วัลลภ มีสมศักดิ์ หารือเรื่องนโยบายของรัฐบาล โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความปรองดองและสามัคคีในชาติ และเรียกร้องให้ลดอัตตาของแต่ละคนเพื่อส่วนรวม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความมั่นคงชีวิตและสังคม โดยเฉพาะการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคนเยาวชน และการประกัน 30% ที่ถูกพูดถึงมาก่อน แต่ยังไม่ได้เลิก นอกจากนี้ยังหารือเรื่องนโยบายที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมให้เปรียบ เพื่อเป็นวิธีหาเงินเข้าประเทศ และเรียกร้องการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติที่ประกาศไว้ รวมถึงเรื่องการเก็บภาษีมรดกและทรัพย์สิน และการประกันค่าเงินบาท 30 เปอร์เซ็นต์ที่ทำให้เกิดตลาดออฟชอร์
กราบเรียนประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลอากาศเอก วัลลภ มีสมศักดิ์ สมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทําหน้าที่สมาชิกวุฒิสภา วันนี้ก็จะขอพูดและแนะนําในเรื่อง สัก ๔ หัวข้อแต่แบบสั้น ๆ นะครับ ก็เปึนเรื่องนโยบายที่ทั่วไป แล้วก็นโยบายในเรื่อง ความมั่นคงของชีวิตและสังคม นโยบายการเงินการคลัง และเรื่องโครงสร้างเศรษฐกิจ เกี่ยวกับอุตสาหกรรมครับ ก็คิดว่าคงใช้เวลาไม่มาก เพราะว่าพูดยาว ๆ ไม่ค่อยเปึน ดูนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงไปในวันนี้แล้วก็รู้สึกว่าจะครอบคลุมดีและค่อนข้างจะยาวไป ด้วยซ้ําไป เพราะว่าถ้านโยบายลงละเอียดแล้วก็จะเปึนภาระหรือว่าจะเปึนแบบข้อผูกมัด ที่ว่าจะต้องทําให้ได้ ทําให้ครบ ปกติแล้วนโยบายจะพูดเรื่องกว้าง ๆ แล้วเราลงไปในแผน ปฏิบัติ แต่อย่างไรก็ตามประเทศไทยนิยมที่จะพูดให้ครอบคลุมแล้วก็ให้ละเอียดกว่าปกติ อย่างเช่น กฎหมายรัฐธรรมนูญ เปึนต้น แล้วก็จะต้องมีมาตรามากมายซึ่งช่วงที่ผ่านมา ก็ได้อภิปรายถึงเรื่องนี้ว่าเราจะลดลงบ้างได้ไหม ก็ลดลงได้ไม่มากครับ สําหรับนโยบาย เร่งด่วนที่สําคัญก็คือข้อ ๑.๑ นี้ครับ ก็ขอกล่าวอีกนิดเพราะว่ามีบางท่านกล่าวมาแล้ว ๑.๑ นี้น่าจะเปึนเรื่องที่ให้ความเร่งด่วนซึ่งสําคัญที่สุดเลยมาอยู่ ๑.