บรรชา พงศ์อายุกูล หารือเรื่องความมั่นคงด้านอาหารอาเซียนและโครงการสำรองข้าว โดยเสนอให้ไทยพัฒนาระบบการผลิตเพื่อรักษาประสิทธิภาพการส่งออก และเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาผลประโยชน์ของเกษตรกร พร้อมทั้งหารือประเด็นการจัดตั้งองค์กรถาวรระบบสำรองข้าวในเอเชียตะวันออกโดยเสนอให้ไทยเป็นสถานที่ตั้ง พร้อมระบุพื้นที่เหมาะสมคือ อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และสุพรรณบุรี รวมถึงเรียกร้องรัฐบาลเร่งสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรและพัฒนาระบบชลประทานเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรทั่วประเทศ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายบรรชา พงศ์อายุกูล สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดพิจิตร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ใคร่ขอตั้งข้อสังเกตกราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ผ่านไปยังคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อแผนนโยบาย บูรณาการความมั่นคงด้านอาหารของอาเซียน และแผนกลยุทธ์ความมั่นคงด้านอาหาร ของอาเซียน ค.ศ. ๒๐๐๙-๒๐๑๓ โดยเฉพาะกลยุทธ์แผนงานสร้างความเข้มแข็งในการ จัดการความมั่นคงด้านอาหารที่มีแผนงานสําคัญประการหนึ่งคือ การพัฒนากลไกและ การริเริ่มในการสํารองความมั่นคงในอาหาร ภูมิภาค ในการสนับสนุนการจัดตั้งกลไก ระยะยาวอาเซียน+๓ ในการสํารองข้าวกรณีฉุกเฉินในเอเชียที่ปรากฏความคืบหน้ามา โดยลําดับว่า หลังจากที่โครงการดังกล่าวได้ดําเนินการโครงการนําร่องเกี่ยวกับการศึกษา ทดลองระบบสํารองและระบบระบายข้าว โดยมีเจตนารมณ์เพื่อแก้ปัญหาความยากจน อดอยาก หิวโหย รวมทั้งลดความเสี่ยงของการขาดแคลนอาหารจากผลกระทบของ ภัยพิบัติในกลุ่มอาเซียน+๓ ซึ่งระยะเวลา ๓ ป้ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๗-๒๕๕๐ เพื่อเปึนข้อมูล ประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับการที่จัดตั้งโครงการให้เปึนองค์กรถาวรด้านระบบ การสํารองข้าวอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต ซึ่งปรากฏผลประเมินผลโครงการนําร่อง ๓ ป้ ในภาพรวมนั้นพบว่ามีความก้าวหน้าทั้งในส่วนของการพัฒนากลไกและเอกสาร ประกอบการปฏิบัติงาน ถือว่าเปึนการเตรียมความพร้อมที่จะดําเนินการจัดตั้งเปึนองค์กร ถาวรต่อไป ท่านประธานที่เคารพ กระผมขอกราบเรียนว่าในฐานะที่กระผมเปึนประธาน คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ขอสนับสนุนการดําเนินการตาม โครงการดังกล่าวอย่างเต็มที่ เนื่องจากประเทศไทยเปึนประเทศผู้นําในการผลิตข้าว ของโลก อีกทั้งโครงการสํารองข้าวเปึนโครงการที่แสดงศักยภาพของความร่วมมือของ ประเทศในกลุ่มอาเซียน ๑๐ ประเทศ กับประเทศญี่ปุ์น จีน เกาหลี เพื่อสร้างความมั่นคง เรื่องข้าวให้แก่ประเทศสมาชิก โดยไทยได้เน้นว่าข้าวที่จะนํามาใช้ในโครงการนี้จะต้องเปึน ข้าวที่มีแหล่งกําเนิดในกลุ่มของประเทศอาเซียน+๓ เท่านั้น