รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

จตุพร พรหมพันธุ์ พูดเรื่องการเจรจาเขตพื้นที่ทางทะเลไทย-มาเลเซีย-เวียดนาม และเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกบันทึกความเข้าใจที่ไทย-กัมพูชาเซ็นในปี 2543 ที่ทำให้ไทยเสียดินแดน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย กรอบการเจรจาเรื่องเขตพื้นที่ทางทะเลที่ไทย-มาเลเซีย และประเทศ เวียดนามอ้างสิทธิทับซ้อนกันนั้น ตามเอกสารประกอบที่ได้มีการนําเสนอมันได้สะท้อน อะไรครับ ท่านประธานที่เคารพ ผู้ที่ไปทําหน้าที่การเจรจาจะรู้ทันทีเลยว่าประเทศไทยเรานั้น จะล้าหลังกว่าประเทศเพื่อนบ้านเมื่อเวลาไปวางแผนการเจรจาเรื่องการปักปันเขตแดน ไม่ว่าพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล หรือพื้นที่ทับซ้อนทางบก เหตุผลก็คือว่าเพื่อนบ้านของเรา รอบทุกด้านนั้น ล้วนแต่เปึนประเทศอาณานิคม แล้วก็มีความสามารถในการจัดทําแผนที่ ประเทศมาเลเซียก็เปึนอาณานิคมของประเทศอังกฤษ ประเทศกัมพูชา ประเทศลาว ประเทศเวียดนามก็เปึนของประเทศฝรั่งเศส ประเทศพม่าก็เปึนของประเทศอังกฤษ มีเพียงประเทศไทยของเราชาติเดียวเท่านั้นที่เปึนชาติที่มีเอกราช แต่เราก็ยอมรับ ความเปึนจริงว่าเล่ห์เหลี่ยม เล่ห์กลของบรรดาเจ้าอาณานิคมทั้งหลายนั้นนําพาสู่ ความเสียเปรียบของคนไทยทั้งสิ้น ท่านประธานคงจะแลเห็นนะครับว่า ประเทศมาเลเซีย ประกาศไหล่ทวีปด้านอ่าวไทยในป้ ๒๕๐๙ ประเทศเวียดนามประกาศป้ ๒๕๑๔ และ ยืนยันอีกครั้งป้ ๒๕๒๐ ประเทศไทยประกาศหลังเพื่อน คือป้ ๒๕๑๖ ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าในเขตพื้นที่ทับซ้อนไม่ว่าทางบกกับทางทะเลนั้นเวลานี้ทางบก รอบตะเข็บชายแดนทั้งหมดเราก็ปักปันเขตแดนไม่แล้วเสร็จเปึนส่วนใหญ่ที่เรียกว่าเขตพื้นที่ ทับซ้อน ในทางทะเลก็ยังมีปัญหาจนถึงทุกวันนี้ ผมเองมีโอกาสได้รับความรู้จากรองแม่ทัพ ภาคที่ ๒ เขาบอกว่าหลักการในการปักปันเขตแดนนั้นความเชื่อของฝ์ายประเทศไทยนั้น ต้องให้ ๒ ประเทศนั้นมีความเจริญที่เท่ากันเสียก่อน แล้วจึงจะมีการปักปันเขตแดน จะเกิดผลสําเร็จ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการปักปันเขตแดนนั้นก็มีหน้าที่การเจรจากัน อย่างรุ่นแล้วรุ่นเล่า นี่เปึนปัญหา แต่ว่าแต่ละฝ์ายนั้นจะต้องไม่ก้าวล่วงในเขตที่อ้างสิทธิ ของในแต่ละประเทศซึ่งกันและกัน ท่านประธานคงจะแลเห็นนะครับว่าเดิมนั้นในการที่จะ ไปทําข้อตกลงอะไรก็ตามนั้น เราไม่ได้ใช้รัฐธรรมนูญอย่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เพราะฉะนั้นการเจรจาใด ๆ ก่อนหน้านี้หลายส่วนนั้นจึงไม่ได้รับการพิจารณาผ่านสภา แต่ว่าวันนี้เมื่อเรามาพูดเรื่องกรอบการเจรจาพื้นที่ทางทะเลในบรรยากาศที่รัฐบาล