รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

สมเกียรติ ศรลัมพ์ เสนอแนวคิดพัฒนาไอซีทีของประเทศไทยให้ก้าวกระโดด เช่น การสร้างซิลิกอน วัลเลย์ (Silicon valley) ในประเทศไทย โดยการปรับปรุงกฎหมายและกระบวนการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศในลักษณะใหญ่ ๆ นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาอินฟราสตรัคเจอร์ (Infrastructure) ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการลงทุนในเครือข่ายความเร็วสูง

นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม สมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อแผ่นดิน ในฐานะสมาชิกรัฐสภาในวันนี้ นโยบายที่ รัฐบาลได้แจกให้ผมนั้นนะครับ ผมได้อ่านมาครบถ้วนแล้วถึง ๙ นโยบายหลัก จะเห็นว่า นโยบายต่าง ๆ นี้ได้ครอบคลุมทุกมิติครบถ้วนในปัญหาทางสังคม แต่ผมในฐานะที่เปึน สมาชิกของพรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคเพื่อแผ่นดินได้รับผิดชอบกระทรวงเทคโนโลยีและ สารสนเทศผมจึงขออนุญาตที่จะเอานโยบายข้อ ๓.๕ เรื่องนโยบายเทคโนโลยีและ สารสนเทศมาขยายความ แล้วก็มาแสดงให้เห็นว่าเรามีความตั้งใจที่จะทํางานอย่างไร ท่านทราบไหมครับว่าโลกของเราทุกวันนี้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกนี้ได้แข่งขันกันด้านไอซีที (ICT) สูงมาก เรามีคําถามไหมครับว่าทําไมเราจึงแพ้จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ อินเดีย สิ่งเหล่านี้ทําให้เราเกิดความรู้สึกว่าประเทศไทยเรานี้เริ่มล้าหลังจะแพ้เวียดนามตามอีก ประเทศหนึ่ง เรามาฉุกคิดดูว่าไอซีทีนั้นนะครับ เรานี่ได้พัฒนาประเทศไปลักษณะที่ยังไม่จริงจัง ผมเชื่อว่าในยุคของรัฐบาลชุดนี้จะมีความตั้งใจที่จะพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างก้าว กระโดดและจริงจัง เช่น ในอดีตที่ผ่านมาเราคิดถึงการพัฒนาคน การพัฒนาเครือข่าย การใช้ไอซีทีในระบบ ราชการและเอกชน ไม่ว่าอีโลจิสติกส์ (e-Logistic) หรืออีกัฟเวิร์นเมนท์ (e-Government) แต่ลักษณะอย่างนั้นนะครับ เปึนแนวคิดโดยการลอกจากบรรทัดฐานที่ประเทศอื่นทํามา เสร็จแล้วก็นําเข้าเทคโนโลยี มีการซื้อซอฟต์แวร์ของแซพ (SAP) บ้าง ของโอราเคิล (Oracle) จากต่างประเทศนําเข้าในป้ต่าง ๆ เราเสียเงินเปึนจํานวนนับหมื่นล้าน ในช่วงที่ผ่านมา ๑๐ ป้นี่นะครับ ผมคิดว่าเราเสียเงินมานับแสนล้านในการพัฒนาไอซีทีของประเทศเรา แต่พอเรานํามาใช้ เราจะเห็นได้ว่าซอฟต์แวร์ที่นําจากต่างประเทศก็ตาม จะไม่สอดคล้องบริบทของสังคมไทย สิ่งเหล่านี้นะครับทุกคนทราบ ข้าราชการทุกคนทราบ แต่ทุกคนไม่กล้าพูด เพราะฉะนั้น ผมเชื่อนะครับว่า การพัฒนา ณ วันนี้เราจะต้องกลับมาเพื่อจะสร้างสรรค์ไอซีทีอย่างที่ได้ เขียนไว้ในนโยบายข้อ ๓.