รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๗ มกราคม ๒๕๕๒

คมเดช ไชยศิวามงคล หารือเรื่องการตกลงด้านการค้าในอาเซียน และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ทางการเมือง เช่น การส่งออกและการท่องเที่ยวที่ลดลง รวมถึงปัญหาความปลอดภัยของประชาชนและแรงงานที่ตกงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับภาคเกษตรกรและแรงงาน และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

นายคมเดช ไชยศิวามงคล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กาฬสินธุ์

กราบเรียนประธานรัฐสภา ผม คมเดช ไชยศิวามงคล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด กาฬสินธุ์ เขต ๑ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เกี่ยวกับการตกลงด้านการค้า ของอาเซียน จริง ๆ มีการคุยตกลงกันมาหลายครั้งหลายคราแล้วก็มีการเลื่อน แนวทาง การค้า สัจธรรมของมันจริง ๆ ก็คือ ต้องการกําไร การทําสัญญาจะอยู่กับการได้เปรียบ เสียเปรียบ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง แรงงาน กระทรวงพาณิชย์ ชาวบ้านหลายกลุ่มฝากมาถามท่านว่า ในการตกลงการค้า อาเซียน ข้อมูลข้อที่ ๑๕ เกี่ยวกับแผนแนวนโยบายบูรณาการความมั่นคงในด้านอาหาร ถ้าเราตกลงเซ็นสัญญากับเขาแล้ว ภาคเกษตรกรจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง กลุ่มภาคอีสาน จะเปึนข้าว มันสําปะหลัง อ้อย แล้วก็กลุ่มเลี้ยงวัว แล้วราคาปุิยมันจะลดลงหรือไม่ อันนี้ เปึนประเด็นเกี่ยวกับภาคเกษตร ส่วนกลุ่มแรงงานโดยเฉพาะในช่วงวิกฤตการณ์ที่เปึน ปัญหาระดับโลกและระดับประเทศ สหรัฐอเมริกาเกิดปัญหาการเงิน ๓๐๐ กว่าสถาบัน การปลดแรงงานไม่ต่ํากว่ากึ่งหนึ่งของแรงงานนอกประเทศ การเกิดปัญหาการเมืองในช่วง ๓ ป้ที่ผ่านมาในประเทศไทย จากระบบรัฐประหาร เราไม่สามารถจะป่ดบังตรงนี้ได้ครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าทุกประเทศมีทูตประจําประเทศไทยหมด ข้อเท็จจริงมันเกิดขึ้นตลอด เพราะฉะนั้นปัญหาตัวหนึ่งที่เกิดในประเทศกับต่างประเทศก็คือปัญหาแรงงานที่จะ ตามมา มีแรงงานในประเทศส่วนหนึ่ง ข้อมูลคร่าว ๆ ประมาณ ๑ ล้าน ๕ แสนคน ต่างประเทศไม่ต่ํากว่า ๒ แสนคน แรงงานที่จะเกิดขึ้นจากการจบการศึกษาป้หนึ่ง ไม่ต่ํากว่า ๗ แสนคน ประมาณ ๒ ล้านกว่าคน ในข้อตกลงอาเซียนต่าง ๆ เราจะได้ ประโยชน์อะไรบ้างกับกลุ่มแรงงาน

