิศรัตน์ รัตนวานิช อภิปรายเรื่องข้อตกลงความมั่นคงทางด้านปิโตรเลียม โดยวิพากษ์วิจารณ์เอกสารที่แจกให้สภาแห่งนี้ ไม่ถูกต้อง และมีข้อความที่ไม่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องข้อตกลงป่โตรเลียม และวิจารณ์ข้อบกพร่องของข้อตกลงดังกล่าว รวมถึงการเตรียมการในกรณีสงครามกลางเมือง และขอให้ประเทศในกลุ่มอาเซียนขายน้ำมันให้ไทย และเรียกร้องการพัฒนาพลังงานชีวภาพ ไบโอฟิวล์ และการเตรียมการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการป้องกันแรงงานที่ไม่ถูกกฎหมายและค้ามนุษย์ และเรียกร้องการดำเนินการแก้ไขเรื่องนี้อย่างจริงจัง
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ขอขอบพระคุณที่ท่านประธานได้ให้เวลาในการอภิปราย ซึ่งผมก็คงจะ อภิปรายอยู่ใน ๒ กรอบนะครับ คือในวาระที่ ๑๘ ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องของร่างความตกลง ว่าด้วยความมั่นคงทางป่โตรเลียมของอาเซียน แล้วก็วาระที่ ๒๐ คือร่างบันทึกความเข้าใจ ระหว่างรัฐบาลไทยกับสหภาพพม่าในเรื่องการต่อต้านการค้ามนุษย์
ในเรื่องแรก ผมใคร่ขออนุญาตใช้เอกสารที่สภาแจกให้ประกอบการ อภิปรายเล็กน้อย แล้วก็จะอภิปรายอยู่ในกรอบของข้อตกลงที่ได้อยู่ในวาระการประชุม ก็จะไม่พาดพิงถึงรัฐมนตรีท่านใดนะครับ จริง ๆ อยากจะพูดถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์อยู่เหมือนกัน แต่ว่าท่านก็มีคนพูดถึงท่านเยอะแล้วนะครับ ท่านดูดีที่สุด บนเวทีในขณะนี้นะครับ ในเรื่องข้อตกลงตามวาระที่ ๑๘ ที่เกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงทาง ป่โตรเลียม ผมอยากจะขอเรียนก่อนว่า ที่จริงเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ไม่ควรจะนํามาเข้าสภา แห่งนี้เลย แม้แต่กรมสนธิสัญญาและกฎหมายของกระทรวงการต่างประเทศเอง ให้ข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีแล้วว่า ไม่มีเรื่องที่เกี่ยวข้องใด ๆ เกี่ยวกับวรรคสองของ มาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ เลยแม้แต่นิดเดียว เปึนเรื่องที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือกันเมื่อเกิดวิกฤติและประเทศไทยก็อยู่ในฐานะที่เปึนผู้รับ การช่วยเหลือหากมีวิกฤตินั้น แต่จุดสุดท้ายทางคณะรัฐมนตรีก็ได้ส่งมาให้สภาแห่งนี้ เปึนเพคเกจ (Package) ก็ไม่เปึนไรครับ ก็ทําให้เราได้มาดู