รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

นิพนธ์ บุญญามณี แถลงความเห็นเกี่ยวกับข้อความในนโยบายของคณะรัฐมนตรี โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะและโครงสร้างพื้นฐานในชนบท รวมถึงการพัฒนาท่าเรือลึกที่สตูล เพื่อเชื่อมโยงระหว่างฝั่งอ่าวไทยกับฝั่งอันดามัน และลดต้นทุนในการขนส่งสินค้า

นายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับผมได้นั่งฟังท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย เมื่อตอนเช้า แล้วก็ได้พยายามศึกษาเอกสารคําแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ซึ่งใน ส่วนที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานหรือในส่วนที่เกี่ยวกับการพัฒนาระบบขนส่งนั้นท่านได้ แถลงไว้ในข้อ ๑.๑๔ ในเรื่องการเร่งรัดการลงทุนที่สําคัญของประเทศ เช่น การพัฒนา ระบบรถไฟฟัาขนส่งมวลชนและปริมณฑล ๙ สาย รถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ รถไฟชานเมือง แล้วก็ในข้อที่ ๓.๓ นโยบายโครงสร้างพื้นฐานและระบบการจัดการขนส่งมวลชน สินค้า และบริการ

ในประเด็นที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานนั้น ในประเด็น ๓.๓.๑ และ ๓.๓.๓ ครับ ผมได้พิจารณาแนวทางของรัฐบาล สิ่งที่ผมกังวลเปึนอย่างยิ่งก็คือว่าผมกลัว ว่ารัฐบาลนี้จะนําไปสู่การพัฒนาที่เรียกว่าขาดความสมดุลในการพัฒนาระหว่างเมืองกับ ชนบทมากขึ้นทุกทีครับ สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้เพราะว่าถ้าได้อ่าน ในนโยบายของรัฐบาล รัฐบาลจะให้ความสําคัญเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ในส่วนของกรุงเทพมหานครหรือปริมณฑลซึ่งเปึนสิ่งที่ถูกต้อง โดยหลักการนั้นพวกผม เห็นด้วยครับ แต่ว่าสิ่งที่รัฐบาลนี้ละเลยและผมไม่เห็นด้วยก็คือว่า รัฐบาลละเลยที่จะพูด ถึงภาคชนบท การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในชนบทนั้น ปัจจุบันนี้ท่านประธานก็คงจะ ทราบนะครับว่าในโครงสร้างพื้นฐาน เอาว่าการขนส่งทางบกซึ่งเปึนเครือข่ายที่ใช้ เปึนเครือข่ายหลักในการที่จะใช้ในการขนส่ง ไม่ว่าจะเปึนการขนส่งสินค้าหรือขนส่งประชาชน การสัญจรไปมาต่าง ๆ ผมเอาเฉพาะขนส่งทางถนนนะครับ โครงข่ายการขนส่งทางถนน ทางหลวงพิเศษมี ๔๗๒ กิโลเมตร ทางหลวงแผ่นดิน ๕๑,๒๙๗ กิโลเมตร ทางหลวงชนบท ๑๕๐,๐๐๐ กิโลเมตร ในส่วนที่เปึนทางหลวงชนบทเปึนส่วนที่วันนี้ผมคิดว่าอย่างน้อย พี่น้องในชนบทส่วนหนึ่งยังอยู่กับสภาพที่เราเรียกว่า ถนนฝุ์น หรือว่าถนนดินแดงหรือว่า ถนนลูกรัง