รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๗ มกราคม ๒๕๕๒

จารึก อนุพงษ์ หารือเรื่องความตกลงอาเซียนเกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าข้ามแดน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือในกลุ่มอาเซียนเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงการปรับปรุงโลจิสติคของประเทศไทย โดยชี้ว่าประเทศไทยมีต้นทุนโลจิสติคสูงกว่าประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา และขอเสนอแนวคิดในการลดต้นทุนโลจิสติคเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน นอกจากนี้ยังเสนอแนวคิดการเชื่อมต่อรถไฟระหว่างอำเภอสวีและจังหวัดระนอง เพื่อเพิ่มความยั่งยืนและความรวดเร็วในการขนส่งทางรถไฟในภาคตะวันตก และเรียกร้องให้รัฐบาลบูรณาการความสัมพันธ์ในการตรวจผ่านด้านศุลกากร ตรวจของ ตรวจสัตว์ ตรวจพืช

นายจารึก อนุพงษ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกรัฐสภาที่ทรงเกียรติ ผม นายจารึก อนุพงษ์ วุฒิสมาชิก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในกรอบความตกลงอาเซียนว่าด้วยการอํานวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าข้ามแดน นะครับ ตามจริงแล้วในหลักอันนี้ในกลุ่มประเทศอาเซียนได้มีการหารือตกลงในพิธีสาร หลายฉบับมาแล้วนะครับ และจะกล่าวถึงต่อไปนี่ก็คือเรื่องแผนการปฏิบัติการด้านขนส่ง อาเซียนในป้ ๒๕๔๘-๒๕๕๓ นะครับ ตามแผนดังกล่าวจะก่อให้เกิดความสะดวกในการ ขนส่งข้ามแดนในกรอบอาเซียนว่าด้วยการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบเกี่ยวพันมาด้วย นะครับ ที่จะนําไปสู่การปฏิบัติเพื่อการผลักดันให้เกิดระบบโลจิสติค (Logistic) ในการ ขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบที่จะทําให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนะครับ ในหลักการ ในกรอบความตกลงอาเซียนว่าด้วยการอํานวยความสะดวกในการขนส่งข้ามแดนนี้ กระผมเห็นด้วย แล้วก็เห็นชอบที่ให้ดําเนินการต่อไปนะครับ ในหลักการของกลุ่มอาเซียน ที่จะต้องหารือกันจริง ๆ ถ้าจะเอาเรื่องความมั่นคงก็คงจะพูดกันยาก ถ้าจะเอาเรื่องสังคม ก็คงจะพูดกันยาก แต่ถ้าจะมองกันในเรื่องของเศรษฐกิจมันไปด้วยกันได้เพราะต้องซื้อ ต้องขายด้วยกัน เพราะฉะนั้นในหลักใหญ่ในข้อใหญ่ก็คือความร่วมมือในกลุ่มอาเซียน จะต้องแนบแน่นแล้วก็ใกล้ชิด แล้วก็แก้ปัญหาได้ทุก ๆ บทนะครับ