เมื่อผมได้ดูในเรื่องนี้แล้วนี่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้กรุณาชี้แจงเมื่อเช้านี้ ท่านชี้แจงได้ดี แต่ท่านพูด มากกว่าที่อยู่ในกรอบข้อตกลงนี้ ซึ่งท่านเขียนข้อตกลงตามที่ท่านพูดก็พอจะมีประโยชน์ แต่ปรากฏว่าที่ท่านพูดมันไม่ได้อยู่ในข้อตกลง จึงทําให้ข้อตกลงนี้ไปเซ็นแล้ว ผมก็มีความรู้สึกว่ามันเซ็นเปึนสีสันครับ ซึ่งผมจะชี้แจงให้ดูนะครับถ้าท่านรับฟัง ว่ามัน ไม่มีอะไรเลยในข้อตกลงนี้ที่เราจะไปเซ็นมันไม่มีที่เสียหาย แต่มันก็จะไม่เกิดประโยชน์ อะไรกับการไปลงนาม ก่อนอื่นต้องขอติติงเล็กน้อยนะครับ สําหรับผู้แปลเอกสาร ซึ่งจะ ลักษณะของแปลภาษาอังกฤษ เปึนภาษาอังกฤษเปึนส่วนใหญ่ ไม่ได้แปลเปึนไทย อย่างเช่นบอกว่า ลดภาวการณ์รับสัมผัสกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ภาษาอังกฤษ ผมต้อง ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษด้วยนะครับท่านประธานครับ เขาบอกว่า เอ็กซโพเชอร์ ทู อีเมอร์เจนซี ซิทูเอชัน (Exposure to emergency situation) เราก็แปล ได้รับภาวการณ์สัมผัส รับสัมผัส แปลได้สวยงามตามพจนานุกรม ก็ควรจะ แปลว่า ถ้าเราประสบกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็ได้ใจความแล้วและจะดูเปึนไทยมากกว่า มีอย่างนี้อีกหลายแห่งนะครับ ก็เรียนให้ทราบ แล้วก็คงจะรีบทํามากเลยนะครับ อย่างในข้อ ๒.๔ ก็มีถึง ๒ ครั้ง ก็เลยเปึน ๒.๕ ๒.๖ ๒.๗ ก็เลยไม่ตรงกับในฉบับ ภาษาอังกฤษ อันนี้ถ้าเผื่อมีเวลาก็ไปแก้เสียนะครับ เพราะอย่างไรก็ต้องเก็บไว้เปึหลักฐาน นะครับ แต่ที่แจกให้สมาชิกรัฐสภาซึ่งไม่มีใครอ่านนอกจากผมนี่นะครับ เพราะดูแล้วเท่าที่ ฟังมา ๒ วันมีเพียง ๑ ท่านที่อภิปรายในกรอบข้อตกลงของความมั่นคงทางด้าน ป่โตรเลียม
อันนี้เรามาดูในส่วนที่ผมได้เรียนชี้แจงว่า ข้อตกลงนี้ขาดเนื้อหาที่สมบูรณ์ มันมี ๒ จุดที่เปึนเรื่องสําคัญของข้อตกลงนี้คือ คําว่า คริทิคัล ชอร์ตเตจ (Critical shortage) ซึ่งภาษาไทยในนี้แปลว่า การขาดแคลนขั้นวิกฤติ ตรงนี้ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจง แล้วว่า ถ้าเราป่โตรเลียม ไม่ว่าจะเปึนน้ํามันหรือแก๊สธรรมชาติลดลงต่ํากว่าเกณฑ์ที่เราใช้ ปกติในรอบ ๑ ป้มาร้อยละ ๑๐ เปึนเวลาติดต่อกันถึง ๓๐ วัน ค่อยถือว่าเราอยู่ในการ ขาดแคลนขั้นวิกฤติ อันนี้ก็เปึนสิ่งซึ่งเปึนข้อตกลง ก็ดีกว่าฉบับเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๒๙ ที่ลงนามกันไว้ อันนี้ต้องต่ําถึงร้อยละ ๒๐ นะครับ อันนี้ก็ไม่ติดใจอะไร