ตรงนี้มีระยะความยาวทั้งสิ้นประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ท่านประธานครับ รัฐบาลไม่ได้พูดถึงส่วนนี้ทั้ง ๆ ที่คนส่วนใหญ่ของประเทศใช้บริการในส่วนนี้อยู่ ผมคิดว่า นี่คือสิ่งจําเปึนที่รัฐบาลน่าที่จะให้ความสําคัญในโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว การที่ทุ่มเท งบประมาณ ๔–๕ แสนล้านบาทไปเพื่อระบบราง แล้วไปละเลยการพัฒนาชนบท มันยิ่งทําให้ช่องว่างระหว่างเมืองกับชนบทยิ่งห่างขึ้นทุกวัน นั่นคือสาเหตุหนึ่งที่คนใน ชนบทหลั่งไหลเข้ามาอยู่ในเมืองครับ ท่านประธานครับ ถ้าเราได้กระจายความเจริญไปสู่ ภูมิภาค เรากระจายอํานาจไปสู่ภูมิภาค เราพัฒนาภูมิภาคให้มีความเท่าเทียมกับเมืองหลวง การย้ายหรือการอพยพคนจากชนบทเข้ามาอยู่ในเมืองหลวงก็จะน้อยลง ความแออัด ในเมืองหลวงก็จะน้อยลง เพราะฉะนั้นเราต้องทํา ๒ อย่างนี้ควบคู่กันไป เราจะไปละเลย สิ่งใดสิ่งหนึ่งไปให้ความสําคัญกับสิ่งหนึ่งมากเกินไป อีกสิ่งหนึ่งให้ความสําคัญน้อยเกินไป มันก่อให้เกิดความไม่สมดุล อันนี้คือช่องว่างของการพัฒนา เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมกราบเรียน กับท่านประธานก็คือว่ารัฐบาลนี้น่าที่จะให้ความสําคัญกับเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ในชนบท ท่านกล้าพูดไหมครับ รัฐบาลกล้าที่จะรับปากไหมครับว่าถนนฝุ์น หรือว่าถนนดินแดง ถนนลูกรังในชนบทที่เหลืออยู่ประมาณ ๓๐,๐๐๐–๔๐,๐๐๐ กิโลเมตรนั้น ท่านจะทําให้จบ ท่านจะลาดยางให้หมดภายใน ๔ ป้ อันนี้ผมคิดว่าใช้งบประมาณกิโลเมตรหนึ่ง ท่านประธานครับ ถนนจากสภาพเปึนถนนลูกรังแล้วนําไปสู่สภาพการลาดยางที่พอใช้ได้ ในชนบท ผมคิดว่ากิโลเมตรหนึ่งไม่เกิน ๒ ล้าน ๕ แสนบาท ถึงประมาณ ๓ ล้านบาท คูณเข้าไปกับ ๓๐,๐๐๐ กิโลเมตร ประมาณ ๑ แสนกว่าล้าน ๑ แสนกว่าล้าน ใช้เวลา ๔ ป้นี่ถ้าท่านกล้าประกาศว่า ๔ ป้ต่อไปนี้ชนบทจะไม่มีฝุ์นใช้งบประมาณประมาณ ๑ แสนล้านบาท ป้หนึ่ง ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ ท่านทยอยทํา ผมคิดว่า นี่คือสิ่งที่รัฐบาลนี้ละเลย ไม่ได้เขียนไว้ในนโยบายให้ชัดเจน แล้วท่านก็มุ่งไปสู่การพัฒนา เพียงจุดใดจุดหนึ่ง มันทําให้ขาดความสมดุลในการพัฒนา นี่คือสิ่งที่ผมกราบเรียน ท่านประธานไว้เปึนเบื้องต้นนะครับ นอกจากนั้นท่านประธานจะได้เห็นว่าเมื่อได้อ่าน นโยบายใน ๓.๓.