พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ หารือเรื่องความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น พร้อมขอให้ท่านประธานสภาอนุญาตทบทวนข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อ 25 ไอ (I) และเจ (J) ในข้อตกลงนั้น นอกจากนี้ยังหารือเรื่องขยะอันตรายที่จะถูกส่งออกจากญี่ปุ่นเข้ามาในประเทศไทยและวิธีการจัดการขยะเหล่านี้อย่างเหมาะสม
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหาภาควิชาชีพ ดิฉันคงจะยินดีสนับสนุนความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์น ตามที่คณะรัฐมนตรี ได้เสนอมา ทั้งได้มีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อ ๒๕ ไอ (I) และเจ (J) ในข้อตกลงนั้น ข้อ ๒๕ เปึนข้อที่ ระบุเกี่ยวกับชนิดของสินค้าต่าง ๆ ที่ได้มาทั้งหมดหรือที่มีการผลิตทั้งหมดในประเทศภาคี ซึ่งตามข้อตกลงจะต้องไม่ให้มีกําแพงภาษีหรือมาตรการจํากัดปริมาณมากีดขวางการค้าขาย สินค้าเหล่านี้ สินค้าในข้อไอและข้อเจเปึนสินค้าที่ระบุไว้ดังนี้ ขออนุญาตท่านประธานทบทวน นะคะ
ข้อไอ สินค้าเปึนของที่รวบรวมไว้ในประเทศภาคีนั้น ซึ่งไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป ตามความมุ่งมั่นประสงค์เดิมของสิ่งของนั้น หรือไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพเดิม ซ่อมแซม และเหมาะสําหรับการกําจัด การนํากลับคืนมาซึ่งชิ้นส่วนหรือวัตถุดิบ หรือการนํากลับมาใช้อีก เท่านั้น
ข้อเจ สินค้านั้นเปึนของที่ใช้ไม่ได้ และเปึนเศษที่ได้จากการผลิตหรือการผ่าน กระบวนการ ซึ่งรวมถึงการทําเหมือง การเกษตร การก่อสร้าง การเผา และการบําบัดสิ่งปฏิกูล หรือจากการบริโภคในประเทศภาคีนั้น และเหมาะสําหรับการกําจัดหรือการนํามาซึ่งวัตถุดิบ เท่านั้น
เมื่อเราพิจารณาดูความหมายที่แท้จริงของสินค้าในข้อไอและข้อเจก็คือของเสีย หรือขยะนั่นเอง ซึ่งรวมทั้งขยะที่เปึนพิษและขยะอันตรายจากกระบวนการอุตสาหกรรมและการ บริโภค ดังนั้นการรวมของเสียหรือขยะเข้าไว้ในความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์น ก็เปรียบเสมือนการสร้างวิธีที่ถูกต้องตามกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ ให้ขยะสามารถ เปลี่ยนแปลงเปึนสินค้า เคลื่อนย้ายจากประเทศหนึ่งไปสู่อีกประเทศหนึ่งได้โดยเสรี ทั้ง ๆ ที่ แต่ละประเทศควรจะรับผิดชอบขยะที่ประเทศของตนได้ผลิตขึ้นมาเองมากกว่าที่จะเอาไป เที่ยวทิ้งในประเทศอื่น ท่านประธานคงทราบดีว่าในเวลาใกล้เคียงกับที่ญี่ปุ์นพยายามผลักดัน ให้เกิดเขตการค้าเสรีกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอาเซียนนั้น ญี่ปุ์นก็ได้ใช้เงินสนับสนุนสถาบัน เพื่อยุทธศาสตร์ทางสิ่งแวดล้อมระดับโลก เพื่อศึกษาและเสนอนโยบายการสร้างเครือข่าย เขตรีไซเคิลระหว่างประเทศในเอเชีย (Asia) โดยเน้นการสนับสนุนให้เกิดตลาดข้ามพรมแดน