แต่ที่สําคัญคือในข้อ ๒.๔ ซึ่งควรจะเปึน ๒.๕ ตามฉบับภาษาอังกฤษ ควรจะเปึน ๒.๕ ที่เขียนว่า สถานการณ์ฉุกเฉิน ภาษาอังกฤษตรงกับคําว่า อีเมอร์เจนซี ซิทูเอชัน (Emergency Situation) ตรงนี้ล่ะครับ ที่ข้อตกลงที่ไปได้มามันไม่เกิดประโยชน์ แก่ประเทศไทยเลย มันขาดเนื้อหาที่สําคัญ ซึ่งท่านรัฐมนตรีพูด แต่ที่ท่านพูดมันไม่ได้ อยู่ในเอกสารทั้ง ๒ ฉบับนี้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ตรงนี้ได้เขียนไว้ว่า สถานการณ์ ที่รัฐสมาชิกอาเซียนใด ๆ ประสบกับการขาดแคลนขั้นวิกฤติซึ่งอุปทาน อุปทานนี่ก็คือ ซัพพลาย (Supply) นะครับ ป่โตรเลียมอันเนื่องจาก เขาพูดไว้ถึง ๓ เหตุที่จะไปเกิด การขาดแคลนขั้นวิกฤติที่ผมได้เรียนให้ทราบในขั้นต้นแล้ว อันแรกเขาพูดถึงมหันตภัย ธรรมชาติ คือเขายกตัวอย่างว่า แผ่นดินไหวและสึนามิ (Tsunami) ซึ่ง ๒ อย่างนี้จะทําให้ เกิดการขาดแคลนน้ํามันถึงขนาดนั้นก็คงจะยาก ที่ภาคใต้ผมก็อยู่มาเกือบ ๑ ป้ในการ กู้ภัยครั้งนั้น ก็ไม่มีถังน้ํามันไหนที่ขาดแคลนเลยนะครับ
อีกอันหนึ่งคือการระเบิดของโรงกลั่นหรือคลัง ซึ่งจะต้องระเบิดกันอย่าง มโหฬารมากเลยในที่จะให้ขาดน้ํามันวันละ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ถึง ๓๐ วัน ที่ไทยออยล์ (THAI OIL) ซึ่งเปึนผู้อํานวยการดับไฟ ก็ไหม้ไปประมาณสัก ๔๐ ล้านลิตร เราใช้น้ํามันอยู่ วันละ ๑๐๐ ล้านลิตร สั่งเข้ามา ๘๐ ล้านลิตร ผลิตเองได้ประมาณ ๒๐ ล้านลิตร เราเปึน เนท อิมพอร์ตเตอร์ (Net importer) ของออยล์นะครับ เพราะฉะนั้นเราก็คงไม่ต้องไปช่วย ใคร แต่ในส่วนที่ว่าเราจะขาดน้ํามันจากการระเบิดของโรงกลั่นจนกระทั่งไม่สามารถ จะช่วยตัวเองได้นั้น ที่จริงถ้าน้ํามันมันหายไปก็สั่งซื้อจากต่างประเทศได้ ไม่จําเปึนต้องซื้อ จากอินโดนีเซียหรือบรูไน
แล้วประเด็นสุดท้ายคือ เกิดภาวะสงคราม ตรงนี้ล่ะครับ ภาวะสงครามเขา แปลมาจากภาษาอังกฤษที่ใช้คําว่า วอร์ (War) เท่านั้นนะครับ วอร์ ผมไปเป่ดพจนานุกรม ที่จริงรู้อยู่แล้วแต่อยากจะทดสอบตัวเอง วอร์ แปลว่า สงครามระหว่างประเทศครับ เปึน การใช้อาวุธเข้าประหัตประหารกัน ประเทศอาเซียนอย่างเราคงไม่ไปรบกับญี่ปุ์นแน่ แต่จะ รบก็ไม่เหนือก็ออกก็ตกก็ใต้ แล้วถ้าเรารบกับประเทศเหล่านี้ อาเซียนอื่น ๆ จะมาช่วยเรา