๑ แล้ว ท่านพูดถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้กระจายไปยังภูมิภาค ท่านพูดลอย ๆ ไว้ แต่ว่าสิ่งสาระสําคัญนั่นก็คือนโยบายด้านการขนส่งที่ปลอดภัย ท่านไม่ได้ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้ ท่านจะเห็นได้ว่าปัจจุบันนี้การขนส่งทางบกก่อให้เกิด อันตรายต่อทรัพย์สินและชีวิตของประชาชนในแต่ละป้นั้นมากมาย แต่ไม่มีส่วนใดในนโยบาย ที่จะได้กล่าวถึงความปลอดภัยของระบบการขนส่ง ไม่ว่าจะเปึนทางบก ทางน้ํา หรือทาง อากาศ นอกจากนี้ท่านประธานครับ ผมคิดว่าสิ่งสําคัญในนโยบายทางบกนั้นหรือการขนส่ง ทางบกนั้น ท่านขาดนโยบายสําคัญไปก็คือว่าการส่งเสริมระบบขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะถ้าจะพูดไปแล้วรถขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ นี่แหละครับ ผมคิดว่าปัจจุบันนี้ ท่านน่าที่จะให้ความสําคัญ เพราะว่าถามว่าคนส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ ใช้บริการอะไร เปึนหลักใช้บริการของ ขสมก. เปึนหลัก แต่สภาพปัจจุบัน ท่านประธานครับ ผมคิดว่าสภาพ รถของ ขสมก. นั้น รัฐบาลได้ละเลย ได้ให้ความสําคัญน้อยมากในการที่จะยกระดับ คุณภาพในการที่จะให้บริการกับพี่น้องประชาชน ผมติดตามข่าวทราบข่าวว่ารัฐบาลเอง ก็กําลังจะมีความคิดที่จะไปนําเอาระบบรถไฟฟัาของเอกชน รัฐบาลจะเข้าไปซื้อหุ้น ในบริษัทเอกชน ซึ่งเขาลงทุนไปแล้ว ทําไมรัฐบาลคิดที่จะยังเอางบประมาณแผ่นดินซึ่งเปึน ภาษีของประชาชนไปซื้อในโครงสร้างพื้นฐานที่เราให้เอกชนได้ดําเนินการแล้วงบประมาณ ส่วนนี้ผมคิดว่าอีกประมาณ ๔๐,๐๐๐–๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าท่านจะไปซื้อรถไฟฟัา จากเอกชนมาบริหารจัดการ ท่านสู้เอางบประมาณส่วนนี้ไปแก้ไขปัญหาขนส่งมวลชน ของกรุงเทพมหานครหรือ ขสมก. จะดีกว่าครับท่านประธานครับ

สิ่งสําคัญอีกประการหนึ่ง ท่านประธานครับ ในนโยบาย ๓.๓.๓ ก็คือ การพัฒนาขนส่งทางน้ํา ผมคิดว่ารัฐบาลขาดความชัดเจนในการที่จะพูดถึงโครงสร้าง พื้นฐานในด้านนี้ วันนี้ไม่ว่าจะเปึนภาคเหนือก็ดีครับ ภาคเหนือในการพัฒนาท่าเรือที่ เชียงแสน ที่บ้านของประธานแห่งที่ ๒ ก็ดี ภาคกลางการก่อสร้างสถานีขนส่งสินค้าทางน้ํา เพื่อประหยัดพลังงานนะครับ ภาคตะวันออกการพัฒนาท่าเรืออเนกประสงค์ที่จังหวัดตราด ก็ดี ที่จังหวัดจันทบุรีก็ดี หรือแม้แต่ภาคใต้ ท่านประธานครับ ภาคใต้ตอนบนนั้นเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดชุมพรกับจังหวัด ระนอง ภาคใต้ตอนกลางนั้นระหว่างจังหวัดกระบี่กับจังหวัดสุราษฎร์ธานีหรือขนอม ซึ่งรัฐบาล ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ได้สร้างในส่วนที่เรียกว่าเปึนส่วนถนนไว้แล้ว ที่สําคัญก็คือ ภาคใต้ตอนล่าง ท่านประธานครับ วันนี้จําเปึนอย่างยิ่งที่เราจะต้องมีท่าเรือน้ําลึกเกิดขึ้น ในฝัืงอันดามัน