ศุภชัย โพธิ์สุ อ้างว่าไม่เคยบุกรุกที่ของชาวบ้าน แต่ชาวบ้านบางคนบุกรุกที่ของเขาเอง และขอความช่วยเหลือจากทุกฝ่ายที่มีหลักฐานชัดเจนในการดำเนินการ โดยเน้นย้ำว่าตนไม่เคยพูดถึงเรื่องคนอื่น
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมต้องขอกราบขอบคุณ ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ พี่ชายของผมที่เห็นข่าวในสื่อมวลชนแล้วก็ข้องใจ ไม่สบายใจก็เลยมาสอบถามผมที่สภาแห่งนี้ ความจริงแล้วผมก็ละอายใจ คือไม่สบายใจ ที่จะต้องเอาเรื่องส่วนตัวมาพูดมาชี้แจงในสภา เพราะเวลาของสภานี้มีค่ามากเหลือเกิน แต่ละเวลา แต่ละนาทีนั้นน่าจะได้ใช้ประโยชน์ในการทําประโยชน์ให้กับประเทศชาติ และประชาชน แต่เมื่อมีสื่อมวลชนเอาไปลงอย่างนั้น มีคนเข้าใจอย่างนั้น ถ้าผมไม่ชี้แจง ก็คงจะเกิดความเสียหายต่อตัวกระผมเปึนอย่างมากนะครับ จริง ๆ แล้วผมเตรียมการ ที่จะชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องกรอบอาเซียนเกี่ยวกับบันทึกข้อตกลงส่งเสริมสินค้าเกษตร ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการไปประชุมอยู่ที่ประเทศบรูไนในขณะนี้ แต่ขออนุญาตเอาเรื่องส่วนตัว ชี้แจงก่อนครับ ขอเรียนท่านประธานและท่านผู้ทรงเกียรติได้ทราบว่าเกี่ยวกับเรื่องมีข่าว ทางสื่อมวลชนว่า ผมเองในฐานะที่เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วไปครอบครอง ไปยึดที่ของชาวบ้านจํานวน ๗๐๐ ไร่ ๘๐๐ ไร่ ผมขอเรียนนะครับว่า ไม่มีมูลความจริง ข้อเท็จจริงไม่ได้เปึนอย่างนั้น ข้อเท็จจริงก็คือว่าเมื่อประมาณป้ ๒๕๓๐ ผมเองไปรับราชการเปึนอาจารย์ใหญ่อยู่ที่โรงเรียนบ้านท่าหนามแก้ว อําเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ซึ่งห่างจากบ้านเกิดผมประมาณสัก ๓๐-๔๐ กิโลเมตร ผมไปเห็นที่ว่า มันรกร้างว่างเปล่าที่เปึนที่ที่ถูกบุกรุก เปึนที่ที่เข้าทําประโยชน์แล้วแต่ปล่อยทิ้งเอาไว้ ผมเลยไปชักชวนพี่น้องชาวบ้านแถวนั้นซึ่งไม่มีอาชีพอะไรเลย เมื่อก่อนเขาปลูกกัญชา ปลูกอะไรกัน ผมก็ไปชักชวนพี่น้องว่าอย่าไปทําในสิ่งผิดกฎหมายแล้วก็ไปเอาโควตาอ้อย จากโรงงานน้ําตาลสหเรือง จังหวัดมุกดาหาร มาปลูกอ้อยส่งเสริมช่วยพี่น้องปลูกอ้อยกัน ผมเองก็เช่าที่จากพี่น้องประชาชนที่ตรงนั้นประมาณ ๗๐๐ ไร่ ๗๐๐ ไร่ คือที่ที่ผมเช่า จากชาวบ้านมาปลูกอ้อย ในขณะที่ปลูกอ้อยไปกู้เงินจากโรงงานน้ําตาลมา กู้เงินมาได้และได้รับเงินเดือนจากการ เปึนอาจารย์ใหญ่เดือนละ ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท ที่มันราคาถูก ๆ ชาวบ้านทําประโยชน์อยู่บ้าง คนที่ไม่ทําเขาก็ขายเปลี่ยนมือกันไปเรื่อย ๆ ผมก็ไปซื้อจากชาวบ้าน มันเปึน น.