ไหมครับ เขาจะเทค ไซด์ (Take side) อยู่ฝัืงไหนดี เพราะฉะนั้นที่จริงแล้วเจตนารมณ์ ที่เขียนไว้ในส่วนของสถานการณ์ฉุกเฉินทั้ง ๓ ประเด็นนี้ มันไม่ครอบคลุมมันควรจะเขียน อีก ๒ ประเด็น ซึ่งรัฐมนตรีเขาพูดถึง บทวิเคราะห์ต่าง ๆ ก็พูดถึง แต่ไม่เขียน ไม่มีใน ทั้ง ๒ ฉบับ ที่เปึนหัวใจจริง ๆ ของ ๒ ประเด็นคือ ๑. การจลาจล จะเปึน อัพ ไรซิ่ง (Up rising) จะเปึน ไรออท (Riot) จะเปึนแบบเหลืองกับแดงอย่างที่เราเกิดขึ้น ป่ดท่าเรือจนน้ํามันเข้าไม่ได้ก็เอามาจากทางมาเลเซีย หรือจะเปึนสงครามกลางเมืองที่เรา เรียกว่า ซิวิล วอร์ (Civil war) ซึ่งเปึนเหตุการณ์ในประเทศเราจนไม่สามารถที่จะมีการ สั่งซื้อน้ํามันจากประเทศไกล ๆ ได้ ลักษณะอย่างนี้อาจจะเข้าข่าย
กับอีกประเด็นหนึ่งคือปัญหาวิกฤติพลังงานในโลก เช่น โจรสลัดแถว โซมาเลียป่ดยึดเรือน้ํามันจนเราไม่สามารถจะซื้อน้ํามันจากตะวันออกกลางหรือจาก อาฟริกาได้ เราก็ขอให้มาเลเซีย บรูไน อินโดนีเซีย เวียดนามขายให้เราก่อน มันวิกฤติ น้ํามันโลกหรือราคามันแพงมาก ของมันออกมาน้อยมาก อย่างนี้ละครับจึงจะเปึน สถานการณ์ที่ความตกลงนี้จึงจะเกิดประโยชน์แก่ประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งผมจึงขอ ฝากว่า ในข้อ ๗.๑๑ มันมีคลอส (Clause) มันมีส่วนที่บอกว่า สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ เพราะฉะนั้นควรจะให้เจ้าหน้าที่ได้ไปเจรจากันถ้าจะเซ็นอย่างนี้ไปก่อนก็ไม่ว่าอะไร แต่ก็ไปเจรจากัน แล้วถ้าทุกประเทศเห็นพ้องก็ใส่เงื่อนไขในการที่จะให้เราเข้าสู่ กระบวนการช่วยเหลือระหว่างกัน ที่ภาษาอังกฤษที่นี้ใช้คําว่า เซิม จึงจะเกิดประโยชน์ มิฉะนั้นก็จะเหมือนฉบับเดิมเซ็นเมื่อป้ ๒๕๒๙ ป้นี้ ๒๕๕๒ ไม่เคยนํามาใช้เลย ฉบับนี้เซ็น ก็ไม่รู้อีกกี่สิบป้จะมาใช้ ถ้าไม่ใช้เงื่อนไขที่มันเปึนไปได้ ก็ขอฝากเรียนให้ทางกระทรวง พลังงานได้พิจารณาในจุดนี้อีกเล็กน้อยนะครับ
ประเด็นสุดท้ายในเรื่องนี้ผมอยากจะพูดถึงก็คือ มาตรการระยะกลาง ระยะยาว ที่พูดนั่นพูดถึงมาตรการระยะสั้นว่าช่วยกันทันที ขาดน้ํามัน ขาดแก๊สก็ส่งมา ช่วยกัน แต่ในนี้พูดถึงมาตรการระยะกลาง ระยะยาว ซึ่งใช้คล้ายกับป้ ๒๕๒๙ มาก ปัญหาวิกฤติพลังงานในป้ ๒๕๒๙ กับวันนี้มันต่างกันเยอะ ป้ ๒๕๒๙ ไม่มีใครพูดถึง พลังงานทดแทน ไม่มีใครพูดถึงแก๊สโซฮอล์ (Gas sohol) ไม่มีใครพูดถึงไบโอดีเซล (Bio desel) ป้ ๒๕๒๙ ไม่มีใครพูดถึงการขาดแคลนไฟฟัานะครับ แต่วันนี้เราบอกช่วย ผ่านหน่อย อันนี้เหมือนเดิมเลย แก้ เดฟฟ่นิชัน (Definition) นิดเดียว นี่คือจุดอ่อนของการ ไปเจรจา เอาสถานการณ์เดิมมาใช้ในสถานการณ์ปัจจุบัน ในเรื่องของมาตรการระยะยาว นั้นที่เราควรจะดําเนินการร่วมกันนั้น มันควรจะพูดถึงการที่จะพัฒนาพลังงานชีวภาพครับ ไบโอฟ่วเอิล (Biofuel) ควรจะพูดถึงการเตรียมการผลิตไฟฟัาด้วยพลังงานจากโรงไฟฟัา นิวเคลียร์ วันนี้ต้องพูดแล้วครับ อีก ๑๐-๑๕ ป้ ไม่ว่าแก๊สหรือน้ํามันมันจะหายากมาก ราคามันจะแพงมาก อีก ๓๐ ป้ อีก ๔๐ ป้ เราจะไม่มีการป่โตรเลียมแห่งประเทศไทยแล้ว นะครับ เราจะต้องเปึนการแก๊สโซฮอล์แห่งประเทศไทย การพลังงานไฟฟัานิวเคลียร์ แห่งประเทศไทยแล้ว ๓๐-๔๐ ป้ ไม่มีน้ํามัน ไม่มีแก๊สธรรมชาติใช้แล้วนะครับ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็จึงฝากไว้ว่า มาตรการระยะกลาง ระยะยาวที่ควรจะกําหนดไว้ในความตกลงนี้ ควรจะได้พูดถึงสิ่งซึ่งมันเปึน ฮอต อิชชู (Hot issue) ของวันนี้ในเรื่องเกี่ยวกับพลังงาน ผมก็คงจะขอพูดในเรื่องพลังงานเพียงแค่นี้
และเรื่องสุดท้ายที่จะเรียนก็คือเรื่องด่วนที่ ๒๐ ร่างบันทึกความเข้าใจ ระหว่างไทยกับสหภาพพม่าว่าด้วยความร่วมมือเพื่อต่อต้านด้านมนุษย์โดยเฉพาะสตรี และเด็ก อันนี้เปึนเรื่องดีครับ เปึนเรื่องของมนุษยธรรม ซึ่งปัญหาสตรีและเด็กเปึนปัญหา ที่มีความสําคัญยิ่ง ประเทศเราก็มีการต่อต้าน เมื่อไม่กี่วันก็มีการแจกเข็มสามเหลี่ยม ซึ่ง หลาย ๆ ท่านยังติดอยู่ อันนี้เรามองในมุมมองที่ว่า แรงงานจากพม่าที่เข้ามาในเมืองไทย ที่เปึนแรงงานที่ไม่ถูกกฎหมาย ป้ละหลายแสนเปึนล้าน ก็จะมีขบวนการนําเด็ก นําสตรี เข้ามาด้วย พวกนี้ก็จะถูก เอกซพลอยท์ (Exploit) ถูกนําไปใช้ไม่ถูกทาง ถูกเปึนลักษณะ ค้ามนุษย์ เปึนโสเภณีบ้าง หรือเปึนแรงงานเด็กบ้าง ซึ่งในการดําเนินการในส่วนของ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมก็มีการดําเนินการในหลาย ๆ เรื่องได้ให้ความสําคัญ ในการที่จะปัองกันในการที่จะดูแล มีการใช้ทั้งฝ์ายปกครอง ยิ่งตามแนวชายแดนใช้ตํารวจ ตระเวนชายแดนและพระเอกจริง ๆ ก็คือทหาร ผมเองสมัยที่เปึนรองเสนาธิการทหารบก สมัยที่เปึนเสนาธิการทหารก็รับผิดชอบการกํากับดูแล การปัองกันแรงงานเถื่อนหรือว่าบุคคลที่ไม่ใช่สัญชาติไทยที่จะอพยพข้ามชาติมาอยู่ใน