นิยม ช่างพินิจ หารือเรื่องความร่วมมืออาเซียนและเจรจาการค้าเอ็มโอยู โดยเน้นผลกระทบต่อการค้าขาย โดยเฉพาะในเรื่องของการค้าข้าว และเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการค้าขายและการผลิตของพี่น้องภาคการเกษตร
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ผมต้องขอขอบพระคุณท่านประธานเปึนอย่างยิ่ง ที่ได้ให้โอกาสอภิปรายในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนการบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ ในกรอบอาเซียนเกี่ยวกับการเสริมสร้างสินค้าการเกษตร แล้วก็ป์าไม้ แล้วก็การเจรจา ในกลุ่มของอาเซียน ไม่ว่าจะเปึนประเทศไทย-สาธารณรัฐเปรู สิ่งที่ผมอยากจะเรียนถาม ท่านประธานผ่านถึงรัฐบาลก็มีอยู่ ๓ ประเด็นด้วยกัน
ประเด็นแรก ที่ผมอยากจะถามก็คือว่าการที่เราจะเจรจาหรือไปจดเจรจา การค้าเอ็มโอยูกับประเทศใด ๆ นี่เรามีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน นี่คือเปึนประเด็นแรก
ประเด็นที่สอง คือผลกระทบที่ประเทศไทยจะต้องได้รับมีมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะในเรื่องของกระบวนการจัดเก็บภาษีนําเข้า แล้วก็สิ่งที่สําคัญก็คือการส่งออกนี่ บวกลบกลบหนี้ ในความเข้าใจของผมนี่การที่เราจะค้าขายกับประเทศใดประเทศหนึ่งนี่ เราไม่ต้องการเอาเปรียบเขา แต่เราก็ไม่ต้องการที่จะเสียเปรียบเขาเพื่อให้เกิดการค้า ในรูปแบบของการค้าเสรีนําไปสู่ถึงความยั่งยืนนี่ คือเราต้องไม่เอาเปรียบซึ่งกันและกัน แต่สิ่งสําคัญผมอยากจะเรียนถามว่าความพร้อมที่ประเทศไทยเจรจาหรือตกลงเอ็มโอยู แต่ละประเทศมันมีความพร้อมมากแค่ไหน และมีผลกระทบอะไรบ้าง กี่ด้าน สิ่งที่สําคัญ คือเรื่องกระบวนการในเรื่องของการจัดเก็บภาษี ผมมอง ๆ ดูแล้วในหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะการเจรจาต่าง ๆ โดยเฉพาะรัฐบาลยุคนี้ รัฐบาลในปัจจุบันนี้ดูแล้วจะเปึนเชิงรับ เสียมากกว่า ซึ่งไม่มีเลยในเรื่องที่เราจะไปรุก ขั้นแรกเราต้องมองกรอบของประเทศเรา ก่อนว่าประเทศเรานี่ประกอบอาชีพในการเกษตร และสิ่งที่สําคัญคืออาชีพการเกษตร เราทําอย่างไรเราถึงจะรุก แนวทางที่จะแก้ปัญหาโดยเฉพาะพี่น้องภาคการเกษตร ตรงนี้ เปึนสิ่งสําคัญมากนะครับ แล้วผมมาดูเรื่องการเจรจาต่าง ๆ นี่เรื่องข้าว ซึ่งเปึนอาชีพหลัก ของพี่น้องก็ไม่มี แล้วมีแนวทางไหนบ้างครับที่รัฐบาลจะจริงจัง วันนี้เองก็ได้ทราบข่าว โดยเฉพาะประเทศเวียดนามก็ดี ประเทศอินเดียก็ดี ตอนนี้มีภัยพิบัติ ประเทศฟ่ลิปป่นส์ก็ดี สั่งซื้อข้าว แต่สิ่งที่สําคัญวันนี้เองพี่น้องภาคการเกษตรยังไม่ได้รับอะไรเลย ทั้ง ๆ ที่ก็รู้อยู่ ว่าวันนี้ความต้องการตลาดโลก ข้าวนี่สูงมากขึ้น ตรงนี้รัฐบาลต้องกลับไปคิดนะครับ ผมอยากจะฝากให้กลับไปคิดว่าวันนี้เองผมเชื่อได้ว่าทุกประเทศบริโภคอาหาร แต่ทําไม วันนี้ราคาพืชผลการเกษตรยังจะขึ้นขยับมานิดหน่อย แต่ทําอย่างไรจะให้พี่น้องภาคการเกษตร อยู่ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สําคัญผมอยากจะฝากรัฐบาล สิ่งที่ผ่านมาไม่ว่าจะกรอบการเจรจา ต่าง ๆ หรืออะไรต่าง ๆ นี่มันเปึนการตั้งรับเสียมากกว่า ผมอยากจะฝากให้เปึนเชิงรุกบ้าง สิ่งไหนที่มีผลกระทบต่อพี่น้องภาคการเกษตรนี่เราต้องรุกนะครับ สิ่งไหนที่จะขายได้แล้ว ทําให้เกิดประโยชน์กับพี่น้อง โดยเฉพาะวันนี้เอง วันที่ ๑ มกราคมที่จะมาถึงนี้ การค้าเสรี