รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเจรจาของประเทศไทยในการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเสนอประเด็นที่ต้องการฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี โดยเน้นการหารือเรื่องอนุสัญญาเรื่องก๊าซเรือนกระจก และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการลดก๊าซเรือนกระจก

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมได้อภิปรายไป ๒ กรอบ บังเอิญกรอบที่ ๓ เกี่ยวกับ การเจรจาของประเทศไทยในการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผมได้ศึกษาในข้อมูลที่ทางสภาได้จัดเตรียมให้ ก็มีหลาย ๆ ประเด็นที่อยากจะฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีหรือผู้ที่จะไปตกลง ในอนุสัญญาเหล่านี้

สิ่งแรก คือผมได้อ่านและเข้าใจว่า อนุสัญญาข้อตกลงนี้ได้เปรียบเทียบว่า ตั้งแต่ ป้ ๑๙๙๐ ถ้าคิดเปึน พ.ศ. ก็ประมาณ ๑๙ ป้ที่แล้ว เขาก็จะใช้มาตรฐานในการวัด ความแตกต่างของสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยเราโดยมีเปัาหมายค่อนข้างที่จะ ชัดเจนว่า ขออนุญาตอ่านนะครับ เปัาหมายการลดก๊าซเรือนกระจกจะต้องใช้ ป้ ๑๙๙๐ ก็คือ ๑๙ ป้ที่แล้วเปึนป้ฐาน โดยเปัาหมายระยะสั้นในป้ ๒๐๒๐ ก็ประมาณอีก ๑๑ ป้ข้างหน้า กําหนดการลด ก๊าซเรือนกระจกไม่น้อยกว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ผมอยากจะถามท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรี หรือผู้ที่จะมีหน้าที่ไปตกลงเกี่ยวกับอนุสัญญานี้ครับว่า ๑๙ ป้ที่แล้ว เรามีฐานข้อมูลสภาพภูมิอากาศของไทยในขณะนั้นเปึนอย่างไร เพราะการที่จะไปตกลง ในอนุสัญญากับเขานั้น ว่าเราจะลดได้ ๔๐ เปอร์เซ็นต์หรือไม่ เราต้องรู้ว่าฐาน ณ วันนั้น เปึนอย่างไร ผมก็ไม่ทราบว่าเราได้เตรียมข้อมูลเหล่านี้ไว้หรือไม่ เพราะเวลาเราไปต่อรอง ไปพูดจากับเขา วันนี้ถ้าอ่านจากเอกสารฉบับนี้ ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศที่พัฒนานะครับ ประเทศไทยเปึนประเทศที่กําลังพัฒนา คือด้อยกว่าเขาแล้วละพูดง่าย ๆ ซึ่งถ้าเราเปึน ประเทศกําลังพัฒนา ประเทศที่พัฒนาแล้วตามอนุสัญญานี้สามารถให้ผลประโยชน์ ให้เงินลงทุน ให้งบประมาณเรา ให้เทคโนโลยีเราเพื่อมาแก้ไขปัญหาก๊าซเรือนกระจก ในประเทศได้ เราต้องใช้ประโยชน์อันนี้ แทนที่จะต้องมาควักเงินตัวเอง เราต้องใช้ ความชาญฉลาดในความที่เขากล่าวหาว่าเราด้อยอยู่ เปึนประเทศที่กําลังพัฒนาอยู่ ไปเรียกเงินจากเขาสิครับให้เขามาสนับสนุน ผมจะยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้ยิน เปึนตัวอย่างง่าย ๆ วิถีชีวิตของเกษตรกรไทยโดยปกติแล้วก่อนที่จะทํานาในฤดูกาลใหม่ ก็จะมีการเผาซังหรือเผาตอข้าวทิ้งทําลายก็เกิดกลุ่มควันขึ้นมา เราควรจะขออุปกรณ์ เครื่องจักรกลจากเขาประเทศที่เจริญแล้วมาแผ้วถางตอหรือซังข้าวเหล่านี้แล้วไปทําลาย โดยวิธีทําเปึนบ่อปุิยหมักหรืออะไรก็แล้วแต่ ท่านประธานเคยอยู่ในเมืองนอกเมืองนาไหม ก่อนที่หิมะจะตกเปึนช่วงฤดูใบไม้ร่วง ต่างประเทศใบไม้ร่วงเต็มถนน ถ้าท่านประธาน เคยไปดูนะครับใบไม้สีแดงสวยแล้วก็ร่วงเต็มไปหมด แต่แปลกใจไหมฝรั่งเขาไม่กวาดมา รวมกัน แล้วก็เผาทิ้งเหมือนบ้านเรา อันนี้คือวิถีชีวิตของคนไทยในชนบท เวลาเขาเอาใบไม้ร่วง ซึ่งจะร่วงในหน้าหนาวนี้ พอเขากวาดมารวมกัน เขาเผาเขาก็ยืนผิงไฟได้ความอบอุ่น จากไฟ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือก๊าซเรือนกระจก เราในฐานะรัฐบาล นายกรัฐมนตรีก็พูด ภาษาอังกฤษปร๋อ ๆ ไปขอเขาสิครับ ขอเครื่องดูด รถดูดใบไม้ ขอฟรี ๆ มาได้ เพราะว่า เขายินดีสนับสนุนอยู่แล้ว ผมอ่านเอกสารฉบับนี้ ต้องใช้ประโยชน์ครับ พูดเปึนหรือไม่ ก็ไปฝ๊กภาษาเสีย ก่อนที่จะไปตกลงกับเขา อย่าหาว่าสอนไปเรียนแป็บเดียวก็ได้ แล้วก็ พูดให้ถูก เพราะบางทีเราพูดผิดไปคนก็เข้าใจผิด ไปแปลความหมายผิด กลายเปึนว่า เราเปึนขอทาน ไม่ใช่ วันนี้หลาย ๆ ครั้งเราพูด ผมพูดไปบางทีมันก็ไปแปลอีกอย่างหนึ่ง ก็อย่างที่ได้กราบเรียนท่านประธานชัยตอนต้นผ่านไปท่านรัฐมนตรีว่ามันไม่ใช่ภาษา พ่อเกิดแม่เกิด พูดไปมันก็ไม่ซาบซึ้งเหมือนภาษาไทย ก็ฝ๊กภาษาไว้ ท่านรัฐมนตรีก็จะได้ ไปตกลงกับเขาได้ชัดเจน จะได้เงินมา โดยที่ไม่ต้องควักกระเปิาตัวเอง และไม่ใช่ไป เปึนขอทานนะครับ ต้องรู้จักวิธีพูด ท่านประธาน ผมไม่อยากจะเห็นประเทศที่เจริญแล้ว ใช้เรื่องก๊าซเรือนกระจกมาเปึนเครื่องมือในการกีดกันทางการค้า ซึ่งผมก็เห็นในข้อ ๑.๓ เอกสารฉบับนี้ หน้าที่ ๒ ก็อยากจะฝากไว้ว่าเวลาไปพูดคุยกับเขาตกลงในอนุสัญญา อย่าเปึนเหยื่อเขาต้องเข้าใจ อย่าไปตกลงให้เขาง่าย ๆ โดยเขาใช้มาเปึนเครื่องมือในการกีดกันทางการค้า เราค้าสินค้าเกษตร ผมก็ดีใจที่พูดถึง เรื่องการลดก๊าซเรือนกระจกจากภาคการเกษตรกรรม ดีครับ เขียนในสิ่งเหล่านี้ไว้นะครับ อันนี้ต้องชมเชยว่ารู้จักปกปัองพี่น้องเกษตรกรที่ยากจน ในการที่เขาอาจจะผลิตควันพิษ หรือมลพิษ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ส่งผลให้เกิดก๊าซเรือนกระจกแล้วเปึนบ่อเกิดให้ฝรั่งมังค่า