ประเทศไทย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เปึนเรื่องที่สําคัญก็ขอให้เน้นในเรื่องการปฏิบัติให้ได้ เปึนไปอย่างจริงจังนะครับ ไม่ว่าจะเปึนการปัองกันแรงงานเถื่อน หรือไม่ว่าจะเปึนในเรื่อง ของการปัองกันไม่ให้มีการค้ามนุษย์หรือว่าละเมิดสิทธิของเด็กและสตรี ที่อาจจะติด เข้ามาโดยขบวนการค้ามนุษย์ต่าง ๆ ถึงตรงนี้ผมอยากจะพูดต่อนิดหนึ่งเปึนเรื่องที่สําคัญ มี ๒ ท่านเท่าที่ผมฟังอยู่ได้อภิปราย คือเรื่องของโรฮิงญา ผมเองเปึนทหารไม่อยากจะพูด ในเรื่องที่จะทําให้ภาพลักษณ์กองทัพเสียหาย แต่มันไม่พูดคนอื่นเขาก็รู้ เมื่อเช้า ผมเข้าไปในออนไลน์ (Online) ของมติชนก็เต็มหน้า ผมก็ตามไปในซีเอ็นเอ็นนะครับ ซีเอ็นเอ็นก็เต็มหน้าอีกครับ มีทั้งวิดีโอ มีทั้งภาพต่าง ๆ ที่เขาอ้างอิงว่าเขาได้รับมา จากนักท่องเที่ยวที่ถ่ายไว้ เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับโรฮิงญาเปึนเรื่องที่สําคัญ ผมอ่านข่าว ๒–๓ วัน ผู้นําทุกฝ์ายของประเทศไทยตอบกล้อมแกล้ม ตอบปฏิเสธก็มี ไม่ตั้งกรรมการ สอบสวนก็มี มันเปึนเรื่องสําคัญครับท่าน เรากําลังจะทําเรื่องสิทธิมนุษยชน เรากําลังจะทําเรื่องกรอบความตกลงระหว่างอาเซียน อาเซียนบวก ๓ บวก ๔ บวก ๕ แต่เรื่องนี้เปึนเรื่อง ฮอต อิชชูในระดับโลกมาก ทุกสื่อเมื่อเช้าผมดูทีวี ๒–๓ ช่อง เขาก็เอา วิดีโอที่ซีเอ็นเอ็นนํามาออกมาเผยแพร่ เราจะปฏิเสธไม่ได้ การผลักดันผู้เข้าเมือง โดยผิดกฎหมายกลับคืนสู่ประเทศนั้นทํามาตลอด สมัยผมรับผิดชอบก็ทํา ผมไปดูเลย จับใส่รถบรรทุกพาข้ามไปตรงระนอง ข้ามไปฝัืงโน้น แน่นอนอีก ๓ วันเขาก็กลับมาก็ต้อง ทํากันต่อไป แต่ข่าวที่ปรากฏทั้งการตีด้วยไม้ การใส่แพออกไป แล้วก็ให้น้ํา ๓ ขวด อาหารนิดหน่อย มีภาพนะครับเปึนภาพที่ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากให้กองทัพพิสูจน์ว่า ภาพเหล่านี้เปึนภาพไม่จริงภาพมันเปึนภาพของแพกับเรือของกองทัพกําลังจะตัดปล่อย เข้าไปสู่ทะเล และมีคนให้สัมภาษณ์บอกว่าไปกัน ๖ ลํา จมไป ๕ เขาเปึนลําที่รอดกลับมา มันป่ดไม่ได้ครับต้องสอบสวน ต้องดําเนินการ แล้วก็ต้องทําให้ถูกต้อง เมื่อ ๑ ชั่วโมงที่แล้ว ผมได้รับเอสเอ็มเอส (SMS) บอกกองทัพเรือจับได้อีก ๗๘ คนที่จังหวัดระนองขณะนี้ ก็ต้องแสดงให้เขาดูว่าเราดําเนินการกับพวกนี้อย่างไร ผมยังไม่เชื่อว่ากองทัพหรือทหาร ของกองทัพจะมีพฤติกรรมเช่นนั้น เพราะภาพที่ซีเอ็นเอ็นได้รับมาอาจจะเปึนภาพที่ถ่าย