ส. ๒ บ้าง น.ส. ๓ บ้าง ซื้อมาแล้วก็มาทําไร่อ้อย ทําไร่อ้อยมาตั้งแต่ป้ ๒๕๓๑ ป้ ๒๕๓๒ ไล่มาเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงประมาณป้ ๒๕๓๘ ป้ ๒๕๓๙ ทําไร่อ้อยไปไม่รอดเพราะว่าสถานที่ปลูกอ้อย ห่างไกลจากโรงงานก็เลยเลิก จากนั้นผมก็มาเข้าร่วมโครงการปลูกยูคาลิปตัสประมาณ ๕๐๐ ไร่ ผมเองเก็บออมเงินทองเปึนหนี้เปึนสินซื้อที่ที่ชาวบ้านขายให้ไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐ บาท จริง ๆ ก็ไม่ได้เยอะนะครับ ที่ที่ซื้อจริง ๆ ก็ประมาณ ๒๐๐ กว่าไร่ แต่ว่าที่เหลือ ก็เช่าจากชาวบ้านบ้างแล้วก็เปึนของญาติพี่น้องที่เขามาทําประโยชน์ร่วมกันบ้าง แต่ว่า พอคนไปเห็นก็บอกว่าไร่อ้อยของใคร ไร่อ้อยของนายศุภชัย ไร่อ้อยของครูแก้วนะครับ พอเปึนสวนป์ายูคาลิปตัสก็ถามว่าสวนป์ายูคาลิปตัสของใคร ก็บอกว่าสวนป์ายูคาลิปตัส ของผม มันก็เปึนภาพรวมอย่างนั้น จากนั้นมาก็ไม่มีปัญหาอะไร พอปลูกอ้อยไม่ดีก็ปลูก ยูคาลิปตัส ปลูกยูคาลิปตัสมาประมาณ ๗-๘ ป้ และช่วงนั้นผมก็เปึน ส.จ. ก็เร่งทํางาน การเมืองอยากจะเปึน ส.ส. ฐานะผมก็ไม่ดียากจนเปึนเกษตรกร เปึนชาวนาทําการเกษตร พอปลูกยูคาลิปตัสทิ้งเอาไว้ประมาณ ๗ ป้ ไม่ได้เข้าไปดูที่ตัวเองเลย พอป้ ๒๕๔๖ ผมก็ไป ปลูกยางพารา ป้ ๒๕๔๗ ก็ปลูกยางพารา ตัดไม้ยูคาลิปตัสขาย ช่วงที่ตัดไม้ยูคาลิปตัสขาย ป้ ๒๕๔๖ จึงไปรู้ว่าที่ของตัวเองบางส่วนถูกพี่น้องชาวบ้านเขาเห็นว่าผมเปึน ส.ส. แล้ว ผมคงทิ้งแล้ว ผมคงไม่มาทําประโยชน์แล้ว ชาวบ้านก็มาตัดมาถางเอาไม้ยูคาลิปตัส ไปขาย ผมเห็นกับตาผมก็ไม่ได้เอาเรื่องอะไร ก็บอกว่าอย่ามาเอาของผมขอที่ไว้ แต่ว่า ชาวบ้านบางคนพอเข้ามาตัดไม้ยูคาลิปตัสไปขายได้ก็มองว่าเปึนที่ของตัวเองก็มีการเมือง เข้าไปแทรก เข้าไปยุให้ชาวบ้านไปกล่าวหาว่าผมบุกรุก ทั้ง ๆ ที่ผมไปไถที่ตัวเองที่จะปลูก ยางพารา ชาวบ้านก็ไปฟัองร้องผม ตอนนั้นท่านไพจิต ศรีวรขาน ก็อยู่ด้วยกัน ท่านไพจิต ก็ยังไปดูกับผมว่า ที่จริงไม่ใช่ผมไปบุกรุกที่ชาวบ้าน ชาวบ้านส่วนหนึ่งประมาณ ๕ คน มาบุกรุกผม ผมก็เลยไปตัด ไปไถจะปลูกยางพารา พี่น้องส่วนนั้นก็ถูกยุจากฝ์ายการเมือง ที่อยู่ตรงกันข้ามให้ไปฟัองร้องผม ไปแจ้งความดําเนินคดีผม ผมก็สู้คดีครับ มีรายแรก ที่ดําเนินการกันแพ้ผม พอรายแรกแพ้ผม รายที่ ๒ รายที่ ๓ รายที่ ๔ รายที่ ๕ ถอนฟัองหมด พอถอนฟัองหมดต่อมาผมก็บอกว่าผมเสียหายจากการที่ถูกฟัอง ผมก็แจ้งความดําเนินคดี กับเขาทั้ง ๕ ราย แต่ว่าสุดท้ายผมด้วยจิตสํานึกของความเปึนคนจนมาก่อน ด้วยจิตสํานึก ของความเปึนเกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ ผมเคยต่อสู้เพื่อคนยากคนจนแม้กระทั่งไปจับป๋น