เพื่อจะได้ช่วยเหลือผู้ได้รับ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และเกษตรกรชาวนาในภูมิภาคด้วย อย่างไรก็ตามขอกราบเรียนว่า เปึนที่ทราบกันอยู่ว่า ปัจจุบันข้าวถือเปึนสินค้าทาง การเกษตรที่มีความสําคัญต่อประชากรโลก ข้าวนับว่าเปึนพืชเศรษฐกิจหลักที่มี การเพาะปลูกทั่วภูมิภาคของประเทศไทย แหล่งผลิตสําคัญที่อยู่ในภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่เพาะปลูกข้าว ๖๕ ล้านไร่ ซึ่งเปึน พื้นที่มากกว่าร้อยละ ๕๐ ของพื้นที่ทําการเกษตรทั้งหมด เปึนพื้นที่การเพาะปลูกข้าวนาป้ ๕๗ ล้านไร่ ข้าวนาปรัง ๘ ล้านไร่ ซึ่งสามารถผลิตข้าวเปลือกได้ป้ละประมาณ ๓๒–๓๓ ล้านตัน เปึนข้าวนาป้ ๒๔–๒๕ ล้านตัน เปึนข้าวนาปรัง ๗–๘ ล้านตัน หรือร้อยละ ๒๐ ของผลผลิตข้าวทั้งหมด ผลผลิตของชาวนาไทยนอกจากจะเพียงพอสําหรับการบริโภคใน ประเทศแล้ว ยังเหลือเพื่อการส่งออก โดยประเทศไทยสามารถส่งออกข้าวเปึนอันดับหนึ่ง ของโลกติดต่อกันมานับเปึนสิบ ๆ ป้ มีส่วนแบ่งในตลาดโลกประมาณร้อยละ ๓๐ ถึง ร้อยละ ๓๕ จากปริมาณการค้าข้าวในตลาดโลก ประเทศไทยสามารถส่งข้าวตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ จนถึงปัจจุบัน อยู่ในระหว่างป้ละ ๗.๕–๑๐ ล้านตัน โดยเฉพาะป้ ๒๕๔๗ ไทยสามารถส่งออกข้าวได้ถึง ๑๐ ล้านตัน มีรายได้จากการส่งออก ซึ่งนําเงินเข้าประเทศ ไทย ๑ แสนล้านบาทถ้วน ชาวนาไทยได้สร้างคุณประโยชน์ให้กับประเทศ และคนไทย อย่างมหาศาล ทั้งในด้านการบริโภค ธุรกิจต่อเนื่อง การส่งออก และสร้างชื่อเสียงให้ กับข้าวไทย แต่ปรากฏว่าชาวนาไทยซึ่งเปึนคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ กลับเปึนกลุ่มที่ ยากจนที่สุดในสังคมไทย ปัจจุบันราคาข้าวเปลือกในประเทศไทยสูงขึ้นเปึนประวัติการณ์ เพราะวิกฤติด้านพลังงานและอาหารที่เกิดขึ้นทั่วโลก แต่การที่ราคาข้าวสูงขึ้นมีคําถามว่า ผลประโยชน์นั้นตกถึงมือชาวนามากขึ้นด้วยหรือไม่ หรือยังเปึนเช่นในอดีตที่ผลประโยชน์ จากราคาข้าวที่สูงขึ้น ถูกกลไกบิดเบือนบดบังผลประโยชน์จากชาวนาไปจนหมดสิ้น และ หากสถานการณ์ยังเปึนเช่นเดิม ชาวนาไทยจะได้รับเคราะห์กรรมมากกว่าเดิม เพราะ ต้นทุนการผลิตข้าวสูงขึ้น ราคาน้ํามัน ปุิย เคมี เครื่องจักรในการเตรียมดิน การเก็บเกี่ยว ค่าแรงงานในการเพาะปลูก ค่าขนส่ง ทําให้ต้นทุนการผลิตข้าวสูงเกือบเท่าตัว เมื่อเปรียบเทียบกับในอดีต แต่ประเด็นที่รัฐบาลสมควรพิจารณา คือเมื่อประเทศไทย เปึนผู้ผลิตและส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก การที่จะรักษาสภาพดังกล่าว โดยเฉพาะ เมื่อได้มีการจัดตั้งโครงการสํารองข้าวในเอเชียตะวันออก ก็ยิ่งสมควรอย่างยิ่งที่ ประเทศไทยจะมีการพัฒนาระบบการผลิตข้าว เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล มากยิ่งขึ้น กระผมจึงขอฝากข้อสังเกตกับกรณีดังกล่าวดังต่อไปนี้
