รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

กระหยิ่ม ศานต์ตระกูล หารือเรื่องปัญหาหลักของประเทศไทย 8 ประการ และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้เร็วๆ นี้ เพื่อให้ประเทศไทยมีความเจริญยั่งยืน โดยเสนอวิธีการแก้ไขด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงเทคโนโลยี สารสนเทศ และพลังงาน รวมถึงการสนับสนุนผู้ประกอบการ นักคิดค้น นักประดิษฐ์ และการพัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถสูงในการให้บริการผู้ประกอบการ นอกจากนี้ยังเสนอแนะการร่วมมือและประสานงานหน่วยงานต่าง ๆ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์ และเสนอแนะเพิ่มเติมนโยบายด้านพลังงาน โดยเน้นเฉพาะพลังงานทดแทนและพลังงานจากซากพืชซากสัตว์

นายกระหยิ่ม ศานต์ตระกูล สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายกระหยิ่ม ศานต์ตระกูล สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทําหน้าที่วุฒิสภา ก่อนอื่นผมใคร่จะขอเสนอปัญหาหรือจุดอ่อนที่สําคัญของประเทศไทย ซึ่งมี ๘ ปัญหาคือ ปัญหาเรื่องระบบเศรษฐกิจภายในของประเทศ อันที่ ๒ ปัญหาเรื่องการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ปัญหาที่ ๓ คือปัญหา เรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ปัญหาเรื่องระบบการศึกษา ปัญหาเรื่องประสิทธิภาพในการผลิตที่ต่ํามาก ปัญหาเรื่อง พลังงาน ปัญหาเรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ปัญหาเรื่องการลงทุนจากต่างประเทศ ดังนั้นปัญหาที่ผมได้กล่าวมานี้รัฐบาลอย่านิ่งนอนใจให้รีบแก้ไขปัญหาเหล่านี้เสีย เพื่อที่จะได้สร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยให้กลับมา สร้างความเจริญของ ประเทศให้ยั่งยืนตลอดไป ประเทศไทยก็จะกลับมามีความเจริญในที่สุดอีกทีหนึ่ง ให้สามารถแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ในเวทีโลกให้ได้เสียที ดังนั้นการรู้ปัญหาที่แท้จริง ของประเทศอย่างถูกต้องและเที่ยงธรรมนั้น จึงสามารถเข้าใจสาเหตุของปัญหาและ สามารถดําเนินการแก้ไขปัญหานั้นได้อย่างถูกต้อง ปัญหาทั้งหมดที่ผมกล่าวมานี้ผมขอ เน้นว่าจะต้องเข้าใจปัญหาและแก้ไขปัญหาให้ถูกต้องเท่านั้นถึงจะประสบผลสําเร็จได้

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงขออภิปรายในนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม อีกทั้งยังขออภิปรายในเรื่องของนโยบายทางด้านเทคโนโลยี สารสนเทศ และอภิปรายสั้น ๆ เกี่ยวกับนโยบายทางด้านพลังงานเพื่อที่จะสนับสนุน การทําหน้าที่ของรัฐบาลและฝ์ายค้าน ให้นโยบายที่รัฐบาลได้แถลงไปเมื่อเช้านี้ได้บรรลุผล สําเร็จได้อย่างรวดเร็ว ท่านประธานที่เคารพ ผมขอเริ่มด้วยนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งรัฐบาลได้มี ๔ นโยบาย จะเห็นได้ว่าหลายสิบป้ที่ผ่านมา การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมก็ยังวนเวียนอยู่ในกรอบวิธีการเก่า ๆ ที่เลือกหาแต่งบประมาณ กําลังคน และทรัพยากรต่าง ๆ ตามความจริงแล้ว สาเหตุ ที่สําคัญที่เราไม่สามารถประสบผลสําเร็จได้นั้นเกี่ยวกับในการแก้ไขความตกต่ําของ การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นวัตกรรมของประเทศไทย ก็เปึนเพราะเราไม่รู้จริง ในสาเหตุของปัญหาที่แท้จริงต่างหาก จึงทําให้การดําเนินการแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดแล้ว ก็ไม่สามารถพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศได้เสียที ผมจึงขอ เสนอสาเหตุของปัญหาที่คณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ทําการศึกษามาดังนี้

ประการแรก การดําเนินการทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ของประเทศขาดประสิทธิภาพและขาดความเปึนรูปธรรม โดยรัฐบาลที่ผ่านมาขาดการเน้นถึง ความสําคัญในนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปสู่ภาคปฏิบัติให้ เกิดผลอย่างจริงจัง ซึ่งทําให้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศไทย อยู่ในอันดับท้าย ๆ ของโลก