ต่อสู้อยู่ในป์าเปึนคอมมิวนิสต์ถึง ๔ ป้ ผมก็ทําเพื่อคนจน พอมามีผลกระทบกับคนจน แต่ว่ามันกระทบต่อชื่อเสียงผมจึงต้องดําเนินคดี แต่พอเขายอมผมก็ยกถอนฟัองทั้งหมด ไม่ดําเนินคดีอะไรกับชาวบ้านอีกแล้ว ชาวบ้านที่ครอบครองที่ผมอยู่ผมก็ยกให้ไปอะไรต่าง ๆ และที่ตรงนี้ขอเรียนท่านผู้ทรงเกียรติว่า ผมไม่ละเลยในส่วนที่ผมซื้อมาจากชาวบ้าน ประมาณ ๒๐๐ กว่าไร่ ถ้าจําตัวเลขผิดคงบวก ลบไม่มาก ผมก็ได้ยื่นในบัญชีทรัพย์สิน ต่อ ป.ป.ช. เอาไว้ สรุปว่าผมครอบครองที่ตรงนี้ทํากินมาตั้งแต่สมัยเปึนครูบ้านนอกอยู่ เปึนอาจารย์ใหญ่อยู่ เปึนเกษตรกรอยู่ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๒ มาถึงป้ ๒๕๕๒ เปึนเวลา ๒๐ ป้แล้ว ๒๐ ป้ ท่านเชื่อไหมครับ มีเลือกตั้งทีไรเรื่องปัญหาที่ดินเริ่มต้นจาก ๕ คนนี่ละ แต่ว่า ๕ คน เขายุติกันแล้ว ผมก็ถอนฟัองเขาแล้ว คนหนึ่งแพ้คดีผม ผมก็ยกให้ อีก ๔ คนถอน ท่านครับ มีเลือกตั้งทีไรฝ์ายตรงข้ามก็จะเอาเรื่องนี้ขึ้นมากุข่าวทุกที เลือกตั้งป้ไหนก็ต้องมีข่าวเรื่องนี้ ทุกที ถ้าท่านผู้ใดพอจะจําได้มีการเลือกตั้งเรื่องที่ดินของผมจะขึ้นมาทุกที แต่ผมก็อดทนครับ ผมไม่ได้ไปตอบโต้อะไรเลย เพราะว่าผมเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ใจ ผมทํามาหากินด้วย ลําแข้งลําขา ผมเปึนอาจารย์ใหญ่ ผมเปึนหนี้โรงงานน้ําตาลหลายล้านบาท ผมจะมีที่ซื้อ จากชาวบ้านไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐ บาท มีที่เปึนของตัวเองบ้างสัก ๒๐๐ ไร่เศษ ๆ ผมผิด หรือครับ ผมขอเรียนว่าที่กล่าวหาว่าผมไปบุกรุกเอาที่ของชาวบ้าน กล่าวหาว่าผมไปบุกรุก ที่สาธารณประโยชน์ ๒๐ ป้แล้ว ถ้าผมไปบุกรุกจริงป์านนี้ผมคงติดคุกหัวโตไปแล้วนะครับ แล้วตอนนี้ทําไมไม่มีใครดําเนินการอะไรที่เปึนชิ้นเปึนอัน คนที่มาร้องเรียนผม ต่อคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณของท่านเจริญ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน มีคนมาเล่าให้ผมฟัง แต่ผมไม่รู้ว่ามันจริงหรือไม่จริง เขาจ้างแค่ ๒,๐๐๐ บาท กับการให้ ค่าตั๋วเครื่องบินเดินทางกลับก็มาร้องต่อคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ที่นี้เขาจัดสรรให้กับพี่น้องเกษตรกรตั้งแต่ป้ ๒๕๒๑ แล้วคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณจะมาติดตามงบประมาณถึงวันนี้ ไปถามนายอําเภอว่าที่ตรงนี้จัดสรรกันอย่างไร นายอําเภอก็ไม่รู้เรื่อง เพราะตอนนั้น นายอําเภอก็ยังเด็กอยู่ ถามผู้ว่าราชการจังหวัดว่าที่นี้จัดสรรอย่างไร ผู้ว่าราชการจังหวัด ก็ไม่รู้เรื่อง เพราะไม่รู้อยู่ที่ไหน
