สุรจิต ชิรเวทย เสนอแนะให้รัฐบาลจัดทำจดหมายแนบทาย (End note of ratification) เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องในข้อตกลงทวิภาคีไทย-ญี่ปุ่นที่ขัดกับอนุสัญญาบาเซล โดยระบุเงื่อนไขว่าหากมีความขัดแย้งระหว่างความตกลงการค้าเสรีกับการควบคุมสิ่งแวดล้อม ให้ใช้กฎหมายภายในและอนุสัญญาสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญเพื่อป้องกันปัญหาการนำเข้าขยะอันตรายข้ามพรมแดน
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ผม สุรจิต ชิรเวทย์ ส.ว. สมุทรสงคราม ความตกลงหุ้นส่วนการค้าอาเซียน - ญี่ปุ์น ฉบับนี้เปึนสัญญาฉบับแรกที่มาผ่านรัฐสภาของเราตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้ ผมได้ศึกษากับ ผู้เฝัาดูข้อตกลงการค้าเสรี ท่านก็บอกว่าความตกลงนี้ดีกว่าความตกลงทวิภาคีไทย - ญี่ปุ์น ที่ทําไปสมัยรัฐบาลท่านสุรยุทธ์ ขออภัยที่เอ่ยนามเล็กน้อย ก็คือถ้าเราพูดถึงสิ่งที่ดีกว่าในสิ่งที่ แย่ได้นะครับ อย่างไรก็ตามญี่ปุ์นเปึนประเทศคู่ค้าใหญ่อันดับสองของเรารองจากสหรัฐอเมริกา นะครับ แล้วก็เปึนผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แต่ว่าข้อกังวลในกรรมาธิการก็คือ มาตรา ๑๙๐ และมาตรา ๓๐๕ (๕) ซึ่งกรรมาธิการก็ได้บอกอย่างตรงไปตรงมาว่าไม่สามารถ ฟันธงได้ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะองค์กรที่จะบอกได้คือศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น อย่างไร ก็ตามข้อกังวลต่อไปก็คือมาตรการเยียวยาซึ่งอาจจะแผ่วเบาหรือเข้าถึงได้น้อย กระบวนการ มีส่วนร่วมซึ่งก็ค่อนข้างน้อย แต่ข้อกังวลที่สุดในหลาย ๆ ท่านก็คือขยะที่ตามข้อตกลงนี้กลายเปึน สินค้าที่สามารถซื้อขายได้นะครับ ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ์น ก็อย่างที่ทราบแล้วว่าญี่ปุ์นมีขยะปกติป้ละ ๕๐ ล้านตัน แล้วก็ขยะอุตสาหกรรมป้ละ ๕๐๐ ล้านตัน ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ์นและบริษัทกําจัดขยะ ก็ถูกฟัองอยู่เยอะในประเทศของเขาเองนะครับ เขาก็เลยได้ตั้งสถาบันขึ้นมาศึกษาเพื่อนําสิ่งนี้ ส่งออกไปกําจัดในต่างประเทศ อาจจะเปึนโรงงานกําจัดหรือส่งของใช้แล้วออกไปนะครับ
ประเด็นต่อไปก็คือว่าตรงนี้ยังไม่แจ่มแจ้งว่ากรอบเวลานี้มีอยู่มากน้อย แค่ไหนนะครับ เพราะว่าให้เวลากับสภานี้น้อยมากนะครับ คือถ้ามีเวลาทบทวน โดยเราไม่กลายเปึนคนเกเรหรือตีรวนไปก็น่าจะทบทวนนะครับ แต่ถ้าไม่มีเวลาเพียงพอ ก็น่าจะมีจดหมายแนบท้ายหรือเอนโน๊ตแนบเข้าไป ประเด็นที่กรรมาธิการพิจารณาก็คือว่า กรรมาธิการเองก็อยากให้ผ่านสภาโดยมีเงื่อนไขให้รัฐบาลรับข้อสังเกตไปด้วย แต่ว่าเราก็กลัวว่า รัฐบาลจะรับข้อสังเกต แต่ว่าไม่ได้นําไปปฏิบัติจริง เพราะฉะนั้นจึงขออนุญาตเสริมความเห็น ของคณะกรรมาธิการว่าหากไม่มีทางเลือกอื่นก็ต้องจัดให้มีการทําจดหมายแนบท้ายที่เรียกว่า เอนโน๊ต ออฟ แรติฟ่เคชั่น (End note of ratification) เพื่อระบุเนื้อหาเพิ่มเติมจุดข้อบกพร่อง ของข้อตกลงนี้ให้ชัดเจนขึ้นในการตีความ เพราะว่าในส่วนที่ว่าด้วยการนําเข้าของเสีย ในระหว่างประเทศสมาชิก ช่องว่างของข้อตกลงนี้ปรากฏอยู่ในอาร์ทิเคิล ข้อกําหนดที่ ๑๐ ซึ่งบัญญัติว่า ในกรณีที่มีความไม่สอดคล้องกันระหว่างความตกลงฉบับนี้กับความตกลง ดับเบิ้ลยูทีโอนะครับ ความตกลงดับเบิ้ลยูทีโอจะมีผลเหนือกว่าในเฉพาะส่วนที่ไม่สอดคล้องกัน ในขณะที่เราเปึนประเทศภาคีอนุสัญญาบาเซลหรือความตกลงสิ่งแวดล้อมอื่น หากเกิดปัญหา ข้อขัดแย้ง ข้อตกลงอาเซียน - ญี่ปุ์นกําหนดให้ความตกลงดับเบิ้ลยูทีโอเหนือกว่า คือเรา จะไม่สามารถควบคุมดูแลขยะของเสียอันตรายข้ามพรมแดนได้ เพราะว่ามันได้กลายเปึน สินค้าไป ซึ่งเราจะไม่สามารถกีดกัน ตรงนี้ก็อยากจะให้ใช้โอกาสนี้ไปทําการแก้ไขข้อบกพร่อง ของข้อตกลงทวิภาคีการค้าเสรีไทย - ญี่ปุ์น เพราะว่าจะทําให้ไทยเปึนประเทศที่ทิ้งขยะได้ แม้ที่ผ่านมาจะมีเพียงเอกชน ๒ ราย ที่เอาขยะเข้ามาจัดการในประเทศไทย แต่พบว่า เปึนการอ้างใช้สิทธิ เขาไม่ได้อ้างการใช้สิทธิลดภาษีศุลกากรอะไรทั้งสิ้น เพราะเขาส่งมาเปึน สินค้า มันก็เลยไม่ปรากฏในนั้นนะครับ แล้วก็ยังมีการนําเข้าอื่น ๆ เปึนเสมือนสินค้า เช่น ยางเก่า ขยะอิเล็กทรอนิกส์ แบตเตอรี่ อะไรอย่างที่ว่าแล้วนะครับ นั่นหมายความว่า ปัญหาเก่ายังไม่ได้รับการแก้ไข ในขณะเดียวกันก็น่าจะใช้โอกาสนี้หากรัฐสภาลงมติไป ตามความตกลงเอเจเซปอันนี้ โดยไม่แก้ไขปัญหาอันนี้ให้ชัดเจนว่าถ้าเกิดความขัดแย้งจะใช้มาตรฐานไหน เพราะว่า ความตกลงการค้าไทย - ญี่ปุ์นนั้นทําโดยไม่ได้ผ่านสภา แต่ว่าอันนี้เปึนสัญญาที่ผ่านสภา เราจึงน่าจะใช้โอกาสนี้แก้ไขข้อบกพร่องก่อนหน้านี้ แนวทางแก้ไขก็คือในการให้สัตยาบัน สนธิสัญญานี้ควรจะมีจดหมายแนบท้ายหรือเอนโน๊ตที่ว่านี้เปึนกลไกปกติในการจัดสัญญา ระหว่างประเทศ หากมีจดหมายแนบท้ายโดยมีเนื้อหาว่าประเทศไทยยืนยันสิทธิที่จะใช้ กฎหมายภายในและความตกลงด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศในการควบคุมการนําเข้าขยะ ของเสียและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม หากมีปัญหาข้อขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างเอเจเซป ก็ให้ถือจดหมายแนบท้ายนี้เปึนสําคัญนะครับ ซึ่งตรงนี้ฟ่ลิปป่นส์เขาก็ถกปัญหานี้กันอยู่ สถานะปัจจุบันนี้มีสิงคโปร์ประเทศเดียวที่ให้สัตยาบัน นอกนั้นยังอยู่ในขั้นตอนทางกฎหมาย ของประเทศภาคีต่าง ๆ ก็หวังว่าถ้าไม่มีทางเลือกอื่นก็ขอวิงวอนเพื่อนสมาชิกได้โปรดพิจารณา โดยเพิ่มเติมเงื่อนไขให้รัฐบาลไทยโดยกระทรวงการต่างประเทศแจ้งการให้สัตยาบันโดยมี เอนโน๊ตหรือจดหมายแนบท้าย เพื่อตีความว่าหากเกิดข้อขัดแย้ง เพื่อไม่ลดน้ําหนักของ อนุสัญญาบาเซลก็ให้จดหมายแนบท้ายของเราตามที่เราระบุนี้ จะได้ไม่มีปัญหาในการตีความ เมื่อเกิดปัญหาเรื่องนี้ขึ้น ขอบพระคุณ