จากที่ไหนก็ได้เขาอ้างว่าเปึนนักท่องเที่ยวที่เห็นเหตุการณ์แล้วถ่ายบันทึกไว้ มีทั้งเปึนวิดีโอ มีทั้งเปึนภาพนิ่ง ก็อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรี ให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้กองทัพเอาใจใส่ กับเรื่องนี้เปึนเรื่องที่จะเสียหายมากถ้าเราไม่แก้ไข
สุดท้ายของสุดท้ายนะครับ เขาบอกว่าเปึนคนสุดท้ายของทั้งหมด แต่ไม่แน่ใจ อย่างไรก็ดีในส่วนของผมเองก็ได้เตรียมที่จะสนับสนุนกรอบการเจรจาทั้งหมด ตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้วและของรัฐบาลนี้ เพราะผมเชื่อเหลือเกินว่าเปึนเรื่องที่เปึน ประโยชน์แก่ประเทศชาติ อะไรที่ยังมีจุดที่จะต้องเพิ่มเติมก็คงดําเนินการต่อไป เราก็ เสียเวลามามากแล้วนะครับหลายเดือนแล้ว เพราะฉะนั้นผมเชื่อมั่นในความตั้งใจดี ในขีดความสามารถและในความมุ่งมั่น เพื่อประเทศชาติของข้าราชการทุกกระทรวงที่ได้ ไปเจรจาจนได้กรอบต่าง ๆ มา ๔๕ ฉบับนี้ ถึงแม้ยังจะมีสิ่งที่จะต้องเพิ่มเติมบ้าง แต่ก็เปึน เรื่องปกติ แล้วก็ได้ทราบจากพวกภาคเอกชนนะครับว่าในขณะที่จะมีการประชุมอาเซียน ซัมมิท ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทางหอการค้าที่เราเรียกว่า สหพันธ์หอการค้าและ อุตสาหกรรมอาเซียน ภาษาอังกฤษใช้คําว่า อาเซียน ซีซีไอ (ASEAN CCI) หรือ อาเซียน แชมเบอร์ส คอมเมิร์ซ ออฟ คอมเมิร์ซ แอนด์ อินดัสทรี มีประธานสภาอุตสาหกรรมเปึนof (ASEAN Chambers Commerce and Industry) ซึ่งประเทศไทยเปึนเจ้าภาพ เจ้าภาพก็จะได้จัดประชุมขึ้นในกรุงเทพมหานครในเวลาเดียวกัน ซึ่งตรงนี้ก็จะเปึนอีกแรงหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นความสัมพันธ์ช่วยส่งเสริมการลงทุน การส่งออก ช่วยโปรโมท (Promote) ประเทศไทย หลังจากที่เราผ่านวิกฤติต่าง ๆ มาแล้ว ยังต้องเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจโลกในป้นี้นะครับ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะฉะนั้น ผมเองก็ยินดีสนับสนุนกรอบการเจรจาทั้ง ๔๕ ฉบับ ให้ได้ผ่านไป ไม่ว่าจะมีการตั้ง คณะกรรมาธิการขึ้นก่อนหรือไม่ก็แล้วแต่ แล้วก็หวังว่าเพื่อนสมาชิกจะเห็นความสําคัญ ของกรอบทั้งหมดนี้ที่จะให้รัฐบาลได้ไปเจรจา เพื่อทําให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์ จากการประชุมอาเซียน ซัมมิท ในปลายเดือนหน้า ขอบคุณครับ