ประการที่ ๒ การดูแลการดําเนินการวิธีการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศขาดประสิทธิภาพ ไม่มีความเปึนเอกภาพในการ บริหารจัดการ อีกทั้งการดําเนินการด้านวิจัยและพัฒนาของสถาบันวิจัยและสถาบันการศึกษา ส่วนมากจะเน้นความพอใจของนักวิจัยและการตีพิมพ์ทางด้านวิชาการซึ่งจะใช้เปึนตัวชี้วัด ของผลสําเร็จ ทั้ง ๆ ที่งบประมาณในการวิจัยได้รับมาจากเงินภาษีจึงทําให้ขาดการเชื่อมโยง ระหว่างนักวิจัยกับผู้ประกอบการ จึงไม่สามารถทําการวิจัยและพัฒนาตามความต้องการ ของผู้ประกอบการและตลาดได้ ซึ่งทําให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสในการแข่งขันธุรกิจกับ นานาประเทศ

ประการที่ ๓ การปล่อยปละละเลยและให้ความสําคัญในการปฏิบัติงาน การดําเนินการวิจัยและพัฒนาของหน่วยงานที่รับผิดชอบในการวิจัยและพัฒนาโดยตรง

ประการที่ ๔ ความคลาดเคลื่อนในการรวบรวมตัวเลขของการวิจัยและ พัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศอย่างถูกต้อง หน่วยงานวิจัยจะ ทํางานซ้ําซ้อนกัน ขาดการเชื่อมโยงและประสานงานกัน สร้างความสับสนให้แก่นักวิจัย นักคิดค้น นักประดิษฐ์ ซึ่งทําให้ใช้งบประมาณมีประสิทธิภาพต่ําและไม่คุ้มค่า

ประการที่ ๕ ขาดการพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและ นวัตกรรมของประเทศอย่างมีคุณภาพ ซึ่งจะเห็นได้จากการสนับสนุนไม่ต่อเนื่องและครบ วงจร คือตั้งแต่เด็ก นักคิดค้น นักประดิษฐ์ นักวิจัย ตลอดจนถึงผู้ประกอบการยังไม่ทั่วถึง เฉพาะในส่วนภูมิภาค ในส่วนภูมิภาคนั้นซึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งยังไม่สามารถลงไปถึง ชุมชนต่าง ๆ ได้เพื่อที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าต่าง ๆ ของชุมชน

ประการที่ ๖ ขาดระบบการบริหารจัดการ การตรวจสอบประเมินผลที่เปึน ที่น่าเชื่อถือและเปึนที่พึ่งของประชาชนได้

ประการที่ ๗ การขาดการพัฒนานําองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มา ประยุกต์เปึนเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อนํามาใช้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และการกิน อยู่ดีของประชาชน ทั้งทางภาคการเกษตร การผลิต และการบริการอย่างเปึนรูปธรรม

สาเหตุปัญหาที่ได้กล่าวมามีข้อเสนอแนะดังนี้

ประการแรก ควรจะมีการจัดการงบประมาณ การวิจัยให้มี ความถูกต้องและเปึนมาตรฐานสากล

ประการที่ ๒ กําหนดนโยบายให้มีการเชื่อมโยงการทํางานและ การบริการให้เปึนเครือข่ายระหว่างหน่วยงานของรัฐและเอกชนต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุทยานวิทยาศาสตร์ของประเทศไทยที่กําลังดําเนินการอยู่ ทั้งในส่วนกลางและ ส่วนภูมิภาคค่อนข้างจะล่าช้า จึงทําให้ผู้ประกอบการเสียโอกาสในการที่จะแข่งขันกับ นานาประเทศได้

ประการที่ ๓ กําหนดนโยบายการสนับสนุน นักคิดค้น นักประดิษฐ์ และผู้ประกอบการอย่างครบวงจร ซึ่งโดยปัจจุบันนี้เราจะเห็นได้ว่านักประดิษฐ์และ นักคิดค้นนั้นถูกปล่อยปละละเลย ไม่ได้ให้ความสําคัญกับกลุ่มคนเหล่านี้จึงทําให้ ประเทศไทยล้าหลังและเสียประโยชน์เปึนอย่างมาก