๑ เรื่องสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ฟุ๋นฟูอะไรนี่ครับ แล้วผมก็ไปชอบบรรทัดที่ ๓ ที่บอกว่า สมัครสมานสามัคคี มิใช่ว่าเผอิญไปพ้องกับชื่อท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ แต่หมายถึงว่า คําว่า สมัครสมาน สามัคคี นี้เปึนเรื่องแรกเร่งด่วนที่จะทํา ทําอย่างไรถึงจะให้คนมาสมัครใจ ประชาชนในชาติ ที่ว่ามีความเห็นแตกต่างกัน แล้วก็ค่อนข้างจะแตกแยก แต่ก็ไม่ถึงแตกหักนี่ละครับ ทําอย่างไรให้เขาสมัครใจมาสมัครสมานสามัคคีกันได้ คือให้สมัครใจด้วยความยินยอม พร้อมใจ ก็มีข้อสังเกตอยู่นิดหนึ่งว่า ที่จริงแล้วเราก็เปึนคนไทยด้วยกันทั้งหมดนะครับ การที่จะให้เกิดอย่างนี้ขึ้นได้มันก็ต้องคิดส่วนรวมเปึนหลัก ผลประโยชน์ของประเทศชาติ เปึนหลัก แล้วก็ข้อต่อไปก็คือต้องลดอัตตาลงเล็กน้อย ต่างคนต่างช่วยลดว่า ตนของตน กูของกู อย่างนี้ตามหลักธรรมะ ถ้าเราเห็นแต่ประโยชน์ของชาติเปึนหลัก อะไรที่เปึน ผลประโยชน์ของชาติเราก็สนับสนุน อะไรที่เปึนตัวของเรา ของเรานี่เราก็พี่น้องกันทั้งนั้น เราก็คุยกันได้คงไม่มีอะไร ประชาชนในชาตินี้เขาก็มีแนวโน้มที่ดีอยู่แล้วนะครับ ส่วนสําหรับ เรื่องต่าง ๆ ที่เปึนคดีความเปึนอะไรก็เปึนเรื่องของคดีความไป เหมือนกับพี่น้องเราก็โดน ลงโทษก็ช่าง แต่ตอนหลังเราก็มาดีกันอีกก็ไม่มีปัญหาอะไรนะครับ
สําหรับข้อต่อไปก็เปึนเรื่องความมั่นคงชีวิตและสังคม ซึ่งผมก็เปึนรองประธาน คณะกรรมาธิการสามัญ เด็ก เยาวชนและสตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และความมั่นคงของ มนุษย์นะครับ ที่ผ่านมาได้เสนอพระราชบัญญัติไปเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับการส่งเสริมพัฒนา เด็กและเยาวชนครับ ซึ่งหลังจากพระราชบัญญัติได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคมแล้ว ในนั้นก็จะบอกว่าใช้บังคับ ๙๐ วัน แล้วก็ให้ตั้งสภาเด็ก และเยาวชนประจําอําเภอขึ้นก่อนภายใน ๙๐ วันหลังจากที่ประกาศแล้ว ก็เปึน ๑๘๐ วัน หลังจากนั้นเพิ่มอีก ๙๐ วัน ก็ให้ตั้งของจังหวัดนะครับ สภาเด็กและเยาวชนจังหวัด ต่อจากนั้นก็ตั้งสภาเด็กและเยาวชนแห่งชาติในเวลา ๑๘๐ วัน ซึ่งนับแล้วทั้งหมดนี้ก็ต้อง เสร็จภายในวันที่ ๑๔ ตุลาคม ป้นี้นะครับ แต่หลังจากการที่ได้ไปติดตามผลหลังจาก พระราชบัญญัติออกมาแล้ว ทางเจ้าหน้าที่หรือผู้ที่รับผิดชอบโดยตรงซึ่งมีกระทรวงพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์กับกระทรวงศึกษาธิการและหลาย ๆ อย่าง หลาย ๆ หน่วยงานก็ยังไม่ค่อยจะเข้าใจกันดีนัก แล้วก็ยังไม่ได้เริ่มทําอะไร ก็ฝากเปึนข้อสังเกตไว้ว่า ควรจะต้องรีบเร่งทําไปตามพระราชบัญญัติให้เรียบร้อยนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งก็เปึนเรื่องนโยบายเกี่ยวกับการเงินการคลัง