๕.๒ ว่าจะมีการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และอุตสาหกรรมไอซีทีนั้นให้เจริญก้าวหน้าในประเทศ ผมคิดว่าไอซีทีของบ้านเรานะครับ สถานการณ์ปัจจุบัน ผมจะยกตัวอย่างให้เห็นชัดเปึนรูปธรรม สมมุติว่ากรณีอินเทอร์เน็ต ที่เราใช้ความเร็วสูงนี่ เราจ่ายเดือนละ ๖๐๐ บาท เราได้ ๑ เมกกะบิท เพอร์ เซค (Mega-bit per sec) ท่านทราบไหมครับว่าจ่าย ๖๐๐ บาท ของเกาหลีได้ ๕๐ เมกกะบิท เพอร์ เซค เรามีถนน ๑ เลน แต่เขามี ๕๐ เลน มันจะสู้กันได้อย่างไร เพราะฉะนั้นแล้วไม่ว่าท่านจะสร้างซอฟต์แวร์ หรือไอซีทีของกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี หรือว่ากระทรวง พาณิชย์ต่าง ๆ ที่ทํากันมากมายนี่นะครับ ไม่สามารถเลย เหมือนเราสร้างตึกหลายหลัง แต่เรามีถนนตรอก ซอก ซอยเล็ก ๆ พอมาก็ติดขัด เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญ ที่ท่านต้องกลับมาพัฒนาอินฟราสตรัคเจอร์ (Infrastructure) ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศนะครับ ทีนี้ประเด็นนี้ที่เราจะฝากนะครับ คือว่าในเรื่องที่ผ่านมานี้เราเน้นแต่ว่าจะพัฒนาเทคโนโลยี แล้วก็นํางบประมาณของประเทศชาติไปซื้อแต่ละป้ แต่เราน่าจะเปลี่ยนมิติใหม่ในการพัฒนา ที่ผมจะขออนุญาตเสนอในวันนี้ก็คือว่า เราต้องพัฒนาอย่างก้าวกระโดดนะครับ โครงสร้าง ไอซีทีขนาดใหญ่ เช่น ซิลิกอน วัลเลย์ (Silicon valley) ต้องมีการคิด ต้องมีการกระทําทุกประเทศ ทั่วโลกมีหมด มันจะดึงดูดผู้มีองค์ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมามากมาย เราต้องปรับปรุงกฎหมาย แก้ไขกระบวนการต่าง ๆ เพื่อจะส่งเสริมให้มีการพัฒนาเทคโนโลยี สารสนเทศในลักษณะที่เปึนใหญ่ ๆ แบบซิลิกอน วัลเลย์ นั้นนะครับ ทีนี้เรามาดูว่า เปึนโชคดี ที่ประเทศไทยเรานี่นะครับ บริษัท แคท เทเลคอม (CAT Telecom) ได้ไปร่วมพัฒนาการลงทุน กับเครือข่ายของไฟเบอร์ เอเอจี (Fiber AAG) ก็คือว่าอเมริกัน เอเซียน เกทเวย์ (American Asian Gateway) มีความเร็วถึง ๖๔๐ จิกกะบิท เพอร์ เซค (Giga-bit per sec) สิ่งเหล่านี้แหละครับ เปึนประตูสําคัญที่ได้ลงทุนกับ ๑๐ ประเทศก็คือว่า อเมริกา ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ฟ่ลิปป่นส์ อินเดีย สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน เวียดนาม และไทย และมาลงที่ศรีราชา ต้นทางที่อเมริกา ท่านคิดนะครับว่าเรามีเกทเวย์ใหญ่จะมาถึงศรีราชาที่จะใช้ได้ประมาณ เดือนมีนาคม ๒๕๕๒ แต่ท่านเชื่อไหมครับว่า เราสร้างถนนเกทเวย์ใหญ่มาแล้ว แต่เรา ยังไม่สร้างถนนซอย ผมไปถามแคท เทเลคอม แล้ว มีแผนการลงทุน แต่ไม่มากเท่าไร ถ้าเราสร้างเกทเวย์ใหญ่นี่ไปที่เกาะภูเก็ต เกาะภูเก็ตจะเปึนแหล่งดึงดูดนักธุรกิจจะเปึนแหล่ง ดึงดูดธุรกรรมต่าง ๆ มากมาย เพราะฉะนั้นแล้วผมเชื่อเลยนะครับว่าเกาะภูเก็ตเรานี่นะครับ จะเปึนเอาท์ซอร์สซิง ไอแลนด์ (Outsourcing island) แล้วก็จะเปึนแหล่งวิจัยพัฒนาทางด้าน นวัตกรรมของโลก ได้มีการไถ่ถามนักลงทุน แล้วก็นักคิดต่าง ๆ ถ้าเปรียบเทียบกับ สิงคโปร์ เวียดนามเขายินดีจะมาเกาะภูเก็ต ท่านคิดดูสิครับ ว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเราพัฒนาอินฟราสตรัคเจอร์ได้อย่างสมบูรณ์ แต่เราปล่อยให้ กสท. พัฒนาด้วย รัฐวิสาหกิจตัวเอง เพราะฉะนั้นแล้วผมขอฝากเรียนรัฐบาลเลยครับว่า จะต้องสนับสนุนเงิน จะเปึนหมื่นล้านก็ยินดี เพราะสิ่งเหล่านี้จะก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มมากมาย ผมจะยกตัวอย่าง ให้ฟังว่าเราอาจจะได้มีเว็บ มาสเตอร์ (Web master) แบบดี ๆ เหมือนอย่างอี-เบ (e-Bay) ท่านทราบไหมครับ อี-เบนี่ทํากําไรป้ละ ๘,๐๐๐ ล้านบาท อาลีบาบา (Alibaba) ทํากําไรป้ละ ๔,๐๐๐ ล้านบาท กูเกิล (Google) ป้ละ ๒ แสนกว่าล้านบาท ผมได้เคยไปประเทศเกาหลี นะครับ บริษัท แกรวิตี้ (Gravity) ที่ผลิตเกมแรกนาร็อก (Ragnarok) ท่านเชื่อไหมครับว่ามีคนทํางาน ๓๕๐ คน มีตึกหลังหนึ่งทําเงินในแต่ละป้ได้นะครับ ประมาณป้ละ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมถามว่าเราต้องใช้นากี่ไร่ ต้องใช้คนกี่สิบล้านคน เปึนล้านไร่นะครับกว่าจะได้เงินขนาดนี้ เพราะฉะนั้นแล้วการเป่ดเกทเวย์ครั้งนี้เปึนมิติ สําคัญผมขอฝากรัฐบาลว่า กระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศมีความจําเปึนที่จะต้อง สนับสนุนแคท เทเลคอม เราสนับสนุนกันเต็มที่เลยครับ เราดูว่าการอภิปรายในแต่ละเรื่องมา เรามีการลงทุนพาณิชยนาวี เรามีทุกอย่างในประเทศเรามีหมด แต่ทําแล้วไม่จบ ทําครึ่ง ๆ กลาง ๆ มีแล้วก็ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ เพราะฉะนั้นผมขอฝากนะครับว่าปัญหา ปัจจุบันที่บ้านเราเกิดขึ้นนอกจากจะอินฟราสตรัคเจอร์ไม่สมบูรณ์แล้วนะครับ ระบบ การเขียนซอฟต์แวร์หรือการสอนซอฟต์แวร์นะครับ ๑. อาจารย์ไม่ทุ่มเทเวลาเต็มที่เอาเวลา ไปทํางานจ็อบ (Job) เสียส่วนมาก นี่เกิดขึ้น ผมคุยกับซิปัา (SIPA) ดอกเตอร์รุ่งเรืองนะครับ ได้บอกว่าปัจจุบันซิปัาได้เข้าไปบริหารงานกับอาจารย์ตามมหาวิทยาลัยในการสอนไอทีแล้ว สมัยก่อนกว่าจะเปลี่ยนหลักสูตรได้ต้องใช้เวลาเปึนป้เดี๋ยวนี้ทุกคนร่วมมือกันแสดงว่า แสงสว่างเริ่มที่จะมีแล้วครับในการพัฒนาร่วมกัน แล้วคุณภาพของเด็กที่มาเรียนปัจจุบัน ไม่น่าเชื่อเด็กปัจจุบันสมาธิสั้น ไม่ตั้งใจ ไม่สนใจในการเรียนที่จะก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ โดยแท้จริง ผมไม่รู้ว่าระบบเกมต่าง ๆ ทําให้เด็กแปรปรวนทางจิตใจมากหรือเปล่า สิ่งเหล่านี้มีผลกระทบต่อระบบการศึกษาระดับสูงมาก เพราะฉะนั้นผมได้เห็นมากมาย แล้วงบประมาณที่ซิปัาที่ส่งไปให้ในการสนับสนุนมหาวิทยาลัยสนับสนุนองค์กรต่าง ๆ ป้ละมากนะครับ แต่ไม่ได้ก่อให้เกิดเอาท์คัม (Outcome) ขึ้นมา สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่สําคัญ ที่เราจะต้องดู แล้วประการสุดท้าย เกี่ยวกับเรื่องปัญหาเทคโนโลยีสารสนเทศเราครับ คือการเขียนโปรแกรมซอฟต์แวร์เราไม่มีมาตรฐาน ท่านเชื่อไหมครับมาตรฐานของโลก ซีเอ็มเอ็ม (CMM) มี ๕ ระดับ ก็คือเหมือนกับมาตรฐานไอเอสโอ (ISO) ของการเขียน ซอฟต์แวร์ ประเทศไทยเรานะครับ ในระดับ ๑ ระดับ ๒ มีไม่ถึง ๑๐ คน ประมาณหลักสิบ แต่ระดับ ๔ ระดับ ๕ แทบไม่มีเลย ขณะนี้ในประเทศอินเดียมีเปึนแสนคน ในประเทศ เกาหลีมีเปึนหมื่นคน ถ้าเรายังไม่พัฒนาทุกกระบวนการทั้งระบบอย่างนี้นะครับเราจะ ไม่สามารถที่จะต่อสู้กับเขาได้ ผมขอฝากสุดท้ายนะครับ ว่าการเป่ดน่านฟัาเทคโนโลยีสารสนเทศ นั้นจะเปึนการเป่ดน่านฟัาที่ทําให้เรามีอินคัม (Income) เข้าประเทศมาก อย่างที่ผมได้กล่าว ไว้แล้วจะทําให้เอาท์ซอร์สซิง แม้กระทั่งโรงพยาบาลที่รัฐมนตรีได้บอกนะครับ ไม่จําเปึนเลย ต้องไปเป่ดโรงพยาบาลใหม่ สามารถใช้โรงพยาบาลอย่างนี้ครับ สามารถวิเคราะห์แล็บ (Lab) แล้วส่งไปที่อเมริกาได้ เพราะว่าเกทเวย์ที่จะทํานั้นเปึนจํานวนมาก คนที่มาทํางานประเทศไทย ก็เหมือนทํางานอเมริกา เพราะฉะนั้นแล้วจีดีพีของเรา ๘.๔ ล้านล้านบาทในอนาคต ถ้าเราพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศให้ดีแล้วจีดีพีเราจะถึงสิบล้านล้านบาท ผมขอฝากนะครับว่า เราพัฒนาเกษตร พัฒนาอะไรได้ใช้เงินเปึนหมื่น ๆ ล้านบาท ขอฝากว่าป้หน้า อีก ๒ ป้ เราจะได้ใช้เกทเวย์แล้ว ป้ ๒๕๕๒ ถ้าเรายังไม่ทําอินฟราสตรัคเจอร์ไปถึงกรุงเทพมหานคร ไปถึงภูเก็ตแล้วที่เราลงทุนกับเขาก็สูญเปล่า ขอฝากให้รัฐบาลนี้ได้นําพาเรื่องนี้ ขอบคุณมากครับ