รับหลักการที่จะถอนเอ็มโอยูระหว่างไทย-กัมพูชาเรื่องเขตพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล มันก็ เปึนโอกาสดีว่าสภาแห่งนี้ควรจะวางกรอบให้รัฐบาลไปเจรจาอย่างมาตรฐานเดียวกัน วันนี้สิ่งที่รัฐบาลควรจะกระทําก็คือว่ารัฐมนตรีแต่ละคนที่ทําหน้าที่ก่อนนายกษิต ภิรมย์ นั้น ไม่ว่าจะเปึนนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ที่ไปร่วมตั้งแต่วางแนวกรอบเจรจาเบื้องต้น จนกระทั่งไปลงนามตอนนายสุรเกียรติ์ เจรจาตอนนายสุรินทร์นั้น ๒ รัฐมนตรีมีแนวความคิดอย่างไรที่ไปทํากรอบการเจรจา ทําบันทึกความเข้าใจ หรือเอ็มโอยู หรือจะเรียกอย่างไรก็ตามกับประเทศกัมพูชาว่าไป ตัดสินบนสถานการณ์อะไร แต่เมื่อรัฐบาลตั้งต้นว่าเราสามารถยกเลิกเอ็มโอยูที่ทํากับ ประเทศกัมพูชาไว้ได้นั้น ผมอยากเรียนไปยังท่านประธานไปถึงนายกษิต ภิรมย์ ว่าทําไม นายกษิต ภิรมย์ ไม่ไปยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชา ป้ ๒๕๔๓ ที่ไปยึดการปักปันเขตแดน โดยเอาแผนที่ของประเทศไทย ประเทศฝรั่งเศส ไม่ว่าป้ ๑๙๐๔ หรือป้ ๑๙๐๗ ซึ่งเปึนเหตุให้ประเทศไทยเสียดินแดนในปราสาทพระวิหาร ท่านประธานทราบไหมครับว่าการไปทําบันทึกความเข้าใจฉบับนี้นั้นทางกองทัพไทย เขามีความรู้สึกว่าอย่างไร เขามีความรู้สึกว่าไม่ถามทหารสักคํา ไม่ถามทหารบก ไม่ถามทหารเรือว่าไปทําข้อตกลง บันทึกความเข้าใจกันนั้นได้อย่างไร เพราะประเทศไทยเราเพิ่งมีบทเรียนเรื่องการเสีย ปราสาทเขาพระวิหาร ในป้ ๒๕๐๕ แต่ประเทศไทยก็ตามรอยโง่ซ้ําซาก ท่านประธานจะให้ ผมถอนอย่างไรก็ได้ แต่ผมบอกว่าประเทศไทยเราไปเสียดินแดนโง่ซ้ําซาก ทหารเขา มีความรู้สึกปรับทุกข์กันทันทีว่าถ้าขืนประเทศไทยไปยึดแผนที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเปึน เจ้าอาณานิคมของประเทศกัมพูชา ของประเทศลาว ของประเทศเวียดนาม หรือแม้กระทั่ง ประเทศอังกฤษกับประเทศมาเลเซียนั้น ประเทศไทยเราจะมีความเสียเปรียบ แต่ปรากฏว่า แทนที่ประเทศไทยของเรานั้นจะมีความสําเหนียกถึงบทเรียนกลับไปตามรอยโง่ที่เราเคย เสียดินแดนปราสาทเขาพระวิหาร นายกษิต ภิรมย์ ถ้าเมื่อคุณต้องการจะยกเลิกเอ็มโอยู ในเขตพื้นที่ทางทะเล วันนี้ต้องพูดให้ชัดว่าประเทศไทยเสียเปรียบกันอย่างไร เอกชน หน้าไหน ตระกูลใดไปได้ประโยชน์ในเขตพื้นที่ทับซ้อนดังกล่าว อย่าพูดคลุม ๆ เพราะว่า การมาพูดคลุม ๆ ใช้มิติทางการเมืองนั้นไม่เปึนประโยชน์อะไรกับประเทศไทยเลย ผมบอกว่ายกเลิกกันไปเถอะ แต่ว่าที่น่ายกเลิกที่สุดคือพวกคุณที่ไปทําความโง่ไว้ในการ ไปทําบันทึกความเข้าใจ ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงบอกว่าในการไปเจรจากรอบทางทะเล ระหว่างประเทศเวียดนามหรือประเทศมาเลเซียนั้น เราจะไปตามรอยอันนั้นอีกไม่ได้