ในส่วนที่ ๒ ข้อที่ ๖ เส้นทางและสิ่งอํานวยความสะดวกในการขนส่ง ข้ามแดน เส้นทางหลวงในการอํานวยความสะดวกนี้นะครับ ได้ลงนามแล้วในพิธีสาร ซึ่งนํามาอ้างไว้ ขอเรียนว่าจริง ๆ แล้วเส้นทางหลวงตัวนี้ทางรัฐบาลได้ประกาศชัดเจนแล้ว หรือยังว่ามีเส้นไหนบ้างนะครับ แล้วก็มีสายทางไหนบ้าง ผ่านจังหวัดไหน ไปที่ไหน ผ่านแดนอยู่ตรงไหนนะครับ ผมอยากจะให้ท่านประธานได้กราบเรียนถึง ท่านนายกรัฐมนตรีว่าสิ่งที่กระทรวงคมนาคมจะต้องทําก็คือจะต้องทําความชัดเจนให้เกิด ในเรื่องนี้ให้ได้ เส้นทางที่มีอยู่ก็คือเส้นทางสายเพชรเกษม ยกตัวอย่าง มันไม่มีความบอก ในเรื่องของอาเซียนอย่างใดเลย มีเฉพาะสายทางเท่านั้นละครับ และในด้านอํานวย ความปลอดภัยที่จะให้รถจอดที่ใด พักที่ใด ที่ใดที่เปึนจุดจอดของอาเซียนก็ยังไม่มีใน ประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ซึ่งเปึนรายละเอียด จําเปึนจะต้องให้ทางกระทรวงคมนาคมจัดการ ในเรื่องนี้ให้ชัดเจนด้วยเช่นกันครับ เรื่องที่ทําการผ่านแดนและสิ่งอํานวยความสะดวก ต่าง ๆ ที่เราเห็นโดยทั่วไปที่จังหวัดหนองคายก็ดี ที่จังหวัดมุกดาหารก็ดีและที่อื่น ๆ สําหรับ ในการข้ามแดนระหว่างประเทศไทยและลาวก็ดี จะเห็นว่าด่านมีอยู่ ๒ ฝัืง ก็คือฝัืงไทย แล้วก็ฝัืงต่างประเทศ ในการปฏิบัติจริง ๆ ในการส่งผ่านก็ต้องตรวจสินค้าจากด่านบ้านเรา แล้วก็ข้ามไปตรวจอีกครั้งหนึ่งที่ด่านบ้านเขา การตรวจ ๒ ด่านนี้เสียเวลา เสียโอกาสและทําให้สิ้นเปลืองด้วยนะครับ บางแห่งเดิมก็ต้องโยกย้ายสินค้าจากรถบรรทุก คันหนึ่งไปสู่รถบรรทุกในประเทศของอีกคันหนึ่งทําให้เสียเวลา แล้วก็เกิดความเสียหายด้วย ได้มีท่านสมาชิกได้กล่าวไว้ว่าดําเนินการน่าที่จะต้องดําเนินการให้มันมีความชัดเจนก็คือมี ระบบซิงเกิล วินโดว์ ขึ้นมา ซิงเกิล วินโดว์ ก็คือ วัน สต็อป เซอร์วิส (One stop service) นั่นแหละครับ ในตัวย่อก็คือโอเอสเอส (OSS) นะครับ เรื่องวัน สต็อป เซอร์วิส จําเปึน จะต้องทําความเข้าใจในระหว่างการตรวจด้านศุลกากร การตรวจด้านตรวจคนเข้าเมือง การโรคพืช โรคสัตว์ เพราะฉะนั้นจะต้องทําให้มันมีความชัดเจน กระผมเห็นว่าในเรื่องของ การพัฒนาเพื่อที่จะให้มีจุดตรวจร่วมซึ่งก็จะก้าวไปอีกขั้นหนึ่งซึ่งจะสะดวกยิ่งกว่า ซิงเกิล วินโดว์ อีก ก็คือว่าทั้ง ๒ ฝ์ายจะต้องมาตรวจร่วมกัน ก็คือทางต่างประเทศและประเทศไทยใช้สถานที่ เดียวกัน ตรวจร่วมกัน เพื่อที่จะให้ผ่านทีเดียวเลยไม่ต้องไปเอาข้อมูลไปผ่านอีกครั้งหนึ่ง ลักษณะอย่างนี้ก็คือการพัฒนาในลักษณะบูรณาการ เพื่อที่จะให้เกิดความรวดเร็วแล้วก็ สะดวก แต่สิ่งที่ต้องทําก็คือว่าข้อกฎหมายกรณีที่ว่ามีการตรวจในพื้นที่ของเราจะต้องให้ กฎหมายเอื้อไปถึงเจ้าหน้าที่ฝ์ายเขาเช่นเดียวกันกรณีที่เขา เราไปตรวจที่เขาก็ต้องมี กฎหมายไทยไปเอื้อให้กับเจ้าหน้าที่ไทยไปทํางานในต่างประเทศ แล้วก็ได้รับประโยชน์ เช่นเดียวกัน ที่หนักอีกอันในเรื่องของในการที่จุดตรวจร่วมก็คือจะต้องมีพื้นที่เตรียมไว้ สําหรับให้รถให้ราได้จอด แล้วก็ต้องให้มีความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทางแล้วก็ใช้บริการนั้นด้วย และต้องมีจํานวนที่มากพอด้วยครับ ผมจึงขอตั้งเรื่องดังกล่าวเปึนข้อสังเกตไว้ให้กับทาง คณะรัฐมนตรีได้ไปดําเนินการต่อไปครับเท่าที่พบเห็นในประเทศที่เจริญแล้ว ยกตัวอย่าง เช่น อียู (EU) รถที่อยู่ในอียูทั้งหมดเมื่อผ่านแดนก็คือไม่มีวัน สต็อป (One stop) แล้วครับ เขาผ่านตลอด เขาใช้วิธีใช้อิเล็กทรอนิกส์ตรวจผ่านแล้วก็ส่งผ่านโดยไม่มีการตรวจ ยกเว้น สถานีปลายทางสุดท้ายเท่านั้นที่ผมพบเห็น ขอเรียนให้ทราบนะครับ เงื่อนไขในการขนส่ง ผ่านแดนด้านถนนก็คือว่าเรื่องทางจราจรนะครับ การจราจรความจริงแล้วมีปัายเปึน ตัวกําหนด ปัายจราจรถ้าจะพูดกันให้ลึกแล้วของเราสับสน ที่ว่าสับสนเพราะอะไร รู้ไหมครับ เพราะว่าปัายของทางหลวงก็ดี ปัาย กทม. ก็ดี แล้วก็ปัายอื่น ๆ ก็ดี ณ วันนี้ผม เชื่อแน่ว่าสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกคนก็สับสนแล้วก็ขับรถหลงทาง เพราะว่าความ ไม่เปึนยูนิตี้ (Unity) ของปัาย ในเรื่องปัายจราจรนี้มีปัญหามากครับ ในเรื่องกฎหมาย ด้านนี้มีกฎหมาย ๓ ฉบับ