อีกกลุ่มหนึ่งครับท่านครับ คือกลุ่มส่งออก กลุ่มส่งออกกับกลุ่ม การท่องเที่ยว จุดหลักของประเทศรายได้หลักก็คือการส่งออก สินค้าทุกอย่างไม่ว่าบริการ ภาคเกษตรต้องระบายออกต่างประเทศหมด ข้าว ๘ ล้านตัน ต้องออกประมาณ ๕ ล้านกว่าตัน ซื้อขายกันกินอยู่ประมาณ ๕ ล้านกว่าตัน ถ้าระบายไม่ออกมันก็ย้อนกลับมาเหมือนน้ําที่ ไม่ไหลออก ย้อนกลับมาทําให้ราคาสินค้าตกต่ํา การยึดสนามบินทําให้เกิดขาด ความเชื่อมั่นในประเทศ โดยเฉพาะด้านธุรกิจส่งออก การท่องเที่ยว สุวรรณภูมิ ต่างประเทศเข้ามาเที่ยวประมาณ ๑๘ ล้านคน ลดลงเหลือ ไม่เกิน ๑๒ ล้านบาท รายได้หายไปมากกว่ากึ่งหนึ่ง ท่านประธานครับ เงินตราที่ต้องมาใช้ ในประเทศมันต้องเปึนเงินต่างชาติเปึนส่วนใหญ่ถึงจะพัฒนาได้ เหตุผลเพราะว่าค่าเงิน มันต่างกัน เราจะสังเกตเห็นว่าลูกหลานเราตามบ้านนอกถ้าได้สามีที่เปึนฝรั่งมาสร้าง บ้านหลังหนึ่งราคา ๓ ล้านกว่าบาท เปึนเงินต่างชาติแสนเดียวครับ แสนดอลลาร์เขาได้ แล้ว คนเข้ามา ๑๘ ล้านคน มันหดหายไป ตรงนี้ในการประชุมอาเซียน เราจะได้ประโยชน์ อะไรจากการท่องเที่ยวบ้าง ในระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ๓ ป้ที่ผ่านมาประเทศ ถอยหลังไป ๕๐ ป้ตรงนี้เกี่ยวกับความเชื่อมั่น ความเชื่อมั่นส่งผลเกี่ยวกับการลงทุน นักลงทุนกลัวอยู่ ๒ อย่าง ท่านประธานครับ ๑. กลัวเจ๊งครับ กลัวขาดทุน เขาจะเลือก ประเทศที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะกฎหมายหลัก กฎหมายแม่ รัฐธรรมนูญ ๓๐๙ มาตรา ๑๕ หมวด ๑ บทเฉพาะกาล กองทัพยังครอบครองหรือว่าสืบทอดระบบรัฐประหาร อยู่หรือไม่ รัฐบาลเปึนไม้เปึนมือของทหารอยู่หรือไม่ ท่านอนุพงษ์มาจากไหน ท่านประวิทย์มาจากไหน ท่านจําลองมาจากไหน ท่านประสงค์มาจากไหน ท่านสนธิ บุณยรัตกลิน มาจากไหน เราไม่สามารถป่ดบังเขาได้ตรงนี้ ท่านจะแก้ไขกฎหมาย เพื่อสร้างความมั่นใจในประเทศหรือไม่ ในฐานะที่ท่านเปึนรัฐบาล ถ้าท่านไม่แก้ไข ความมั่นใจตรงนี้ไม่เกิดครับ นักลงทุนกลัวอีกอย่างหนึ่ง ก็คือความปลอดภัยในชีวิต หรือภาษาบ้านบอก กลัวตาย ท่านครับ ๑. กลัวเจ๊ง ๒. กลัวตาย การท่องเที่ยวก็เปึนหลัก ส่วนหนึ่ง เปึนเงินกินเปล่าเลย แม้แต่แท็กซี่ยังบ่น ท่านประธานครับ ไม่มีคนมาเที่ยวเลย หลังจากยึดสภา หลังจากยึดทําเนียบ หลังจากยึดสนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากยึด สนามบินดอนเมือง และยึดเอ็นบีที (NBT) การท่องเที่ยวหายไปหมดครับ วันนั้น คนนับแสนจะกลับประเทศก็ไม่ได้ จะมาในประเทศก็ไม่ได้ สินค้านําเข้า-ส่งออกชะงักไป