วิเชียร คันฉ่อง หารือเรื่องข้อตกลงระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐเปรู และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในการค้าขาย
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม วิเชียร คันฉ่อง สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดตรัง ท่านประธานผมคิดว่า ข้อตกลงต่าง ๆ ไม่ว่าจะตกลงกับประเทศใดเราจะคิดเอาเปรียบเพื่อนก็คงไม่ได้ แต่ว่า ทําอย่างไรที่จะให้เกิดความเปึนธรรม แล้วจะทําอย่างที่จะให้เราไม่เสียเปรียบในเรื่อง ข้อตกลงนั้น ๆ ความจริงจากเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ซึ่งทางฝ์ายรัฐบาลได้นําเสนอ ทางฝ์ายเจ้าหน้าที่ ฝ์ายวิชาการของสภาได้รวบรวมให้กับพวกเราเกี่ยวกับเรื่องข้อตกลงระหว่างประเทศไทย กับสาธารณรัฐเปรู ปรากฏว่าข้อตกลงเพิ่มเติมฉบับที่ ๒ ซึ่งว่าโดยเนื้อแท้แล้วพิธีสาร เพิ่มเติมฉบับที่ ๒ จัดทําขึ้น ที่ได้ลงนามและที่ได้ลงนามไปแล้ว ก็คือเมื่อป้ ๒๕๔๘ ถึงป้ ๒๕๔๙ นั่นหมายความว่า ข้อตกลงเหล่านี้เปึนเรื่องที่เจรจามาก่อนที่รัฐบาลนี้จะมา มีบทบาทหน้าที่ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเรามาดูเกี่ยวกับเรื่องข้อตกลงเหล่านี้ปรากฏ หลักฐานดังนี้ครับ ปรากฏว่าการนําเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างประเทศไทยกับเปรู มันจะเห็นได้จากข้อเปรียบเทียบดังนี้ครับ ว่าสินค้าส่งออกจากประเทศไทยก็มีรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ๒. ก็คือเครื่องซักผ้า เครื่องซักแห้ง ๓. ก็คือผลิตภัณฑ์ยาง ๔. ตู้เย็น ตู้แช่แข็ง พวกอิเล็กทรอนิกส์ พลาสติก หลอดไฟฟัา นั่นคือส่วนที่เราส่งออก ส่วนที่เรานําเข้าก็มีสินแร่ เศษโลหะ และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ สัตว์น้ําสดแช่แข็ง นั่นก็คือ สิ่งที่เราได้นําเข้ามาทั้งหมดมีอยู่ ๑๐ รายการ ซึ่งรายการดังกล่าวหากว่าเราดูข้อมูล ในเรื่องเชิงเศรษฐกิจของประเทศเปรู เราก็ต้องยอมรับนะครับว่าประเทศเปรูมีด้านหนึ่ง ติดฝัืงทะเลที่ยาวมาก เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะจัดหาสัตว์น้ํามาเพื่อจะทําเปึนปลาป์น ปลาแช่แข็งอะไรเหล่านี้ เขาก็มีโอกาสที่จะทําได้เยอะแยะ โอกาสที่เราจะส่งปลาแช่แข็ง ไปขายเขาก็คงยาก นอกจากนี้ก็บอกถ้าหากว่าเราติดต่อตลาดเปรูได้แล้วในกลุ่มของ ตลาดเปรู เช่น พวกประเทศอาร์เจนตินา ประเทศบราซิล ก็มีโอกาสที่จะซื้อสินค้าเหล่านี้ จากประเทศเปรูได้ แต่ท่านประธานผมไปดูในประเทศเหล่านั้นถึงแม้ว่าประเทศบราซิล จะมีประชากรมาก ประเทศอาร์เจนตินาก็มีประชากรพอสมควร แต่ในขณะเดียวกัน ปรากฏว่าสินค้าเกือบทุกชนิดก็คล้าย ๆ กับเมืองไทยนี่ละครับ จากเอกสารหลักฐาน ที่กระผมได้มา ท่านประธานลองมาดูครับว่าในประเทศบราซิลมีประชากรอยู่ ๑๗๒ ล้านคน นี่คือผลสํารวจของป้ พ.