ฉบับแรกก็คือ พระราชบัญญัติขนส่งทางบก ป้ ๒๕๒๒

ฉบับที่สอง กฎหมายทางหลวง ป้ ๒๕๓๕

ฉบับที่สาม ก็คือพระราชบัญญัติจราจรทางบกซึ่งควบคุมโดย กระทรวงมหาดไทย ทําอย่างไรครับท่านประธานครับ ฝากเรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่า กฎหมาย ๓ อันนี้จะรวมกันได้ไหมหรือว่าจะเอามาประมวลให้มันเปึนเรื่องเดียวกันเพื่อ ประโยชน์แก่ประชาชนและผู้ประกอบการ เพราะไม่เช่นนั้นจะต้องไปติดต่อกัน ๓ ที่ ๓ แห่ง แล้วก็ไม่สามารถที่จะบริหารจัดการได้ เพราะท่านรัฐมนตรีว่าการ ร ๒/๒๕๕๒ (ส. ทั่วไป) จี ร ภำ ๗ ๔/ ๒ กระทรวงมหาดไทยดูแล ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมท่านก็ดูแลในส่วนหนึ่ง ขอเรียนถามว่าจะบูรณาการได้เมื่อไร แล้วก็จะดําเนินการอย่างไรนะครับ เพื่อจะให้เกิด ความสะดวก ในเรื่องปัายจราจรนี้ถ้ามองลึกลงไปในเรื่องของปัาย เราเอาสนธิสัญญา เวียนนามาเปึนตัวตั้ง แล้วก็เอาสัญญาณปัายจราจรของประเทศไทยมาเปึนตัวเทียบแล้วก็ เอาของต่างประเทศมาเปึนตัวเทียบเช่นเดียวกัน จะเห็นว่า ๓ รูป ๓ แบบซึ่งบางอย่างไป กันได้ แต่บางอย่างมันไปด้วยกันไม่ได้ ทั้งขนาด ทั้งรูปแบบ และข้อกําหนดอยากจะฝาก เรื่องนี้ให้เปึนเรื่องสําคัญ ในการที่จะให้ความสะดวกแก่ผู้ใช้ทางในระดับต่างประเทศด้วย ซึ่งจะมีผลมากในการท่องเที่ยว ในการดําเนินการขนส่ง แล้วก็ในการเป่ดกว้างในกรอบ อาเซียนต่อไป ขอฝากในเรื่องนี้ไว้เปึนเรื่องสําคัญนะครับ