หมด ๘ วัน เสียหายไม่ต่ํากว่า ๓ แสนล้านบาท ท่านจะแก้ไขปัญหาอย่างไรตรงนี้ ทําอย่างไรต่างประเทศถึงจะยอมรับในส่วน ๆ นี้ ท่านประธานครับ เหตุผลหลายอย่าง หลายประเด็นซึ่งเปึนจุดหลักของประเทศ ผมคิดว่าทางรัฐบาลต้องสร้างความมั่นใจ ให้นักลงทุนในการเซ็นสัญญาในข้อตกลงต่าง ๆ มันเปึนหลักการแค่นั้นครับท่านประธาน แต่การดําเนินการของมัน การบริหารจัดการหลัก ๆ ก็คือ ๑. คน ๒. งาน ๓. เงิน ๔. เวลา คน งาน เงิน เวลา ท่านครับ อันนี้เปึนตัวหนังสือทั่ว ๆ ไปที่เปึนข้อสรุป ตัวหลักการนี่ ยอมรับได้ แต่ตัวรายละเอียดต้องยอมรับนิดหนึ่งว่าเอามากองตอนเช้า แล้วก็ให้ดู รายละเอียดลึกลงไปประมาณ ๒–๓ ชั่วโมง ผมไม่สามารถลงละเอียดตรงนี้ได้ เพราะฉะนั้นส่วนหนึ่งอยากให้ทางรัฐบาลตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาด้วย มันจะเปึน ประโยชน์ในการศึกษารายละเอียดต่าง ๆ โดยเฉพาะกฎหมายมาตรา ๑๙๐ วรรคสี่ ก็ยังมีปัญหาอยู่ครับ ท่านครับ ไม่ทราบว่าจะโยงไปถึงตุลาการรัฐธรรมนูญหรือไม่ วรรคสี่ เมื่อลงนามในหนังสือสัญญาตามวรรคสองแล้ว ก่อนที่จะแสดงเจตนาให้มีผลผูกพัน คณะรัฐมนตรีต้องให้ประชาชนสามารถเข้าถึงรายละเอียดของสัญญานั้น และกรณีที่การปฏิบัติตามหนังสือสัญญาดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม คณะรัฐมนตรีต้องดําเนินการแก้ไขหรือเยียวยา ตรงนี้ละครับท่าน มันไม่ได้ผ่านกระบวนการตรงนี้เลย ถ้าเราส่งไปให้ตุลาการรัฐธรรมนูญ ตีความ ถ้าตุลาการรัฐธรรมนูญตีความออกมาว่าเปึนโมฆะ จบเลยครับท่าน เกิดความ เสียหายในประเทศ ตรงนี้ละครับท่าน แล้วความเสียหายตัวหนึ่ง ถ้าผ่านกระบวนการไป เกษตรกรเปึนคนส่วนใหญ่ของประเทศประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ในการเซ็นสัญญา ประโยชน์ตกอยู่กลุ่มทุน กลุ่มธุรกิจ กลุ่มผู้ประกอบการไม่เกิน ๗ เปอร์เซ็นต์ กลุ่มแรงงาน กลุ่มเกษตร เขาได้รับประโยชน์อะไรหรือไม่ เพราะว่าจุดบอดจุดอ่อนของภาคเกษตร นับร้อยป้ครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องยอมรับว่าจุดบอด จุดอ่อนของภาคเกษตร ก็คือตลาดเขาเปึนตลาดแข่งขันโดยสมบูรณ์เปึนสินค้าที่บอบบางมาก เขาไม่มีโอกาสเปึนผู้ประกอบการเปึนเพียงแค่ผู้ผลิต ข้าวนี้ขายได้แค่ข้าวเปลือก เขามีความคาดหวังว่าข้าวเปลือก ข้าวสาร ขายได้ในราคาเท่าไร ส่วนหนึ่งโรงสีนําไปแปรรูป และก็ขายในประเทศ แล้วส่วนหนึ่งก็ส่งออก เขาไปตันอยู่ตรงนี้ครับ ตันอยู่แค่ผู้ผลิต แค่นั้นเอง