ท่านที่เคารพ ผมเรียนว่าเรื่องนี้มันเปึนประเด็นทางการเมือง เลือกตั้งทีไร เรื่องปัญหาที่ดินของผมเกิดขึ้นทุกที และยิ่งตอนนี้ผมได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เปึนรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งไม่เคยมีใครคาดคิดหรอกครับ คนจังหวัดนครพนม ก็ไม่เคยคาดคิดว่าผมจะได้เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อย่าว่าแต่ พี่น้องคนจังหวัดนครพนมจะคิดว่าผมได้เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตัวผมเองผมก็ไม่เคยคิดว่าผมจะต้องเปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สู้ทางการเมืองมาแค่ต้องการอยากจะเปึน ส.ส. ทําประโยชน์ให้กับคนยากคนจนเท่านั้น ความหวังของผม แต่พอได้รับโปรดเกล้าฯ เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คนที่เขาอิจฉาตาร้อนเขาใจจะขาดครับ ทําทุกวิถีทางครับ แรก ๆ ผมมาตั้งพรรคภูมิใจไทย กล่าวหาผมว่าทรยศขายตัว หักหลัง ตอนแรกพี่น้องจังหวัดนครพนมเชื่อ รุมด่าประณาม ผมทั้งจังหวัด แต่วันนี้คนจังหวัดนครพนมไม่เชื่อที่เขาไปปล่อยข่าวแล้ว เขารู้ว่าผมทํา เพื่อประเทศชาติ เขารู้ว่าผมทําเพื่อความเจริญของจังหวัดนครพนม ขอร้องเถอะครับ อย่าเอาเรื่องอย่างนี้มาเล่นงานทางการเมืองกันเลย ไม่เปึนสุภาพบุรุษเลยครับ ทีหลาย ๆ โครงการ หลาย ๆ เรื่องของพวกท่านไปทําปูัยี่ปูัยําที่จังหวัดนครพนม หิ้วกระเปิาใบเดียวไปที่จังหวัดนครพนม คนจังหวัดนครพนมยังให้ความไว้วางใจ ได้รับอํานาจทางการเมืองมา กอบโกยผลประโยชน์ มากมายมหาศาลเท่าไร ผมไม่ได้ว่าอะไรสักคําเลยครับ ผมไม่เคยพูดถึงเรื่องคนอื่นเลย วันนี้ขอเถอะครับ ให้มันจบกันเถอะ ถ้ามันมีหลักฐานชัดเจนว่าผมกระทําความผิด อย่าลงแค่หนังสือพิมพ์ เอาไปแจ้ง ป.ป.ช. เอาไปดําเนินการเลย ผมยินดีครับ ถ้าผมผิด ผมยินดีที่จะเดินเข้าห้องขัง ผมเปึนนักสู้ ไม่เคยหนีความจริง ฉะนั้นวันนี้ผมต้องกราบ ประทานอภัยท่านประธานรัฐสภา ผมอยู่ในสภาแห่งนี้ไม่เคยพูดเรื่องตัวเองเลยครับแต่วันนี้ จําเปึนต้องชี้แจง ต้องขอบคุณท่านพี่เชาวริน ถึงแม้ว่าจะคล้าย ๆ ถ้าเปึนคนอื่นอาจจะคิดว่า ถูกประจานนะครับ แต่ว่าผมขอบคุณพี่ครับ ที่ได้ให้โอกาสผมได้ชี้แจงเรื่องเกี่ยวกับตัวผมบ้าง ๓ สมัยที่เปึน ส.ส. ไม่เคยพูดเรื่องตัวเองเลยในสภา ครั้งนี้เปึนครั้งแรกในชีวิตจริง ๆ ครับ ขอเรียนท่านประธานและโอกาสนี้ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าผมขออนุญาตชี้แจงเพิ่มเติม งานในหน้าที่หน่อยได้ไหมครับ เกี่ยวกับกรอบความร่วมมืออาเซียน เกี่ยวกับแผนการส่งเสริม สินค้าเกษตรและป์าไม้ต่อไปเลยได้ไหมครับ หรือว่าจะให้ท่านผู้ทรงเกียรติอภิปรายก่อน สุดแล้วแต่ท่านประธานจะกรุณาครับ