สําหรับขยะรีไซเคิลและจัดพื้นที่ทางอุตสาหกรรม จัดการกับกําแพงภาษีเพื่อให้เกิดความสะดวกในการค้าขยะรีไซเคิลระหว่างประเทศ โดยที่ ประเทศที่มีเทคโนโลยีสูงกว่าจะถ่ายทอดไปยังประเทศที่ด้อยพัฒนา และกระจายโรงงาน รีไซเคิลของเหลือใช้จากประเทศตนไปสู่โรงงานในประเทศต่าง ๆ จากข้อมูลเหล่านี้ทําให้ พอคาดเดาได้ว่าสิ่งที่จะตามมาจากข้อตกลงเอเจเซป ก็คือการขยายตลาดข้ามพรมแดนระหว่าง ประเทศสําหรับขยะรีไซเคิล พร้อมไปกับการเป่ดเสรีขยะอันตรายซึ่งจะถูกปฏิบัติ สําหรับ ให้เหมือนกับสินค้าโดยทั่ว ๆ ไป ของเสียหรือขยะอันตรายเหล่านั้น ที่สําคัญและกําลังจะเปึน ปัญหาต่อไปก็คือชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ จําพวกโทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์เสริมพ่วง คอมพิวเตอร์ต่าง ๆ พวกนี้ รวมทั้งกากสารพิษต่าง ๆ ที่เหลือจากการเผาไหม้ของขยะ ประเทศไทยเราคงจะไม่พร้อมสําหรับขยะเหล่านี้จากประเทศอื่น เพราะสถานการณ์ของเรา ก็ย่ําแย่พออยู่แล้ว การควบคุมมลพิษประมาณว่าในป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ ประเทศไทยมีขยะ อิเล็กทรอนิกส์จําพวกโทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ และคอมพิวเตอร์ มากถึง ๓.๗ ล้านชิ้น และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในอัตราร้อยละ ๑๒ ต่อป้ ยังไม่รวม โทรศัพท์มือถือและแบตเตอรี่เสื่อมสภาพอีกป้ละประมาณ ๒๐ ล้านก้อน หากขยะอิเล็กทรอนิกส์ เหล่านี้กําจัดไม่ถูกวิธี สารอันตราย วัตถุอันตรายจะเข้าสู่สิ่งแวดล้อม และเปึนอันตรายต่อผู้คน จํานวนมาก เพราะขยะเหล่านี้มีส่วนผสมของโลหะหนักที่เปึนสารเคมีและสามารถเข้าสู่ระบบ นิเวศและระบบห่วงโซ่อาหารได้ ท่านประธานที่เคารพ เปึนที่ทราบอยู่ดีว่าประเทศญี่ปุ์นกําลัง ประสบปัญหาวิกฤตการมีขยะล้นประเทศ พื้นที่ของประเทศไม่เพียงพอต่อการฝังกลบ จึงต้องใช้ วิธีเผา จนกระทั่งมีเตาเผามากที่สุดในโลก ประเทศไทยในป้ ๒๕๔๖ ถึงป้ ๒๕๔๙ มีการนําเข้า เถ้าขี้แร่และเถ้าชนิดที่ไม่ระบุประเภทประมาณ ๓๐๐ กว่าล้านกิโลกรัม หรือ ๓ แสนตัน จากประเทศญี่ปุ์น สินค้าเหล่านี้ไม่มีการติดตามต่อว่ามีการขนส่งไปที่ใด เนื่องจากไม่ได้อยู่ ในรายการที่บังคับให้รายงานการครอบครอง ประเทศไทยของเรายังไม่มีระบบการควบคุมดูแล ของเสียอันตรายอย่างครบวงจร และพอเพียงที่จะรองรับกับปริมาณของเสียที่เพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็ว ของขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ประมาณร้อยละ ๙๐ ยังถูกรวมไปทิ้ง รวมกับขยะในชุมชนหรือแม้แต่ในอ่าวไทย ดังนั้นเราจึงไม่อยู่ในฐานะที่จะให้ข้อตกลงทางการค้า ที่ส่งผลกําไรเฉพาะกลุ่ม มาเพิ่มพิษภัยต่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของประชาชนส่วนใหญ่ ได้อีก ดิฉันจึงคิดว่าข้อตกลง ไอ และ เจ ในข้อตกลงในที่ ๒๕ ไม่ควรจะมีอยู่ ขอบคุณค่ะ