ที่จะเป่ดอยู่นี้ผมอยากจะถามทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีมาตรการ มีแนวทางที่จะแก้ไขอย่างไร นี่คือประเด็น ที่สําคัญ วันที่ ๑ มกราคมที่จะถึงนี้ละครับ เนื่องจากการศึกษาผลกระทบและข้อมูล ข่าวสารต่าง ๆ ที่ให้พี่น้องประชาชนได้รับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องที่ว่าเราจะมีการค้าเสรีกับ ประเทศใดประเทศหนึ่ง ผมอยากจะเรียนถามว่าพี่น้องประชาชนได้รับมากน้อยแค่ไหน และมีการเยียวยาอย่างไร เพราะการเยียวยาก็คือใช้เม็ดเงินของรัฐบาลเข้าไปพยุง แต่ว่า เปึนสิ่งสําคัญผมอยากจะเรียนให้ทราบว่ามันเปึนการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ก็เอาเม็ดเงินนี้ ไปพยุงว่าให้มีการผลิต ช่วยในเรื่องของการผลิตสินค้าต่าง ๆ เพราะสิ่งที่สําคัญต้องมองว่า เราไม่ใช่ให้ผู้ประกอบการและผู้ส่งออก หรือพ่อค้าได้ประโยชน์ สิ่งที่สําคัญเราตั้งธงไว้แล้วว่าพี่น้องภาคการเกษตรผู้ที่ผลิตต้องได้รับประโยชน์จริง ๆ ตรงนี้ ผมขอฝากไว้ด้วยครับ ฝากประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านที่นั่งอยู่ในนี้ ให้คํานึงถึง ผลประโยชน์ของพี่น้องภาคการเกษตร อย่างเมื่อวานนี้ที่มีการเสนอป่ด ความจริงแล้ว ผมอยากจะสะท้อนปัญหา ผมอยากจะอภิปรายในเรื่องของการที่ว่ามีกองทุนสงเคราะห์ แต่ผมก็ไม่มีสิทธิที่อภิปราย แต่สิ่งที่ผมอยากจะฝากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ เรื่องนี้ถือว่าเปึนเรื่องที่สําคัญมาก เพราะสิ่งสําคัญผมจะบอกไปเลยว่าการที่นําสินค้าเข้า เก็บภาษีมันก็กระทบต่อผู้บริโภค แต่การที่ส่งสินค้าออกแล้วเก็บภาษีผู้ส่งออก ท่านบอกว่า เก็บภาษีกับผู้ส่งออกจริงครับ ไม่ผิด แต่ถามว่าผู้ส่งออกเรียกเก็บจากใครครับ ก็เรียกเก็บ จากพ่อค้า โรงสี พ่อค้าย่อย ผลที่สุดมันก็ไปตกกับพี่น้องภาคการเกษตรอยู่ดี พี่น้องชาวไร่ ชาวนาอยู่ดี วันนี้ท่านรัฐมนตรีลองไปถามดูสิว่าพี่น้องที่ประกอบการทุจริตการค้าข้าว ไม่ว่าจะเปึนค้าข้าวรายเล็ก หรือประกอบการที่มีโรงสีเขาเสียภาษีอยู่แล้ว แล้วผมเคยถาม ผู้ประกอบการโรงสีบอกว่าท่านเสียภาษีแล้วท่านคิดอย่างไร ก็ไปบวกกับพี่น้องที่เอาข้าว มาขาย แล้วเปึนการที่ดูแล้วเอารัดเอาเปรียบพี่น้องภาคเกษตรเหลือเกิน ผมอยากฝาก ครับว่ากระบวนการจัดเก็บภาษีไม่ว่าจะเปึนผู้ส่งออก หรือผู้นําเข้า ผลกระทบที่แท้จริงแล้ว คือผู้บริโภค และสิ่งที่สําคัญก็คือผู้ผลิต พี่น้องภาคการเกษตร ตรงนี้ถือว่าเปึนสิ่งที่สําคัญ เพราะฉะนั้นนโยบายต่าง ๆ การเจรจาอะไรต่าง ๆ ให้เอาพี่น้องภาคการเกษตรไปเปึนตัวตั้ง ให้คํานึงถึงว่าสิ่งไหนที่เขาจะได้รับผลประโยชน์ ตรงนี้ถือเปึนสิ่งสําคัญมาก แล้วอยากจะ ฝากไว้ในเรื่องของการที่ว่าเราต้องรุกอย่างไร ในเมื่อพื้นที่ของเราเปึนภาคการเกษตร ตรงนี้ ผมฝากไว้ด้วยนะครับ ไม่ใช่ว่าการไปเจรจาอะไรต่าง ๆ มันก็ได้กับผู้ประกอบการ ผู้ส่งออก โรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนเครื่องไฟฟัาอะไรต่าง ๆ แต่ไม่เคยคํานึงถึงพี่น้อง ภาคการเกษตรเลย มีอะไรเข้ามา มีมันสําปะหลังอย่างเดียว แต่อาชีพหลักของเราคือ ข้าว อ้อย ข้าวโพด ก็คงฝากไว้ ต้องขอขอบคุณท่านประธานครับ และต้องขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีด้วย โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านก็บอกว่ามีอะไรขอให้ โทรบอก ต้องขอขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