ตามที่ผมเรียนให้ทราบแล้วว่าการขนส่งตัวนี้มันก็คือเปึนส่วนหนึ่งของ โลจิสติค โลจิสติคมีความสําคัญอย่างไรครับ โลจิสติคก็คือสิ่งที่ทําให้มันมีคุณค่าขึ้นมา ในการที่นําสิ่งของจากผู้ผลิตไปสู่ผู้ใช้ให้ได้เร็วที่สุด ลัดที่สุด แล้วก็ใช้เวลาน้อยที่สุด ในขณะเดียวกันก็พยายามที่กระจายต้นทุนไปสู่ทุก ๆ ส่วน เพื่อที่จะให้มีกําไร ในสุดท้ายก็คือว่าสร้างโอกาสในการแข่งขันให้กับประเทศด้วย ขอเรียนว่าในเรื่องชายแดน ทั้งหมดในพื้นที่ที่รวมกันเปึนจีเอ็มเอส (GMS) ก็ดี เปึนแอคเมคส์ (ACMECS) ก็ดี เปึน บิมสเทค (BIMSTECH) ก็ดี หรือเปึนเอ็นทีจีที (NTGT) แล้วก็จีดีเอส (GDS) เปึนความร่วมมือในการขยายตัวต่อเนื่องนะครับ เรื่องนี้สภาพัฒน์ได้กล่าวไว้ว่า มีรายงาน ออกมาเมื่อป้ ๒๕๕๐ ว่า มูลค่าชายแดนทั้งหมดทั้งประเทศที่มีสินค้าผ่าน ๓๖๘,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อป้ ๒๕๕๐ เพิ่มขึ้นจากป้ ๒๕๔๙ ๔.๕ เปอร์เซ็นต์ แสดงว่าดีขึ้นตลอด ในเรื่องนี้ ผมยังหวั่นว่าถ้าการส่งออกและนําเข้ามันลดลงไปตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้กล่าวเมื่อวานนี้ว่า มันน่าจะลดลงไปประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ผมภาวนาว่าอย่างไร ขอให้ลดลงมาเท่ากับอยู่ป้ ๒๕๔๙ ก็น่าจะดีใจ คือยันไว้ให้อยู่ตามสถิติเดิมก็คือลด ไม่มากนัก ไม่เกิน ๔ เปอร์เซ็นต์ ก็น่าจะเปึนความพึงพอใจของผู้ประกอบการขนส่งนะครับ

ขอเรียนอีกอันหนึ่งนะครับว่า ในเรื่องของความต่อเนื่องในด้านโลจิสติค โลจิสติคตัวนี้มันเปึนคอมเพททิชั่น อินเด็กซ์ (Competition index) ขออนุญาตใช้ ภาษาอังกฤษนะครับ คือว่าเปึนตัวแข่งขันของประเทศนะครับ ในระบบที่ดีจริง ๆ แล้วนี่ มูลค่าของโลจิสติค คอสท์ (Logistic cost) จะต้องต่ํา ผมดีใจมากเลยที่ว่าเมื่อวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๒ นี่ครับ ต้นทุนโลจิสติคของประเทศไทยซึ่งประกาศมูลค่ารวมทั้งประเทศ ๑.๖ ล้านล้านบาทนะครับ คิดเปึน ๑๘ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ก็คือผลิตภัณฑ์มวลรวม นะครับ เมื่อเราเทียบกับประเทศญี่ปุ์นแล้วก็ประเทศสหรัฐอเมริกา ของเขาอยู่ที่ ๘.๔ และ ๘.๕ จะเห็นว่าตัวต่างตัวนี้ครับมันต่างกันตั้ง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วถ้าจะสร้างประเทศให้ มันเข้มแข็งจําเปึนจะต้องลดตัวนี้ลงมาให้มันได้ ผมเลยคิดตัวเลขให้ทราบว่า ถ้ามูลค่าจีดีพี รัฐบาลนี้สามารถบริหารให้ลดลงมาได้สัก ๑–๕ เปอร์เซ็นต์ภายในป้หน้านี่ครับ มันจะมีเงิน กลับไปสู่ภาคประชาชนแล้วก็ภาคการผลิตประมาณ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ถึง ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เงินเหล่านี้มันจะไปลดต้นทุน ไปเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน ซึ่งมันเปึนการดี เสียอีกในการที่จะต้องไม่ต้องหาเม็ดเงินอย่างอื่นมาเพิ่ม แต่สิ่งนี้ที่ได้มาคือทางอ้อม นะครับก็ขอเรียนให้ทราบนะครับ เพราะว่าโลจิสติคจริง ๆ แล้วก็ผู้ใช้บริการสุดท้าย จะเปึนผู้เข้ารับบริการอันนั้น ซึ่งจะบวกอยู่ในค่าราคาสินค้าอยู่แล้วนะครับ ปัญหาของ ประเทศไทยในด้านโลจิสติค โลจิสติคก็คือการที่ว่าจะต้องขนส่งหลายรูปแบบแล้วก็จะต้อง มีเรือต่อรถ แล้วก็รถไปลงเรือ แล้วก็เข้าระบบรางอะไรพวกนี้ครับ เพื่อจะให้มันมีมูลค่าของ การขนส่งน้อยที่สุด ปัญหาของประเทศไทยก็คืองานที่รัฐบาลได้ทําไปแล้ว ขอยกตัวอย่าง สัก ๒ ข้อนะครับ อย่างเช่น ท่าเรือที่ระนอง สามารถรองรับเรือได้ ๘,๐๐๐–๑๒,๐๐๐ ตัน นะครับ ตันกรอสนะครับ สร้างเสร็จเมื่อป้ ๒๕๔๙ ท่านทราบไหมครับว่ามีเรือสินค้า เข้าเทียบถึงปัจจุบัน ๒ เที่ยวนะครับ ชื่อเรือแกต เพรสทีจ (GATT Prestige) ของอินเดีย นะครับ มีขนาด ๖,๐๐๐ ตัน เรือนี้บรรทุกอะไรล่ะครับ บรรทุกเรื่องยางพารานะครับ พาร์ทิชัน บอร์ด (Partition board) แล้วก็ปูนซีเมนต์ น่าเสียดายที่ว่ามันไม่ได้ใช้ประโยชน์ อย่างเต็มที่ในด้านท่าเรือตรงนี้ ที่ท้องถิ่นเขาต้องการกับที่ประธานหอการค้าและ รองประธานอุตสาหกรรมที่ระนองได้กล่าวกับผมก็คือว่า อยากจะให้มีการขนส่งด้านถนน ลดโค้งลง เส้นทางระนอง-ชุมพร ทราบว่ามีประมาณ ๔๐๐ กว่าโค้ง ลดให้มันเหลือน้อยโค้งลง ทําให้มันมีความปลอดภัยในส่วนนี้ รถบรรทุก ก็สามารถที่จะเข้ามาได้นะครับ จึงฝากเรื่องนี้ไว้กับท่านนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธาน รัฐสภาด้วยครับ