ซึ่งมีสมาชิกผู้ทรง เกียรติหลายท่านได้พูดถึงว่ามาตรการการประกัน ๓๐ เปอร์เซ็นต์นี่ละครับ เมื่อที่ผ่านมานี้ ท่านสมาชิก สนช. หลายท่านก็ได้เป่ดอภิปรายเรื่องนี้ครับ ก็มีความเห็นว่าควรจะเลิก ซึ่งมีเหตุผลต่าง ๆ นานา แต่ทางรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบก็รับไปพิจารณาแต่ยังไม่ได้ปฏิบัติ ทั้ง ๆ ที่ตอนที่ท่านมารับตําแหน่งใหม่ ๆ ท่านเคยให้สัมภาษณ์ว่าจะเลิก แล้วไปศึกษากับ ธนาคารแห่งประเทศไทยและหน่วยที่เกี่ยวข้องแล้ว ตอนหลังก็เกิดเปลี่ยนใจก็ยังไม่ได้เลิก คิดว่าคงจะต้องดูผลดีผลเสียอะไรต่าง ๆ นานาให้มันรอบคอบอีกครั้งหนึ่งนะครับ เพราะเราเคยอภิปรายไปแล้วก็ยังไม่ได้มีผลอย่างนั้นนะครับ ซึ่งตอนนั้นก็ได้พูดถึงว่าการ ที่เราประกัน ๓๐ เปอร์เซ็นต์นี้ทําให้เกิดตลาดออฟชอร์ขึ้นที่ประเทศเพื่อนบ้านเราทางใต้ ทางรัฐบาลก็ได้บอกว่า ตลาดออฟชอร์นี่ตอนนั้นบอกว่าไม่มีหรอก เพราะว่าการจะเอาเงิน ใครไปแลกดอลลาร์ที่ประเทศนั้นมันยากต้องไปแลกเปึนเงินของประเทศนั้นก่อนแล้วไป แลกดอลลาร์กลับมา ซึ่งอันนั้นเปึนวิธีที่ถูกต้อง แต่ที่จริงเขาสามารถเอาไปแลกได้เลยนะครับ โดยที่ตามห้าง บางแห่งเขาก็รับแลกเลย แต่ในภายหลังก็คงจะยอมรับกันว่ามีตลาดออฟชอร์จริง คือดูใน ทีวีช่อง ๙ เขาจะมีเรท (Rate) ตอนแรกอัตราเงินไทยต่อดอลลาร์ มีตลาดออฟชอร์ แล้วก็ ตลาดในประเทศนะครับ ตอนนั้นมัน ๒๙ บาทกว่า กับ ๓๓ บาทกว่าก็เปึนที่ยอมรับ ซึ่งตอนนั้นได้ข่าวว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็มึน ๆ ไปกับธนาคารแห่งประเทศไทย เหมือนกันนะครับ เรื่องธนาคารแห่งประเทศไทยท่านก็มีเหตุผลของท่าน เพราะว่าเปึน หลักการครับ ทีนี้ในระบบการเงินในสมัยปัจจุบันนี่มันใช้นอกหลักการ ใช้แบบคล้าย ๆ อย่างที่ศัพท์ชาวบ้านเขาเรียก วิชามาร ซึ่งการศึกษาไม่ได้บอกไว้ การศึกษาสมัยก่อน เดี๋ยวนี้มันมีพลิกแพลงต่าง ๆ เยอะ เพราะฉะนั้นก็เปึนข้อสังเกตว่ารัฐบาลก็ควรจะไปคุย กับธนาคารแห่งประเทศไทย หรือว่าสมาคมธนาคาร หรือสมาคมอะไรที่คุยกัน คุยกันให้ดี เพราะว่าลึก ๆ มันมีอะไร ไม่อยากให้เกิดคําว่า แบบป้ ๒๕๔๐ ออกมายอมรับว่า ในนั้นที่ วิกฤติเศรษฐกิจเพราะว่ารู้ไม่เท่าทันแล้วก็โดนฟัองปรับไปคนเดียวอะไรอย่างนั้น ไม่อยาก ให้เกิดอย่างนั้น แต่มีในแง่ลบที่เขามองกันว่าออฟชอร์มันดีตรงที่ว่าสถาบันการเงิน หรือบุคคลที่ร่ํารวยหน่อยก็สามารถจะเมค มันนี (Make money) ได้โดยเอาเงินไทยไปซื้อ ดอลลาร์แล้วกลับมาแลกเงินบาทในเมืองไทย อันนี้ก็มองในแง่ลบ ไม่ทราบจะมีจริง หรือไม่มีจริงนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องนโยบายข้อ ๓.