ณรงค์ ยุทธวงศ์ หารือเรื่องเขตพื้นที่ทางทะเลที่ไทย มาเลเซียและเวียดนามอ้างสิทธิ์ซ้อน โดยขอให้รัฐบาลให้ข้อมูลเพิ่มเติมและรายละเอียดเพื่อให้สมาชิกรัฐสภาสามารถให้ความเห็นชอบได้อย่างมีข้อมูลครบถ้วน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องเขตไหล่ทวีปทับซ้อนระหว่างประเทศไทย กับประเทศเวียดนาม และประเทศกัมพูชา และขอให้ทบทวนข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนระหว่าง 3 ประเทศ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พลเรือเอก ณรงค์ ยุทธวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ร่างกรอบการเจรจาเรื่องเขตพื้นที่ทางทะเล ที่ไทย มาเลเซียและ เวียดนามอ้างสิทธิทับซ้อน ตามที่รัฐบาลเสนอขอรับความเห็นชอบจากรัฐสภานั้น รัฐบาล ได้ให้ข้อมูลแก่ทางรัฐสภาน้อยมาก โดยร่างกรอบการเจรจามีข้อความเพียงไม่ถึง ๓ บรรทัด และไม่มีรายละเอียดเพียงพอประกอบกับเรื่องเขตแดนทางทะเล เปึนเรื่องที่ คนทั่ว ๆ ไปจะเข้าใจได้ยาก กระผมเกรงว่าการที่สมาชิกรัฐสภาจะให้ความเห็นชอบตามที่ รัฐบาลเสนอมาหรือไม่นั้น ก็คงจะเปึนไปแบบงง ๆ และให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ ความเห็นชอบไปโดยความเชื่อใจต่อรัฐบาลเปึนที่ตั้ง คล้ายกับว่ารัฐสภาแห่งนี้เปึนเสมือน ตรายางให้กับรัฐบาลนั่นเอง ท่านประธานครับ ในฐานะที่กระผมคุ้นเคยกับเรื่องนี้อยู่บ้าง จึงใคร่ขอใช้เวลาของสภาแห่งนี้สักเล็กน้อย เพื่อเรียนชี้แจงให้ท่านประธานรวมทั้งสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทั้งหลายได้ทราบว่ากระผมมีเหตุผลอย่างไรในการที่จะให้ความเห็นชอบกับ กรอบการเจรจาตามที่รัฐบาลเสนอมา ท่านประธานครับ การอธิบายเรื่องนี้จําเปึนต้องมี ภาพประกอบ กระผมขออนุญาตใช้ภาพประกอบคําอภิปรายด้วยครับ
ท่านประธานที่เคารพ การกําหนดเขตแดนทางทะเลของประเทศต่าง ๆ นั้น เพิ่งจะมีขึ้นมาไม่นานนัก เริ่มจากการที่สหประชาชาติได้ออกอนุสัญญาเจนีวา เมื่อป้ ๑๙๕๘ หรือ ๒๕๐๑ กําหนดเขตไหล่ทวีปขึ้น และต่อมาได้มีอนุสัญญาอีกฉบับหนึ่ง เมื่อป้ ๑๙๘๒ กําหนดเขตเศรษฐกิจเฉพาะเพิ่มขึ้นมาอีก แต่สําหรับประเทศไทยกับประเทศ เพื่อนบ้านนั้นมีปัญหากันเฉพาะเรื่องเขตไหล่ทวีปเท่านั้น ซึ่งเราสามารถเรียกรวมได้ว่าเปึน อาณาเขตทางทะเล ตั้งแต่อนุสัญญาป้ ๑๙๕๘ ประกาศใช้ ประเทศไทยต้องมีปัญหา เรื่องเขตแดนทางทะเลกับประเทศเพื่อนบ้านเกือบทุกประเทศ เพราะเขตไหล่ทวีปจะยื่น ออกไปจากขอบฝัืงของประเทศต่าง ๆ จนถึงแนวน้ําลึก ๒๐๐ เมตร แต่ในอ่าวไทยทั้งอ่าว มีน้ําลึกไม่ถึง ๑๐๐ เมตร ตามกติกาแล้วแต่ละประเทศจะต้องแบ่งครึ่งกัน แต่ในทางปฏิบัติทุกประเทศต่างก็กําหนด เขตไหล่ทวีปของตนตามแต่จะหาเหตุผลมาอ้าง เริ่มจากประเทศมาเลเซียก่อน ตั้งแต่ป้ ๒๕๐๙ ประเทศเวียดนาม ป้ ๒๕๑๔ ประเทศกัมพูชา ป้ ๒๕๑๕ และประเทศไทย ประกาศเปึนประเทศสุดท้ายเมื่อป้ ๒๕๑๖ การที่ประเทศไทยประกาศเขตไหล่ทวีปเปึน ประเทศสุดท้าย เนื่องจากแต่เดิมนั้นประเทศไทยมีศักยภาพในด้านการประมงสามารถไป