ที่พยายามจะอ้างเอาเปรียบทางการค้า แล้วเอาเรื่องนี้มาเปึนแรงกดดันให้เราต้องยอมเขา ในการตกลงค้าขายในสัญญาอื่น ๆ ฝากไว้นะครับท่านรัฐมนตรี ฟังทันนะครับ เพราะว่า ท่านเองจบการศึกษาทางด้านการเกษตร ท่านจะได้ไปรู้จักวิธีต่อรอง ท่านประธานครับ ผมเปึนห่วงอย่างยิ่งครับว่าการส่งเสริมพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อดําเนินงาน ด้านการลดก๊าซเรือนกระจก โดยอนุสัญญาฉบับนี้เน้นขับเคลื่อนโดยภาครัฐ ผมกลัวว่า ภาครัฐจะไม่เอาจริง ทําสุกเอาเผากิน ทําไมผมถึงย้อนไปถามว่าเมื่อป้ ๑๙๙๐ หรือ ๑๙ ป้ที่แล้ว สภาพภูมิประเทศของไทยเปึนอย่างไรครับ ประเทศต่าง ๆ เขายอมรับข้อมูล ณ เวลานั้น ของประเทศไทยแล้วหรือยัง เพราะจะวัดจากนั้นมา ๓๐ ป้ ว่าเราต้องลดได้ ๑๔๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าท่านฉลาด ท่านมั่วตัวเลขให้เขายอมรับได้ แล้วเราก็ไปมั่วกับเขาบอกว่าอีก ๑๑ ป้ เราทําไม่เกิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ได้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เขาก็แฮปปุ้ (Happy) ขอประทานอภัยโทษ ใช้ภาษาฝรั่ง เขาก็จะมีความสุขในสิ่งที่เราตอบเขา เพราะเรามั่วเก่งอยู่แล้ว บางทีเรา ต้องมั่ว ฝรั่งมันก็เชื่อ เวลาไปคุยกับเขาต้องมีกลยุทธ์ในการพูด อันนี้ผมสอนเลย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หรือใครจะไปพูดจากับฝรั่งอย่าไปกลัว อย่าไปหงอ เอาความจริง เอาหลักฐาน เอาเหตุผลไปคุยกับเขา ผมเน้นครับ ๑๙ ป้ที่แล้ว ป้ ๑๙๙๐ สภาพภูมิอากาศในประเทศไทยเปึนอย่างไร จะได้ไปต่อรองเขาได้ถูกครับ ท่านรัฐมนตรีจดไว้เลย อันนี้สําคัญ อันนี้ช่วยท่านคิดเพื่อบ้านเมืองจะได้ไม่เสียเปรียบเขา นอกจากนั้นแล้วข้อที่ผมห่วงใยมากที่สุดคือว่าประเทศที่พัฒนาแล้วในข้อ ๑.๕ ขออนุญาต อ่านนิดเดียว ถือเปึนพันธกรณีของประเทศที่พัฒนาแล้วที่จะต้องดําเนินการภายใต้ อนุสัญญา แต่ว่าปัจจุบันไม่ได้ดําเนินการตามพันธกรณีอย่างเพียงพอ ขนาดประเทศที่เขา เจริญแล้ว พัฒนาแล้ว เขายังไม่ทําตามอนุสัญญา ท่านรัฐมนตรีจําไว้เวลาไปต่อรองเขา เวลาเขาอ้างว่าประเทศไทยไม่ทําอย่างโน้น อย่างนี้ ทีท่านยังไม่ทําเลย เห็นไหมครับ เวลาต่อรองเขาจะได้ใช้เปึนประโยชน์ ก็ตัวท่านเองประเทศพัฒนายังไม่ปฏิบัติเลย จะให้เราปฏิบัติได้ทุกบาท ทุกสตางค์ ทุกเม็ด ทุกดอก ไม่ได้ จะได้ใช้เปึนประโยชน์ อย่าหาว่าสอนนะ ด้วยความห่วงใย ท่านจะได้ไปต่อรองกับเขาได้ดี ฝากไว้แค่นี้ครับ ท่านประธาน ขอบพระคุณครับ