ปุิยซึ่งเปึนปัจจัยหลักเกี่ยวกับสารเคมีราคาไม่ลงเลย จุดบอดจุดอ่อนของ โครงสร้างของประเทศ โดยเฉพาะกฎหมายการเมือง ก็คือพรรคร่วมรัฐบาลใหญ่กว่า พรรคหลัก ๒๕๐ กว่าเสียง สู้ ๓๐ เสียงไม่ได้ ๓๐ เสียง พลิกมาฝ์ายค้าน รัฐบาลล้มทันที ความไม่เชื่อมั่นของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ตุลาการตาชั่งเอียงครับท่าน องค์กรกลาง องค์กรอิสระ ๒ มาตรฐาน ล้มรัฐบาลได้ถึง ๒ ครั้ง ต่างชาติเขาจะเชื่อหรือเปล่าว่าจะไม่มี ระบบรัฐประหารอีก หรือจะพลิกเกมล้มรัฐบาลอีก ชิมไปบ่นไป ๒ ครั้ง ทอดไข่เจียว ๒ ครั้ง หลุดจากการเปึนนายกรัฐมนตรี ท่านสมัคร สุนทรเวช กินข้าวเที่ยงยังไม่จบ พรรคพลังประชาชนถูกยุบครับ อันนี้หรือครับท่าน เอาความเชื่อมั่นมาจากไหนตรงนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ท่านต้องดําเนินการแก้ไขจะปฏิรูปการเมืองต้องชัดเจนกว่านี้ ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ต่างชาติ เราไม่ต้องมาเล่นปาหี่อะไรหรอกครับท่าน ประเทศเปึน ของเราทุกคน โดยเฉพาะฝ์ายค้านท่านจะเห็นว่าหลังจากทําหน้าที่ เราไม่เคยสร้างความ วุ่นวายนอกสภา ไม่เคยสร้างความวุ่นวายนอกสภา เราดําเนินกิจกรรมด้านการเมืองแบบ เรียบง่าย แล้วก็มีหลักมีเกณฑ์ การนับองค์ประชุมเปึนเรื่องธรรมดาทั่วไป ท่านประธาน เคยพูดคําคําหนึ่งว่ามันเปึนกงกรรมกงเกวียน แต่ก็อยู่ในระบบกติกา เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานตั้งคําถามอยู่ ๔ กลุ่มคนด้วยกัน

๑. ท่านรัฐมนตรีว่าการเกษตรและสหกรณ์ เขาจะมีผลอะไรหรือไม่สําหรับ ภาคเกษตรกร โดยเฉพาะภาคอีสานอยากถามว่าราคาข้าวดีขึ้นไหม ราคามันสําปะหลัง ดีขึ้นไหม ข้าวจะขึ้นถึง ๑๕,๐๐๐-๑๘,๐๐๐ บาท หรือเปล่า มันสําปะหลังขึ้นไหม ๒ บาท ๓ บาท อ้อยไปได้ไหมตันละ ๑,๐๐๐ บาท วัวหูไปได้ไหม ทําไมถึงตกต่ําลง ตัวละ แสนบาท ทําไมเหลือ ๒๐,๐๐๐ บาท ปุิยทําไมเงินพันหายไปเลยต่อปุิย ๑ กระเปิา มันจะลดลงหรือไม่ เหลือ ๕๐๐ บาทไหม ๔๐๐ บาทไหม อันที่ ๒ อยากกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานว่า ในอนาคตและปัจจุบันที่เกิดขึ้นตอนนี้ก็คือปัญหาเรื่องแรงงาน คนตกงานคาดการณ์ว่า ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้าน ๕ แสนคนขึ้นไป ผมแจงรายละเอียดนิดหนึ่งว่ากลุ่มแรงงานจะเปึนกลุ่ม ที่ทําให้เปึนบวกเปึนลบหรือมีโอกาสล้มรัฐบาลได้ แรงงาน ๑ ล้าน ๕ แสนคน ในประเทศ นอกประเทศ แรงงานใหม่อีก ๗ แสนคน ท่านครับกลุ่มนี้ภาษาเราเขาเรียกว่า กลุ่มหาเงิน ให้กลุ่มคนที่อยู่บ้านใช้ ลูกหลานเขามาหาเงินกรุงเทพฯ ตามโรงงานอุตสาหกรรม ต่าง ๆ กลุ่มที่อยู่บ้านเปึนกลุ่มที่ใช้เงิน เพราะฉะนั้นความเดือดร้อนแรงงาน ๑ คนมันไม่ใช่ เดือดร้อน ๑ คนครับ มันต้องบวกพ่อแม่ ลูกหลานเขาที่จะตกงานหรือไม่มีเงินใช้ หรือมี ปัญหาหนี้สิน หนี้ ธ.