๒ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมให้ได้เปรียบ ให้เปึนสินค้าส่งออกที่ทําเงินให้กับประเทศซึ่งรัฐบาล ที่ผ่านมาก็เคยพูดว่า เราจะทําประเทศไทยให้เปึนครัวของโลกบ้าง ทําให้เปึนฮับ ในเรื่องอุตสาหกรรมบ้างอันนี้ก็เปึนสิ่งที่ดี แต่มีข้อสังเกตว่าน่าจะดูประเทศต่าง ๆ ให้รอบคอบ เผอิญผมได้ไปอียิปต์มาก็คิดว่าอียิปต์นี้อยู่แอฟริกา มีทะเลทรายซาฮารา (Sahara) คงจะแห้งแล้ง ขาดแคลนอาหาร แต่พอไปแล้วตกใจครับ เพราะว่าอาหารเขา อุดมสมบูรณ์ มีทั้งเนื้อ ทั้งไข่ ทั้งผัก ผักนี่เขาสดกว่าของเราแล้วก็ปลอดสารพิษ โดยเขามี ระบบชลประทานที่ดี มีน้ําออกมาทางท่อเอามาจากโอเอซิส (Oasis) เขามาเดินตามท่อ อันนี้ ก็คิดว่าน่าปฏิบัติ แต่เราจะต้องหาข้อมูลให้เรียบร้อยนะครับ ซึ่งก็จะได้เงินเข้าประเทศเยอะ เพราะว่ารัฐบาลที่ผ่านมากับ สนช. ก็ได้ออกพระราชบัญญัติที่ประกาศราชกิจจานุเบกษา ไปแล้วรวม ๑๗๒ ฉบับ แล้วที่รออยู่อีก ๔๙ ฉบับ รวมแล้ว ๒๒๑ ฉบับ ก็ใช้เงินใช้ทองมาก ทั้งใช้ทรัพยากร ทั้งบุคลากร แล้วมีกองทุนต่าง ๆ อีกซึ่งก็เปึนภาระกับรัฐบาลชุดนี้ที่จะต้อง ขยันหาเงินขึ้นมา วิธีหนึ่งที่จะหาเงินได้นอกจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนแล้วคือถ้าเรามี ความสามัคคี ประเทศเราไปด้วยกันเปึนอันหนึ่งอันเดียว เห็นแก่ประโยชน์ของชาติแล้ว ก็เปึนที่เชื่อถือของต่างประเทศ เดี๋ยวเงินทองมันก็จะไหลเข้ามาลงทุน อีกวิธีหนึ่งก็หาเงิน จากภายในประเทศ หรือว่ากู้ยืมธนาคารอะไรต่าง ๆ ก็พอจะได้ ที่ผ่านมาเมื่อป้ที่แล้ว ผมได้เสนอญัตติอภิปรายทั่วไปในเรื่องการพิจารณาเก็บภาษีมรดกและทรัพย์สิน ซึ่งเราไม่ได้กะว่าจะเก็บแบบขูดเลือดขูดเนื้อ เอาเปึนเอาตาย คล้าย ๆ กับสิงคโปร์ เขาเก็บ แค่พอให้รู้ว่าต้องรับผิดชอบต่อสังคมอะไรอย่างนี้ ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็เสนอไป ตอนนั้นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังก็มาฟังท่านก็เห็นด้วย แต่เวลาไปปรึกษา หรือนําไปปฏิบัติท่านรัฐมนตรีผู้ที่รับผิดชอบก็ไม่ได้ทํา ผมเจอท่านก็เลยถามว่า มีสาเหตุ อะไรท่านก็บอกว่ามันอาจจะเก็บได้ไม่ทั่วถึง