ประการที่ ๔ พัฒนาบุคลากรของหน่วยงานในด้านวิจัยและพัฒนา ให้มีความสามารถในระดับสูง และมีความรู้ความเข้าใจในการดําเนินการทางภาคธุรกิจ สามารถให้บริการด้านต่าง ๆ ให้แก่ผู้ประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประการที่ ๕ ซึ่งเปึนเรื่องสําคัญที่ขาดมิได้ ก็คือการสร้างองค์ความรู้ ให้กับประชาชนและผู้ประกอบการ มีความเข้าใจในสิทธิของการเรียกร้องและการพัฒนา ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศ รวมทั้งด้านบริการและการถ่ายทอด ในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อเท็จจริงที่สําคัญ ของประเทศไทย เปึนประเทศที่อุดมสมบูรณ์ มีคนเก่งและคนดี มีอยู่เปึนจํานวนมาก ซึ่งไม่น้อยหน้าประเทศอื่นเขา ปัญหาที่สําคัญคือการแบ่งพรรคแบ่งพวกของกลุ่มผู้มีอํานาจ ขาดความสามัคคี โดยมุ่งแต่พยายามแก่งแย่งแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนและกลุ่มคณะ ทําให้ระบบการบริหารปกครองขาดความจริงใจ ขาดการให้โอกาสคนดี ๆ มาช่วยกันบริหาร พัฒนาประเทศร่วมกันนั่นเอง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมใคร่จะขอเสริมและเพิ่มเติมนโยบายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งรัฐบาลมี ๓ นโยบายด้วยกัน แต่อย่างไรก็ตามเมื่อกี้นี้ทาง ส.ส. พรรคเพื่อแผ่นดินได้พูด ไปแล้วบ้าง ซึ่งเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศของประเทศไทยนั้น แต่ที่สําคัญที่สุด สิ่งที่ขาดการมีโครงการระดับชาติมารองรับที่จะทําให้ประเทศไทยมีรายได้ในการพัฒนา ซอฟต์แวร์ของโลก ซึ่งไทยสามารถที่จะทํารายได้ถึง ๒ แสนล้านบาท ภายเวลา ๓ ป้ ถ้ารัฐบาลสามารถให้งบประมาณในหลักหมื่นล้านบาทเท่านั้น ถ้ารัฐบาลสามารถที่จะช่วย สนับสนุนได้ ผมคิดว่าคนไทยจะมีงานทําจะมีอาชีพเปึนนักผลิตซอฟต์แวร์เปึนจํานวนมาก ซึ่งจะสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยมหาศาล ข้อเสนอแนะในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เพิ่มเติมนะครับ จัดให้มีโครงการระดับชาติขนาดใหญ่ในเชิงรุกที่สามารถทําให้มีการพัฒนา ซอฟต์แวร์ให้ทั่วถึงทุกภูมิภาคของไทย ซึ่งปัจจุบันนี้ส่วนต่าง ๆ ของภูมิภาคก็ได้เริ่มมี การทํางานอยู่แล้วแต่ขาดการสนับสนุน ที่แท้จริงก็อยากจะให้มีการสนับสนุน

ข้อเสนอแนะอันที่ ๒ ให้มีการร่วมมือและประสานงานหน่วยงานต่าง ๆ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์ ในอดีตหน่วยงานต่าง ๆ ของทั้งกระทรวงวิทยาศาสตร์ และหน่วยงานของเทคโนโลยีสารสนเทศนั้นไม่ค่อยจะมีการร่วมมือกัน หน่วยงานที่ทํา ซอฟต์แวร์ก็ต่างคนต่างทําบางทีทําซ้ําซ้อนกัน ก็ในที่สุดก็จะสูญเสียงบประมาณไปโดยใช่เหตุ เพราะฉะนั้นควรจะมีการที่จะแบ่งงานกันให้ชัดเจนและร่วมมือและประสานงานกัน ซึ่งเปึนจุดอ่อนของหน่วยราชการไทย

ส่วนนโยบายทางด้านพลังงานนั้น ซึ่งรัฐบาลได้มี ๕ นโยบาย ผมขอเพิ่มเติม นโยบายในข้อที่ ๓.๔.๓ ซึ่งทางรัฐบาลจะเน้นเฉพาะพลังงานทดแทน ส่วนผมคิดว่า พลังงานที่ได้เกิดจากซากพืชซากสัตว์ ซึ่งมีทั้งน้ํามัน ก๊าซ และถ่านหินเปึนหัวใจสําคัญด้วย ประเทศไทยมีถ่านหินเปึนจํานวนมาก แล้วก็ประเทศเพื่อนบ้านก็มีจํานวนมากและถ่านหิน เปึนเชื้อเพลิงที่มีต้นทุนต่ํา แต่อย่างไรก็ตามถ่านหินนี้ปัญหาที่สําคัญที่สุดคือมลภาวะ เพราะฉะนั้นควรจะมีการวิจัยและพัฒนาทางด้านพลังงานในด้านสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ควรจะมีการสร้างต้นแบบพลังงานทุก ๆ ชนิด เพื่อเตรียมพร้อมสําหรับใช้ในชุมชนต่าง ๆ ด้วย ผมคิดว่าถ้าแต่ละชุมชนเรามีพลังงานที่เหมาะสมให้สําหรับเขาใช้ก็จะเปึนการประหยัด แล้วก็จะทําให้ชุมชนต่าง ๆ นั้นลดความยากจนลงไป อันนี้ก็เปึนข้อเสนอแนะที่ให้มีการส่งเสริม และสนับสนุนทําการวิจัยเพื่อให้ได้ต้นแบบการใช้พลังงานประเภทต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับ ท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานจากแก๊สชีวภาพ พลังงานจากชีวมวล และพลังงาน จากถ่านหินที่มีการวิจัยและพัฒนาแล้ว

สุดท้ายนี้ ผมในฐานะประชาชนคนหนึ่งใคร่ขอสนับสนุนให้รัฐบาลและ ฝ์ายค้านช่วยกันดําเนินการให้นโยบายของรัฐบาลนั้นให้ดําเนินการไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเปึนจริงทุกประการ ขอบคุณครับ