จับปลาได้ห่างจากฝัืงประเทศเพื่อนบ้านในระยะ ๑๒ ไมล์ทะเล เมื่อมีกฎหมายทะเลมาใช้ ถ้าเรารีบประกาศเขตไหล่ทวีป ก็เท่ากับเรายอมรับเขตไหล่ทวีปของเพื่อนบ้านด้วย ทําให้ พื้นที่จับปลาของเราน้อยลง เราจึงรอเปึนประเทศสุดท้ายที่เปึนผู้ประกาศไหล่ทวีป การประกาศเขตไหล่ทวีปของประเทศต่าง ๆ เหล่านี้ เมื่อวาดลงในแผนที่แล้วจะทับซ้อนกัน วุ่นวายไปหมด ประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ได้ใช้การแก้ปัญหาโดยการเจรจาจับกัน เปึนคู่ ๆ เริ่มจากประเทศไทยกับประเทศมาเลเซียก่อน ผลการตกลงเมื่อป้ ๒๕๒๒ กําหนดให้พื้นที่ทับซ้อนกันระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซียมีเนื้อที่ประมาณ ๗,๑๐๐ ตารางกิโลเมตร เปึนพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย ท่านประธานครับ ตามความ เปึนจริงแล้วเขตไหล่ทวีปที่ประเทศไทยกําหนดขึ้นเมื่อป้ ๒๕๑๖ และต่อมาขยายอีก เล็กน้อยเมื่อป้ ๒๕๒๑ นั้น มีขนาดเล็กกว่าที่ได้กําหนดเปึนพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย เล็กน้อย แต่ประเทศมาเลเซียได้ประกาศเขตไหล่ทวีปของตนล้ําเข้าไปในเขตที่ประเทศ เวียดนามกําหนด ประเทศไทยกับประเทศมาเลเซียก็เลยกําหนดรวมเอาพื้นที่ของประเทศ เวียดนามเข้าไว้ด้วยตามเส้นของประเทศมาเลเซีย ท่านประธานครับผมขอพักเหตุการณ์ ระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซียไว้ชั่วคราวก่อนนะครับ
สําหรับประเทศไทย ประเทศเวียดนาม และประเทศกัมพูชา มีการประกาศ เขตไหล่ทวีปทับซ้อนกันวุ่นวายเช่นเดียวกัน แต่ต่อมาประเทศเวียดนามกับประเทศกัมพูชา ตกลงกันได้ และได้กําหนดเปึนเส้นปฏิบัติการระหว่างประเทศเวียดนามกับประเทศ กัมพูชาขึ้น เปึนผลให้ไม่มีพื้นที่ทับซ้อนระหว่าง ๓ ประเทศเหลืออยู่ คงเหลือเพียงพื้นที่ ทับซ้อนระหว่างประเทศไทยกับประเทศเวียดนามเนื้อที่ประมาณ ๖,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร และประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาเนื้อที่ประมาณ ๒๖,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ประเทศไทย กับประเทศเวียดนามได้เจรจาตกลงกันเรียบร้อยเมื่อป้ ๒๕๔๑ โดยไทยได้พื้นที่ถึง ๖๗.๕ เปอร์เซ็นต์ ส่วนประเทศเวียดนามได้ ๓๒.๕ เปอร์เซ็นต์ เส้นแบ่งอาณาเขตระหว่าง ประเทศไทยกับประเทศเวียดนามนี้เรียกว่า เส้นซีเคไลน์ (C-K Line) ซึ่งอยู่ด้านเหนือของ พื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย ท่านประธานครับจุดซีนี้เปึนจุดที่ประเทศเวียดนามยอม ถอยร่นให้กับประเทศไทยจากที่ได้เคยประกาศไว้ โดยถอยไปประมาณถึง ๒ ใน ๓ ส่วน ใต้จุดซีลงมายังมีพื้นที่ที่ประเทศเวียดนามประกาศไว้ ซึ่งทับซ้อนกับพื้นที่พัฒนาร่วม ไทย-มาเลเซีย เมื่อรวมกับพื้นที่ที่เกิดจากการทับซ้อนระหว่างประเทศมาเลเซียกับประเทศ เวียดนาม ซึ่งได้ถือเปึนพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซียตามที่ผมได้ขอพักเอาไว้ จึงถือได้ว่า มีพื้นที่ที่เปึนส่วนทับซ้อนของ ๓ ประเทศ คือ ประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย และประเทศ เวียดนาม เปึนเนื้อที่ประมาณ ๘๖๗ ตารางกิโลเมตร ซึ่งตามหลักกฎหมายระหว่าง ประเทศเปึนเรื่องที่ทั้ง ๓ ประเทศจะต้องเจรจาตกลงกัน ท่านประธานครับ ผมขอทบทวน ที่มาของพื้นที่ ๘๖๗ ตารางกิโลเมตรอีกครั้งนะครับ พื้นที่ ๘๖๗ ตารางกิโลเมตรนี้มีที่มา จาก ๒ ส่วน