ก.ส. หนี้สหกรณ์ หนี้นอกระบบ ลูกหลานเขาเรียนหนังสือโยงใยไปถึง ตรงนี้ โยงใยไปถึงอาจจะถูกยึดทรัพย์ขายทอดตลาดในอนาคตข้างหน้า ถ้าเกิดปัญหา แรงงานขึ้น ๒ ล้านคน ต้องคูณไปอีก ๓ ล้านคน เปึน ๖ ล้านคนครับ ๖ ล้านคน เดินเข้ามา ในกรุงเทพมหานครจบเลยครับ ท่านรัฐบาลครับ อันนี้อีกกลุ่มหนึ่งกลุ่มที่ ๒ กลุ่มส่งออก อันนี้มีความสําคัญสูงสุด กลุ่มเอสเอ็มอี (SME) ส่วนหนึ่ง กลุ่มส่งออกส่วนหนึ่งการระบาย สินค้าออกต่างประเทศ แล้วส่วนหนึ่งก็คือกลุ่มการท่องเที่ยว เขาจะไปได้หรือเปล่า เริ่มตั้งแต่แท็กซี่ไปเลยครับ เขาจะมีรายได้ไหม อดีตเขาเคยได้เงินประมาณ ๘๐๐ บาท ถึง ๑,๐๐๐ กว่าบาทต่อวัน เดี๋ยวนี้คนมาขับแท็กซี่มากกว่าเก่าครับ ท่านประธานครับ เพิ่มขึ้นแต่รายได้น้อยลง ผมนั่งแท็กซี่ประจํา หน้าตาคนขับแท็กซี่ตอนนี้เปลี่ยนไปเยอะ ส่วนใหญ่หน้าตี๋ ๆ แสดงว่าตกงานเริ่มตกงานมากขึ้น ชีวิตกรุงเทพมหานครอย่างมากก็ขับ แท็กซี่ ต่างกันกับตามชนบทกลับไปทํานาทําไร่ได้ ท่านประธานครับ จุดสุดท้ายก็คือจาก การที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศชัดเจนว่าประเทศไทยต้องปกครองโดยระบบนิติรัฐ ความมั่นใจตรงนี้แหละเปึนเรื่องสําคัญที่สุดเปึนหัวใจของความเชื่อมั่นของประเทศ ของนักลงทุนต่างประเทศครับ ท่านจะต้องตั้งซีโอไอขึ้นมา จะต้องตั้งคนกลางขึ้นมา กลุ่มพันธมิตรผิดหรือไม่ ยึดสนามบินผิดหรือไม่ หรือไม่ผิดตัดสินไปเลย ถ้าไม่ผิดมีคน ทําตามอีก ถ้าผิดลงโทษ ความเชื่อมั่นจะกลับคืนมา ยึดทําเนียบผิดหรือไม่ป่ดสภาผิด หรือไม่ต้องใช้คนกลางนะครับ เขาถึงจะยอมรับ ไม่ใช่ว่าตั้งใครก็ได้โมเม ๆ ไป แล้วอีก ส่วนหนึ่งที่ผมเห็นปัญหาที่มันเกิดขึ้นซ้ําซากอยู่ทุกวันนี้ก็คือการดึงเวลาไป ไม่ตัดสินสักที ถ้าท่านจะเอาอายุความเปึนหลักนี่พังเลยครับ มันเปึนยุคเทคโนโลยี เราพูดวันนี้พูดเขา ได้ยินหมด เขาเป่ดโทรศัพท์ก็ได้ยินถึงต่างประเทศหมด จะเก่งอย่างไร สัญญาตกลง จะอย่างไรก็ช่าง ธุรกิจการค้าถ้าขาดความเชื่อมั่นแค่นั้นแหละครับ ท่านครับ ไม่มีประโยชน์ เลย เพราะฉะนั้นฝากสิ่งเหล่านี้ไว้สําหรับท่านประธานผ่านถึงทางรัฐบาลครับ