ที่จะต้องทําในเรื่องนี้อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่า ทางรถไฟ ถ้าเปึนไปได้จะเปึนการ ยั่งยืนเปึนอย่างยิ่ง ถ้าสามารถที่จะตัดเชื่อมในบางพื้นที่ของอําเภอสวีให้เข้าไปจนถึง จังหวัดระนองก็จะเปึนการสร้างคุณูปการให้เกิดขึ้นในระบบโลจิสติคในภาคตะวันตกนี้ได้ อย่างรวดเร็วและก็ยวดยิ่งด้วยครับ

อีกปัญหาหนึ่งก็คือปัญหาของการสร้างโอกาส ผมจะเรียนว่าการสร้าง โอกาสนี้ก็คือว่า ในปัจจุบันนี้ประเทศไทยคิดมานานแล้วนะครับในเรื่องของที่จะต้อง ก่อสร้างทางสายอาร์ ๓ เอ (R3A) สายอาร์ ๓ เอ คือเส้นไหนล่ะครับ ย่อ ๆ ก็คือเส้น คุนหมิง-เชียงราย ถ้ามองจากบ้านเราก็ไปก็คือจากเชียงรายไปคุนหมิงนะครับ เส้นทางนี้ ทั้งหมด ๑,๒๐๐ กิโลเมตร อยู่ในประเทศไทย ๑๑๓ กิโลเมตร อยู่ในห้วยทรายจนถึง บ่อเต็นของประเทศลาว ๒๕๐ กิโลเมตร ที่เหลือ ๗๘๓ กิโลเมตรก็คือจากเชียงรุ้งไป คุนหมิง เขาเสร็จหมดแล้วนะครับ เพียงแต่ว่าในเส้นทางของห้วยทรายตรงนี้เปึนเส้นทางที่ ไม่ได้มาตรฐาน ทางหลวงหลักนั่นเอง คือมาตรฐานต่ํากว่ามาตรฐานนิดหนึ่ง ก็สามารถ ขนส่งได้นะครับในส่วนนี้ ที่ผมกล่าวตรงนี้ผมทราบว่าจะต้องมีการก่อสร้างสะพานข้าม แม่น้ําโขงที่อําเภอเชียงของ ซึ่งจะต้องเริ่มในป้ ๒๕๕๒ นี่ครับ ในข้อตกลง อันนั้นมันจะมีเส้นทางรถไฟก็คือ มีตอม่อรถไฟรวมอยู่ด้วยผมติดตามเรื่องนี้อยู่ ในเมื่อเรา จะเตรียมทางรถไฟให้ไปจีน แล้วทําไมล่ะครับ เส้นทางรถไฟเด่นชัย-เชียงราย ซึ่งศึกษามา ตั้งแต่ป้ ๒๕๐๓ นะครับ เส้นทางระยะทางยาว ๒๔๖ กิโลเมตรนะครับ มันจะผ่านในท้องที่ เด่นชัย จังหวัดแพร่ อําเภอสอง อําเภองาว จังหวัดพะเยา จังหวัดเชียงราย ถ้าก่อสร้าง ในป้ ๒๕๓๗ มูลค่าจริง ๆ ก็คือ ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท มูลค่า ณ ปัจจุบัน ๒๕๕๑ ประเมิน ไว้ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้เราเสียโอกาส เสียโอกาสตรงไหนล่ะครับ ท่าเรือเชียงแสน ก่อสร้างไว้รับสินค้าจากจีน ก็คือเอาสินค้าผัก ผลไม้ลงมา จีนได้เปรียบ เพราะจีนเอาเรือ ลงมาทางเรือ น้ําในแม่น้ําโขงไหลลงมาประเทศไทยเย็น เขาใช้วัสดุแนวคิดง่าย ๆ ตามวิถี ชาวบ้านก็คือ ใช้น้ําไปอบในตู้เย็นแล้วก็มาใส่ในผัก ผักก็ไม่เสีย สามารถเดินทางมาได้ ๓ วัน ๔ วัน ไม่ต้องทําเครื่องเย็น ไม่ต้องลงทุนอย่างอื่นเลย เสร็จเรียบร้อยแล้วมาขายบ้าน เราอย่างถูก ๆ ได้เพราะต้นทุนเขาถูก เขามาทางเรือค่าใช้จ่ายถูกมากนะครับ ที่ผมว่า ไม่สร้างโอกาสตรงนี้ก็เพราะว่าเรือถูกกว่ารถ แต่ในขณะนี้เดียวกันเราติดลบกับจีน ในไตรมาสที่ผ่านมาติดลบไป ๑,๐๐๐ กว่าล้านเหรียญของป้ ๒๕๕๑ แสดงว่าถ้าเราสร้าง ทางรถไฟเด่นชัย-เชียงราย มันก็กระจายเม็ดเงินไปส่วนหนึ่งไปสู่ในภาคการขนส่งและ สามารถที่จะรับสินค้าบางส่วนมาได้อีกนะครับ ผมขอตั้งข้อสังเกตสั้น ๆ นะครับว่า ในเรื่อง การอํานวยความสะดวกในการขนส่งข้ามแดน รัฐบาลควรจะมีความเชื่อมโยงในการขนส่ง ในลักษณะความต่อเนื่องหลายรูปแบบทั้งทางบก ทางน้ํา ทางราง ขออนุญาต ท่านประธานอีกสัก ๑ นาทีครับ ภาครัฐการบริหารจัดการจะต้องบูรณาการความสัมพันธ์ในการตรวจผ่านด้านศุลกากร การตรวจของตรวจสัตว์ ตรวจพืช ในลักษณะทวิภาคีคู่สัญญา โดยให้การยอมรับซึ่งกัน และกันและลดขั้นตอน

ข้อถัดมาก็คือ ต้องให้ผู้ประกอบการ สังคมประชาคมรับทราบและเข้าถึง ข้อมูลในการเตรียมตัวในการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ระบบการขนส่ง ซึ่งจะมีการแข่งขันทางเสรี มากยิ่งขึ้นนะครับ

รัฐจะต้องส่งเสริมความเข้มแข็งในการขนส่งภาคเอกชน ลดกระบวนการ และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศให้มีความมั่นคงและยั่งยืนในการขนส่งใน ภาครัฐและภาคเอกชนจะต้องมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดนะครับ

ต้องสร้างบุคลากรในด้านโลจิสติคให้มีจํานวนเพิ่มขึ้น

จะต้องพัฒนาระบบโลจิสติคให้มีมาตรฐานเข้าสู่ระบบมาตรฐานโลก คือ เวิลด์ คลาส (World class) ครับ ขอบคุณมากครับ