ประการแรก ในการจัดหาสถานที่ตั้งองค์กรถาวรของระบบการสํารองข้าว ในเอเชียตะวันออก เนื่องจากโครงการนําร่องเพื่อระบบการสํารองข้าวในเอเชียตะวันออก จะเปลี่ยนรูปแบบเปึนองค์กรถาวรของระบบการสํารองข้าวในเอเชียตะวันออก จึงจําเปึนต้องมีสถานที่ตั้งองค์กร ประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตข้าวรายใหญ่ของโลก จึงสมควรเสนอตัวเปึนสถานที่ตั้งองค์กรของระบบการสํารองข้าวในเอเชียเปึนอย่างยิ่ง พื้นที่จะตั้งที่เหมาะสมที่สุด จังหวัดอ่างทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัด สุพรรณบุรี ที่จะเปึนไซโล (Silo) สํารองข้าวให้กับประเทศอาเซียน+๓
ประการที่สอง สมควรที่รัฐบาลจะเร่งรัดนโยบายการสร้างเขื่อนกักเก็บ น้ําใช้ในการเกษตร ไม่ได้สร้างเขื่อนใช้ผลิตกําลังไฟฟัาเพื่อขายไฟฟัานะครับ สร้างเขื่อน เพื่อกักเก็บน้ําให้ใช้ในการเกษตร สร้างระบบชลประทานในประเทศไทยให้เปึนรูปธรรม ยิ่งขึ้น โดยเปึนวาระแห่งชาติ แล้วฝากถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และท่านคณะรัฐมนตรี ทุกท่าน และท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นะครับว่าท่านกรุณาทําเรื่องสําคัญ ก่อน พื้นที่ประเทศไทย ๓๒๐.๒๙ ล้านไร่ เปึนพื้นที่ทําการเกษตร ๑๓๐.๖๙ ล้านไร่ พื้นที่ ทํานา ๖๕ ล้านไร่ ประเทศไทยมีพื้นที่ทํานาที่มีระบบชลประทานเพียงแค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์กรุณาทําเรื่องสําคัญ สร้างเขื่อน สร้างแหล่งกักเก็บน้ํา สร้าง ระบบชลประทานให้กับพี่น้องชาวนาไทย ๓.๗ ล้านครอบครัว ๑๗ ล้านชีวิตรอท่านอยู่ ชาวไร่อ้อย ชาวไร่มันสําปะหลัง ชาวข้าวโพด ชาวสวนยาง ชาวสวนปาล์ม รอท่าน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์อยู่นะครับ เพราะว่าประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีถึง ๒๗ ท่าน แล้วนะครับ แล้วท่านเปึนนายกรัฐมนตรีที่หนุ่มด้วยเปึนรุ่นพี่ผมป้เดียวเอง แล้วชื่อท่าน ผมก็ชอบ ท่านชื่ออภิสิทธิ์ ต้องทําได้ครับ
ประการที่สาม รัฐบาลจะต้องพิจารณาเร่งรัดการพัฒนาเพิ่มผลผลิตข้าวต่อไร่ ของเกษตรกรไทย ซึ่งจากรายงานสถิติทางการเกษตรของสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร ป้ ๒๕๕๐ รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากการอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติระบุ ว่าประเทศไทยมีผลผลผลิตข้าวเพียง ๔๘๑ กิโลกรัมต่อไร่ ในขณะที่ประเทศสมาชิก อาเซียนที่เปึนผู้ผลิตข้าวสําคัญ เช่น ประเทศเวียดนามมีผลผลิตข้าวต่อไร่ ๑ ไร่ ได้ ๗๗๙ กิโลกรัม ซึ่งประเทศเวียดนามจะมีผลผลิตมากกว่าประเทศไทยเกือบเท่าตัว ถ้าเกิดท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์สร้างเขื่อน สร้างแหล่งกักเก็บน้ํา สร้างระบบชลประทาน กระผมขอยืนยันว่าชาวนาไทยและข้าวไทยจะไม่มีผลผลิตต่ํากว่าไร่ละ ๑,๐๐๐ กิโลกรัม ครับ ที่กล่าวไปทั้งหมดนี้ก็เพื่อมุ่งหวังให้ประเทศไทยสามารถรักษาสภาพของประเทศไทย ในฐานะผู้นําในการผลิตข้าวของโลก ตลอดจนสามารถพัฒนาประสิทธิภาพในการผลิต ข้าวให้สูงยิ่งขึ้น ซึ่งกระผมหวังเปึนอย่างยิ่งความตกลงดังกล่าวที่กระทรวงเกษตร และสหกรณ์รับผิดชอบนั้นจะได้ตระหนักถึงความสําคัญของข้าว และกระผมหวังว่า การประชุมสุดยอดอาเซียนที่จะเกิดขึ้นจะประสบความสําเร็จสมดังความมุ่งหวังและนํา ประโยชน์มาสู่ประเทศไทยและชาวนาไทยต่อไปครับ ขอบคุณครับ