เพื่อที่จะเปึนประตูเป่ดการค้าขายกับประเทศอินเดียก็ดี กับตะวันออกกลาง ก็ดี สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าวันนี้ท่าเรือน้ําลึกที่สตูลมีความจําเปึน ท่านจะต้องกําหนดกรอบ ระยะเวลาที่ชัดเจนและแน่นอนว่าท่านจะทําให้จบภายในระยะเวลาเท่าไร ผมคิดว่า ถ้าท่านทําสิ่งเหล่านี้แล้วสามารถเชื่อมระหว่างท่าเรือน้ําลึกที่สตูลกับท่าเรือน้ําลึกที่สงขลาได้ เราจะทุ่นค่าใช้จ่ายในการขนส่ง เราจะลดต้นทุนในการที่จะสร้างเสริมศักยภาพในการแข่งขัน กับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเราจะเป่ดเชื่อมระหว่างฝัืงอ่าวไทยกับอันดามันก็ดี หรือว่าอ่าวไทย ฝัืงสงขลาเชื่อมไปยังท่าเรือน้ําลึกที่แหลมฉบังก็ดี อันนี้จะเปึนเครือข่ายโลจิสติกส์ที่เรามุ่ง จะลดต้นทุน เราต้องการที่จะสร้างศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ โดยหวังว่านอกจาก ที่จะลดต้นทุนในด้านสินค้าคงคลังแล้ว คือไม่ต้องไปให้มีสินค้าคงคลังมากนัก เพราะการมี สินค้าคงคลังมากมันก่อให้เกิดต้นทุนของผู้ผลิต ถ้าเราจัดระบบการขนส่งที่มีคุณภาพ ทั้งทางบกและทางน้ํา เราเชื่อมโยงกัน มีการวางแผนรองรับที่ชัดเจน เราจะเพิ่มศักยภาพ ในการแข่งขันของประเทศเพิ่มขึ้นเปึนอย่างยิ่ง แต่ผมดูนโยบายรัฐบาลแล้วผมคิดว่า รัฐบาลให้ความสําคัญกับส่วนนี้ยังน้อยอยู่ ท่านเขียนไว้แต่เพียงลอย ๆ แล้วท่านก็ไม่ได้ ระบุว่าถ้าท่านต้องการที่จะส่งเสริมการพาณิชยนาวีท่านจะเพิ่มการลงทุนในบริษัทไทย เดินเรือทะเล ท่านจะทํา ท่านจะทําอย่างกับบริษัทนี้ ท่านเขียนไว้ลอย ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าภายใต้เวลาที่จํากัด ผมอยากจะฝากให้รัฐบาลได้มี ความชัดเจนว่าวันนี้เมื่อท่านพูดถึงการพัฒนาระบบโลจิสติกส์นี้ท่านจะทําอย่างไร สร้างความสามารถในการแข่งขันให้ประเทศได้อย่างไร ท่านต้องพูดเปึนระบบทั้งหมด ไม่อย่างนั้นถ้าท่านพูดเฉพาะส่วนท่านไม่สามารถจะพัฒนาระบบโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพ ทําให้ต้นทุนในการแข่งขันของประเทศนี้สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน นั่นก็หมายความว่า ประสิทธิภาพ หรือว่าความสามารถในการแข่งขันของเราด้อยลง เพราะฉะนั้นการให้ ความสําคัญกับระบบโลจิสติกส์อย่างแท้จริงนี้เปึนสิ่งสําคัญที่รัฐบาลนี้จะต้องให้ความสําคัญ แล้วก็รัฐบาลจะต้องไม่มีการพัฒนากระจุกตัว ซึ่งจะทําให้เกิดช่องว่างระหว่างเมืองกับ ชนบทมากยิ่งขึ้น ผมจึงได้กราบเรียนในประเด็นดังกล่าวกับรัฐบาล ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