ส่วนแรกอยู่ทางด้านใต้ เกิดจากการประกาศเขตทับซ้อนระหว่างประเทศ มาเลเซียกับประเทศเวียดนาม โดยที่ตอนแรกประเทศไทยไม่ได้มีส่วนในการประกาศเขต ส่วนนี้เลย เมื่อเพื่อนเราคือประเทศมาเลเซียประกาศ เราก็เหมือนกับได้รับส้มหล่น เราก็ ไม่ว่าอะไร ก็ถือเปึนเขตของเราด้วย
ส่วนที่สองอยู่ทางด้านเหนือ ซึ่งเกิดจากการประกาศเขตทับซ้อนกับ ๓ ประเทศ ภายในพื้นที่ ๘๖๗ ตารางกิโลเมตรนี้ มีพื้นที่อีก ๕๐ ตารางกิโลเมตร ซึ่งเกิด จากข้อผิดพลาดทางเทคนิคในการกําหนดขอบเขตพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย กินบริเวณล้ําออกไปทางเหนือนอกบริเวณที่ประเทศมาเลเซียอ้างสิทธิในป้ ๒๕๐๙ เข้าไป ในเขตที่ประเทศเวียดนามอ้างสิทธิ เรื่องนี้ได้มีการเจรจากันเรียบร้อยแล้ว โดยประเทศ เวียดนามขอทําสเปเชี่ยล ทรีทเมนท์ (Special Treatment) ให้ประเทศเวียดนามได้รับ ผลประโยชน์ร้อยละ ๔๐ ประเทศไทยร้อยละ ๓๐ และประเทศมาเลเซียร้อยละ ๓๐ ท่านประธานครับ ประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย ประเทศเวียดนามได้มีการเจรจาไปจนได้ข้อยุติต่าง ๆ ในระดับหนึ่งแล้ว โดยครั้งสุดท้ายเมื่อป้ ๒๕๔๑ และได้มีแนวความคิดในการที่จะดําเนินการต่อไปอีก แต่เนื่องจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ จึงทําให้ทางรัฐบาลต้องนําเรื่องนี้ ขอเข้ารับความเห็นชอบจากรัฐสภา สําหรับร่างกรอบการเจรจาที่ทางรัฐบาลเสนอมานั้น ถึงแม้จะเปึนข้อความสั้น ๆ เพียงไม่ถึง ๓ บรรทัด โดยไม่มีรายละเอียดให้เพียงพอผมคิดว่า ก็เปึนเรื่องที่พอเข้าใจได้ เพราะหากมีข้อความละเอียดไปมากกว่านี้ก็อาจจะเปึน การเป่ดเผยในส่วนที่เปึนความลับของชาติออกไปโดยไม่จําเปึน และจะเปึนผลเสียต่อ การเจรจาต่อรองประกอบกับเท่าที่ผ่านมานั้นเจ้าหน้าที่ของประเทศไทยได้ดําเนินการต่าง ๆ รวมทั้งการเจรจากับต่างประเทศ โดยที่ฝ์ายประเทศไทยไม่เคยเปึนฝ์ายเสียเปรียบเลย มิหนําซ้ํายังเปึนฝ์ายได้เปรียบ การแบ่งปันผลประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวก็แบ่งออกเปึน ๓ ส่วนเท่า ๆ กัน ยกเว้นในส่วนที่เกิดจากความผิดพลาดทางเทคนิค ๕๐ ตารางกิโลเมตร ก็แบ่ง ๔๐ ต่อ ๓๐ ต่อ ๓๐ นับว่ายุติธรรมและเหมาะสมดี เมื่อพิจารณาดูถึงกรอบ การเจรจาตามที่เสนอมาแล้วเห็นสมควรให้ความเห็นชอบเพื่อให้รัฐบาลสามารถดําเนินการ ได้ต่อไป อันจะเปึนผลดีต่อเศรษฐกิจของเราด้วย และเปึนการแสดงให้โลกประจักษ์ว่า ถึงแม้ประเทศไทยจะมีปัญหาเขตทับซ้อนกับประเทศอื่น ๆ หลายประเทศก็ตาม แต่เรา ก็สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้โดยการเจรจาอย่างมีเหตุผล ขอบพระคุณครับ