รสนา ยันข้อตกลงเอเจเซปเป็นภาพลวงตา ไทยขาดดุล-เสี่ยงขยะถล่มโลก จี้พิจารณาข้อเสนอ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๖ ตุลาคม ๒๕๕๑

รสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภา แสดงความเห็นคัดค้านข้อตกลงเอเจเซป โดยชี้ว่าผลดีทางเศรษฐกิจอาจเป็นภาพลวงตา ไทยขาดดุลการค้ากับญี่ปุ่นต่อเนื่อง และเกรงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่รุนแรง โดยเฉพาะประเด็นขยะซึ่งไทยจะกลายเป็นถังทิ้งขยะของโลกเนื่องจากศักยภาพในการกำจัดต่ำ พร้อมยกตัวอย่างปัญหาการกักเก็บของเสียอุตสาหกรรมและข้อมูลศุลกากรที่ไม่สอดคล้องกัน รวมถึงเรียกร้องให้พิจารณาข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการอย่างรอบคอบก่อนลงสัตยาบัน

นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณค่ะ ดิฉัน รสนา นะคะ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันเองอยากให้ความเห็นเกี่ยวกับ ข้อตกลงของเอเจเซป ดิฉันคิดว่าสิ่งที่เราได้พูดกันถึงผลดีในเรื่องทางเศรษฐกิจนั้น รวมทั้งจีดีพีที่จะเพิ่มขึ้นจากการทํา ข้อตกลงเอเจเซปนั้นอาจจะเปึนภาพลวงตานะคะ แต่ว่าสิ่งที่เราได้เห็นในรายงานฉบับนี้ได้ระบุ ว่าไทยขาดดุลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องกับญี่ปุ์น ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๕ ถึง ป้ ๒๕๕๐โดยเฉพาะ ในป้ ๒๕๕๐ นั้นเราขาดดุล ๗,๒๙๖ ล้านเหรียญ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าการที่เราจะทําสัญญา เอเจเซปหรือลงสัตยาบันอันนี้ มีความจําเปึนต้องพิจารณาให้รอบคอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นเกี่ยวกับผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม แล้วดิฉันคิดว่าทางคณะกรรมาธิการ ที่ได้พิจารณาเรื่องนี้ก็ไม่ได้มีข้อเสนอให้กับพวกเราอย่างจริงจังว่า จากการที่ท่านได้ศึกษาแล้ว ท่านเห็นอย่างไร ดิฉันคิดว่าสิ่งที่ดิฉันตั้งข้อสังเกตคือ เราจําเปึนหรือไม่ที่จะต้องรีบลงสัตยาบัน ในเรื่องนี้ ในขณะที่การทําทวิภาคีอย่างเจเทปปา เวลานี้ในอาเซียนอย่างประเทศฟ่ลิปป่นส์ ก็ยังไม่ได้ลงนามเลย หรือเอเจเซปก็มีแค่ประเทศสิงคโปร์เท่านั้น มีความจําเปึนขนาดไหน ที่ประเทศไทยจะต้องรีบลงนาม ในขณะที่ประเด็นปัญหาเกี่ยวกับเรื่องขยะนั้นเปึนปัญหา ที่สําคัญมาก โดยเฉพาะมาตรา ๒๕ ข้อไอ กับข้อเจ ที่มีสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้พูดถึง ดิฉัน ไม่ทราบว่าท่านจะเห็นรายละเอียดตรงนี้หรือเปล่า จออาจจะไม่สามารถที่จะทําให้เห็นได้ชัดเจน ดิฉันคิดว่าข้อเสนอในเรื่องของขยะต่าง ๆ นั้น มันจะทําให้ประเทศไทยนั้นกลายเปึนประเทศ ที่ทิ้งขยะของทั่วโลก เพราะว่าการทําสัญญาข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ ประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยส่วนใหญ่ในเวลานี้เขาต้องการจะหาที่ทิ้งขยะจากการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศญี่ปุ์นมีขยะจากอุตสาหกรรมป้ละ ๔๐๐ ล้านตัน ในขณะที่ ประเทศไทยมีขยะจากอุตสาหกรรมนั้นเพียงป้ละ ๒ ล้านตัน ศักยภาพของเราในการกําจัด ขยะนั้น มีเพียงครึ่งเดียวคือ ๑ ล้านตัน เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าของเสียต่าง ๆ อันนี้ของญี่ปุ์น นะคะ ญี่ปุ์นเวลานี้เปึนประเทศที่ประสบปัญหาเรื่องขยะ ซึ่งอาจจะไม่ใช่แค่ญี่ปุ์นประเทศเดียว ประเทศที่มีการพัฒนามาแล้ว โดยส่วนใหญ่แล้วปัญหาสําคัญที่สุดของเขาก็คือปัญหาเกี่ยวกับ ขยะ การทิ้งขยะของเขากําจัดยากมาก สมัยก่อนขยะด้านของอุตสาหกรรมยาของเขานั้น ส่งมาประเทศไทยเสียภาษี ๓๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเขาไม่คุ้ม แต่พอทําสัญญาทวิภาคีแล้ว ภาษีกลายเปึนศูนย์ แล้วในมาตรา ๒๕ ข้อไอกับข้อเจ เรายอมรับขยะทุกประเภทเปึนสินค้า ซึ่งก็คือการที่เราเป่ดทางประเทศเราให้เปึนถังขยะของโลก เราพร้อมหรือไม่ที่เราจะเป่ดประเทศ เราให้เปึนถังขยะของโลก การเจรจาการค้าเสรีกับญี่ปุ์น ถ้าเราต่อรองให้เอาสินค้าเรื่องข้าว ขึ้นมาเปึนข้อตกลง ญี่ปุ์นเขาเลิกเจรจาเลย ทําไมเขาถึงได้ปกปัองเกษตรกรของเขา ในขณะที่ ประเทศไทยทําไมเราไม่ต่อรองที่จะเอาข้อ ๒๕ ไอกับเจ ออกไป เพราะว่านั่นคือสิ่งที่เขาต้องการ มากที่สุดในการที่จะส่งของเสียต่าง ๆ เข้ามาในประเทศของเราในรูปของสินค้า แล้วเวลานี้สินค้า ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของเสียจากเทศบาลก็จะส่งมาให้กับเรา ของเสีย พวกจอคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ดิฉันเองสงสัยนะคะว่า ในหน้า ๒๖ หน้า ๒๗ ของเอกสารข้อสังเกต ของกรรมาธิการชุดนี้ รู้สึกว่าจะระบุสิ่งที่เปึนประโยชน์กับประเทศญี่ปุ์นค่อนข้างมากนะคะว่า กลายเปึนประเทศไทยส่งออกของเสียไปญี่ปุ์นถึง ๑,๙๗๔.๖ ตัน ในขณะที่เรารับของเสีย จากญี่ปุ์นเพียงแค่ ๒๗.๔ ตัน ดิฉันเองอยากให้ดูข้อเท็จจริงนะคะว่ามันจริงหรือเปล่า เอกสาร อันนี้เปึนเอกสารที่ได้มาจากศุลกากร ตัวเลขเยอะ ๆ ข้างหน้านี้ เปึนพิกัดศุลกากร ตัวเลขทั้งหมดเกี่ยวกับการนําเข้าพวกอุปกรณ์ของเสียต่าง ๆ พวกจอคอมพิวเตอร์ที่เข้ามา จํานวนดูคร่าว ๆ แค่นี้มากกว่า ๒๐๐ ตัน แต่ในข้อสังเกตของคณะกรรมการชุดนี้บอกไว้เพียงแค่ ๑๔ ล้านตัน ดิฉันคิดว่าสิ่งนี้เปึนข้อมูล ๒๗.๔ ตัน ดิฉันคิดว่าน่าจะเปึนสิ่งที่ไม่น่าจะเปึนจริง และลองดูว่าประเทศเรานี้การที่เราสามารถกําจัดขยะได้เพียงครึ่งเดียวที่เหลืออีกครึ่งหนึ่ง ก็จะเอาไปทิ้งตามทุ่งนาแบบนี้ เพราะฉะนั้นเราต้องการ ให้ประเทศของเรานั้นเปึนถังขยะ ของโลกหรือเปล่า จังหวัดสระบุรีเปึนจังหวัดที่มีอุตสาหกรรมการกําจัดของเสียเยอะมาก ดิฉันเองอยู่ในกรรมาธิการตรวจสอบทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล เราได้ตรวจสอบ บริษัท เบตเตอร์ เวิล์ด กรีน ที่กําจัดขยะของเสียอุตสาหกรรม ตั้งมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ ชาวบ้าน ร้องเรียนว่าก่อความเดือดร้อนทางสิ่งแวดล้อมให้กับชาวบ้านมาหลายป้มากเลย ร้องเรียน ทุกจังหวัด ร้องเรียนทุกหน่วยงาน ปรากฏว่าไม่มีการแก้ไขปัญหาเลย เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเราได้ เชิญผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีเข้ามา ท่านก็ไม่ได้มานะคะ ท่านส่งตัวแทนมา ปรากฏว่าไม่ได้มี ผลในการที่จะแก้ปัญหา แล้วก็พอเราบอกว่าการที่เขาก่อปัญหาความเดือดร้อน การกําจัด ไม่มีมาตรฐาน โรงเก็บขยะเปึนพื้นที่เป่ด แล้วยังให้ชาวบ้านเอาขยะไปคัดแยกอีกด้วย สิ่งเหล่านี้ ได้ก่อความเสื่อมเสีย สูญเสียให้กับสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ แต่ปรากฏว่าพอเราเสนอว่าควรจะป่ดสัก ๑๕ วัน ปรากฏว่าข้าราชการรู้สึกจะตื่นตัวขึ้นมาทันทีในการที่จะแก้ แก้ให้กับทางบริษัทนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้มันเปึนปัญหาอย่างยิ่ง เพราะว่าแค่ขยะในประเทศเราเองเราก็ ยังจัดการไม่ได้ แต่ถ้าเราเป่ดประเทศเสรีขณะนี้ให้ทุกคนเอาขยะมาทิ้งบ้านเรา ดิฉันคิดว่าเรา ควรจะห่วงใยคนในประเทศ มีคําพูดหนึ่งที่เขาบอกว่าเงินทองเปึนของมายา ข้าวปลา เปึนของจริง ขยะก็ของจริงนะคะ แล้วก็เปึนสิ่งที่เราจะต้องสํานึกในเรื่องนี้ว่าเราในฐานะสมาชิก ของรัฐสภาเราจะต้องมาพิจารณาให้สัตยาบรรณในเรื่องนี้ในระยะเวลาที่จํากัดมาก ทําไมเราจะต้องเปึนตราแสตมปี (Stamp) เปึนตรายางให้กับการลงสัญญาสัตยาบันอันนี้ด้วย ดิฉันเองอยากจะเรียกร้องเพื่อนสมาชิกรัฐสภาทุกท่านว่าเราจะรับบาปอันนี้มาที่ตัวเราหรือไม่ มีความจําเปึนหรือไม่ที่จะต้องรีบลงสัตยาบัน ถ้าหากจะลงสัตยาบันเราจะคิดวิธีการที่จะให้ ประเทศชาติได้ประโยชน์มากกว่านี้ได้หรือไม่ โดยการกําจัดข้อที่จะเกิดปัญหากับประเทศ ของเราลงไป หรือไม่อย่างนั้นดิฉันคิดว่าข้อที่ ๑. ดิฉันเสนอเพื่อนสมาชิกทุกท่านผ่านทาง ท่านประธานว่าขอให้ชะลอการลงนามออกไป และให้เจรจาต่อรองนะคะว่าให้ตัดข้อ ๒๕ ข้อไอ ข้อเจ ออกไป ถ้าต่อรองไม่ได้ดิฉันคิดว่าทําไมญี่ปุ์นถึงสามารถไม่เอาข้าวเข้ามาอยู่ ในข้อตกลงได้ เราก็คงจะสามารถทําได้เช่นเดียวกันนะคะ เราควรจะพิจารณากรอบที่ทําให้เรา ได้ประโยชน์มากที่สุด