ศ. ๒๕๔๕ แต่ปรากฏว่าสินค้าของเขาก็มีเปลือกไม้ ลูกไม้ ยางไม้ เส้นยางพารา ยางบาลาตา ยางชีเกิ้ล เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสินค้าเกี่ยวกับเรื่องยางพารา ประเทศเปรูย่อมนําเข้ามาจากประเทศบราซิลนี้ดีกว่า และในขณะเดียวกันสินค้าอื่น เช่น เกี่ยวกับอุตสาหกรรมเหล็กกล้า อุปกรณ์ไฟฟัา มันก็เปึนอีกส่วนหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ผมคิดว่า ถ้าหากเราคิดว่าประเทศเปรูเราจะมีโอกาสไปขายสินค้าต่อในประเทศเหล่านั้น มันเปึน สินค้าชนิดเดียวกันและเหมือนกัน แต่ถึงอย่างไรก็ตามท่านประธาน จากผลการศึกษา ในข้อตกลงต่าง ๆ ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะติดต่อกับรัฐใดส่วนใหญ่เท่าที่ผมสังเกตก็คือเกี่ยวกับ เรื่องอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมที่ประกอบเกี่ยวกับเรื่อง ชิ้นส่วนของรถยนต์ ดังนี้เปึนต้น ผมคิดว่าชิ้นส่วนเหล่านี้ อุปกรณ์เหล่านี้ แม้กระทั่ง อุปกรณ์การไฟฟัาก็ดี อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ก็ดี ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้คนที่ประกอบกิจการ อยู่แล้วเขามีความรู้ เขามีความสามารถ เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะเข้าไปติดต่อในต่างประเทศหรือลงทุนในต่างประเทศ มันมีโอกาสสูง เพราะคนเปึนคนมีคุณภาพ สิ่งหนึ่งที่อยากจะขอฝากรัฐบาลก็คือว่าในอนาคตข้างหน้า ถ้าหากว่าท่านมีโอกาสไปตกลงเป่ดการค้ากับประเทศอื่นใดก็ตาม ผมคิดว่ารัฐบาลน่าจะ ต้องเพ่งเล็งมาถึงคนที่ด้อยโอกาส พวกเกษตรกรคือคนที่ขาดโอกาส เปึนคนที่ด้อยโอกาส แต่ในขณะเดียวกันเขาก็บอกว่าต่อไปประเทศไทยจะเปึนอาหารของโลก ก็มองกันอย่างนั้น ว่าประเทศไทยจะผลิตด้านอาหารส่งขายจําหน่ายในต่างประเทศได้มาก ผมก็มองอย่างนั้น แต่ถามว่าทําไมเกษตรกรของเรายากจน นี่คือปัญหา ท่านประธานเคยไปประเทศญี่ปุ์น ท่านประธานเคยไปประเทศเกาหลี ท่านรัฐมนตรีก็เคยไปประเทศทั้งสอง เราก็จะเห็นว่า สินค้าด้านการเกษตรในประเทศนั้น ๆ ราคาสูง ข้าวโพดฝักละ ๑๐๐ บาท เมื่อป้ ๒๕๓๕ ผมไปที่นั่น เดี๋ยวนี้ไม่ทราบว่าจะเพิ่มขึ้นสักเท่าไร ท่านลองมาคิดดูสิครับว่าถ้าหากว่า เรามีโอกาสทําธุรกิจการค้ากับประเทศเหล่านั้น ทําอย่างไรสินค้าส่งไปขายในประเทศ เหล่านั้น เมื่อนั้นละครับผมคิดว่าประชาชนของเราจะมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ส่วนหนึ่งก็คือว่าทําอย่างไรที่เราจะผลิตสินค้าราคาถูกแล้วขายให้ได้กําไร นั่นคือโอกาส ที่จะแข่งขันกับต่างประเทศ เราคงไม่ค่อยเสียเปรียบต่างประเทศมากนัก เพื่อนสมาชิก ของผมบางคนบอกว่าบางทีใบไม้ที่ร่วงลงมาไม่ได้ใช้ประโยชน์ เดี๋ยวนี้เขากลับไปเก็บ ทําประโยชน์ ใช้ประโยชน์ได้แล้ว ทําเปึนปุิยหมักครับ นั่นคือเรื่องที่อยากจะกราบเรียน ต่อท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าเราต้องมาคิด ทําอย่างไรให้สินค้าของเราราคาถูก แต่ขายได้กําไร นั่นคือสิ่งที่มีโอกาสที่จะทําให้บ้านเรา เมืองเราดีขึ้นได้ ผมก็ขอถือโอกาส กราบเรียนกับท่านประธานฝากไปถึงรัฐมนตรีนะครับว่าในอนาคตข้างหน้าผมอยากจะเห็น ข้อตกลงในระหว่างประเทศไม่ว่ากับประเทศใดก็ตาม ท่านต้องทําอย่างไรที่จะต้องช่วย พวกกระดูกสันหลังของชาติ ทําอย่างไรที่จะช่วยคนที่ขาดโอกาสให้มันมีโอกาสขึ้นมาบ้าง ไม่ใช่ว่าช่วยคนที่มีโอกาสอยู่แล้ว แล้วก็ให้มีโอกาสยิ่ง ๆ เพิ่มขึ้นไป ผมขอฝากและให้ข้อสังเกต เพียงแค่นี้ละครับ ขอบคุณครับท่านประธาน