เรวัต ยันไทยเสียเปรียบเจรจาอาเซียน-เปรู จี้เร่งวิจัยสินค้าเกษตรจุดแข็ง

รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

เรวัต สิรินุกุล หารือเรื่องบันทึกความเข้าใจอาเซียนและพิธีสารไทย-เปรู โดยชี้ว่ารัฐบาลเสียเปรียบในการเจรจาเนื่องจากสินค้าเกษตรถูกปกป้องมาก จึงขอย้ำให้กระทรวงพาณิชย์และเกษตรเร่งสนับสนุนงบประมาณวิจัยเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลจริง พร้อมทั้งเรียกร้องให้เจรจาโดยเน้นสินค้าเกษตรซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศแทนอุตสาหกรรม เพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อนแก่เกษตรกร และเสนอให้ใช้ปลาป่นจากไทยแลกข้าวกับน้ำตาล เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรโดยตรง

นายเรวัต สิรินุกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กาญจนบุรี

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ตามที่รัฐบาลได้เสนอบันทึกความเข้าใจ เพื่อความร่วมมือในกรอบอาเซียนเกี่ยวกับ แผนการส่งเสริมสินค้าการเกษตรและป์าไม้ และอีกกรอบหนึ่งก็ได้เสนอพิธีสารเพิ่มเติม ฉบับที่ ๒ ภายใต้พิธีสารระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐเปรูเพื่อเร่งการเป่ดเสรี การค้าสินค้าและอํานวยความสะดวกทางการค้า และหนังสือแลกเปลี่ยนความเข้าใจ เรื่องสินค้าสัตว์น้ําและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ํา ผมใคร่กราบเรียนท่านประธานว่าผมมีความเห็น จากที่ได้ดูเอกสารแล้วนะครับว่าการเจรจาการค้าระหว่างเปรูนั้นค่อนข้างยาก เพราะว่า พื้นฐานการค้าระหว่างไทยกับเปรูนั้น คล้ายคลึงกันท่านประธาน แต่การเจรจาที่ผ่านมานั้น ก็ดูแล้วเปรูนี่ครับ เขาปกปัองสินค้าทางการเกษตรของเขามากมาย หลายอย่างครับ ซึ่งสินค้าเหล่านั้นเปึนเรื่องแปลก ที่เรามีเยอะครับ แต่เขาก็ปกปัองไว้ เช่น ข้าว น้ําตาล ตรงนี้ผมก็เลยสงสัยว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผ่านท่านประธานนะครับว่า ท่านไปเจรจาได้นึกถึงข้อนี้หรือเปล่าครับ เรื่องเหล่านี้หรือเปล่าครับ แล้วก็การเจรจานี้ครับ นอกเหนือจากนั้นถ้าหากว่าจะเข้าไปนี่เขามี เขาเรียกว่า ค่าธรรมเนียมหรือว่าเซอร์ชาร์จ (Surcharge) เก็บสูง นี่ก็ปัญหาตรงนี้เกิดทําให้เราเสียหาย ผมเองอยากจะกราบเรียน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่าเมื่อวานนี้ก็กราบเรียนไปแล้ว กราบเรียนกับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าการเจรจาของเรา ท่านไปเจรจา กับเขา เราเสียเปรียบหลายอย่าง จริง ๆ แล้วข้อมูลที่ท่านรับไปจากกระทรวงพาณิชย์ก็ดี มันไม่ถ่องแท้ แล้วข้อเท็จจริงนั้นก็ไม่ถึง ข้อเท็จจริงนะ เพราะอะไรรู้ไหมท่านรัฐมนตรีครับ เจ้าหน้าที่เขาบ่นว่าในการทําวิเคราะห์วิจัยสินค้าต่าง ๆ นี่ท่านไม่มีงบประมาณให้เขาเลย หรือมีก็น้อย ไปขอที่กระทรวงการคลังก็ไม่ได้ เพราะกําหนดว่าจะต้องใช้คนไทยในการ พิจารณา เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีถ้าหากว่าจะให้ความรู้ ความสามารถมีมากยิ่งขึ้น ต่อการเจรจาในเรื่องเอฟทีเอเหล่านี้ ท่านดูแลเรื่องนี้หน่อย ดูแลเรื่องงบประมาณให้กับ การวิเคราะห์วิจัยในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย ท่านประธานครับ เมื่อประเทศไทยเรานี่สินค้า ขึ้นหน้าขึ้นตา คือข้าว แต่ว่าเราก็ไม่สามารถไปขายได้ เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชน ชาวไร่ ชาวนาก็เดือดร้อน ถ้าไม่เจรจาเขาเดือดร้อนครับ สิ่งที่เชิดหน้าชูตาเราไม่สามารถไปคุย แล้วก็เอาไปขายได้ อย่างนี้เราเสียหายนะครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ในสิ่งที่ท่านไปเจรจามานั้น ส่วนใหญ่ก็เปึนประเภทอุตสาหกรรม ซึ่งอุตสาหกรรมนี่ไม่ว่ารถป่กอัพก็ดี เครื่องซักผ้า เตาไมโครเวฟก็ดี สิ่งเหล่านี้นะครับ อุปกรณ์ต่าง ๆ เหล็กอะไรต่าง ๆ มันก็จะต้องสั่งมาจากต่างประเทศครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นเกษตรกรที่ได้รับในเรื่องเหล่านี้มันมีน้อยหรือไม่มีเลยครับ เพราะฉะนั้น เมื่อเปึนอย่างนี้ผมเลยอยากจะกราบเรียนว่าการเจรจาเรื่องเกษตรนี่ก็ขอให้ท่านได้นึกถึง แต่ผมก็เชื่อครับ ผมเชื่อท่านไปเจรจามีเจตนาอย่างแน่วแน่ว่าจะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา ผมเชื่อว่าท่านจะเปึนอย่างนั้น แต่ว่าเวลาปฏิบัติมันไม่ได้อย่างที่คิดนะครับ เพราะฉะนั้นจึงฝากว่าทําอย่างไร ให้สินค้าเกษตรของเรา เพราะว่าในประเทศไทยเรา ท่านก็รู้ว่าเปึนประเทศเกษตรกรรม สินค้าขึ้นหน้าขึ้นตาก็ต้องเปึนเรื่องของพืชการเกษตร อย่างนี้เปึนต้น

ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งที่สําคัญก็คือถ้าหากว่าท่านจะไปเจรจา ในการเซ็นสัญญาหรือการเจรจาก็แล้วแต่ท่านประธานครับ ยังมีโอกาสที่จะเอาสินค้าไป แลกเปลี่ยน คือประเทศเปรูนี่เขาปลาป์นเยอะครับ ปลาป์นของเรานี่ความจริงประเทศไทย เราต้องการปลาป์นเยอะนะครับ เมื่อต้องการเยอะอย่างนี้แต่ว่าไม่มีการเจรจาในเรื่องนี้ เราถือเอาการแลกเปลี่ยนปลาป์นกับสินค้าการเกษตรอื่น ๆ ให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างนี้ จะได้ไหมครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ช่วยตอบผมหน่อยนะครับ จะได้รู้ว่า ต่อไปนี้จะเอาปลาป์นไปแลกเปลี่ยนกับอย่างอื่นอย่างนี้เปึนไปได้ไหม เพื่อที่จะให้พี่น้อง เกษตรกรขายสินค้าได้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าว น้ําตาล อย่างนี้เปึนต้น น้ําตาล ของเรามีเยอะครับ แล้วก็พอที่จะส่งออกไปต่างประเทศได้ ผมจึงอยากจะฝากเรื่องนี้ไว้ กับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แล้วก็เชื่อว่าท่านคงจะดําเนินการเรื่องนี้ได้

อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน พิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ ๒ ประเทศเปรูได้พูด ไปแล้วนะครับ ทีนี้มาอีกเรื่องหนึ่ง บันทึกความเข้าใจด้วยความร่วมมือในกรอบอาเซียน เกี่ยวกับแผนการส่งเสริมสินค้าเกษตรและป์าไม้ เมื่อเช้านี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านก็ได้พูดไปแล้ว ฟังท่านแล้วก็เข้าใจดีพอสมควร แล้วก็ คิดว่าที่ท่านไปทําเรื่องแล้วคิดอย่างนั้นมันดีมาก ไปทําเอ็มโอยูมานี่ดีครับ คําว่า เอ็มโอยู ท่านประธานครับ มันก็จะทําให้ถ้าหากว่าใครได้ คือไปทํามาแล้วใครได้สินค้าตัวหนึ่งแล้ว ก็ถือว่าเปึนศักดิ์เปึนศรี แต่มันไม่ได้ทั้งหมดครับ สินค้า ๑๑ อย่างนี่เราได้มาอย่างเดียว คือได้มันสําปะหลังมาอย่างหนึ่ง มันก็ทําให้ผู้ที่เกี่ยวข้องหรือการค้าการขายมันสําปะหลัง ก็สามารถที่จะตั้งราคาหรือสามารถที่จะดําเนินการในเรื่องนี้ได้ อย่างนี้เปึนต้น ก็เปึนเรื่องที่ดี แต่จะทําอย่างไรให้มันดีได้ว่าเราจะได้อย่างอื่นเพิ่มขึ้นมาอีก ซึ่งก็คงเปึนไปไม่ได้แล้ว อย่างน้ํามันปาล์มเราก็มีเยอะในภาคใต้ แต่ประเทศมาเลเซียเขาก็เปึนผู้นํา อย่างนี้เปึนต้น อย่างอื่น โกโก้ประเทศมาเลเซีย มะพร้าวประเทศฟ่ลิปป่นส์ กาแฟ จริง ๆ แล้วเรื่องสินค้า เหล่านี้ประเทศไทยเราก็มีพร้อม แต่ว่าจะพร้อมมากแค่ไหนคงจะตอบไม่ได้ เพราะว่า ที่เขาให้มาผมเชื่อว่าที่เขาจัดมานี่เขามีมากกว่าเรา อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นก็อยากจะ กราบเรียนว่าในเรื่องมันสําปะหลัง เอาละ เมื่อได้มันสําปะหลังผมก็เชื่อว่าโอกาสข้างหน้า ที่ประเทศไทยเราจะขายเปึนผู้นําในเรื่องมันสําปะหลัง ทีนี้มีปัญหาอันหนึ่งที่อยากจะ เรียนถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการนะครับว่า การทําเอ็มโอยูนี้สมาคมมันสําปะหลังเขาจะมีบทบาทหรือมีสิทธิอะไรเข้ามาในเรื่อง มันสําปะหลังนี้ไหม ท่านตอบผมสักนิดว่าสมาคมมันสําปะหลัง เพราะตรงนี้เมื่อสมาคม มันสําปะหลังนี่ซึ่งเขามีบทบาทมามากในเรื่องมันสําปะหลังในประเทศไทย ไม่ว่าจะทํา แปังมัน หรือว่าจะทําอะไรก็แล้วแต่เขามีโรงงานอยู่ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเอ็มโอยูแล้ว มันสําปะหลังแล้ว เขาจะมีสิทธิเข้าไปอยู่ตรงนั้นไหม ผมก็คงจะถามแค่นี้ครับท่านประธาน ขอบคุณ ท่านประธานครับ