ข้อที่ ๒ อนุสัญญาบาเซลอาจจะเปึนประโยชน์กับเราได้ โดยเฉพาะบทแก้ไข ในอนุสัญญาบาเซล (Basel) ที่เราเรียกว่า แบนด์ อเมนด์เมนท์ (Band Amendment) ญี่ปุ์นเอง ไม่ยอมลงนามนะคะ ดิฉันคิดว่าประเทศไทยควรจะไปลงสัตยาบันในอนุสัญญาข้อนี้เสียก่อน ลงสัตยาบันในบทแก้ไขในอนุสัญญาบาเซลเสียก่อน ก่อนที่จะมาตกลงในเรื่องของเอเจเซปอันนี้ นะคะ

ข้อต่อมาถ้าหากว่าในที่นี้เห็นว่าจําเปึนจะต้องรีบผ่าน ดิฉันคิดว่า ๑. ต้องตั้ง ข้อสงวนเอาไว้ ข้อสงวนในการให้สัตยาบันความตกลงของเอเจเซปก็คือ ๑. ความตกลง เอเจเซปไม่มีผลต่อการจํากัดสิทธิของประเทศไทยในการบังคับใช้กฎหมายภายในของไทย อนุสัญญาบาเซลหรือความตกลงด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ที่ไทยเปึนภาคีสมาชิกในปัจจุบัน หรือในอนาคต ข้อ. ๒ ในกรณีที่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น ความตกลงเอเจเซปจะไม่มีผลจํากัดสิทธิ และพันธกรณีภายใต้ความตกลงพหุภาคีด้านสิ่งแวดล้อมที่ประเทศไทยเปึนภาคีสมาชิก ในปัจจุบันหรือในอนาคต ดิฉันคิดว่าต้องดูทั้ง ๓ เรื่องนะคะ

ข้อที่ ๑ ขอให้ชะลอการลงสัตยาบันไปก่อน แล้วดูข้อความต่าง ๆ นี้ ให้ประเทศไทยได้ประโยชน์มากที่สุด

ข้อที่ ๒ ขอให้เราลงสัตยาบันในบทแก้ไขในอนุสัญญาบาเซลที่เรียกว่า แบนด์ อเมนด์เมนท์ เสียก่อน

ข้อที่ ๓ ถ้าจําเปึนจะต้องลง ขอให้ลงอย่างมีเงื่อนไข คือให้มีข้อสงวนต่อท้าย เรื่องนี้ด้วย แต่ดิฉันเองอยากจะขอเรียนไปถึงเพื่อนสมาชิกทุกท่านว่าเราควรจะพิจารณาเรื่องนี้ อย่างรอบคอบ เพราะว่าสิ่งนี้มันมีผลต่ออนาคตอันยาวไกลของประเทศไทย เราคงไม่ต้องการ ที่จะส่งอาหารไปเลี้ยงโลกในฐานะครัวโลก แล้วก็เปึนถังขยะของโลกที่จะให้ทุกประเทศนั้น ส่งขยะเข้ามากําจัดในประเทศไทยโดยที่เรายังไม่มีความพร้อม ขอบคุณค่ะ