คนที่หลบเลี่ยงเก่งก็จะหลบหลีกเก่ง มันเลย ไม่ยุติธรรม เก็บภาษีตอนเปึนแล้วไปเก็บตอนตายอีก ซึ่งตอนนั้นก็ได้อภิปรายว่าภาษี กองมรดกคนตายไม่จําเปึนต้องเก็บ เก็บจากคนเปึนทายาทนี่ละครับ อาจจะเก็บภาษีจาก กองมรดก เก็บจากผู้รับมรดกครับ ไม่ต้องเอามากแค่ ๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ นอกจากจะได้เงินเปึนบางส่วนแล้วซึ่งมองแล้วอาจจะไม่มากแต่มันจะได้ผลทางจิตใจ จะได้รู้ว่าเราร่ํารวยมานี่เราต้องเสียสละให้สังคมต้องเสียภาษีไป หรือทายาทที่จะรับมรดก ทายาทที่จะรับต้องรับผิดชอบต่อสังคมว่าไม่ใช่ได้มาฟรี ๆ มันจะต้องบริจาคส่วนหนึ่ง หรือว่าจ่ายส่วนหนึ่งให้กับสังคม มันก็จะได้ผลทางสังคม เพื่อนฝูงหรือคนที่รู้จักจะได้มองว่าถึงร่ํารวยก็ไม่เปึนไร แต่เขาก็ ยอมเสียภาษีมากลักษณะนั้น แต่ก็อย่างที่เรียนให้ทราบมันคงจะมีปัญหาหลาย ๆ ด้าน แต่อย่างไรก็ตามมีการศึกษากันแล้วว่าควรจะเก็บ ก็มีทั้งสื่อมวลชน ทั้งอะไรก็พูดกัน หรือว่าให้ข่าวว่าเปึนไปไม่ได้ที่จะเก็บภาษีมรดกและทรัพย์สินสําหรับรัฐบาลที่มาจาก การเลือกตั้ง เพราะว่าเปึนพวกนายทุน มีฐานะดีอะไรเขาก็ไปว่ากันอย่างนั้น แต่ผมก็ ลองเสนอดู รัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งก็ลักษณะคล้าย ๆ กันคาดว่าอาจจะมี ปัญหาอะไรบางอย่างที่นอกเหนือไปจากที่ทราบนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็ได้พูดเรื่อง นโยบายที่แถลงที่ค่อนข้างอาจจะยาวไปหน่อย แต่อาจจะเปึนที่ถูกใจ เพราะว่าคนไทย ชอบอะไรที่มันค่อนข้างจะละเอียด แม้จะเปึนข้อผูกมัดกับรัฐบาลก็ตาม แล้วก็เรื่องติดตาม พระราชบัญญัติการส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน เราพูดถึงเรื่องการประกันค่าเงินบาท ๓๐ เปอร์เซ็นต์ที่ทําให้เกิดตลาดออฟชอร์ ซึ่งได้มีสมาชิกบางท่านอภิปรายว่าขณะนี้มัน ใกล้เคียงกันแล้ว นอกจากนั้นก็เปึนเรื่องที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมไม่ว่าจะด้านใดก็ตาม ต้องดูความเปึนไปได้แล้วก็ศึกษาทั่วโลกให้ครบก็น่าจะดี อันนี้ก็เปึนข้อสังเกตไม่ได้คิดว่า จะสั่งสอนรัฐบาลหรือว่าไปแนะนําอะไร เพราะท่านก็มีฝ้มือกันอยู่แล้ว แล้วก็มีสต๊าฟ (Staff) ที่เก่ง ๆ โดยเฉพาะหน่วยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องก็คงจะยินดีที่จะร่วมมือร่วมงาน แล้วก็ให้ข้อมูล ที่ดีนะครับ ก็เหลือเวลา ๗ นาทีก็พอแค่นี้ เผื่อท่านอื่น ขอบคุณครับ