มณเฑียร บุญตัน หารือเรื่องผลกระทบของความตกลงทางเศรษฐกิจต่อกลุ่มคนพิการ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติครับ กระผม มณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา กระผมได้ขออภิปรายไว้ ซึ่งต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสผม ประเด็นที่ผมอยากจะขออภิปรายนั้นไม่ได้เปึนประเด็นที่จะให้น้ําหนักว่าจะเปึนการสนับสนุน หรือไม่สนับสนุนหนังสือสัญญานี้เท่าไรเท่ากับว่าสาระสําคัญในบางส่วนที่ผมคิดว่าน่าจะได้ กล่าวถึงบ้าง แต่ว่าหนังสือสัญญานี้ไม่ได้กล่าวถึงเผื่อว่าต่อไปในอนาคตมีการทบทวน มีการ ปรับปรุงก็จะได้มีการหยิบยกเอาสิ่งที่ผมจะได้กล่าวต่อไปนี้ไปพิจารณาประกอบด้วยได้นะครับ ในการที่กลุ่มประเทศมีความตกลงทางเศรษฐกิจนั้นย่อมจะมีผลกระทบต่อสังคม แล้วก็คุณภาพ ชีวิตของประชาชนทั้ง ๒ ฝ์าย ไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของญี่ปุ์นกับอาเซียนนั้น มีตัวอย่างให้เห็นหลายประการที่ได้เกิดความร่วมมือ ได้เกิดการทํางานอันเปึนประโยชน์ต่อ การพัฒนาด้านสังคม แล้วก็คุณภาพชีวิตของประชาชน ในส่วนที่กระผมมีความใกล้ชิด มากที่สุดก็คือเรื่องของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการ ในระยะเวลาหลายป้ที่ผ่านมานั้น ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ์นได้เอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการอย่างเปึนรูปธรรม มีความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลญี่ปุ์น จนนําไปสู่การจัดตั้ง ศูนย์พัฒนาและฝ๊กอบรมคนพิการแห่งเอเชียแปซิฟ่ก ซึ่งก็เปึนประโยชน์ต่อทั้งคนในประเทศไทย และคนทั้งภูมิภาค นอกจากนี้ก็ยังมีโครงการอื่น ๆ โครงการแลกเปลี่ยนอีกเปึนจํานวนมาก กระผมก็เลยคิดว่าในความตกลงที่จะเกิดขึ้นนี้น่าที่จะได้คํานึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ต่อกลุ่มประชากรกลุ่มนี้ แม้ว่าในสายตาของผู้กําหนดนโยบายอาจจะมองว่าเปึนกลุ่มเปัาหมาย จํานวนไม่มาก แต่แท้ที่จริงแล้วจํานวนคนที่ถือว่าเปึนคนพิการนั้นมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในประเทศไทยขณะนี้แม้ว่าจะมาจดทะเบียนแสดงตัวตนเอาไว้แค่ ๘ แสนคนเศษเท่านั้นเอง แต่ว่าถ้าเปึนสถิติที่องค์การอนามัยโลกได้ประมาณการเอาไว้ก็ถือว่ามีประมาณร้อยละ ๑๐ ของประชากรทั้งหมด ก็เท่ากับว่าประเทศไทยมีคนพิการถึง ๖ ล้านคนเศษ และนับวันยิ่งจะ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะคนสูงอายุมีมากขึ้น ตายช้าลง ประสบอุบัติเหตุมากขึ้นและตายช้าลงอีก แล้วก็ประสบกับพิษภัยต่าง ๆ ในเรื่องของการพัฒนาทางเศรษฐกิจ แล้วก็ตายช้าลง เพราะฉะนั้นความพิการที่จะเกิดขึ้นในสังคมนี้ย่อมมีทั้งเหตุและผลกับความตกลงกับ ทางเศรษฐกิจใด ๆ เมื่อสักครู่ได้มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้พูดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม ก็เปึนเหตุเปึนผลกับเรื่องของ สาเหตุแห่งความพิการ แล้วคนพิการที่พิการอยู่แล้วก็มักจะตกเปึนเหยื่อในเรื่องของ ความไม่ลงตัวเกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อมมากพอสมควร กระผมขอยกตัวอย่างนะครับว่า อาจจะเนื่องมาจากความตกลงหรือไม่ก็แล้วแต่ ความร่วมมือทางด้านการให้ความช่วยเหลือ ทางการเงิน การกู้ยืม หรือทางเทคนิคใด ๆ ก็ตามที่ประเทศไทยเราเคยมีกับต่างประเทศ โดยเฉพาะกรณีอย่างญี่ปุ์นในอดีต ถ้าประเทศไทยจะได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องประเด็น ทางสังคมมากกว่านี้เสียหน่อย ก็คงจะไม่เกิดปัญหาขึ้น ตัวอย่างที่ง่ายที่สุด ก็คือกรณีของ สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งได้รับเงินช่วยเหลือจากเจบิ อันนี้ผมได้ติดตามมาตั้งแต่เริ่มแรก กรณีของ สนามบินสุวรรณภูมินั้นถ้าการก่อสร้างจะได้ดูแบบอย่าง การก่อสร้างสนามบินหรือสถานที่ ที่เปึนสาธารณะให้บริการแก่คนพิการ ผู้สูงอายุหรือผู้เสียเปรียบในสังคม นอกจากจะได้รับ ความช่วยเหลือทางด้านการกู้ยืมเงินมาทําการก่อสร้างแล้ว ถ้าจะได้คํานึงถึงสิ่งเหล่านี้บ้าง ก็คงจะไม่มีปัญหาตามมาจนถึงปัจจุบันนี้ เพราะปรากฏว่าแม้ว่าสนามบินสุวรรณภูมิเราจะสร้าง เสร็จทีหลังสนามบินของประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศก็ตาม ก็ยังมีความขาดตกบกพร่องอยู่ เปึนจํานวนมาก ขาดสิ่งอํานวยความสะดวกสําหรับคนพิการ ผู้สูงอายุ แล้วก็ผู้โดยสารทั่วไป เรื่องนี้ผมได้ปรารภกับทางเจบิกภายหลังที่ได้จัดสร้างสนามบินเสร็จแล้ว ซึ่งขณะนี้ก็กําลังจะมี โครงการขนาดใหญ่เกิดขึ้นอีก ผมก็คิดว่าคงจะต้องมีการหารือเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ผมอยากจะให้ทางรัฐบาลได้ให้ความสนใจกับเรื่องเหล่านี้มากขึ้น ทั้งในแง่ของการกําหนด เงื่อนไขของการนําเข้าสินค้า ซึ่งปรากฏว่าในญี่ปุ์นขณะนี้มาตรฐานอุตสาหกรรมหรือมาตรฐาน การผลิตสินค้าในประเทศญี่ปุ์นนั้น ได้กําหนดขึ้นเพื่อรองรับอนาคตของสังคมญี่ปุ์น ซึ่งจะ ก้าวไปสู่สังคมผู้สูงอายุต่อไป แต่ปรากฏว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวนั้นยังไม่เกิดในประเทศไทย แม้ว่าเราจะมีกฎหมายที่ก้าวหน้าที่สุดประเทศหนึ่งในภูมิภาคนี้แล้วก็ตาม แต่ความเคลื่อนไหว ทางเศรษฐกิจ ความเคลื่อนไหวในวงการอุตสาหกรรมนั้นเปึนความเคลื่อนไหวเฉพาะหน้าทั้งสิ้น การผลิตสินค้าในปัจจุบันก็ไม่ได้เปึนการผลิตเพื่อรองรับความต้องการ จําเปึนของ กลุ่มเปัาหมายเฉพาะกลุ่มบางกลุ่ม เช่น สินค้าที่เปึนอุปโภค บริโภค ไม่ได้คํานึงถึงความต้องการ ของผู้สูงอายุ ของคนพิการของผู้ด้อยโอกาส เปึนต้น เพราะฉะนั้นในบางกรณีอาจจะต้องมี ความจําเปึนต้องนําเข้าสินค้าเหล่านี้จากประเทศญี่ปุ์น กรอบการกําหนดภาษี การนําเข้าสินค้า เหล่านี้ ก็ควรจะต้องได้รับการพิจารณาให้เหมาะสม ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าเราจําเปึนจะต้อง นําสินค้าจากประเทศญี่ปุ์นเข้าอยู่เสมอ หากประเทศไทยตื่นตัวมีการวิจัยพัฒนาที่เปึน การรองรับความต้องการในอนาคตมากขึ้น เราก็อาจจะไม่จําเปึนต้องนําเข้า เราก็สามารถ ผลิตขึ้นเองในประเทศไทย แต่ตราบใดที่ยังไม่มีการผลิตขึ้นในประเทศไทย ยังต้องนําเข้าอยู่ อัตราภาษีก็ควรจะต้องมีความเหมาะสม ควรจะต้องเปึนประโยชน์ต่อการบริโภค ในประเทศของเรา อีกเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าจะเปึนประโยชน์ไม่มากก็น้อย ก็คือเรื่องของ การถ่ายทอดเทคโนโลยีในเรื่องของสิ่งอํานวยความสะดวกสําหรับคนพิการ สําหรับผู้สูงอายุ โดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งประเทศญี่ปุ์นได้มีความก้าวหน้า ไปเปึนอันมาก เพราะว่าได้คํานึงถึงเรื่องของอนาคตอย่างที่ผมว่าไว้แล้ว ถ้าหากประเทศไทย และอาเซียนจะได้คํานึงถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อการวิจัยและพัฒนาให้เกิดประโยชน์ ต่อการใช้เทคโนโลยีด้านนี้ในภาษา ซึ่งเปึนภาษาของเราเองที่ใช้กันในกลุ่มประเทศอาเซียน แล้ว ก็จะเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ในการที่พลเมืองของเราซึ่งเชื่อได้ว่าในอนาคตอีก ๑๐ ป้ ๒๐ ป้นั้น จะมีจํานวนผู้สูงอายุใกล้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากร แล้วผู้สูงอายุจํานวนเหล่านี้ ก็จะมีเปึนจํานวนมากที่เปึนคนพิการ ซึ่งถ้ารวมกับคนพิการในวัยอื่นแล้วเท่ากับว่าเราจะมีคนที่ประสบความยากลําบาก ในการดํารงชีวิตเปึนจํานวนมาก ถ้าเราไม่มีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่จะเปึนประโยชน์ ต่อการดํารงชีวิตของคนเหล่านี้ภายในกลุ่มประเทศอาเซียนเองหรือในประเทศไทยเองก็ตาม เพราะฉะนั้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อให้เราเปึนผู้ผลิตเปึนผู้วิจัยและพัฒนาให้เหมาะสม กับภาษา วัฒนธรรมและความเปึนอยู่ของคนในกลุ่มประเทศอาเซียนเองเปึนสิ่งที่มีความจําเปึน อย่างยิ่ง และการนําหนังสือซึ่งเปึนหนังสือสัญญาเปึนความตกลงนี้ไปสู่การปฏิบัติก็ควรจะต้อง ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้มากขึ้นกว่าเดิมด้วยนะครับ ผมคิดว่าประเด็นที่ผมได้กล่าวมาแล้วนี้ ก็คงจะเปึนประโยชน์ไม่มากก็น้อยในการที่หากว่าในการทําความตกลงในครั้งนี้ไม่สามารถที่จะ แก้ไขสิ่งใดได้แล้วอย่างน้อยที่สุดในการนําไปสู่การปฏิบัติก็จะได้คํานึงถึงประเด็นเหล่านี้ไว้บ้าง เพราะว่าหากไม่ได้คํานึงอะไรเลยนะครับ ไม่ได้คิดอะไรไว้เลยหรือแม้กระทั่งไม่ได้เตรียมการ แก้ไขปรับปรุงในอนาคตเราจะเปึนสังคมที่มีแต่ความยุ่งยากลําบาก เราจะเปึนสังคมที่ประชาชน ส่วนหนึ่งไม่สามารถจะดํารงชีวิตอยู่ได้ เราจะเปึนสังคมที่มีแต่ความเสียเปรียบและเรา ไม่สามารถที่จะคุยได้ว่าเราเปึนสังคมที่มีน้ําใจมีความเอื้ออาทรเพราะมันเปึนคําพูดแต่ปาก เท่านั้นเอง ขอบคุณมากครับ